ภายในแดนโลหิต เหลือเพียงเทียนหลางคนเดียวเท่านั้น หลงเหยียนควบคุมละอองพลังสีโลหิต สั่งให้มันก่อตัวเข้าด้วยกันจนกลายเป็เสาสีโลหิตขนาดั์ เมื่อเทียนหลางพุ่งเข้ามาโจมตีใกล้ๆ เสาโลหิตก็เข้ามาขวางร่างของเทียนหลางเอาไว้ ทำให้เขาไม่อาจเดินหน้าต่อไปได้อีก
เพราะเมื่อเขาก้าวไปข้างหน้าเพียงหนึ่งก้าว เืสดในร่างกายก็เริ่มเดือดพล่านและแปรปรวนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ!
“นี่มันเกิดอะไรขึ้น? หรือว่าพลังสีโลหิตเหล่านี้แทรกเข้าในร่างของตน และกำลังดูดเืออกไปจากร่างกายนี้?”
เขาพยายามส่งพลังเข้าไปควบคุม ทว่าเืในร่างกายนั้น บัดนี้กลับเป็เหมือนสิ่งมีชีวิตที่เคลื่อนไหวไม่หยุด ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่ยอมสงบลงเสียที
“กรงเล็บปราศเงา!”
“นิ้วเหมันต์ไร้เงา!”
ในเวลานี้ พลังจากวิชากรงเล็บปราศเงาของเทียนหลางมีพลังลดลงถึงเจ็ดส่วน ทั้งยังดูหมองหม่นและอ่อนแสงอีกด้วย
วิชานิ้วเหมันต์ไร้เงาของหลงเหยียนสามารถรับการโจมตีจากวิชาระดับสูงของเทียนหลางได้อย่างไร้ที่ติ
จบแล้วหรือ ไม่มีทาง...
“นิ้วทลายมาร!” วิชาระดับมายาขั้นสูงอีกระลอกพุ่งออกไปพร้อมกับพลังการโจมตีที่เจิดจ้าและน่าสะพรึง ลำแสงแห่งพลังพุ่งออกมาจากนิ้วและพุ่งเข้าไปในแขนของเทียนหลางในพริบตา ฟิ้ว!
“พรืด!” ลำแสงนั้นพุ่งทะลุท่อนแขนของเขาไปอย่างรวดเร็ว
“หา? นี่มันอะไรกัน เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ข้าได้รับาเ็หรือ?”
วินาทีที่ท่อนแขนกลายเป็รูพรุน ละอองพลังสีแดงที่ลอยอยู่ในอากาศก็พากันพุ่งเข้าใส่ร่างกายของเทียนหลางอย่างบ้าคลั่ง หากหลงเหยียน้า เขาสามารถเอาชีวิตเทียนหลางได้ตลอดเวลา
แดนโลหิตมีพลังที่น่าหวาดผวามากจริงๆ หากหลงเหยียนมีพลังเพิ่มมากขึ้น แดนโลหิตก็จะเลื่อนขึ้นไปอีกขั้นเช่นกัน ในตอนที่เทียนหลางยืนชะงักอยู่กลางลานประลอง อีกด้านหนึ่ง ตงจวินเบิกตากว้างกับเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อตรงหน้า ผู้าุโทั้งสามท่านก็สั่นสะท้านขึ้นอย่างอดไม่อยู่เช่นกัน ผู้นำของหน่วยทั้งสิบพากันอ้าปากค้าง ผู้ชมที่ใต้ลานประลองก็ไม่อาจทำสิ่งอื่นได้นอกจากแหงนหน้ามองหลงเหยียนอย่างยกย่อง
เด็กหนุ่มผู้นั้นไม่ใช่เด็กหนุ่มธรรมดาอีกต่อไป เขาเป็เทพเ้าต่างหาก เทพเ้าแห่งาที่ไม่มีใครเอาชนะได้ เทพแห่งาที่ไร้เทียมทาน เป็ตำนานที่ไม่อาจลบล้างลงได้
แม้หลงเหยียนจะมีพลังเพียงระดับชีพมนุษย์ขั้นสูง แม้หลงเหยียนจะมีอายุเพียงสิบหกปี ทว่าหัวใจของเขากลับมีความเป็ผู้ใหญ่และแข็งแกร่งมากกว่าคนทั่วไป ซึ่งเป็ผลมาจากประสบการณ์ในวัยเด็กของเขานั่นเอง ประสบการณ์ที่โดนมองข้าม โดนรังแก และโดนดูถูก
จนกระทั่งเขาตัดสินใจที่จะฆ่าตัวตายโดยการะโลงไปในหุบเหวลึก จนกระทั่งได้รับิญญาัมาโดยบังเอิญ ชีวิตของเขาถึงได้เกิดความเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ั้แ่นั้นมา ทุกคนก็มองเขาเปลี่ยนไปจากเดิม ใน่เวลาอันแสนขมขื่นนั้น เป็เสี่ยวหลิงที่ปรากฏตัวขึ้น เป็หยุนฉี น้องสาวของเขาที่เข้ามาให้ความอบอุ่นและอยู่เป็เพื่อนกับเขา
เขาเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทว่าในทุกครั้ง หลงเหยียนก็มักจะเอาชนะอีกฝ่ายมาได้ในวินาทีสุดท้ายเสมอ เพราะเขามีหัวใจที่เข้มแข็งยิ่งกว่าใคร หัวใจที่มั่นคง ดื้อรั้น และไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งใดๆ
จนวินาทีนี้ ในที่สุดหลงเหยียนก็ะเิพลังที่แท้จริงออกมาจนได้ เทียนหลางทรุดลงไปกองอยู่กับพื้น พลังสีโลหิตแทรกซึมเข้าไปในร่างกาย สายเื และเส้นปราณภายในร่างกายของเขา กระทั่งจุดรวมปราณก็ไม่เว้น มันแฝงอยู่ในทุกอณู ทุกรูขุมขน และเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกายของเขา เขาถูกพลังสีเืควบคุมร่างกายโดยสิ้นเชิงแล้ว
“อ๊าก! ทำไมกัน ด้วยพลังระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงอย่างนั้นหรือ? ข้าพ่ายให้กับหลงเหยียนที่มีพลังแค่ระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงหรือนี่ เป็ไปได้อย่างไร”
หลงเหยียนยกยิ้มมุมปาก เมื่อพบว่าทุกคนกำลังมองมาที่ตนด้วยความตกตะลึง พลันความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมบริเวณโดยรอบเอาไว้
เขาก้าวเท้าไปข้างหน้า ค่อยๆ เดินเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างใจเย็น
ในวินาทีสุดท้ายของการแข่งขัน ในที่สุดหลงเหยียนก็เอาชนะเขาอย่างขาดลอยด้วยพลังที่แข็งแกร่ง
“เทียนหลาง เ้าบอกว่าหมัดทะลวงของข้าไม่มีผลใดๆ ต่อเ้าอีกแล้วไม่ใช่หรือไร เ้ารู้จักหมัดทะลวงของข้าดีมากนี่? เช่นนั้น ในครั้งสุดท้ายนี้ ข้าจะแสดงให้เ้าได้เห็นเองว่าหมัดทะลวงของข้าทรงพลังขนาดไหน”
“หมัดทะลวง!”
หลงเหยียนโกรธเกรี้ยวจนถึงขีดสุด พลังถูกส่งไปที่ฝ่ามืออีกครั้ง ด้วยพลังระลอกนี้ เขาดันฝ่ามือออกไปข้างหน้า แบมือ แสดงวิชายุทธ์ระดับมายาขั้นกลางออกมา พลังโจมตีที่ะเิออกมาจากร่างของหลงเหยียนถูกส่งออกไปข้างหน้า และกระแทกลงบนหน้าอกของเทียนหลางอย่างจัง
“แหวกฟ้าดิน เคลื่อนธารดารา!”
วิชาหมัดทั้งสิบเอ็ดกระบวนท่าซัดกระหน่ำไปที่หน้าอกของเทียนหลางจนหมด
“ตูม!” ร่างของเทียนหลางถอยถลาไปไกลกว่าสิบเมตร
“พรวด!” เขากระอักเืคำใหญ่ออกมาจากปาก มันเป็เืที่อัดแน่นไปด้วยความขมขื่น ลำพังแค่สายเืที่เดือดพล่านและปั่นป่วนอยู่ในร่างกายก็ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังเกินพอแล้ว
หยุดเพียงเท่านี้หรือ... ไม่มีทาง หากยอมหยุดแค่นี้ก็ไม่ใช่นิสัยของหลงเหยียนแล้ว ในเมื่อประกาศศึกกันซึ่งๆ หน้า ก็ต้องต่อสู้กันให้ถึงที่สุด ในเมื่ออีกฝ่ายคิดจะฆ่าเขา หลงเหยียนก็ไม่ยอมให้อีกฝ่ายมีชีวิตรอดไปได้เช่นกัน
หลงเหยียนแสดงวิชาด้านการเคลื่อนไหว ‘ฝีเท้าซ่อนม่านเมฆ’ ขึ้น ฟึ่บ! เขาพุ่งไปหยุดอยู่เบื้องหน้าเทียนหลางที่ทั้งอ่อนแอและสิ้นหวังด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาที จากนั้นก็ยกเท้าข้างหนึ่งขึ้นไปเหยียบที่หน้าอกของอีกฝ่ายเอาไว้
“เทียนหลาง เ้าแพ้แล้ว พ่ายแพ้อย่างราบคาบ ตอนนี้จงตายเสียเถิด กระดาษที่เ้าเรียกว่าสัญญาเดิมพันชีวิตน่ะ ฮึๆ แท้จริงแล้ว นั่นเป็สัญญาสำหรับเอาชีวิตเ้าต่างหาก”
ทุกคนตกตะลึงจนพูดไม่ออก มั่วเอ้าซึ่งเป็ผู้นำของหน่วยกฎระเบียบร้องะโเสียงดัง
“ไม่นะ หลงเหยียน เ้าจะฆ่าเทียนหลางไม่ได้เด็ดขาด ไม่ได้เด็ดขาด!”
“ฮึ!” หลงเหยียนมองไปยังมั่วเอ้าที่อยู่เบื้องล่าง ฟันที่เปื้อนไปด้วยเืของหลงเหยียนถูกขบแน่นขึ้นเรื่อยๆ
และแล้ว ความแค้นเคืองทั้งหมดที่มีก็ถูกะเิออกมา “หุบปากเสีย เ้าเป็ใครถึงมาสั่งข้า!”
“อะไรนะ? เ้า... เ้า...”
“เ้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ข้าหยุด”
หลงเหยียนมองไปที่เขาพลางประกายรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา สำหรับเทียนหลางแล้ว รอยยิ้มนั้นไม่ต่างไปจากทูตแห่งความตายที่เตรียมจะพรากชีวิตไปจากเขาเลย
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ทำให้ทุกคนที่มองเห็นอึ้งงันไปตามๆ กัน
หลงเหยียนนำกระบี่พิฆาตัออกมา จากนั้นก็เหยียบไปที่หน้าอกของเขา บัดนี้ กระบี่ของหลงเหยียนจ่อลงไปที่ลำคอของเทียนหลางแล้ว หากเขาออกแรงเพียงเล็กน้อย ลำคอของเทียนหลางก็พร้อมจะขาดลงได้ทุกเมื่อ
“หลง... หลงเหยียน... เ้า... ปล่อยข้าไปเถิด...” คิดไม่ถึงว่าเทียนหลางจะวิงวอนหลงเหยียนด้วยสายตาหวาดผวา
หลงเหยียนสบถเสียงในลำคอ “เ้าแข็งแกร่งมากมิใช่หรือ เ้ามีสายเืชั้นสูงไม่ใช่หรือไร? มีพลังระดับชีพธรณีระดับต่ำนี่ เ้าอยากแก้แค้นให้สหายรักของเ้าไม่ใช่หรือไร? เ้าอยากเอาชีวิตตัวข้า? ลุกขึ้นแล้วมาเอาไปสิ” หลงเหยียนคำรามกร้าว
เทียนหลางอ่อนแรงเต็มทน เขาส่ายหน้าอย่างสุดชีวิต สภาพสะบักสะบอมที่ดูน่าสมเพชของเขา ทำให้ผู้มองอดเวทนาไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่ามันแตกต่างจากท่าทีหยิ่งผยองและจองหองเมื่อครู่โดยสิ้นเชิง ราวกับเป็คนละคน
“ข้า...ข้าไม่อยากตาย ข้าขอสาบานว่าต่อจากนี้ข้าจะไม่เป็อริกับเ้าอีก!”
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ลองหาเหตุผลมาสิ หากอธิบายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือทำให้ตัวข้าอารมณ์ดีขึ้นได้ ข้าจะไม่ฆ่าเ้าก็ได้”
“ข้า... ท่าน... ท่านปล่อยข้าไปเถิด ถือว่าข้าเป็ลมที่ท่านผายออกมาก็ได้”
คำพูดทุกพยางค์ที่เขากล่าวออกมา นอกจากจะถูกส่งไปถึงใบหูของหลงเหยียนแล้ว ยังทำให้ทุกคน ณ ที่แห่งนี้ตกตะลึงจนไม่อาจอธิบายได้อีกด้วย เป็ถึงผู้มีพร์ที่โด่งดังแท้ๆ ทว่าบัดนี้กลับขอร้องวิงวอนผู้อื่นด้วยความน่าสมเพช ทั้งยังเปรียบว่าชีวิตของตัวเองเป็เหมือนแค่การผายลมอีก
หลงเหยียนมีท่าทีแข็งกร้าวยิ่งขึ้น
“เหตุผลของเ้าไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย เพราะข้ามองว่าเ้าเป็แค่ลมเน่าที่ข้าผายออกมาตั้งนานแล้ว”
กระบี่พิฆาตัประกายแสงสีทองอร่ามออกมา วินาทีต่อมา หลงเหยียนขยับมือเบาๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนที่ดูเหตุการณ์อยู่สะดุ้งไปตามๆ กัน
“ไม่... อย่านะ!” ในตอนนั้นเอง ร่างที่แสนงดงามของใครคนหนึ่งพุ่งขึ้นมาบนลานประลองด้วยความเร็วสูง เว่ยเชียนมู่ร้องไห้จนใบหน้ามอมแมมไปหมด ร่างกายก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง
“หลงเหยียน... หลงเหยียน... ขอร้องเถิด อย่าฆ่าพี่เทียนหลางเลย พวกเราไม่กล้าทำอีกแล้ว ขอร้องล่ะ ปล่อยเขาไปเถิด”
เว่ยเชียนมู่คุกเข่าลงตรงหน้าหลงเหยียนต่อหน้าของผู้าุโและศิษย์ทุกคน
ตงจวินหัวใจกระตุกวูบ คิดไม่ถึงเลยว่าหลานสาวแท้ๆ ของเขาจะทำเพื่อเทียนหลางได้ขนาดนี้ สิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้ตงจวินประหลาดใจยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้นแน่นแฟ้นขนาดนี้แล้วหรือ?
“หลงเหยียน ได้โปรดปล่อยพี่เทียนหลางไปเถิด”
--------------------
