เลออนกัดฟันแน่นจนเส้นเืที่ขมับปูดโปน เขาพยายามรวบรวมความกล้าโต้กลับเด็กชายด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ดูเหนือกว่า
"มันเป็เื่ภายในครอบครัวอาเชนวาลด์... คนนอกที่เข้ามาสอดรู้สอดเห็นเื่คนอื่นแบบนี้ต่างหากที่ดูไม่สง่างามเสียยิ่งกว่า"
เด็กชายที่ได้ยินดังนั้นกลับไม่ได้มีท่าทีโกรธเคือง เขาหลุดขำออกมาเบาๆ ท่าทางดูสบายๆ ราวกับกำลังฟังเื่ตลกขบขัน
"งั้นหรือครับ? ถ้าอย่างนั้นเหล่าเพื่อนคุณชายที่รุมล้อมเลดี้ตัวน้อยเมื่อสักครู่ ก็คงไม่ใช่คนในครอบครัวอาเชนวาลด์เหมือนกัน... ในเมื่อพวกเขายังร่วมวงได้ ตัวผมที่เป็คนนอกเหมือนกันจะขอเข้าร่วมด้วยอีกสักคน คงไม่เป็ไรหรอกมั้งครับ"
คำพูดตอกกลับนิ่มๆ แต่แทงใจดำอย่างจังทำให้เลออนน้ำท่วมปาก เขาได้แต่ยืนกำหมัดสั่นเทิ้มเพราะทำอะไรไม่ได้ ตำแหน่งของตระกูลวาล์ดครอยซ์นั้นค้ำคอเกินกว่าที่เขาจะกล้าอาละวาด สุดท้ายเลออนจึงเลือกที่จะสะบัดหน้าหนี แต่ก่อนจะเดินจากไป เขาหันมาทิ้งท้ายใส่เอเลน่าด้วยรอยยิ้มแฝงเลศนัยราวกับผู้ถือไพ่เหนือกว่า
"เธอน่ะ... ระวังตัวไว้ให้ดีแล้วกัน อย่าไปทำอะไรให้อับอายต่อหน้าองค์จักรพรรดิเข้าเสียละ"
เลออนและเอริอุสเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอ ทิ้งให้เอเลน่ายืนขมวดคิ้วมุ่น 'ท่าทางมั่นใจแบบนั้น... มีแผนจะแกล้งอะไรฉันอีกแน่ๆ' ความคิดวนเวียนอยู่กับความระแวงจนกระทั่งเสียงนุ่มนวลเบื้องหน้าเรียกสติเธอคืนมา
"ผมยังไม่ได้แนะนำตัวอย่างเป็ทางการเลยสินะครับ" เด็กชายผมน้ำตาลนวลโค้งตัวลงอย่างงดงาม
"ผม โนอาห์ เซนต์ วาล์ดครอยซ์ ยินดีที่ได้พบครับ เลดี้เอเลน่า”
"เอเลน่า อาเชนวาลด์ ค่ะ... ขอบคุณที่ท่านชายโนอาห์ช่วยไว้นะคะ" ทว่าดวงตาสีแดงยังคงจับจ้องลึกลงไปในดวงตาน้ำแข็งของเขาอย่างค้นหา
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ ผมแค่ไม่อยากเห็นเลดี้ตัวน้อยโดนกลั่นแกล้งต่อหน้าต่อตาเท่านั้นเอง" โนอาห์ยิ้มตาหยี เป็รอยยิ้มที่ดูชิลและจริงใจเสียจนน่าประหลาด
"เอเลน่า!"
เสียงะโเรียกดังขึ้นพร้อมกับร่างของไอแซคที่เดินจ้ำอ้าวเข้ามาหาด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยอ่อนและผมเผ้าเริ่มยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากการฝ่าวงล้อมเลดี้ออกมา
"เธอหายไปไหนมา! ฉันบอกให้เธออยู่ใกล้ๆไว้ไม่ใช่หรือไง"
"หนูแค่เดินมาหาอะไรทานน่ะค่ะท่านพี่" เอเลน่าตอบเสียงเรียบ พลางมองไอแซคที่เริ่มบ่นพึมพำเื่ความไม่ระวังตัวของเธอราวกับคุณพ่อจอมจุกจิก
"ขออภัยที่ขัดจังหวะนะครับคุณชายไอแซค" โนอาห์เอ่ยทักทายขึ้น ทำเอาไอแซคชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองสลับระหว่างเด็กสาวกับคุณชายตระกูลวาล์ดครอยซ์ด้วยความสงสัย
"คุณชายโนอาห์? ทำไมทั้งสองคนถึงมาอยู่ด้วยกันได้..."
“ราชวงค์โซลาริสแห่งจักรวรรดิออเรเลีย เสด็จ!”
บรรยากาศในโถงจัดเลี้ยงเงียบกริบลงในพริบตา ทุกสายตาจับจ้องไปยังบันไดวนหินอ่อนที่ทอดตัวลงมาจากชั้นบนสุด
"องค์จักรพรรดิ เอเดรียน ฟีบัส โซลาริส และ ราชินี อิซาเบลล่า แคสแซนดร้า โซลาริส!"
เ้าแห่งจักรวรรดิปรากฏกายในฉลองพระองค์สีน้ำเงินเข้มขลิบขาว ดูเคร่งขรึมและทรงพลัง เส้นผมสีแพลทินัมบลอนด์และดวงตาสีทองอำพันดุจดวงตะวันอันเป็เอกลักษณ์ของสายเืโซลาริสเปล่งประกายเจิดจ้า เคียงข้างด้วยราชินีอิซาเบลล่าในชุดราตรีสีเดียวกัน ทว่าดวงตาคมดุสีน้ำตาลและเส้นผมสีดำขลับของเธอกลับให้ความรู้สึกดุดันดั่งนางพญา
"องค์รัชทายาท ยูเลี่ยน ลูมิแอร์ โซลาริส!"
ร่างของเด็กชายวัยสิบสองปี ก้าวตามลงมาอย่างมั่นคง แม้รูปร่างจะดูซูบผอมและใบหน้าซีดเซียวจากอาการประชวรเรื้อรัง แต่รัศมีที่แผ่ออกมากลับดูเยือกเย็นและลึกลับจนน่าเกรงขาม ดวงตาสีทองของเขานิ่งสงบราวกับก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ยากจะหยั่งถึง
"องค์ชายลำดับที่สอง วิกเตอร์ อพอลโล โซลาริส!"
วิกเตอร์องค์ชายในวัยสิบปีเดินเชิดหน้าอย่างถือดี เส้นผมสีบลอนด์สว่างของเขาสะท้อนแสงไฟเด่นชัด รอยยิ้มมั่นใจถูกส่งให้เหล่าลูกหลานขุนนางในโถงเบื้องล่าง
"และ... องค์หญิงเอลิเซ่ โซลาริส!"
เด็กหญิงตัวน้อยวัยห้าขวบ เดินรั้งท้ายด้วยท่าทางประหม่า เธอไม่มีชื่อกลางอย่างพี่ชายทั้งสองคนตามกฎของราชวงศ์และชนชั้นสูงที่ต้องรอจนกว่าจะอายุครบสิบปี ทว่าสีผมและสีตาของเธอกลับชัดเจนตามสายเืโซลาริสไม่ผิดเพี้ยน
ทางเดินถูกแหวกออกเป็วงกว้างโดยสัญชาตญาณเมื่อกลุ่มราชวงศ์ก้าวลงมาสู่โถงชั้นล่าง เสียงฝีเท้าที่ลงจังหวะอย่างสม่ำเสมอท่ามกลางความเงียบงันสร้างแรงกดดันจนเหล่าขุนนางต้องรีบก้มศีรษะลงทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง
เอเลน่าก้มตัวลงตามมารยาทเคียงข้างไอแซคและโนอาห์ ทว่าััจากสายตาที่จ้องเขม็งมาทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบที่แผ่นหลัง ความอยากรู้อยากเห็นผลักดันให้เธอตัดสินใจแอบเงยหน้าขึ้นเพียงเล็กน้อย
เป็จังหวะเดียวกับที่ ยูเลี่ยน ลูมิแอร์ โซลาริส กำลังเดินผ่านจุดที่เธอยืนอยู่พอดี
เด็กชายผู้ดูซูบเซียวชะลอฝีเท้าลงเล็กน้อย ดวงตาสีทองอำพันคู่นั้นไม่ได้ฉายแววอ่อนแรงอย่างที่ร่างกายแสดงออก แต่มันกลับวาวโรจน์และลึกล้ำ มุมปากของเขาหยักยิ้มขึ้นเพียงบางเบารอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความนัยบางอย่าง สายตาที่มองมาที่เอเลน่านั้นอ่านไม่ออก ทว่ากลับทรงพลังจนเธอรู้สึกเหมือนถูกพันธนาการไว้ด้วยมนตร์สะกด
ยูเลี่ยนเบนสายตาไปยังเด็กชายผมน้ำตาลนวลที่ยืนอยู่ข้างกายเธอ โนอาห์ เซนต์ วาล์ดครอยซ์ กลายเป็เป้าหมายของรังสีคุกคามที่รุนแรง สายตาสีทองคู่นั้นจ้องมองโนอาห์ด้วยความเ็าและตำหนิ
โนอาห์ที่กำลังก้มหน้าอยู่ถึงกับชะงักไป สันหลังของเขารู้สึกเย็นวาบเหมือนถูกสัตว์ร้ายจ้องตะครุบ ความรู้สึกไม่เป็มิตรที่แผ่ซ่านมาจากองค์รัชทายาทนั้นชัดเจนจนเขาเกิดความฉงนสงสัย
'เราไปทำอะไรให้เขาขุ่นเคืองกัน?' โนอาห์รีบก้มหน้าลงต่ำกว่าเดิมเพื่อเลี่ยงการปะทะโดยตรง ในขณะที่รัชทายาทก้าวเดินไปพร้อมกับราชวงศ์อย่างสง่างาม ทิ้งไว้เพียงความตึงเครียดที่ยังคงอบอวลอยู่ในอากาศ
เมื่อเหล่าราชวงศ์ก้าวขึ้นสู่แท่นประทับสูงสง่าและนั่งลงประจำที่ บรรยากาศอันตึงเครียดเมื่อครู่ก็เริ่มผ่อนคลายลงเล็กน้อย จักรพรรดิเอเดรียนขยับร่างกายเล็กน้อยก่อนจะเริ่มปราศรัยเปิดงานอย่างเป็ทางการ น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังดังก้องไปทั่วห้องโถง เนื้อความกล่าวถึงความรุ่งเรืองของจักรวรรดิและการขอบคุณเหล่าขุนนางที่มารวมตัวกันในค่ำคืนนี้
ทว่า... ในขณะที่คนทั้งห้องโถงกำลังจดจ่ออยู่กับสุนทรพจน์ขององค์จักรพรรดิ เอเลน่ากลับกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการณ์ส่วนตัว
'แย่ละ... ไม่น่าห่วงกินเลยเรา' เด็กสาวลอบครางในใจ พลางขยับขาไปมาอย่างกระวนกระวาย น้ำผลไม้สองแก้วใหญ่ที่เธอดื่มรวดเดียว กำลังแผลงฤทธิ์เข้าให้แล้ว
"ท่านพี่ไอแซค... หนูขอไปทำธุระส่วนตัวสักครู่นะคะ" เอเลน่ากระซิบพลางดึงชายเสื้อของเขา
ไอแซคก้มลงมองเด็กสาวด้วยแววตาเป็ห่วง "หืม? ให้ฉันพาไปไหม หรือจะให้เรียกข้ารับใช้..."
"ไม่เป็ไรค่ะ หนูจำทางได้ ห้องน้ำอยู่ถัดไปไม่ไกลนี่เอง" เอเลน่ารีบโบกไม้โบกมือปฏิเสธ เธอไม่อยากให้ไอแซคเสียกิริยาต่อหน้าขุนนางคนอื่นในขณะที่จักรพรรดิกำลังตรัสอยู่
"ถ้าอย่างนั้นก็รีบไปรีบมานะ" ไอแซคกำชับด้วยสีหน้าจริงจัง
"หลังจากจบการปราศรัย แต่ละตระกูลต้องเข้าไปถวายความเคารพและพูดคุยต่อหน้าราชวงศ์ตามลำดับทิศ อย่าให้ทางนั้นเรียกหาแล้วเธอไม่อยู่ล่ะ มันจะดูไม่ดี"
"ทราบแล้วค่ะ จะรีบกลับมานะคะ" เอเลน่าพยักหน้าให้ไอแซคและโค้งลาโนอาห์ที่มองมาด้วยรอยยิ้มจางๆ ก่อนจะรีบหมุนตัวและก้าวเดินอย่างรวดเร็ว
ในขณะนั้นเอง ยูเลี่ยนยกมือที่สั่นเทาขึ้นปิดปาก ลอบไอออกมาเบาๆ ก่อนจะหันไปสบตากับหัวหน้ามหาดเล็กที่ยืนเฝ้าอยู่ไม่ไกลด้วยแววตาที่เรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยคำสั่ง
"กระหม่อมเห็นควรว่า... องค์รัชทายาทควรไปพักสักครู่พ่ะย่ะค่ะ" มหาดเล็กเฒ่าที่สังเกตเห็นอาการมาสักพักรีบก้าวเข้ามากระซิบอย่างรู้หน้าที่
"อืม..." ยูเลี่ยนตอบรับในลำคอเพียงสั้นๆ เสียงของเขาแหบพร่ากว่าปกติ
เขาพยายามทรงตัวลุกขึ้นอย่างมั่นคงที่สุดเพื่อไม่ให้เสียกิริยาต่อหน้าเหล่าขุนนางที่อยู่เบื้องล่าง ยูเลี่ยนทำความเคารพองค์จักรพรรดิ และราชินีด้วยท่วงท่าที่สมบูรณ์แบบ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปทางประตูด้านหลังบัลลังก์ โดยมีเหล่าข้ารับใช้คอยประคองเดินนำไปตามโถงทางเดินที่เงียบสงัดมุ่งหน้าสู่ห้องพักรับรองส่วนพระองค์
ทว่า... ในขณะที่ฝีเท้าก้าวเดินไปตามทางเดินที่ทอดยาว ดวงตาสีทองอำพันกลับวาวโรจน์ขึ้น
"ส่งฉันแค่นี้พอ...อย่าให้ใครเข้ามารบกวนฉันเด็ดขาด"
ทันทีที่เหล่าข้ารับใช้ส่งเขาถึงหน้าห้อง
พัก โดยไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ทันทีที่ประตูห้องปิดลง ร่างของรัชทายาทกลับจางหายไปในเงามืดอย่างลึกลับ
