ตอนที่ 4
“ผมเข้าใจแล้วครับ ขอโทษด้วยที่ถามกระทบกระเทือนจิตใจของคุณ”
คุณหมอเลโอเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ ความผิดพลาดที่คนไข้เอ่ยคงไม่พ้นจากการขืนใจ ซึ่งเป็อะไรที่กระทบต่อความรู้สึกของอีกฝ่ายค่อนข้างมาก
“ไม่เป็ไรครับผมเข้าใจคุณหมอ แต่เด็กคนนี้ผมเลี้ยงคนเดียวได้ครับ”
เสียงหวานตอบกลับอย่างมุ่งมั่นสลัดความเศร้าออกไป เขาไม่รู้หรอกว่าจะเลี้ยงเด็กคนนี้ได้ดีไหม แต่เขาไม่คิดที่จะทำร้ายเด็กคนนี้อย่างแน่นอน
“ได้ยินแบบนี้หมอก็สบายใจครับ คุณเก่งมาก”
คำตอบของคนไข้ทำให้คุณหมอเลโอรู้สึกโล่งใจเป็อย่างมาก เขาส่งยิ้มให้กำลังใจ ร่างบางตรงหน้าดูเหมือนเข้มแข็งแต่กลับเปราะบางในเวลาเดียวกัน
“ผม…ยังไม่เก่งหรอกครับ”
เหมยอิงเถียงกลับเสียงแ่ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยในขณะที่มือเรียวยังคงลูบท้องที่แบนราบของตัวเองด้วยความรัก
“ครับ แต่สำหรับหมอคุณเก่งมาก หลังจากนี้คุณต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารให้ตรงต่อเวลา อย่าทำอะไรหักโหม ห้ามยกของหนัก ที่สำคัญคือห้ามเครียดครับเพราะสภาพจิตใจของคนเป็แม่ส่งผลกระทบต่อทารกน้อยโดยตรง คุณจะต้องให้กำลังใจตัวเองเยอะๆ”
“ครับ” เหมยอิงนั่งฟังคุณหมอด้วยความตั้งใจก่อนตกปากรับคำ
“ผมไม่รู้หรอกว่าชีวิตของคุณเจอกับอะไรมาบ้าง ก้าวผ่านมันไปให้ได้นะครับ เพื่อลูกตัวน้อย”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างให้กำลังใจ มองร่างบางด้วยความสงสารและเอ็นดูในเวลาเดียวกัน
“ขอบคุณมากๆ เลยครับ”
เหมยอิงขอบคุณอีกฝ่ายอย่างซึ้งใจ แม้เราจะเพิ่งรู้จักกันไม่ถึงชั่วโมงแต่เขารับรู้ได้ถึงความหวังดีที่คุณหมอมอบให้
“คุณอยากเห็นเขาไหม ลูกของคุณ ?” คุณหมอเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหล่อดังเดิม
“ได้เหรอครับ ?”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างเป็ประกายระยับ หัวใจของเหมยอิงสั่นระรัวด้วยความตื่นเต้นที่เก็บเอาไว้ไม่มิด
“ได้สิครับ”
คุณหมอพยักหน้ารับเบาๆ มองสีหน้าและแววตาของคนไข้ด้วยความเอ็นดู
“อยากดูครับ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเครือพร้อมรอยยิ้ม
จากนั้นพยาบาลก็เข้ามาพาตัวเขาไปยังห้องตรวจเพื่อ อัลตร้าซาวน์ดูเ้าก้อนแป้งในท้อง ภาพสีขาวดำในจอมอนิเตอร์พร้อมคำอธิบายของคุณหมอ ทำให้หัวใจของเหมยอิงเต้นโครมครามจนแทบทะลุออกจากอก ั์ตาคู่สวยเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำสีใสแห่งความยินดี
หลังจากที่ตรวจทุกอย่างเรียบร้อยคุณพยาบาลก็พาเหมยอิงกลับมาส่งที่ห้องพักฟื้นโดยมีคุณหมอเดินตามมาเช่นกัน ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายมีเื่ที่้าคุยกับเขา
“ผมขอเบอร์ส่วนตัวของคุณไว้หน่อยนะครับ”
คุณหมอพูดพร้อมยื่นโทรศัพท์ให้คนไข้เมื่อพยาบาลเดินออกจากห้องไปแล้ว เพราะก่อนหน้านี้คนมีน้ำใจที่ช่วยพาคนไข้มาได้ให้เบอร์โทรติดต่อเป็เบอร์ของตัวเขาเอง
“นี่ครับ”
เหมยอิงรับโทรศัพท์มากดเบอร์โทรศัพท์ของตัวเองก่อนยื่นคืนให้กับคุณหมอ
“นั่นเบอร์ผม บันทึกว่าเลโอก็ได้ครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหลังจากกดโทรออกก่อนบันทึกชื่อเข้าเครื่อง
“ครับคุณหมอเลโอ”
เหมยอิงพยักหน้ารับเบาๆ มือเรียวหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาบันทึกเบอร์ของคุณหมอเลโอไว้เช่นกัน
“อีกสักครู่จะให้พยาบาลนำใบนัดและยาบำรุงครรภ์มาให้นะครับ”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่ดูอบอุ่นนั่นทำให้เหมยอิงรู้สึกมีกำลังใจ ชีวิตของเขาไม่ได้แย่ไปเสียทุกอย่าง
“ครับ”
เหมยอิงพยักหน้ารับเบาๆ ส่งยิ้มหวานตอบกลับเพื่อเป็การขอบคุณ อีกฝ่ายอาจทำเพียงเพราะหน้าที่แต่เขาก็ยังอยากขอบคุณอีกฝ่ายอยู่ดี
“น้ำเกลือขวดนี้หมดก็กลับบ้านได้แล้วละครับ ไม่ทราบว่าคุณกลับยังไงครับ มีใครมารับไหม ?”
ในขณะเอ่ยถาม คุณหมอเลโอก็ได้สังเกตอาการของคนไข้ไปด้วย รอยยิ้มหวานค่อยๆจางหายไปหลงเหลือเพียงความเศร้า
“ไม่มีครับ ผม…อยู่คนเดียว”
เหมยอิงมองสบตาอีกฝ่ายอย่างสั่นไหว เป็อีกหนึ่งคำถามที่ทำให้เขาลำบากใจ เพราะเขาไม่อยากโกหกจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงแ่เบา สองมือเรียวกำผ้าห่มแน่นราวกับว่า้าที่พึ่งพิง
“ถ้าไม่รังเกียจ ผมขอไปส่งได้ไหม ?”
“คะ ครับ ?”
เขาไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ คิ้วเรียวขมวดมุ่น มองอีกฝ่ายด้วยความสงสัย
“ผมกำลังจะออกเวรพอดีครับ ไม่ได้มีธุระต่อที่ไหน หากคุณไม่ว่าอะไรผมขอไปส่งนะครับ ?”
“เอ่อ…ก็ได้ครับ”
เหมยอิงครุ่นคิดเล็กน้อยแต่เมื่อมองออกไปด้านนอกปรากฏว่าท้องฟ้ามืดสนิท หากเขาเดินไปขึ้นรถไปก็คงอันตรายต่อตัวเองและลูกน้อย ตอนนี้จะทำอะไรต้องคิดอย่างละเอียดรอบคอบ กลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์เหมือนเมื่อครั้งนั้นอีกเขาจึงตอบตกลง
“ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมมานะครับ”
“ครับ”
ก่อนหน้านี้เขาเหมือนคนเคว้งคว้างที่หาทางออกในชีวิตไม่เจอ มีชีวิตอยู่อย่างไร้จุดหมาย แต่ตอนนี้เขามีสิ่งล้ำค่าที่ต้องดูแล เ้าก้อนเปรียบเสมือนแสงสว่างเดียวในชีวิต เขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อลูก
“อดทนไปกับมะม๊านะ” เหมยอิงนอนลูบท้องของตัวเองเบาๆ
วินาทีที่รู้ว่ามีเ้าก้อนแป้งแอบอยู่ในท้องนั่นทำให้เหมยอิงตัดใจจากหลี่หยางได้อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่ยังคงหลงเหลือคือความผิดบาปที่ติดอยู่ในใจ
หากชีวิตนี้ยังมีโอกาสสำหรับคนบาปอย่างเขา เหมยอิงก็อยากจะขอโทษแอนดริวด้วยตัวเอง
เขานอนคิดอะไรไปเรื่อยก่อนจะผล็อยหลับไปด้วยความเพลีย ตื่นมาอีกครั้งตอนที่คุณพยาบาลเข้ามาถอดสายน้ำเกลือ เพียงไม่นานก็มีเสียงเคาะประตูตามด้วยร่างสูงของคุณหมอที่เดินเข้ามา
“ก๊อก ! ก๊อก ! ก๊อก ! ไปกันครับ”
คุณหมอเลโอเดินมารับคนไข้ที่ห้องพักฟื้นก่อนพาไปขึ้นรถของตัวเอง
“ขอบคุณครับ”
เสียงหวานเอ่ยขอบคุณเมื่อคุณหมอเปิดประตูรถให้ตน ทั้งยังคาดสายเบลล์ให้เขาอีกด้วย สายตาคมที่มองมามันไม่ได้มองแบบพิศวาส แต่เขารู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายเป็ห่วงและแค่หวังดีกับเขาเท่านั้น
จากนั้นคุณหมอเลโอก็ขับรถไปตามทางที่เหมยอิงบอก ระหว่างทางร่างสูงคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับลูกน้อย รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ จนกระทั่งถึงที่พัก ก่อนลงจากรถเขาไม่ลืมเอ่ยขอบคุณ ชั่งเป็คุณหมอที่หล่อและใจดีมากๆ
Trrrrrrrrrrrr…………….
……….Rrrrrr…………..
หลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้ไม่นานคุณหมอก็โทรเข้ามา เหมยอิงจึงวางผ้าที่กำลังเช็ดผมลงบนเตียงนอนก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมารับสาย
“พยาบาลแจ้งว่าคนที่ช่วยคุณไว้เขากลับมาที่โรงพยาบาล ผมให้เบอร์ติดต่อไปแล้ว คิดว่าอีกไม่นานเขาคงติดต่อหาคุณ”
“ขอบคุณคุณหมอเลโอมากเลยนะครับที่คอยเป็ธุระให้”
“ด้วยความยินดีครับ หากมีเื่ไม่สบายใจปรึกษาผมได้ตลอดนะไม่ต้องเกรงใจ”
คุณหมอเลโอตอบกลับเสียงนุ่มทุ้มน่าฟัง เพราะเคสแบบนี้จำเป็จะต้องมีคนดูแลอย่างใกล้ชิด เขากลัวว่าหากร่างบางไม่มีใครคอยรับฟังอาจคิดสั้นได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากปล่อยให้เครียดมากๆอาจเสี่ยงต่อภาวะแท้งคุกคาม
“ขอบคุณอีกครั้งนะครับสำหรับทุกอย่าง”
“อย่าลืมทานอาหารและยาให้ตรงเวลา พักผ่อนเยอะๆนะ เจอกันในรอบนัดถัดไปครับ”
“ครับคุณหมอเลโอ”
เหมยอิงนั่งรอโทรศัพท์อยู่นานแต่ก็ไม่มีใครโทรเข้ามาเสียทีจึงตัดสินใจเข้านอนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปทำงานั้แ่เช้าตรู่
ผ่านมาเกือบสองสัปดาห์หลังจากที่เขาเข้าโรงพยาบาลในวันนั้นก็มีเบอร์แปลกโทรเข้ามา น้ำเสียงฟังดูคุ้นเคยจนน่าใเหมยอิงจึงนัดอีกฝ่ายให้มาเจอกันที่ร้านอาหารที่ตนทำงาน
“กลับมาฝรั่งเศสั้แ่เมื่อไหร่ ?”
“ลูเซียน ?”
…………………………………………………….
