การเดินทางไปเมืองหลงเฉิงของจื่อหนิงต่อจากนี้นางมิได้เร่งรีบ เนื่องจากอีกไม่กี่วันนางก็พาซื่อจื่อน้อยกลับถึงจวนหลี่อ๋องอย่างปลอดภัย แต่เื่ที่จื่อหนิงหลบหนีจากหมู่บ้านไป๋หยุน อารองอย่างหร่วนชางกุ้ยได้ส่งข่าวไปถึงบิดาของนางแล้ว
ย้อนกลับไปในวันที่คนในเรือนของหร่วนชางกุ้ย ถูกจื่อหนิงวางยาสลบและค้นเอาของมีค่าภายในเรือนไปจนเกลี้ยง ยามที่ทั้งห้าคนรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เห็นสภาพข้าวของถูกรื้อค้นไปทั่วทุกห้อง แต่ละคนรีบตรวจดูข้าวของรวมถึงสมบัติของตน แต่กลับพบเจอแค่เพียงความว่างเปล่าเท่านั้น
เจียงหรงผิงที่ซ่อนทั้งเงินและเครื่องประดับไว้ รีบเปิดดูหีบใบเล็กของตนเมื่อเห็นด้านในถึงกับทรุดลงกับพื้นทันที
“ไม่มี...มันจะหายไปไปอย่างไรข้าเก็บไว้อย่างดีนี่นา ไม่ เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด โฮ ๆ ๆ สมบัติของข้าไม่เหลือแล้ว”
“มันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเรากันแน่ เงินทองที่ข้าอุตส่าห์เก็บสะสมไว้จะหายไปได้อย่างไร อ๊าก! ใครมันบังอาจขโมยเงินของข้า อย่าให้ข้าตามไปจับตัวกลับมาได้เชียวเ้าหัวขโมย เ้าไม่ได้ตายดีแน่ ฮึ่ย”
กรี๊ด! “ท่านแม่เครื่องประดับของข้าไม่เหลือเลยเ้าค่ะ มีคนขโมยเครื่องประดับของข้าไปท่านแม่ ฮือ ๆ ๆ ท่านต้องซื้ออันใหม่ให้ข้านะ”
ปัง! "บัดซบ! ต้องเป็นังหลานตัวดีจื่อหนิงแน่ ๆ ที่ขโมยข้าวของในบ้านของเราไปจนหมด จากนั้นก็หลบหนีออกจากหมู่บ้านไป อย่าให้รู้นะว่าเ้าหลบหนีไปอยู่ที่เมืองใด หากข้าจับได้เมื่อไหร่จะสับเ้าเป็ชิ้น ๆ คอยดู”
ตอนนี้ในเรือนตระกูลหร่วนกลวงโบ๋ ไม่มีแม้แต่เหรียญอีแปะไว้ซื้อเนื้อ เพราะจื่อหนิงไม่ได้ใจดีเหลือเงินไว้ให้ หร่วนชางกุ้ยขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างอาฆาต จนเขาฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเื่นี้ต้องรีบบอกกับพี่ชายโดยเร็ว
หร่วนชางกุ้ยปล่อยให้คนอื่น ๆ ตีอกชกตัวเพราะสมบัติหายไป ส่วนตนเองรีบหากระดาษพู่กันมาเขียนจดหมาย ภายในเนื้อหานอกจากบอกเล่าเื่ที่จื่อหนิงหลบหนีไปได้ ยังโยนความผิดทุกอย่างให้กับนางและหวังให้พี่ชายส่งเงินมาให้ตนกับครอบครัว
ปัจจุบัน ณ จวนตระกูลหร่วนในเมืองหลวง
ขณะที่หร่วนฉินหงกำลังนั่งทำงานอยู่ในห้อง คนสนิทอย่างเสี่ยวรุ่ยก็ถือจดหมายที่พ่อบ้านนำมามอบให้ เดินเข้าไปหาเ้านายหลังจากได้รับอนุญาต
“นายท่านจดหมายจากหมู่บ้านไป๋หยุนขอรับ”
หร่วนฉินหงเลิกคิ้วหนาขึ้นเล็กน้อย เขารู้สึกแปลกใจที่น้องชายส่งจดหมายมาติด ๆ กันเช่นนี้ “เมื่อหลายวันก่อนก็เพิ่งส่งมามิใช่รึ”
เสี่ยวรุ่ยไม่ได้ตอบเขาเพียงยื่นจดหมายไปตรงหน้า รอให้หร่วนฉินหงรับมันไปเปิดอ่านเพียงเท่านั้น ถึงอยากตอบเสี่ยวรุ่ยย่อมคิดได้เพียงเื่เดียว คือการเขียนจดหมายมาขอเงินจากบ้านรองของเ้านาย
พรึบ! “เ้าพวกโง่เง่า! แค่หญิงสาวร่างกายอ่อนแอคนเดียว ยังปล่อยให้หนีออกจากหมู่บ้านไปได้ เ้าพวกตัวไร้ประโยชน์”
“นายท่านเกิดอันใดขึ้นที่หมู่บ้านไป๋หยุนหรือขอรับ”
“หึ จะเื่อะไรอีกเล่าก็น้องชายของข้าน่ะสิ ไปทำอีท่าไหนก็ไม่รู้ปล่อยให้เด็กคนนั้นหลบหนีไปได้ หากนางคิดมาตามหาข้าที่เมืองหลวง แล้วเื่นี้ทราบไปถึงฝ่าาละก็ การเลื่อนขั้นเป็เสนาบดีกรมพิธีการของข้าคงเป็ไปไม่ได้อีก” หร่วนฉินหงพูดอย่างเดือดดาล
เสี่ยวรุ่ยที่พอจะรู้ความลับเื่นี้อยู่พอสมควร เขาย่อมรู้ดีว่าหร่วนฉินหง้าตำแหน่งนี้มากเพียงใด หากไม่มีนิ่งฮูหยินที่ตกหลุมรักเ้านายั้แ่แรกเห็น เมื่อสอบเป็จอหงวนได้ใต้เท้านิ่งจึงเรียกตัวมาพบ เพื่อพูดคุยเื่การแต่งงานและยังสนับสนุนหร่วนฉินหง ในการสร้างผลงานให้กับราชสำนักจนไต่เต้ามาถึงตำแหน่งรองเสนาบดี
“นายท่าน้าให้ข้าช่วยจัดการเื่นี้หรือไม่ หากนางมีร่างกายที่อ่อนแอคงหลบหนีไปได้ไม่เร็วนัก เพราะต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอีกนานกว่าจะกลับมาแข็งแรงดังดะ...” แต่เสี่ยวรุ่ยยังพูดไม่จบก็มีเสียงสตรีผู้เป็นายหญิงของจวนดังแทรกเข้ามา
“ท่านพี่จะให้เสี่ยวรุ่ยไปจัดการผู้ใดหรือเ้าคะ แล้วใครกันที่ร่างกายอ่อนแอแต่ยังคิดหลบหนี” นิ่งฮูหยินเอ่ยถามสามีแม้น้ำเสียงจะดูธรรมดา แต่แววตากลับหาได้ล้อเล่นเช่นน้ำเสียงไม่
“ฮูหยินมาพบข้าถึงห้องหนังสือ หรือว่าท่านพ่อตามีเื่อันใดเกี่ยวกับข้าหรือไม่” หร่วนฉินหงไม่ได้ตอบคำถามฮูหยินของตน แต่เฉไฉถามนางกลับไปเสียอย่างนั้น
นิ่งฮูหยินจ้องมองสามีด้วยท่าทางสงบนิ่ง ท่าทีเช่นนี้หร่วนฉินหงย่อมรู้ดีว่านางกำลังไม่พอใจ “ท่านพี่ยังไม่ได้ตอบคำถามของข้านะเ้าคะ ตกลงว่าท่านกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่ ที่ข้าอยากรู้เพราะบางทีอาจช่วยท่านจัดการได้”
หร่วนฉินหงถอนหายใจเบา ๆ เขาก้มหน้าหลุบตามองพื้น จากนั้นจึงเอ่ยถึงเื่ของบุตรสาวอย่างจื่อหนิง “เฮ้อ ได้ ข้าจะบอกเ้าว่าเื่ที่จะให้เสี่ยวรุ่ยไปจัดการ คือเื่ของบุตรสาวข้าที่หมู่บ้านไป๋หยุน ตอนนี้นางได้หลบหนีออกมาจากหมู่บ้านแล้ว ข้าจึงรู้สึกกังวลใจเกรงว่านางจะทำให้ข้าพลาดตำแหน่งเสนาบดีในครั้งนี้น่ะ”
“หึ ลูกสาวของท่านกับภรรยาหน้าโง่นั่นน่ะหรือ นางหลบหนีออกมาได้แล้วอย่างไร ท่านพี่คิดว่าหญิงสาวที่เดินทางเพียงลำพัง จะมีชีวิตรอดมาถึงเมืองหลวงได้อย่างนั้นหรือ ต่อให้นางมาถึงเมืองหลวงจริงก็เท่านั้น หากนางไม่มีหลักฐานพูดจนปากฉีกก็ไม่มีใครเชื่อหรอกนะท่านพี่” นิ่งฮูหยินมั่นใจว่าสามีจะเลื่อนตำแหน่งได้โดยไร้อุปสรรค
“ถึงอย่างนั้นก็เถอะฮูหยิน แต่เราไม่ควรชะล่าใจจนเกินไป เื่นี้ให้เสี่ยวรุ่ยพาคนไปจัดการให้เรียบร้อย กันไว้ดีกว่าต้องมานั่งแก้ปัญหาทีหลังมิใช่หรือฮูหยิน” อย่างไรเสียหร่วนฉินหงก็ไม่วางใจ หากไม่กำจัดจื่อหนิงให้พ้นเส้นทางแห่งอำนาจของตน
“เอาเช่นนั้นก็ได้เ้าค่ะ หวังว่าจะไม่ถูกทางการจับได้จนกลายเป็เื่ใหญ่ ก่อนที่ฝ่าาจะทรงลงพระนามเลื่อนตำแหน่งของท่านพี่นะเ้าคะ” ในเมื่อสามีตัดสินใจจะลงมือเอง นางก็พูดอันใดไม่ได้เพราะนั่นเป็เื่เก่า ที่ผู้เป็สามีต้องแก้ไขมันด้วยตนเอง
หร่วนฉินหงโล่งอกที่ฮูหยินของตนไม่รั้นเข้ามาวุ่นวาย หากนางไม่ยอมลงให้เื่อาจจะบานปลายก็เป็ได้ “ขอบใจฮูหยินที่เข้าใจข้า เ้าอย่าได้กังวลเื่นี้จะจัดการให้เงียบที่สุด ข้าไม่มีทางให้เกิดผลกระทบกับการเลื่อนตำแหน่งแน่นอน”
“เ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวกลับเรือนก่อนนะเ้าคะ”
“อืม”
หร่วนฉินหงรอให้นิ่งฮูหยินออกจากห้องไป เขาถึงหายใจหายคอได้สะดวกกว่าเดิมเล็กน้อย และรีบสั่งการกับเสี่ยวรุ่ยต่อทันที “เสี่ยวรุ่ยเ้ารีบไปจัดการนางให้เรียบร้อย หากนาง้าเงินก็มอบให้นางไป แต่อย่าลืมให้นางลงชื่อในหนังสือสัญญา แต่ถ้านางดื้อรั้นคิดจะทำลายอนาคตของข้า ก็กำจัดนางให้ตามมารดาของนางไปเสีย เข้าใจหรือไม่”
“บ่าวทราบแล้วขอรับ”
“เ้าออกเดินทางวันนี้เลยก็แล้วกัน อย่าลืมส่งข่าวมาถึงข้าเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว”
“ขอรับนายท่าน บ่าวขอตัวก่อนขอรับ”
เมื่อหลงเข้าไปสู่วังวนแห่งอำนาจ จิตสำนึกของความเป็มนุษย์ย่อมถูกความทะยานอยากครอบงำไปจนสิ้น ไม่สนว่าคนที่คิดจะกำจัดจะเป็เืเนื้อเชื้อไขของตน ขอเพียงเส้นทางที่เดินไร้อุปสรรค อำนาจที่้าย่อมอยู่ในกำมือได้ไม่ยาก
แต่ภารกิจนี้ของเสี่ยวรุ่ยต้องทำให้เ้านายผิดหวัง เพราะไม่มีใครรู้ว่าจื่อหนิงหลบหนีไปอยู่ที่ใด ถึงจะมีภาพเหมือนถือไปถามไถ่ชาวบ้าน ย่อมไม่มีใครรู้จักนางอยู่แล้ว เพราะนางแทบไม่ได้พบเจอผู้คน นอกจากชาวบ้านในหมู่บ้านไป๋หยุนเท่านั้น
