หลี่ชิงชิงหยิบเม็ดยาออกมา ก่อนจะส่งให้เทียนเป่ากินเข้าไป หลังจากนั้นก็ยืมกรรไกรและสุราจากท่านหมอเติ้ง นางฆ่าเชื้อกรรไกรด้วยสุราและไฟ ก่อนจะใช้กรรไกรกรีดแผลของเทียนเป่าให้เปิดออกเล็กน้อย เผยให้เห็นเนื้อสดด้านใน ก่อนจะโรยผงยาภายนอกลงบนาแ และให้ยาอีกสามเม็ดแก่เทียนเป่า สั่งให้เขากินยาหนึ่งเม็ดทุกวัน โดยเริ่มั้แ่วันพรุ่งนี้เป็ต้นไป เพื่อกำจัดสารพิษที่เหลืออยู่ด้วยพิษร้อน สุดท้ายยังกำชับให้เขาระมัดระวังเื่เหล่านี้ ห้ามมิให้าแโดนน้ำ หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารรสเผ็ดร้อน มีกลิ่นฉุน มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของหัวใจ หรืออาหารจำพวกยาบำรุงทั้งหลาย
น้ำตาของเทียนเป่าหยุดไหลเรียบร้อยแล้ว เขาขอบคุณหลี่ชิงชิงยกใหญ่ “าแมิได้เจ็บมากมายถึงขนาดนั้นแล้ว ข้าดีขึ้นมากเลยทีเดียว”
“ท่านหมอหญิงช่างมีฝีมือเก่งกาจนัก นางช่วยชีวิตของพ่อค้ากบเอาไว้ได้”
“เป็เช่นนี้ก็ดียิ่ง ต่อจากนี้ตำบลไท่ของพวกเราก็จะไม่มีคนตายอีกต่อไป”
“์ปกปักรักษา โชคดีที่พ่อค้ากบได้พบท่านหมอหญิง”
“หลี่ซื่อ แม่นางน้อยผู้นี้เป็ญาติของเ้าหรือ?” มีใครบางคนสืบข่าวจากหลี่หลานหลาน
หลี่หลานหลานไม่ได้สับสนอีกต่อไปแล้วว่าน้องสาวของนางไปเรียนรู้วิชาแพทย์มาั้แ่เมื่อใด นางยืดอกเอ่ยอย่างภาคภูมิใจว่า “ใช่ นางเป็น้องสาวของข้า เป็น้องสาวแท้ๆ ของข้า”
หลี่ชิงชิงเอ่ยกับเทียนเป่าท่ามกลางเสียงสรรเสริญเยินยอจากเหล่าฝูงชน “วันนี้ท่านอย่าได้เดินเยอะ หากครอบครัวของท่านมาถึง ก็ให้พวกเขาอุ้มท่านกลับบ้านเสีย”
มีใครบางคนถามขึ้นมาว่า “ท่านหมอหญิงจะคิดค่ายาเท่าไรหรือ?”
เทียนเป่าเงี่ยหูฟัง ต่อให้ค่ายาจะสูงเป็ราคาหลายตำลึง ต่อให้เขาจำเป็ต้องขายที่ดิน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็จะต้องจ่ายเงินจำนวนนี้ออกไปให้ได้ เพราะหากไม่มียา เขาก็คงไม่มีลมหายใจเช่นกัน
แววตาของหลี่ชิงชิงไม่ไหวติง สงบนิ่งไร้การเคลื่อนไหว “ข้าไม่มีค่ารักษาที่ตายตัวสำหรับผู้ป่วย หากครอบครัวของผู้ป่วยมีฐานะดีก็จ่ายมากหน่อย หรือหากผู้ป่วยอยู่ในครอบครัวที่ฐานะไม่ดี จะจ่ายน้อยหน่อยหรือไม่จ่ายเลยก็มินับเป็ปัญหา”
ก่อนหน้านี้ที่นางยังอยู่ที่หมู่บ้านตระกูลหวัง และรักษาให้คนในสกุลหวัง คนป่วยเ่าั้ล้วนเป็ชาวบ้านธรรมดาๆ แสนยากจน นางจึงไม่เคยรับเงินของพวกเขาเลยสักตำลึง ทว่าพวกเขาก็รู้สึกไม่สบายใจหากจะรับการรักษาและรับยาไปโดยมิได้ตอบแทนสิ่งใด ดังนั้นจึงมักจะมอบผัก ไข่ ผลไม้และสิ่งของต่างๆ เพื่อแสดงความขอบคุณแทน
ไม่กี่วันก่อนนางได้ช่วยรักษาแผลาเ็บนมือเพราะมีดทำครัวของหลิวซื่อจากหมู่บ้านอื่น หลังจากนั้นมารดาของหลิวซื่อก็เชิญนางไปร่วมดื่มด่ำกับงานเลี้ยงมงคล ต่อมาหลิวซื่อยังได้มอบไข่ไก่สิบฟองให้นางเพื่อเป็การตอบแทน
ยาที่นางมอบให้เทียนเป่าครั้งนี้ แท้จริงแล้วทั้งขั้นตอนการทำ ทั้งการเก็บสมุนไพรและขั้นตอนการปรุงยาออกมานั้น นางเปลืองแรงกายแรงใจไปไม่น้อย ทว่าเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าที่พ่อค้าขายกบสวมใส่นั้นเปื่อยยุ่ย และยังเก่าขาดมากเพียงใด ครอบครัวยากจนข้นแค้นขนาดไหน สุดท้ายนางจึงมิได้เอ่ยถึงค่ายา
ชายชราหนวดเคราขาวผู้รู้หนังสือคนหนึ่ง เอ่ยปากพร้อมทอดถอนใจ “ท่านหมอหญิงช่างมีคุณธรรมเปี่ยมล้น!”
ทุกคนต่างพากันเอ่ยสรรเสริญ “ท่านหมอหญิงมีหัวใจเมตตาดั่งพระโพธิสัตว์”
“ช่วยชีวิตคนเอาไว้ได้ แต่กลับไม่เรียกร้องค่ารักษาหรือค่ายา ท่านหมอหญิงช่างมีเมตตาที่ยิ่งใหญ่จริงๆ”
วินาทีนั้นความรู้สึกซาบซึ้งในใจของเทียนเป่ายิ่งเพิ่มทวี เพียงแต่เขาเป็คนพูดไม่เก่ง คิดทบทวนไปมาอยู่หลายตลบก็เอ่ยได้เพียงว่า “ชาตินี้ข้าจะเป็วัวเป็ม้าให้กับท่าน”
“ไม่ทราบว่าบ้านของท่านหมอหญิงอยู่ที่ใดหรือ?” สายตาที่ท่านหมอเติ้งใช้มองไปยังหลี่ชิงชิงเปี่ยมล้นไปด้วยความชื่นชม น้ำเสียงเองก็นอบน้อมและจริงใจอย่างที่สุด “วันหลังข้าขอไปเยี่ยมบ้านของท่าน เพื่อคารวะท่านเป็อาจารย์สอนวิชาแพทย์”
เขาหมกตัวอยู่ในร้านขายยาในอำเภอมานานหลายปี แต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยได้เห็นหรือแม้กระทั่งได้ยินมาก่อนว่า มีผู้ใดที่สามารถล้างพิษงูใบไผ่เขียวได้
ยิ่งเห็นว่าท่านหมอหญิงสวมเสื้อผ้าราบเรียบไม่ฉูดฉาด รักษาคนจนโดยไม่คิดเงิน นางย่อมต้องเป็จอมยุทธ์พเนจรจากูเาสักลูกแน่ๆ
เหล่าจอมยุทธ์ในแคว้นต้าถังล้วนมีฝีมือที่เก่งกาจยอดเยี่ยม พฤติกรรมที่แปลกประหลาด ไม่เปิดเผยตัวตนแก่คนในใต้หล้า และไม่คิดจะยอมจำนนต่อราชสำนักของฮ่องเต้
เทียนเป่าเงี่ยหูตั้งใจฟังอีกครั้ง เขาจะต้องจดจำที่อยู่ของผู้มีพระคุณไว้ให้ขึ้นใจ
หลี่หลานหลานช่วยตอบแทนหลี่ชิงชิงว่า “ท่านหมอเติ้ง นางคือน้องสาวของข้าเสี่ยวหลี่ซื่อ ครอบครัวสามีของนางอยู่ในหมู่บ้านสกุลหวังใกล้ๆ อำเภอเหอ สามีของน้องสาวข้าเป็ทหาร และน้องสาวของข้าก็เป็คนในครอบครัวของทหารประจำการ”
หลี่ชิงชิงผงกศีรษะไปทางท่านหมอเติ้งเบาๆ
ท่านหมอเติ้งงงงัน ที่แท้แล้วหลี่ชิงชิงหาใช่จอมยุทธ์พเนจรไม่ ทว่าเป็ภรรยาของทหารในหมู่บ้านชนบทธรรมดา
และในยามที่ท่านหมอเติ้งยังตกอยู่ในอาการอึ้งค้าง หลี่ชิงชิงก็หมุนกายจากไป เทียนเป่าไม่กล้าขยับตัวเคลื่อนไหว จึงทำเพียงโขกศีรษะให้กับเงาร่างด้านหลังของหลี่ชิงชิง ชาวบ้านทั้งหลายล้วนมองส่งนางด้วยสายตาแห่งความเคารพแลชื่นชม
“ข้าจะบอกให้ว่าเ้านี่ช่างขวัญกล้าเทียมฟ้าจริงๆ ยาของเ้าช่างวิเศษเหลือเกิน เพียงครู่เดียวก็ช่วยรักษาชีวิตของเทียนเป่าเอาไว้ได้แล้ว” หลี่หลานหลานเดินไปพลางพูดไปพลาง นางประทับใจจนทนแทบไม่ไหว
เฝิงซื่อสี่เอ่ยกับหวังจวี๋ว่า “พี่สะใภ้ของเ้าช่างประเสริฐจริงๆ”
หวังจวี๋ยิ่งเอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ “อืม พี่สะใภ้สามของข้ารักษาคนในหมู่บ้านของพวกเราไปไม่น้อยเลย”
เฝิงซื่อสี่เอ่ยขึ้นอีกว่า “เมื่อครู่นี้เ้าเก่งมาก กล้าที่จะลุกขึ้นพูด ไม่เหมือนข้าที่ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดปากด้วยซ้ำ”
“อันที่จริงข้าก็ไม่ได้รู้จักคนเ่าั้เลยแม้แต่คนเดียว ข้าเพียงอยากปกป้องไม่ให้พวกเขาเข้าใจพี่สะใภ้สามของข้าผิด ข้าก็เลยเอ่ยออกไปเช่นนั้น ยามที่พูดน้ำเสียงของข้าเบายิ่งนัก ไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้ยินหรือเปล่า” หวังจวี๋เริ่มพูดเก่งขึ้นเรื่อยๆ
หลังจากกลับมาถึงบ้าน หลี่หลานหลานก็รีบลากหลี่ชิงชิงเข้าไปในห้องนอน นางปิดทั้งประตูและหน้าต่าง “เ้ารีบบอกข้ามาเร็ว เ้าไปเรียนวิชาแพทย์มาจากที่ใด?”
“หนังสือแพทย์ที่หวังเฮ่าทิ้งไว้ให้ข้า” หลี่ชิงชิงหาข้ออ้างแก้ตัวไปเรื่อย อย่างไรเสียหวังเฮ่าก็ประจำการอยู่ในกองทัพ ต่อให้เขากลับบ้านก็กลับมาพักเพียงไม่กี่วัน หลี่หลานหลานย่อมไม่มีโอกาสได้พบเพื่อยืนยันเื่นี้แน่นอน
หลี่หลานหลานเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ “น้องเขยมีหนังสือแพทย์ด้วยหรือ?”
หลี่ชิงชิงหลุบสายตาลงก่อนเอ่ยว่า “มีเ้าค่ะ และยังมีหนังสือดีๆ อีกหลายเล่ม ตอนแรกตัวอักษรที่ข้ารู้ยังมีไม่มาก ทว่าหลายเดือนที่ผ่านมานี้ข้าไม่มีเื่อันใดให้ทำมากนัก จึงเอาแต่หมกตัวอ่านหนังสือ อ่านไปอ่านมาก็เริ่มเข้าใจขึ้นมาเ้าค่ะ”
หลี่หลานหลานเอ่ยถามอย่างสงสัย “วิธีการทำซาลาเปานั่น เ้าเองก็เรียนรู้มาจากหนังสือเช่นกันหรือ?”
“ถูกต้องเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงยังคงโกหกต่อไป
หลี่หลานหลานทอดถอนใจทันที “มิน่าเล่าเขาถึงบอกว่าอย่าให้สตรีได้รู้หนังสือมาก ที่แท้ก็เป็เพราะสตรีนั้นเรียนรู้ได้เก่งกว่าบุรุษนี่เอง พวกบุรุษกลัวว่าสตรีอย่างเราจะมีวิชาความรู้มากเกินไป ถึงไม่ยอมให้พวกเราได้เล่าเรียน”
“อา ใช่ ใช่แล้วเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงหัวเราะคิกคัก “พี่หญิง ท่านฉลาดหลักแหลมจริงๆ คิดได้ทะลุปรุโปร่งถึงเพียงนี้”
“ใช่แล้ว แต่ก่อนที่เ้ารู้หนังสือ เป็เถียนถงเซิงที่สอนเ้าใช่หรือไม่?” หลี่หลานหลานกดเสียงเบาเอ่ยถาม ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มชั่วร้าย “หากหลินซื่อมารดาของเทียนถงเซิงรู้ว่า เ้าทำเงินจากการขายสูตรไข่เค็มได้มากมาย และยังทำซาลาเปาได้อีก วิชาแพทย์ก็มี เกรงว่าคงจะร่ำไห้เสียใจในภายหลังเป็แน่”
นามจริงของเถียนถงเซิงคือเถียนจื้อเกา เขาเป็คนเดียวในหมู่บ้านเสี่ยวเฉวียนที่สอบผ่านจนได้ใช้ชื่อว่าถงเซิง อีกทั้งยังเป็เหมยเขียวม้าไม้ไผ่ เป็คนรักในวัยเด็กของหลี่ชิงชิงอีกด้วย
ครานั้นเป็เพราะหลี่ชิงชิงไม่มีสินเดิมเ้าสาว มิอาจช่วยเหลือเถียนถงเซิงในการสอบ ถึงได้ตัดสินใจไม่ยอมรับในสัญญาหมั้นหมายของเด็กทั้งสอง
หลี่ชิงชิงประหลาดใจกับความคิดความอ่านของพี่สาวคนนี้ที่แล่นได้รวดเร็วฉับไว นางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “เป็เื่จริงที่ว่าหลินซื่อย่อมเสียใจในภายหลัง แต่นางจะไม่ร้องไห้ขมขื่นแน่นอน”
หลังจากนั้นไม่นาน เหล่าคนที่ไปทำงานในอำเภอ ทั้งเฝิงต้าจู้ เฝิงเอ้อร์จู้ เฝิงซานจู้รวมถึงหวังเลี่ยงก็กลับมา
พวกเขาทั้งสี่ออกเดินทางไปั้แ่ก่อนรุ่งสาง ก่อนที่ฟ้าจะสว่างก็เร่งรีบเดินทางไปให้ถึงอำเภอเพื่อสร้างห้องครัวและห้องเก็บของให้ครอบครัวหนึ่ง พวกเขาทำงานกันจนเกือบค่ำถึงเสร็จเรียบร้อย ได้เงินมาทั้งหมดสิบแปดเหรียญทองแดง ไม่ได้รวมข้าวกลางวัน
เฝิงต้าจู้นับว่าเป็คนหนุ่มเต็มตัว ส่วนเฝิงเอ้อร์จู้จะโตเต็มวัยในปีหน้า ตราบใดที่ร่างกายสูงใหญ่และมีพละกำลังแรง ก็นับว่าได้เติบโตเป็ผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว สำหรับสองคนนี้จะได้ค่าแรงคนละหกเหรียญทองแดง
ส่วนเฝิงซานจู้กับหวังเลี่ยงเพิ่งจะอายุสิบขวบ ถือเป็คนงานเด็ก ทั้งสองจึงได้คนละสามเหรียญทองแดงเท่านั้น
หลี่หลานหลานเอ่ยกับหลี่ชิงชิงว่า “น้องเขยของข้ามิได้อยู่ที่บ้านเกิด แต่ทำหน้าที่เป็ทหารซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยลี้ เงินเดือนทหารยังได้ไม่ถึงสองร้อยเหรียญทองแดงต่อเดือนเลยด้วยซ้ำ”
“ใช่ เป็ทหารได้เงินน้อย แต่ก็รวมค่าอาหารและที่พักแล้ว”
“เฮ้อ แค่เงินค่ากินจะมากเท่าไรกันเชียว จะมีผู้ใดกลับไปเฝ้าบ้านเก่งเหมือนเ้ากัน” หลี่หลานหลานยกจานแผ่นแป้งทอดร้อนๆ และน้ำแกงอุ่นๆ จากในครัวไปให้เหล่าบุรุษทั้งห้าทาน หลังจากกลับมาถึงครัวก็เอ่ยอีกว่า “หากน้องเขยมีโอกาสได้กลับมา เ้าก็บอกให้เขากลับมาเถิด อย่างไรเสียในกองทัพก็ไม่ปลอดภัย”
หลี่ชิงชิงค่อยๆ เอ่ยขึ้น “หากไม่มีากองทัพก็ค่อนข้างปลอดภัย ข้าไม่เคยได้ยินว่าจะมีาเกิดขึ้น”
“ผู้ใดบอกว่าจะไม่มีา กองทัพต้องปราบปรามโจร สังหารโจรูเา โจรแม่น้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย”
บุรุษอกสามศอกภายในห้องโถงเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด พวกเขากลืนแป้งทอดที่ทำจากแป้งที่หมักผิดพลาด รวมถึงน้ำแกงผักอย่างตะกละตะกลาม
