หลี่จิงจิงเป็คนที่ทำให้หลินรั่วซีคุยโทรศัพท์พร้อมทั้งยิ้มได้อีกครั้งดูเหมือนอารมณ์ของเธอจะดีขึ้นจากแต่ก่อนเล็กน้อยหลังจากที่ได้พูดคุยกับหลี่จิงจิง
หยางเฉินค่อนข้างแปลกใจที่หลี่จิงจิงโทรมาหาหลินรั่วซีในเวลานี้เท่าที่เขารู้คือทั้งคู่รู้จักกันตอนที่ไปเยี่ยมเด็กกำพร้าในสถานสงเคราะห์ เห็นได้ชัดว่าที่นั่นช่วยให้ทั้งคู่กลายเป็เพื่อนที่ดีต่อกันได้ในท้ายที่สุด
ถึงแม้ว่าเขาจะเคยสัญญากับลุงหลี่เอาไว้แล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับหลี่จิงจิงอีกทั้งหยางเฉินเองก็ยังแสร้งทำเป็ไม่รู้จักเธอตอนก่อนหน้านี้ด้วย แต่ดูเหมือนว่ามิตรภาพระหว่างหลินรั่วซีและหลี่จิงจิงอาจแน่นแฟ้นมากกว่าที่เขาคิดทำให้หยางเฉินไม่แน่ใจว่าหลี่จิงจิงกำลังคิดอะไรอยู่
“คุณหนูดูอารมณ์ดีขึ้นนะคะคุยกับเพื่อนอยู่เหรอ?” ป้าหวัง้าให้หลินรั่วซีก้าวออกมาจากความโศกเศร้าภายในใจเธอเอ่ยถามหลินรั่วซีพร้อมรอยยิ้ม
หลินรั่วซีพยักหน้า “เพื่อนฉันจะมาเยี่ยมบ้านในวันพรุ่งนี้น่ะค่ะ ฉันตอบตกลงกับเธอไปแล้วป้าหวังจะไปซื้อกับข้าวเตรียมไว้เลยหรือเปล่าคะ?”
ป้าหวังเหมือนจะจำเื่บางอย่างขึ้นมาได้เธอมองหยางเฉินครั้งหนึ่งพร้อมกล่าวขึ้น “ก็ดีค่ะคุณหนูเดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าจะไปซื้อผักมาทำอาหารบ้าง”
หยางเฉินไม่เข้าใจว่าทำไมป้าหวังถึงแสดงท่าทางเช่นนั้นออกมาเขาลังเลเล็กน้อยหยางเฉินเองก็้าหลีกเลี่ยงการพบหน้าหลี่จิงจิงในวันพรุ่งนี้
หยางเฉินอดคิดไม่ได้ว่ามันคงจะไม่ถูกต้องนัก หากเขาจะต้องคอยหลบหน้าหลี่จิงจิงไปตลอด บางทีเธออาจมีปัญหาเหมือนกับครั้งก่อนจึงทำให้เธอต้องเดินทางมาที่นี่โดยตรงก็เป็ได้
ทั้งสามคนขับรถกลับไปยังหมู่บ้านสวนหลงจิ่ง ป้าหวังยุ่งอยู่กับการทำกับข้าวในห้องครัว ส่วนหลินรั่วซีเองก็ดูเหน็ดเหนื่อยอยู่เล็กน้อย เธอเดินขึ้นชั้นบนตรงเข้าห้องนอนทันที
หยางเฉินนั่งรอทานอาหารอยู่บนโซฟาอย่างสบายใจในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา
หยางเฉินหยิบโทรศัพท์ออกมาดูอยู่ครู่หนึ่งเขาพบว่าเบอร์ที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอเป็ของหัวหน้าทีมเหยี่ยวทะเล โมลิน
“ท่านเฮดีสมีผู้หญิงคนหนึ่ง้าพบหน้าท่านครับ” น้ำเสียงของโมลินดูติดขัดเล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังลำบากใจอยู่
หยางเฉินขมวดคิ้วลง
เห็นได้ชัดว่าการที่คนคนหนึ่ง้าจะพบเขาโดยที่ไปหาทีมเหยี่ยวทะเลแทน นั่นแสดงว่าอีกฝ่ายจะต้องแข็งแกร่งและไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน
“เธอชื่ออะไร?” หยางเฉินถาม
“นั่นแหละปัญหาครับเธอไม่ยอมบอกชื่อกับผมเลยแต่เธอยืนยันว่าเธอเคยพบกับท่านเฮดีสมาก่อนหน้านี้แล้วครับ”
โมลินพึมพำในโทรศัพท์อย่างไม่พอใจนัก
หยางเฉินถือสายโทรศัพท์ค้างไว้ครู่หนึ่งเขาครุ่นคิดอยู่บนโซฟาถึงห้านาที ถ้าหากเขาเดาไม่ผิดล่ะก็ อีกฝ่ายก็น่าจะเป็คนคนนั้น
หยางเฉินเหลือบมองนาฬิกาบนกำแพงบ้านครั้งหนึ่งเมื่อเห็นว่ายังเหลือเวลาอีกสามชั่วโมงก่อนถึงเวลาอาหารเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปบอกป้าหวังในห้องครัว แล้วรีบออกจากบ้างในทันที
ตรงหน้าทางเข้าของหมู่บ้าน โมลินกำลังยืนรอหยางเฉินอยู่ที่นั่น ถึงแม้ว่าตอนนี้จะอยู่ใน่ฤดูหนาวแต่โมลินกลับสวมเสื้อแขนสั้นสีขาวยืนรอเขาอยู่ ราวกับว่าผู้ชายคนนี้ไม่รู้สึกหนาวแม้แต่น้อย
“นายไม่คิดบ้างเหรอว่าเสื้อผ้าที่นายใส่มันดูแปลกๆ น่ะ?” หยางเฉินกล่าว
ใบหน้าที่เต็มไปด้วยริ้วรอยของโมลินยิ้มขึ้น“เรียนท่านเฮดีส ฤดูหนาวของจีนไม่ค่อยหนาวสักเท่าไหร่หรอกครับ”
ในฐานะที่โมลินเคยเข้าฝึกกับกองกำลังพิเศษทำให้เ้าตัวสามารถทนกับอากาศหนาวที่ติดลบต่ำกว่ายี่สิบองศาได้ สภาพอากาศที่จีนในตอนนี้จึงนับว่าไม่ระคายผิวเขาเลยด้วยซ้ำ
“ไม่ใช่ว่าผมจะว่าอะไรคุณหรอกนะผมรู้ว่าคุณทนอากาศหนาวแบบนี้ได้ แต่ถ้ามากไปมันก็ไม่ดีนักหรอก ถึงมันจะไม่ส่งผลต่อร่างกายมาก แต่มันก็อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจคุณได้นะ” หยางเฉินกล่าว
โมลินแย้มยิ้มและพยักหน้าให้กับหยางเฉินแต่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดจะกลับไปใส่เสื้อกันหนาวแต่อย่างใด โมลินนำหยางเฉินมาที่โรงแรมแห่งหนึ่งภายในห้องโถงใหญ่ของโรงแรม ที่ด้านในมีโต๊ะจัดเตรียมไว้เป็อย่างดี ้าโต๊ะมีถ้วยกาแฟตั้งเรียงเอาไว้อย่างสวยงาม
หยางเฉินพูดกับโมลินคำสองคำ โมลินพยักหน้ารับคำสั่งของหยางเฉิน เขารู้ว่าการพูดคุยครั้งนี้้าความเป็ส่วนตัว
โมลินจึงออกไปรอหยางเฉินอยู่ที่ด้านนอกแทน
หยางเฉินเปิดประตูห้องประชุมก่อนจะเดินเข้าไปข้างในไม่นานนักเขาก็เห็นหน้าตาของหญิงสาวผู้ที่้าพบเขาหยางเฉินเผยรอยยิ้มแปลกๆออกมาครั้งหนึ่ง
“ไม่น่าเชื่อว่าพี่สาวลิลิธยังอยู่ที่นี่ผมนึกว่าคุณกลับยุโรปไปแล้วเสียอีก”
ลิลิธสวมเสื้อขนสัตว์สีครีมเข้ากับกางเกงยีนกระชับขาจนแน่นผมสีทองยาวสลวยเข้ากับใบหน้ามีเสน่ห์ที่ไม่ได้ใช้เครื่องสำอางเติมแต่งมากนัก
เห็นได้ชัดว่าเป็ความงามที่มีมาั้แ่กำเนิดเผ่าเืมีผิวซีดขาวและไม่อาจถูกแสงแดดได้นานนัก ทำให้ผิวของลิลิธดูขาวราวกับกระดาษ
ลิลิธถือได้ว่าเป็เผ่าเืจากตระกูลชั้นสูงในยุโรปทำให้เธอมีความแข็งแกร่งเป็อย่างมาก
ลิลิธไม่ได้ทักทายหยางเฉินในทันทีเธอนั่งอยู่บนเก้าอี้ภายใต้แสงแดดอ่อนๆ ที่สาดเข้ามาอย่างอบอุ่น
“ก่อนหน้านี้ ฉันไม่ได้มีโอกาสทักทายท่านเฮดีสอย่างเป็ทางการต้องขออภัยด้วยจริงๆ ค่ะ พวกเราจำเป็ต้องหลอกพวกโรมันศักดิ์สิทธิ์ว่าเราไม่เป็มิตรกับท่าน” ลิลิธบ่นอุบ
หยางเฉินไม่ค่อยแปลกใจกับคำพูดของลิลิธเท่าไรนัก ดูเหมือนว่าเธอเองก็พอจะรู้สถานะของหยางเฉินมาั้แ่เมื่อคืนนั้นแล้ว
ในตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ตรงหน้าเขาหากใครเห็นต่างก็สามารถพูดได้เป็คำเดียวว่าเธอเป็ผู้หญิงที่งดงามคนหนึ่ง ใบหน้าที่ได้รูปประกอบกับทรวงอกที่แทบจะล้นทะลักออกมา ช่วยสะกดสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้เป็อย่างดี
หยางเฉินมองเธอครั้งหนึ่งก่อนจะกล่าวขึ้น“คนทั่วไปเชื่อว่าเผ่าเืมักจะกลัวแสงแดดกับกระเทียม แต่ดูเหมือนว่าคุณและตระกูลคุณดูไม่กลัวของพวกนั้นเลยนะครับ”
ลิลิธตอบคำถามชายหนุ่มอย่างซุกซน
“พวกที่กลัวของพวกนั้นมีแต่พวกสายเืชั้นต่ำในตระกูลเท่านั้นแหละค่ะท่านเฮดีส ฉันจะบอกความลับสุดยอดให้เอามั้ย? ฉันชอบกินมันฝรั่งทอดรสกระเทียมมากที่สุดแล้วแต่คนในตระกูลฉันไม่ค่อยชอบกลิ่นมันสักเท่าไร ทำให้ฉันต้องแอบกินมันอย่างลับๆ มาตลอด”
หยางเฉินค่อนข้างแปลกใจที่ผู้หญิงคนนี้กำลังสาธยายเื่อาหารการกินของเธอเขาจึงเปลี่ยนหัวข้ออีกครั้ง “คุณดื่มไวน์หรือเปล่า?”
“ไม่เป็ไรค่ะฉันเพิ่งดื่มมาก่อนหน้านี้เอง”ลิลิธปฏิเสธ“ท่านเฮดีสไม่อยากจะถามฉันบ้างเหรอคะ ว่าทำไมฉันถึงมาหาท่านที่นี่?”
“ถ้าคุณอยากพูด ผมแนะนำให้คุณพูดเลยดีกว่าพวกกองพลน้อยเหยียนหวงยังคงจับตาดูพวกคุณอยู่ถึงพวกเผ่าเือย่างคุณจะแข็งแกร่งก็เถอะ แต่สุดท้ายก็อาจแพ้เื่จำนวนอยู่ดี” หยางเฉินกล่าว
ลิลิธยิ้ม พร้อมทั้งตอบกลับหยางเฉินอย่างมั่นใจ
“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะท่านเฮดีสตอนนี้ฉันแข็งแกร่งขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก ต่อให้พวกกองพลน้อยเหยียนหวง ใช้จำนวนเข้าว่าก็ไม่อาจต่อกรกับฉันได้ง่ายๆ หรอกค่ะ”
ในตอนนั้นเองหยางเฉินก็ถามลิลิธอย่างกะทันหัน“ลิลิธผมขอเสียมารยาทถามหน่อยนะ ผมได้ยินมาว่าภายในตระกูลเผ่าเืมีลำดับรุ่นอยู่ คุณอยู่รุ่นไหนเหรอ?”
ลิลิธเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย“ฉันอยู่ในรุ่นที่สี่ค่ะท่านสนใจอะไรหรือเปล่าคะ?”
หยางเฉินรู้สึกขมขื่นอยู่ชั่วขณะหนึ่งเขาเม้มริมฝีปากตัวเอง “เท่าที่ผมทราบมารุ่นสามถือว่าเป็ยุคทองของพวกเผ่าเือย่างคุณ ถ้าหากคุณอยู่ในรุ่นที่สี่ล่ะก็ ผมต้องขอโทษด้วยที่จูบคุณในคืนนั้นเห็นได้ชัดว่าอายุของคุณคงไม่ได้น้อย กลับกันถือได้ว่าเป็ผู้าุโเลยด้วยซ้ำ บางทีเผ่าเือย่างพวกคุณคงมีวิธีรักษาสภาพร่างกายให้เป็หนุ่มสาวอยู่ตลอดสินะครับ”
ลิลิธยิ้มออกมาเธอพยักหน้าให้กับหยางเฉินแล้วตอบคำถามเขา “จริงอยู่ที่ฉันเป็รุ่นที่สี่แต่ฉันเป็เผ่าเืสายเืบริสุทธิ์ แม่ของฉันคลอดฉันก่อนกำหนดเล็กน้อยดังนั้นฉันจึงอายุประมาณสองร้อยปีเศษๆแต่ก็ยังถือว่าเป็คนหนุ่มสาวอยู่ดีนั่นแหละค่ะ”
อายุกว่า 200 ปี ยังคงเป็หนุ่มสาว...
หยางเฉินััใบหน้าตัวเองช้าๆ ด้วยความเสียใจ ในคืนนั้นเขาจูบกับคนที่แก่กว่าเขาถึงสองศตวรรษ!
ตอนนั้นเองหยางเฉินก็ถามเธออีกครั้ง “เผ่าเือย่างพวกคุณเพิ่มจำนวนได้เกือบเท่ากับมนุษย์ในยุคนั้นได้ด้วย? ผมไม่รู้เื่นี้มาก่อนเลย”
“ใช่ค่ะแต่ความแข็งแกร่งของรุ่นต่อๆ ไป จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกเสียจากจะใช้วิธีการพิเศษบางอย่างที่ช่วยคงความแข็งแกร่งเอาไว้แบบที่พ่อฉันทำให้ฉันในตอนแรก” ลิลิธกล่าว
“ต่อให้ไม่ใช่รุ่นที่สาม แต่เผ่าเือย่างพวกคุณก็แข็งแกร่งอยู่ดีเป็ไปได้ผมก็ไม่อยากจะมีเื่กับพวกคุณนักหรอก” หยางเฉินหัวเราะ
ในแววตาของลิลิธปรากฏความคิดถึงขึ้นมาครู่หนึ่ง“ถึงแม้พ่อกับแม่ของฉันจะอยู่ใน่ยุคเดียวกัน อีกทั้งยังได้ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับพระผู้เป็เ้า แต่พวกเราก็ไม่อาจก้าวข้ามไปอยู่ในระดับนั้นแบบคุณได้เท่าที่เคยปรากฏในบันทึก มีบรรพบุรุษเราเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่เป็พวกกึ่งเทพค่ะ”
สีหน้าของหยางเฉินเปลี่ยนไปเล็กน้อยเขากะพริบตา “ดูเหมือนพวกคุณกำลังศึกษาเกี่ยวกับเื่ของพระเ้าอยู่สินะ แต่ผมก็อยากให้คุณเข้าใจสถานการณ์ของผมด้วย”
ลิลิธขยิบตาของเธอครั้งหนึ่งพร้อมทั้งพูดขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจ “ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกค่ะฉันได้รับพลังที่ถ่ายทอดมาจากแม่ของฉัน เธอเป็ซัคคิวบัสสายเืบริสุทธิ์ทำให้สายเืของฉันเป็เหมือนกับตัวแทนของผู้เป็ที่รักของซาตาน”
“ผมค่อนข้างรู้สึกแปลกใจนะ ที่คุณติดต่อผมเพียงเพราะ้าพูดคุยเื่สายเืของเผ่าเืเท่านั้น” หยางเฉินกล่าว
“นั่นเป็แค่ส่วนหนึ่งค่ะแต่ยังมีอีกเื่ ในคืนนั้นฮิวจ์สหายไปอย่างเป็ปริศนาสมาชิกทีมหลายคนไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไร แต่ฉันนึกขึ้นได้ถึงตอนที่ได้อ่านบันทึกของบรรพบุรุษเกี่ยวกับการปรากฏตัวของพระเ้าอย่างคุณในตอนนั้นคุณก็ดูโมโหอยู่ด้วย ทำให้ฉันสามารถคาดเดาตัวตนของคุณได้ในไม่กี่วินาทีค่ะ” ลิลิธกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
“แต่วันนี้ฉันก็มีเื่อยากจะคุยกับท่านอีกเื่หนึ่งค่ะ” ลิลิธกล่าว
หยางเฉินนั่งนิ่งเขารอให้ลิลิธพูดออกมา
“ท่านเฮดีสฉันรู้ว่าการที่ท่านกลับมายังประเทศจีนก็เป็เพราะเหตุผลส่วนตัวแต่ดูเหมือนว่าจะมีคนบางกลุ่มมารบกวน่เวลาอันสงบสุขของท่าน เมืองจีนเองก็ดูเหมือนจะไม่สงบสุขอย่างที่เป็มาเห็นได้ชัดจากคืนวันนั้นโดยเฉพาะกับพวกกองพลน้อยเหยียนหวงที่คอยสอดส่องอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าการปกป้องของคนพวกนั้น จะแ่าจนท่านสามารถผ่อนคลายได้ในระดับหนึ่งก็ตามที” ลิลิธพูดต่อ “แต่บางทีระหว่างพวกกองพลน้อยเหยียนหวงกับเรา…”
“ถ้าคุณอยากพูดก็พูดออกมาไม่จำเป็ต้องอ้อมค้อม”หยางเฉินกล่าว
“องค์กรคามาริลล่าของเราถอนตัวออกจากสนธิสัญญาโลกไปแล้วพวกโรมันศักดิ์สิทธิ์เองก็้าขุดรากถอนโคนพวกเราให้หมด ฉันแค่หวังว่าท่านเฮดีสจะช่วยพูดคุยกับพวกกองพลน้อยเหยียนหวง ถึงเื่การร่วมมือระหว่างเราทั้งคู่สักเล็กน้อยน่ะค่ะ บางทีหากได้ท่านช่วยพูดกับพวกนั้นล่ะก็พวกเราคงไม่ต้องห่วงการป้องกันทางด้านตะวันออกมากนัก เพราะพวกโรมันศักดิ์สิทธิ์คงไม่คิดจะต่อสู้กับพวกกองพลน้อยเหยียนหวงตัวต่อตัวแน่ๆ” ลิลิธกล่าว
หยางเฉินที่นิ่งเงียบมานานกล่าวขึ้น“เื่นี้ผมไม่คัดค้านแต่ถ้าคุณ้าติดต่อกับผมล่ะก็ ให้ติดต่อมาทางโมลินแทน แน่นอนว่าคุณต้องเป็คนติดต่อมาด้วยตัวเองเท่านั้นผมไม่้าจะคุยกับพวกคามาริลล่าคนอื่นๆ สักเท่าไหร่หรอกนะ”
“เข้าใจแล้วค่ะเพียงแค่นี้ก็พอแล้วพวกเรา้าเพียงแค่คนมาช่วยหยุดยั้งพวกโรมันศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น” ลิลิธกล่าว
หยางเฉินมองนาฬิกาบนเพดานครั้งหนึ่งก่อนจะหันมาคุยกับลิลิธ“ถ้าไม่มีเื่อื่นๆ แล้วผมก็ขอตัวก่อนหลังจากนี้ผมมีนัดทานข้าวกับครอบครัวน่ะ”
ลิลิธดูลังเลที่จะถามหยางเฉินแต่สุดท้ายเธอก็เปิดปากถามเขา
“ท่านเฮดีสมันอาจฟังดูลำบากใจไปสักนิด แต่ทางเราอยากยืนยันว่าเผ่าเืของตระกูลเรายังคงปลอดภัยดีหรือเปล่าน่ะค่ะ” ลิลิธกล่าว
“คุณอยากรู้เื่การหายตัวไปของฮิวจ์สเมื่อคืนนั้นเหรอ? คุณไม่คิดบ้างเหรอครับว่าบางทีมันอาจเป็เพราะจอกศักดิ์สิทธิ์ก็ได้?” หยางเฉินถาม
“ถ้าอย่างนั้นจอกศักดิ์สิทธิ์จะช่วยทำให้เป็ะได้จริงๆ เหรอคะ” ลิลิธถามคำถามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอออกไปด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสับสน
