“แปลกมาก น้อยคนนักที่จะรู้จักทะเลสาบแห่งนี้ แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีคนมากมายมาอยู่ที่นี่ได้?” เมื่อเห็นพื้นที่ที่พวกเขาหมายตาไว้ถูกด้วยกลุ่มคนจำนวนมาก ท่านผู้เฒ่าโซล่าก็รู้สึกใ หรือว่าเขาจะคำนวณพลาดไปนะ
“ไม่เป็ไร เราเข้าไปดูกันก่อนเถอะ!” ซุนเฟยมองแสงสว่างจากกองไฟเบื้องหน้า พลางยิ้มน้อยๆ ออกมา “เมื่อครู่ข้ายังเห็นที่ว่างเหลืออยู่นิดหน่อย แม้มันจะแคบไปบ้าง แต่ก็มากพอให้พวกเราได้ตั้งค่ายพักแรมกัน!”
ทันใดนั้น
ฟุ่บ!
มีลูกธนูสีขาวดอกหนึ่งที่ปลายลูกธนูเปื้อนเืถูกยิงออกมาในความมืด เสียงลูกธนูปักเข้าไปในพื้นดัง ‘ฟุ่บ’ ลูกธนูจมลึกเข้าไปในพื้นดินครึ่งหนึ่ง ในขณะที่ปลายขนนกสั่นไหว เืที่ชโลมบนปลายขนนกก็พลันกระเด็นไปทั่ว จากนั้นก็มีเสียงะโดังขึ้นมาว่า “ที่นี่เป็ที่ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต ถ้าไม่อยากตายก็รีบไสหัวไปเสีย!”
ลูกธนูเปื้อนเืเป็การแจ้งเตือนว่า ถ้าก้าวล้ำธนูมาเพียงก้าวเดียวจะสังหารทันที
รูปแบบการแจ้งเตือนนี้เป็ที่รู้ๆ กันดีในแผ่นดินอาเซรอท กองทัพเมืองแซมบอร์ดเองก็เคยใช้วิธีนี้แจ้งเตือนกับเหล่าทหารเมืองแบล็กสโตนมาแล้ว แม้ความนัยของมันจะดูหยิ่งยโสแต่ก็ถือว่าสอดคล้องกับกฎ ถ้ากองกำลังทหารรับจ้างกำลังจัดการธุระภายในอยู่ มันคงเป็เื่ที่ไม่ดีเท่าไร หากกองทัพของซุนเฟยจะเดินผ่าน
แต่หลังจากที่ได้ยินชื่อกองกำลังอีกฝ่าย สีหน้าของซุนเฟยก็เปลี่ยนไปทันที
ไม่ใช่แค่ซุนเฟยเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงท่านผู้เฒ่าโซล่าและลูก้าที่เริ่มตัวสั่นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
พวกเขากำหมัดแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยประกายไฟแห่งความโกรธแค้นที่ลุกโชน
กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต!
ที่แท้พวกมันก็เป็กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต!
ชื่อนี้สำหรับเหล่าทาสเมืองแซมบอร์ดแล้ว มันคือตัวแทนฝันร้ายที่ยากจะลืมเลือนได้ เพราะเก้าสิบเจ็ดเปอร์เซ็นต์ของทาสเมืองแซมบอร์ด ต่างถูกกองกำลังทหารรับจ้างกลุ่มนี้จับตัวมาขายเป็ทาสแรงงานขุดเหมืองแร่ที่เทือกเขาแห่งนี้
กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตเป็กองกำลังทหารรับจ้างระดับห้าที่มีชื่อเสียงในราชอาณาจักรเซนิท ในกองกำลังของพวกเขามียอดฝีมืออยู่เป็จำนวนมาก ทั้งยังโเี้และไร้ความปราณี เพื่อเงินแล้ว กองกำลังทหารรับจ้างกลุ่มนี้ยอมทำทุกอย่าง และรายได้ส่วนหนึ่งของกองกำลังนี้ก็ได้มาจากการจับประชาชนจากอาณาจักรต่างๆ ไปขายเป็ทาส อาณาจักรบริวารระดับห้าและหกได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพวกเขาอ่อนแอที่สุดในบรรดาอาณาจักรบริวารของราชอาณาจักรเซนิท
แต่อย่างไรก็ตาม กองกำลังทหารรับจ้างโลหิตก็เป็องค์กรที่เต็มไปด้วยความรอบคอบและเ้าเล่ห์มาก อีกทั้งเื้ัก็ยังได้รับการสนับสนุนจากเหล่าขุนนางชั้นสูงของราชอาณาจักร ทำให้การทำงานของพวกมันไม่เคยหลงเหลือหลักฐานใดๆ ไว้ให้สืบสาวเลยสักนิด ดังนั้น แม้ว่าพวกมันจะคอยก่อความวุ่นวายให้แก่ราชอาณาจักรอยู่บ่อยครั้ง แต่เหล่าอัศวินพิทักษ์กฎหมายแห่งราชอาณาจักรเซนิทก็ไม่สามารถจัดการมันได้อยู่ดี
อาจกล่าวได้ว่า บนแผ่นดินอาเซรอททหาร รับจ้างก็คือกองกำลังพิเศษนั่นเอง
โดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะไม่อยู่ภายใต้สังกัดของอาณาจักรใด แต่จะคอยแทรกซึมไปทั่วทุกอาณาจักร และคอยรับส่วนแบ่งทุกอย่างจากเหล่าผู้มีอำนาจและผู้อิทธิพลของอาณาจักรนั้นๆ รวมไปถึงการมีส่วนร่วมในการทำาระหว่างราชอาณาจักร พวกเขาทำตัวเหมือนไฮยีน่าที่ซ้ำเติมผู้แพ้เพื่อขอเอาส่วนแบ่งจากผู้ชนะอย่างหน้าด้านๆ แม้ทหารรับจ้างเหล่านี้จะไม่มีอาณาเขตหรือกองทัพที่ยิ่งใหญ่ แต่พวกเขากลับมีประสิทธิภาพในการต่อสู้ที่ไม่ได้ด้อยกว่ากองทัพของราชอาณาจักรเลย
และกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็คือหนึ่งในสามของกองกำลังทหารรับจ้างที่แข็งแกร่งที่สุดในราชอาณาจักรเซนิท
ซุนเฟยะโลงจากหลังเ้าสุนัขั์สีดำก่อนจะลูบหัวมันเบาๆ เ้าสุนัขั์สีดำแสนรู้ตัวนี้ก็เข้าใจความหมายที่ซุนเฟยจะสื่อได้เป็อย่างดี มันรีบพาแองเจล่ากลับไปอยู่ตรงกลางกองทัพอย่างรวดเร็ว ซุนเฟยมองไปยังต้นไม้ั์เก่าแก่ที่อยู่ห่างออกไป เพียงชั่วพริบตา ซุนเฟยก็พบร่างผอมกะหร่องที่ยืนถือหน้าไม้อยู่บนต้นไม้ั์ มันสวมชุดสีดำสนิท ตรงแขนเสื้อคาดผ้าสีแดงสดเหมือนเืที่ปักลายดาบไว้ ชายคนนั้นแสยะยิ้มกวนๆ ส่งมาให้ซุนเฟย
ซุนเฟยมองรอยยิ้มกวนบาทาของมันแล้วฉีกยิ้มกว้างออกมาจนเผยให้เห็นฟันเขี้ยวที่อยู่ด้านใน
จากนั้นเขาก็ดึงธนูเืที่อยู่บนพื้นขึ้นมากำไว้ 'แกรก' แล้วหักเป็สองท่อน
ความหมายของการกระทำนี้ก็คือ...
แก้แค้น ไม่ตายไม่เลิกรา!
สีหน้าของชายร่างผอมพลันเปลี่ยนไปทันที โดยเฉพาะตอนที่เห็นว่า ด้านหลังของซุนเฟยมีกองทัพขนาดใหญ่อยู่จำนวนหนึ่ง ในใจของมันพลันตื่นตระหนกขึ้นมา ในขณะที่เขาจะผิวปากเพื่อส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปให้กองกำลังของตัวเองได้รับรู้ถึงภัยอันตรายนั้นเอง...
ทันใดนั้น
'ฟิ้ว' ลูกธนูไร้เสียงก็ถูกปล่อยออกมาทะลวงเข้าที่ปากของมัน...
ตุบ!
ทหารรับจ้างร่างผอมไม่ทันได้ร้องออกมาก็ร่วงลงมาบนพื้น
ฟุ่บๆๆๆ!!!
ในขณะเดียวกัน เฟร์นันโด ตอร์เรสก็ปล่อยลูกธนูไปอีกชุดหนึ่งด้วยความความเร็วที่ไม่น่าเชื่อ แต่กลับไม่มีเสียงฝ่าอากาศของลูกธนูดังออกมาให้ได้ยินเลยสักนิด เืกระเด็นไปทั่วพื้น ร่างของมันกระตุกเกร็งราวกับััได้ถึงมืออันเย็นเฉียบของเทพแห่งความตายที่กำลังบีบคอมัน ไม่นานนักก็สิ้นใจไป จากนั้นทหารหน้าไม้ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตที่ซ่อนตัวอยู่บนต้นไม้คนอื่นๆ ก็พบชะตาเดียวกันกับเพื่อน พวกเขาถูกตอร์เรสไล่ยิงตกลงมาจากต้นไม้ทีละคนโดยไม่มีโอกาสได้ผิวปากแจ้งเตือนไปยังเหล่าสหายคนอื่นๆ
ลูกธนูหนึ่งดอกเท่ากับหนึ่งชีวิต
ซุนเฟยยิ้มน้อยๆ ดวงตาปรากฏความชื่นชมออกมายามที่มองไปยังร่างของตอร์เรสที่ยืนอยู่ข้างๆ พร์ในด้านการยิงธนูและจิติญญาที่แน่วแน่ของตอร์เรส สมควรแล้วจริงๆ ที่จะได้เป็อัศวินโกลด์เซนต์ซาจิททาเรียส
“ล้อมข้าศึก!”
ซุนเฟยโบกมือออกคำสั่ง พัศดีโอเลเกร์ ตอร์เรส และแปเตอร์ แช็คก็รีบนำอัศวินบรอนซ์เซนต์จำนวนยี่สิบกว่าคนแยกออกเป็สามทิศทาง เพื่อทำการโอบล้อมข้าศึกอย่างเงียบๆ ซุนเฟยนำผู้เฒ่าโซล่าและลูก้าเดินไปทางกองไฟที่กำลังลุกโชน ซึ่งอยู่ห่างออกไปอย่างช้าๆ
……
ที่ริมฝั่งทะเลสาบ ความมืดมิดค่อยๆ ครอบคลุมไปทั่วบริเวณ
ด้านข้างของป่าหินมีกองไฟขนาดใหญ่กำลังลุกไหม้อยู่ เศษไฟปะทุดังเปรี๊ยะๆ ขึ้นมาไม่ขาดสาย ตอนนี้หัวหน้ากองกำลังทั้งสองฝ่ายกำลังคุมเชิงกันอยู่
หนึ่งในนั้นดูเหมือนจะเป็กองคาราวานพ่อค้า พวกเขามีประมาณสี่สิบกว่าคน แต่ละคนสวมชุดเกราะหนังอาวุธครบมือ ตอนนี้พวกเขากำลังถูกโอบล้อมให้อยู่ตรงกลาง ใบหน้าของบุรุษทั้งสี่สิบคนต่างตึงเครียด เหงื่อกาฬค่อยๆ ผุดขึ้นมาท่วมใบหน้า ผู้นำของพวกเขาเป็ชายชราคนหนึ่งที่สวมชุดสีดำ จมูกสีแดง ข้างกายของเขาขนาบด้วยนักดาบชุดขาวและสาวงามในชุดกระโปรงยาวสีแดงเพลิง สีหน้าของพวกเขาในตอนนี้ดูลำบากใจมาก พวกเขากำลังปกป้องรถม้าเวทมนตร์ทั้งสามคันที่อยู่ด้านหลัง
ตอนนี้พวกเขาตกอยู่ในวงล้อมของคนจำนวนสองร้อยกว่าคน พวกเขาทั้งหมดต่างคาดผ้าสีแดงสดปักลายดาบโค้งที่เป็สัญลักษณ์ของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต พวกเขาไม่เพียงได้เปรียบในด้านจำนวนคนและอาวุธ แต่ยังมีทหารหน้าไม้ที่แข็งแกร่งอีกหลายสิบคนคอยคุมเชิงอยู่ ทหารหน้าไม้เหล่านี้ต่างเล็งหน้าไม้ไปที่ด้านหลังของกองคาราวานที่ยืนอยู่ตรงกลาง ลูกดอกหน้าไม้นี้สามารถเจาะชุดอัศวินเกราะหนักได้อย่างสบายๆ รอยยิ้มของพวกมันราวกับรอยยิ้มของมัจจุราชที่พร้อมจะคร่าชีวิตพวกเขาได้ทุกเมื่อ
และที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหัวหน้าพ่อค้าคาราวานคือผู้นำทั้งสี่คนของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต พวกเขาทุกคนต่างสวมชุดเกราะสีแดงสด คนแรกรูปร่างกำยำ คาดผ้าปิดตาหนังสีดำข้างหนึ่ง คนที่สองเป็ชายวัยกลางคนที่มีหน้าตาดูซื่อสัตย์จริงใจ คนที่สามเป็ชายหนุ่มร่างผอมบางที่คอยกวาดสายตาโลมเลียร่างกายของหญิงสาวที่สวมชุดสีแดงเพลิง และคนสุดท้ายเป็สาวน้อยหน้าตาสะสลวยนางหนึ่งที่อายุไม่น่าจะเกินสิบแปดปี
เห็นได้ชัดว่าบรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายไม่ค่อยเป็มิตรกันเท่าไร
เพราะตรงกลางลานมีศพจำนวนยี่สิบกว่าศพนอนกองอยู่บนพื้น บนร่างของพวกเขาทุกคนมีลูกดอกหน้าไม้ปักอยู่ เห็นได้ชัดว่าฝ่ายที่ถูกล้อมเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
“กองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต?” ชายชราที่สวมชุดสีดำกำคทาเวทมนตร์ในมือของเขาแน่น ใบหน้าของเขาเครียดขึงด้วยความโมโห เขาตวาดออกมาเสียงดังว่า “นี่พวกเ้าบ้าไปแล้วหรือ เป็แค่กองกำลังทหารรับจ้างระดับห้าเล็กๆ กล้าดีอย่างไรมาลงมือกับกองคาราวานพ่อค้ากลุ่มโซรอส เ้าไม่กลัวท่านผู้นำโซรอสจะโมโหและจัดการถอนรากถอนโคลนกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตหรือ?”
“ฮ่าๆๆ ที่ท่านพูดมามันก็ไม่ผิดหรอกนะท่านผู้ดูแลเรดแนปป์ กองคาราวานพ่อค้ากลุ่มโซรอสที่มีเงินทุนหนาแน่นแบบนั้นน่ะ ถ้าเป็ยามปกติแล้วต่อให้มีสิบกอง กำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็ยังไม่กล้าล่วงเกินพวกท่านหรอก ฮิๆ แต่ท่านโซรอสไม่ใช่พระเ้านี่นา?ถ้าสังหารพวกเ้าทั้งหมดทิ้งเสีย ท่านโซรอสก็จะไม่ทราบเื่นี้ และเมื่อเป็แบบนั้น ท่านโซรอสจะมาลงมือกับกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตของพวกเราได้อย่างไรเล่า!”
ชายที่คาดผ้าปิดตาข้างเดียวแสยะยิ้มออกมา
หน้าตาของชายคนนี้บ่งบอกถึงยี่ห้อความเป็โจรสุดๆ ทั้งยังหัวล้านและหยาบกระด้างอีกด้วย เห็นได้ชัดว่าเป็พวกที่ดีแต่ใช้กำลัง ใช้สมองไม่ค่อยเป็ แต่คำพูดของมันกลับอธิบายได้อย่างชัดเจนและยังทำลายขวัญกำลังใจในการต่อสู้ของอีกฝ่ายได้เป็อย่างดี
ซุนเฟยเองก็มาทันประโยคนี้พอดี เขาลูบคางตัวเองพลางรู้ได้ในทันทีว่า ชายป่าเถื่อนคนนี้คิดจะเล่นบทหมูกินเสือ1
“พวกเ้ารู้ข่าวนี้ได้อย่างไร?” ชายชราที่ชื่อเรดแนปป์กำคทาเวทมนตร์ของตัวเองไว้แน่น ขณะที่ถามคำถามที่ค้างคาใจออกมา
“เื่นี้...ท่านไปถามกับมัจจุราชเอาเองก็แล้วกัน!” ชายหัวล้านคนนี้กลัวว่า ถ้าขืนยืดเวลาออกไปอีก อาจเกิดเื่ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาได้ ขณะที่กำลังจะสั่งให้ทหารหน้าไม้ยิง เขาก็หยุดชะงัก ราวกับได้ยินเสียงอะไรบางอย่าง ก่อนจะหันหลังกลับมามอง การกระทำนี้ดึงดูดความสนใจของทุกคน พวกเขาต่างเบนสายตาหันไปมองยังทิศทางที่ชายหัวล้านคนนี้กำลังมองอยู่ ก่อนจะพบเื่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้
ไกลออกไปนั้นมีร่างของชายคนหนึ่งในชุดเกราะเบาสีดำกำลังเดินเข้ามาประหนึ่งกำลังเดินชมนกชมไม้ไปเรื่อย ในขณะที่ด้านหลังก็ตามมาด้วยชายชราคนหนึ่งและเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่ง ร่างของพวกเขาดูเหมือนคนขาดสารอาหารที่แค่ลมพัดเบาๆ ก็สามารถปลิวออกไปได้ง่ายๆ
เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้ๆ ก็ทำให้ทุกคนได้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน
ชายหนุ่มที่สวมชุดเกราะเบาสีดำท่าทางองอาจสง่างาม มุมปากมีรอยยิ้มจางๆ ยามที่ดวงตาของเขากวาดสายตามองไปยังกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิต มันเหมือนกำลังมองหมูในอวยที่กำลังรอถูกเชือดก็ไม่ปาน ด้านหลังของเขามีชายชราหนึ่งคนและเด็กอีกหนึ่งคน สีหน้าของพวกเขาดูกังวล แต่เวลาที่พวกเขามองมายังกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตกลับแฝงไปด้วยความชิงชังอาฆาต
“ใคร?”
เื่นี้มันผิดปกติเกินไปแล้ว การที่อีกฝ่ายสามารถเข้ามาในรัศมีหนึ่งร้อยเมตรได้ง่ายๆ โดยที่พวกเขาไม่รู้ตัว และเหล่าทหารหน้าไม้ที่ส่งไปเฝ้าระวังรอบนอกก็ไม่ส่งสัญญาณแจ้งเตือนกลับมา เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายต้องร้ายกาจมากแน่ๆ เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชายหัวล้านก็พลันขมวดคิ้วขึ้นมา
“แค่คนผ่านทางมา...”
ซุนเฟยตอบกลับ
ในตอนที่ตอบกลับไปเขาแทบจะกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ ซุนเฟยก็แค่อยากลองเลียนแบบประโยคเท่ๆ ที่พวกพระเอกในโลกก่อนมันพูดกันเท่านั้นเอง แต่รู้ดีว่าต้องแสร้งขรึมเอาไว้ “แต่จู่ๆ ก็บังเอิญมาพบลูกหนี้ของตัวเองเข้า ก็ดีนะ จะได้เก็บหนี้เลย...อืม อย่างแรกต้องขอรับดอกเบี้ยไปก่อนแล้วกัน!”
ร่างของซุนเฟยไม่มีร่องรอยของคลื่นพลังหรือแม้แต่พลังเวทมนตร์ใดๆ ออกมาเลยสักนิด ดูเหมือนเป็ชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่ไม่มีพลังอะไรเลย ส่วนลูก้าและผู้เฒ่าโซล่าที่อยู่ด้านหลัง ท่าทางอ่อนแอแบบนั้นดูก็รู้ว่าไม่ใช่ยอดฝีมือ
แต่อย่างไรก็ตาม การปรากฏตัวของทั้งสามคนนี้ กลับทำให้ชายหัวล้านรู้สึกกระวนกระวายใจแปลกๆ
หลังจากที่ครุ่นคิดอย่างรอบคอบ ชายหัวล้านที่คาดผ้าปิดตาไว้ก็ไม่ได้รีบร้อนจะพุ่งเข้าไปโจมตีเลย เขาหันกลับไปส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยทั้งสามคนโอบล้อมคนของกองคาราวานพ่อค้ากลุ่มโซรอสไว้อย่างแ่า ป้องกันไม่ให้พวกเขาฉวยโอกาสหนีไป จากนั้นก็หันกลับมาถามซุนเฟยต่อว่า “อ้อ? มาตามเก็บหนี้? หนี้อะไร?”
“หนี้ชีวิต!” ซุนเฟยลูบคางตัวเองก่อนจะแสยะยิ้มออกมา
“กับใคร?” ชายหัวล้านได้ยินดังนั้นก็หน้าเปลี่ยนสีทันที ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก
“กอง...กำ...ลัง...ทหาร...รับ...จ้าง...ดาบ...โล...หิต...!!!” ซุนเฟยเน้นย้ำทีละคำอย่างชัดเจน ฉับพลัน สีหน้าของเขาก็กลายเป็เ็า ดวงตาแหลมคมดุจมีด แรงกดดันที่น่าเกรงขามพลันะเิออก แม้แต่ยอดฝีมือของกองกำลังทหารรับจ้างดาบโลหิตก็ยังไม่กล้าสบตาชายหนุ่มคนนั้น
---------------------------------
1 หมูกินเสือ หมายถึงรวมพลังสามัคคีกัน แต่ในบทนี้มีความหมายประมาณว่าใช้พวกมากรุมพวกน้อย
