ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดไปพลางยกมือทำท่าจมูกยาวเสียจนต้าหนิวถึงกับชะงัก ดวงตาของเด็กน้อยเบิกโพลงจ้องมองเธอไม่กะพริบ
เด็กที่โกหกจะกลายเป็แบบนั้นแหละ! กลายเป็คนจมูกยาว และกลายเป็สัตว์ประหลาด!
ต้าหนิวได้ยินดังนั้นก็ใกลัวจนรีบเอามือกุมจมูก ร้องไห้จ้าออกมาและพูดว่า "หนูไม่อยากเป็สัตว์ประหลาด! หนูจะไม่โกหก! หยกนั่นหนูเป็คนทำแตกเอง! แต่แม่บอกว่าถ้าหนูบอกว่าพี่หยางทำแตก ตอนเย็นแม่จะทำไข่ตุ๋นให้หนูกิน!"
เมื่อได้ยินคำพูดของต้าหนิว สีหน้าของป้าหนิวก็เปลี่ยนเป็ซีดเซียวสลับขาวแดงดูน่าเกลียดเป็อย่างยิ่ง
“ต้าหนิว! ลูกอย่าพูดจาเหลวไหล! หยกนี่มัน...” ป้าหนิวโกรธจัดจนจะเข้าไปกระชากผมของต้าหนิว
แต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลับยื่นมือมาขวางไว้ "ป้าหนิวคะ เด็กพูดความจริงยังโดนตี ถ้าอย่างนั้นฉันก็สามารถไปแจ้งความว่าป้าใส่ร้ายป้ายสี แถมยังมารีดไถเงินบ้านฉันได้เหมือนกัน!"
ป้าหนิวรีบชักมือกลับ แต่ก็ยังเหลือบมองต้าหนิวอย่างเคียดแค้น!
ไอ้ตัวสูบเงินไร้ประโยชน์ [1] !
วันๆ มีแต่สร้างเื่!
ในยุคสมัยนี้ การใส่ร้ายป้ายสีและการรีดไถเงินล้วนมีโทษหนักถึงขั้นที่ถูกประณาม!
เธอโกรธจนร้องะโออกมา "คุณต่ง! คุณพูดแบบนี้มันเกินไปแล้ว! คุณจะมาหาว่าฉันรีดไถเงินคุณได้ยังไง! ถ้าไม่ใช่เพราะลูกสองคนของคุณไปเล่นกับต้าหนิว ต้าหนิวจะทำหยกแตกได้ยังไง? เื่นี้คุณก็มีส่วนต้องรับผิดชอบ! ถึงจะไม่ต้องชดใช้ถึงร้อยหยวนก็เถอะ แต่อย่างน้อยก็ควรจะจ่ายมาห้าสิบหยวนไม่ใช่หรือ?"
พอได้ยินดังนั้น แววตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ฉายแววเย้ยหยันขึ้นมาทันที
“คุณนึกว่าฉันเป็คนโง่หรือยังไง? หยกของคุณน่ะไม่ใช่ของล้ำค่าประจำตระกูลอะไรทั้งนั้น เงินห้าสิบหยวนซื้ออีกร้อยกว่าอันยังได้ คุณยังกล้ามาเรียกราคาแพงขนาดนี้อีกเหรอ?” ชาติก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ถือว่าเป็คนมีเงิน ถึงจะไม่ได้เป็ผู้เชี่ยวชาญด้านการประเมินมูลค่าของของเก่า แต่ก็สามารถมองออกได้ว่าหยกอันไหนจริงอันไหนปลอม
“คุณอย่ามาพูดจาเหลวไหล! หยกนี่มันเป็ของตกทอดมาจากบรรพบุรุษของฉัน!” ป้าหนิวกระแทกเสียง
“จริงเหรอ? ตระกูลคุณมีของล้ำค่าแบบนี้ตกทอดมาด้วย? แต่ฉันจำได้ว่าก่อนหน้านี้บ้านคุณยังเป็ชาวนาที่ยากจนที่สุดอยู่เลยนี่คะ? คุณพูดแบบนี้ใครจะเชื่อล่ะ?” ต่งเสี่ยวเสี่ยวหัวเราะเยาะ
ถ้ามีของล้ำค่าจริง ตอนค้นบ้านคงเจอไปแล้ว จะได้รับฉายาชาวนาที่ยากจนที่สุดได้อย่างไร?
คำพูดนั้นทำให้สีหน้าของป้าหนิวเปลี่ยนเป็ขาวซีดสลับเขียวคล้ำอย่างรวดเร็ว เธอพูดด้วยน้ำเสียงประชดประชัน "โธ่เอ๊ยคุณต่ง เมื่อก่อนคุณไม่ได้อยากให้ไอ้เด็กลูกติดสองคนนี้ตายๆ ไปหรอกเหรอ? วันนี้พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตกหรือไง ไม่ใช่ว่าคุณอยากจะหลอกเด็กๆ แล้วจับไปขายให้พวกค้ามนุษย์อีกหรอกนะ?"
พอได้ยินดังนั้น เด็กทั้งสองก็มองต่งเสี่ยวเสี่ยวด้วยความหวาดระแวง ดวงตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ราวกับกลัวว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวจะจับพวกเขาไปขายจริงๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าป้าหนิวกำลังพยายามเปลี่ยนประเด็นและยุยงให้แตกแยก แต่เพราะเ้าของร่างเดิมเป็คนใจร้าย ชอบพูดว่าจะขายพวกเขาอยู่ตลอดเวลา เมื่อเห็นเด็กทั้งสองกลัวจนตัวสั่น เธอก็โกรธจนคว้าไม้กวาดที่วางอยู่ใกล้ๆ ชี้ไปที่ป้าหนิวแล้วพูดว่า "ฉันคงไว้หน้าคุณมากเกินไปสินะ? รีบไสหัวออกไปซะ!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดจบ ก็เงื้อไม้กวาดขึ้นสูง ราวกับจะฟาดลงบนหัวของป้าหนิว
ป้าหนิวเห็นดังนั้นก็ร้องโอดโอยว่าเจ็บ เธอร้องไห้โฮ ก่อนจะลากต้าหนิววิ่งหนีออกจากประตูไป!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังไม่ทันได้เก็บไม้กวาด ที่ประตูรั้วก็มีเสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบดังขึ้นมา
“ต่งเสี่ยวเสี่ยว! เธอตีลูกอีกแล้วเหรอ? ทำไมเธอถึงได้ใจร้ายขนาดนี้?”
เสียงนั้นแม้จะเ็า แต่ก็เต็มไปด้วยเสน่ห์อันเป็เอกลักษณ์ของผู้ชาย น่าฟังเป็อย่างยิ่ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวหันไปตามเสียง ก็เห็นชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ในชุดทหารสีเขียวขี้ม้าเก่าๆ ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ในขณะที่เดินเข้ามา
ขาซ้ายของเขาดูจะพิการ เดินกะเผลกราวกับไม่มีแรง
แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้ทำให้ใบหน้าหล่อเหลาที่งดงามจึงแทบลืมหายใจลดลงไปแม้แต่น้อย
คิ้วเข้มโก่ง ดวงตาคม จมูกโด่งเป็สัน ใบหน้าคมคายราวกับรูปสลัก ดูมั่นคง ทั้งตัวของเขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความเป็ชายที่แข็งแกร่ง โครงหน้าคมชัดจนน่าทึ่ง
ถึงแม้ขาจะพิการ แต่รูปร่างโดยรวมก็ยังคงสมบูรณ์ เสื้อผ้าเก่าๆ ก็ไม่อาจปิดบังกล้ามเนื้อที่แข็งแรงและกำยำเต็มไปด้วยกลิ่นอายชายชาตรีของเขาได้
นี่มัน...
นี่มันหล่อเกินไปแล้ว! ตรงสเปคเธอทุกอย่างเลย!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวที่ก่อนหน้านี้รู้สึกว่าตัวเองยอมรับตัวตนนี้ไม่ได้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าถ้าสามีที่ได้มาแบบไม่ทันตั้งตัว หน้าตาเป็แบบนี้...
ก็ไม่เลวเหมือนกันนะ
ในขณะที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังตกอยู่ในภวังค์ ฉินซู่ก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ
ดวงตาคมกริบของฉินซู่จับจ้องไปที่มือของต่งเสี่ยวเสี่ยว ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววรังเกียจออกมา
"เด็กๆ ยังเล็กขนาดนี้ ทำความผิดร้ายแรงอะไรถึงต้องใช้ไม้กวาดที่ใหญ่ขนาดนี้ตีพวกเขาด้วย?"
น้ำเสียงตำหนิและสายตาที่แสดงถึงความรังเกียจ ทำให้ฟองสบู่อันแสนหวานที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเพิ่งสร้างขึ้นแตกสลายในทันที
ก็จริงอยู่ที่แต่งงานกันมาหลายปี เ้าของร่างเดิมเอาแต่สร้างเื่ ไม่เพียงแต่ทำร้ายลูกเท่านั้น แต่ยังคิดคบชู้สู่ชาย พยายามทุกวิถีทางที่จะกลับเข้าเมือง ใครจะทนได้กัน?
แต่ในเมื่อต่งเสี่ยวเสี่ยวมาอยู่ที่นี่แล้ว เธอไม่สามารถปล่อยให้เื่ราวเลวร้ายดำเนินต่อไปได้
โดยเฉพาะเื่การทำร้ายลูก เธอทำไม่ลงจริงๆ
เธออธิบายออกไป "ฉันไม่ได้ตีลูก ฉันแค่จะกวาดบ้านต่างหาก"
พูดจบต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เริ่มกวาดลานบ้านที่สภาพไม่ต่างอะไรจากกองขยะ
ฉินซู่คนเดียวแต่ต้องเลี้ยงดูถึงสี่ชีวิต ดังนั้นเขาจึงยุ่งอยู่ตลอดเวลา แม้ขาซ้ายจะพิการ เขาก็ยังพยายามทำงานหนักกว่าคนที่มีร่างกายแข็งแรงเสียอีก เขามักจะออกไปทำงานแต่เช้าและกลับบ้านดึกดื่น
แต่เ้าของร่างเดิมกลับี้เีเป็อย่างมาก แค่ไม่ปล่อยให้ลูกทั้งสองอดตายก็พอแล้ว ไม่ต้องพูดถึงเื่ทำความสะอาดบ้านเลย
ดังนั้นการใช้คำว่ากองขยะมาอธิบายบ้านหลังนี้จึงไม่ได้เกินเลยไปแม้แต่น้อย
ชาติก่อนต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็หมอ เธอเป็โรครักความสะอาดมาก การที่เธอต้องมาอาศัยอยู่ในบ้านแบบนี้ เธออยู่ไม่ได้จริงๆ
ดังนั้นเธอจึงรีบคว้าไม้กวาดกวาดขยะในลานบ้านออกมากองรวมกันก่อน จากนั้นก็เก็บก้อนหินขนาดใหญ่มากองรวมกันอีกทีจนเธอเหงื่อท่วมตัวไปหมด
ฉินซู่กลับเข้าไปในบ้าน เห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวเริ่มกวาดลานบ้านอย่างผิดสังเกต แต่แววตาของเขาก็ยังคงเ็าดังเดิม
เมื่อเขานั่งลง ฉินไห่หยางก็รีบรินน้ำยกไปวางบนโต๊ะให้ฉินซู่ แล้วพูดว่า "พ่อครับ พ่อกลับมาแล้วเหรอ? ดื่มน้ำก่อนนะครับ"
ฉินซู่กระหายน้ำจริงๆ เขาเม้มริมฝีปาก แล้วยกแก้วกระเบื้องเคลือบดื่มน้ำไปอึกใหญ่ จากนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ถามเสียงต่ำ "หยางหยาง เธอตีพวกลูกอีกแล้วเหรอ?"
ถึงแม้ฉินไห่หยางจะอยากเห็นพ่อดุด่าผู้หญิงใจร้ายคนนั้น แต่เมื่อนึกถึงเื่ที่ผู้หญิงคนนั้นพูดว่าเด็กที่โกหกจมูกจะยาวขึ้น เขาจึงทำได้เพียงพูดความจริงออกไป "พ่อครับ วันนี้ผู้หญิงใจร้ายไม่ได้ตีพวกผมหรอกครับ ต้าหนิวทำหยกของตัวเองแตก ป้าหนิวอยากจะโยนความผิดมาให้ผมเลยมาโวยวายขอเงินที่บ้าน ผู้หญิงใจร้ายเลยแฉเธอกลับ แล้วใช้ไม้กวาดไล่เธอออกไปครับ"
---------------------------------------------
เชิงอรรถ
[1] ตัวสูบเงิน (赔钱货) คำด่าทอที่แสดงความรังเกียจ มักใช้กับเด็กผู้หญิงในสังคมที่ให้ความสำคัญกับลูกชายมากกว่า
