เมืองชิงจิง ภายในสวนหย่อม
ถงอันอันกับสิบโล้นต่างสวมเสื้อคลุมสีดำพลางจ้องสวนหย่อมอีกแห่งไกลออกไปตาเขม็ง
“ท่านผู้ดูแล ข้าเพิ่งทราบว่าหวังเค่อมาถึงเมืองชิงจิงเมื่อไม่กี่วันก่อน นี่เรียกว่าโลกมารนี่ช่างแคบจริงๆ ตอนนี้มันกำลังนั่งเล่นไพ่นกกระจอกกับศิษย์ลัทธิมารอยู่ในสวนหย่อมด้านหน้าขอรับ!” หัวโล้นคนหนึ่งกระซิบ
“เล่นไพ่นกกระจอก?” ถงอันอันหน้ากระตุก
“ท่านผู้ดูแล ความอัปยศที่เมืองจูเซียนไม่อาจปล่อยวาง พวกเราไปฆ่าหวังเค่อกันดีหรือไม่?” หัวโล้นคนหนึ่งถามอย่างคาดหวัง
“ผัวะ!”
ถงอันอันตบหัวโล้นสะท้อนแสงไปหนึ่งฝ่ามือ
“ท่านผู้ดูแล ท่านตีข้าทำไม?” หัวโล้นถามอย่างหดหู่
“ไม่รู้รึไงว่าข้าโดนมารอริยะหมายหัวอยู่? ศิษย์ลัทธิมารในเมืองชิงจิงทั้งหมดเป็ลูกน้องของจูหงอี! ขืนโผล่หน้าออกไป พวกเราโดนศิษย์ลัทธิมารพวกนั้นไล่ฆ่าแน่!” ถงอันอันถลึงตา
“ท่านผู้ดูแล ท่านโดนหมายหัว แต่พวกเราไม่โดนนี่นา…!” หัวล้านกุมหัวเอ่ย
“ผายลม หวังเค่อมันไม่รู้หรือไงว่าเราเป็พวกเดียวกัน! พอเห็นพวกเ้ามีหรือมันจะไม่รู้ว่าข้าอยู่นี่? อีกอย่าง รอบตัวหวังเค่อก็มีศิษย์ลัทธิมารอยู่ เ้าลอบสังหารมันได้เรอะ? ข้ายังคิดถึงเื่ในเมืองจูเซียนครั้งก่อนอยู่เลย อยากจะลองอีกรอบไหมล่ะ?” ถงอันอันเอ่ยเสียงเข้ม
“ครั้งก่อน?” หัวโล้นทุกคนพากันหวาดผวา
“ไม่ต้องห่วง รอสักหน่อย พวกเราแค่ต้องจับตาดูหวังเค่อไว้ อีกไม่นานท่านเ้าตำหนักจื่อปู้ฝานก็จะมาถึงชิงจิงแล้ว!” ถงอันอันหรี่ตา
“ท่านเ้าตำหนักจื่อจะมาจริงๆ?” หัวโล้นคนหนึ่งถามอย่างใ
“ใช่แล้ว เ้าตำหนักจื่อให้ความสำคัญกับเมืองชิงจิง!” ถงอันอันมองไปยังสวนหย่อมเล็กไกลออกไปด้วยสายตามั่นคง
ในสวนหย่อมไกลออกไป
“เก้าขีด!”
“ชน!”
หวังเค่อกับมารลูกพี่ทั้งหลายนั่งเล่นไพ่นกกระจอก ส่วนจูเยี่ยนโดนจับมัดไว้อยู่ด้านข้างด้วยใบหน้าดำหม่น
แม่งเอ๊ย พวกเ้าเล่นไพ่นกกระจอกก็เล่นไปสิ เกี่ยวอะไรกับข้าด้วย?
“พี่หวัง เ้าจูเยี่ยนนี่พูดจาให้ร้ายท่านไม่หยุด แค่มัดมันไว้คงไม่พอ เราอุดปากมันด้วยดีไหม?” มารตนหนึ่งขมวดคิ้ว
“ที่ข้าพูดเป็ความจริงนะ เมื่อกี้ข้าได้ยินที่หวังเค่อมันคุยกับศิษย์ฝ่ายธรรมะ ข้าได้ยินเต็มสองหู มันเป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะ เป็รองเ้าตำหนักหมาป่าบูรพาพรรคเทพหมาป่า์! ทำไมเ้ามัดข้าไว้แทนที่จะเป็มัน? พวกเ้าทำบ้าอะไร?” จูเยี่ยนกล่าวอย่างโกรธเคือง
ต่อให้วาจาของจูเยี่ยนเป็ความจริง ทุกคนก็ล้วนไม่มีใครเชื่อ หวังเค่อเป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะ? เ้าตาบอดหรือข้าตาบอด? หากมันเป็ศิษย์ฝ่ายธรรมะจริง เ้าตำหนักจูจะดูไม่ออกรึ? มารอริยะจะมองไม่ออกรึ? เ้า ไอ้มารน้อยหัวขนที่เพิ่งเข้าลัทธิมารได้ไม่นานมองปราดเดียวก็รู้ความจริง? เ้าพูดเหลวไหลอะไร?!
“ช่างเถอะ จูเยี่ยนมันช่วยข้าไว้ มันยึดถือเื่ที่ได้ยินเป็จริงเป็จัง หากมันอยากพูดก็ให้มันพูดไป ยังไงก็ไม่มีใครเชื่ออยู่แล้ว ตลกจะตาย! ขืนมันวิ่งโร่ไปก่อเื่ พวกเราก็อดเล่นไพ่นกกระจอกพอดี! มัดมันไว้อีกสักพักก็แล้วกัน!” หวังเค่อส่ายหน้า
“พี่หวัง ท่านนี่เข้าหาง่ายดีแท้! ขนาดได้เป็นายท้ายแล้วก็ยังไม่ถือตัว! พวกเราโชคดีนักที่ได้รู้จักท่าน!” มารข้างหวังเค่อกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ฮ่าฮ่า ทั้งหมดเป็เพราะพวกท่านยอมไว้หน้าข้า ไม่อาจนับเป็อย่างไรได้! ว่าแต่เมื่อกี้จูเยี่ยนพูดถึงเ้าตำหนักสามจื่อปู้ฝาน! มันกำลังมาที่ชิงจิง?” หวังเค่อขมวดคิ้วถามอย่างงุนงง
“ข้าเองก็ไม่แน่ใจ แต่เหลนชายของเ้าตำหนักจื่อก็คือขุนศึกแซ่จื่อที่กำลังเปิดศึกกับตระกูลหวังท่าน เ้าตำหนักจื่อสนับสนุนมันเต็มที่ หวังผลักดันให้มันขึ้นเป็อ๋องของราชวงศ์ใหม่! ยึดครองชิงจิง!” มารอธิบาย
“อ้อ?” หวังเค่อเลิกคิ้วสูง
ยังคิดเปิดศึกกับพี่ใหญ่อยู่?
“ครั้งนี้จื่อปู้ฝานให้จูเยี่ยนมายังชิงจิงก็สมควรเพื่อการนี้ แต่น่าเสียดายที่จูเยี่ยนมันเอาแต่ก่อเื่! แถมยังล่วงเกินพี่หวังด้วย!” มารด้านข้างส่ายหน้า
“แต่ตอนนี้แผนการของจื่อปู้ฝานก็ถูกพี่หวังทำลายไปแล้ว บางทีมันอาจเดินทางมาด้วยตัวเอง เมื่อถึงตอนนั้นพี่หวังต้องระวังตัวด้วยนะ!” มารอีกตนเตือน
“จื่อปู้ฝาน? ถึงกับลงมือโดยไม่สนใจหน้าตาตัวเองเลยรึ?” หวังเค่อเผยสีหน้าพิกล
ขาใหญ่ทารกแกนิญญามาด้วยตัวเอง ตนจะไปต่อต้านผายลมอะไรได้!
“ไม่สนใจหน้าตา? อืม มันเป็คนประเภทหมายตาอะไรไว้แล้วต้องได้! อีกอย่าง พี่หวัง ท่านเองก็ล่วงเกินอีกฝ่ายไว้เหมือนกันนะ!” มารข้างหวังเค่อกระซิบ
“ข้า? ข้าไปล่วงเกินมันตอนไหน?” หวังเค่อตะลึง
“ไม่ใช่ท่าน แต่เป็คนของท่าน ผู้ดูแลเกาะเทพัคนใหม่ เนี่ยชิงชิง!” มารข้างหวังเค่อกระซิบ
“ท่านหมายความว่ายังไง?” หวังเค่อตะลึง
“ท่านไม่ทราบ?” มารข้างกายหวังเค่อแปลกใจ
“ทราบอะไร?” หวังเค่อถามด้วยสีหน้าประหลาด
หวังเค่อััได้ถึงกลิ่นอายของข่าวฉาวซุบซิบเข้มข้น
“เ้าตำหนักจื่อปู้ฝานสนใจในตัวเ้าตำหนักจูหงอี! แต่ไม่อาจเอาชนะใจเ้าตำหนักจูได้! ตอนนี้เ้าตำหนักจูมีเนี่ยชิงชิงอยู่ข้างกาย เ้าตำหนักจื่อปู้ฝานยิ่งไม่มีหวังกว่าเดิม!” มารข้างหวังเค่ออธิบาย
หวังเค่อเบิกตากว้าง เมื่อกี้อะไรนะ?
“ท่านว่าจื่อปู้ฝานเป็พวกรักร่วมเพศ?” หวังเค่อตะลึง
“รักร่วมเพศ? รักร่วมเพศอะไร? เ้าตำหนักจื่อปู้ฝานเป็โฉมงามเลื่องชื่อประจำลัทธิมาร แต่น่าเสียดายที่นางไล่ตามกลับไม่อาจเอาชนะใจเ้าตำหนักจูได้! ตอนนี้เนี่ยชิงชิงเข้าร่วมลัทธิมาร นางยิ่งไม่มีหวัง!” มารข้างหวังเค่ออธิบาย
“อ้อ จื่อปู้ฝานเป็สตรี! ข้าก็นึกว่า…!” หวังเค่อเผยสีหน้าปูเลี่ยน
“เนี่ยชิงชิงเป็คนในสังกัดท่าน ท่านคิดว่าจื่อปู้ฝานจะพอใจท่านรึ? ทำไมจื่อปู้ฝานถึงได้ดื้อด้านหมายตาราชวงศ์ต้าชิง? ไม่ใช่เพราะราชวงศ์ต้าชิงมีจูหงอีเป็ผู้อุปถัมภ์? กาลก่อน จื่อปู้ฝานเองก็ช่วยจูหงอีปกป้องราชวงศ์ต้าชิงร่วมกัน กล่าวก็คือ นี่เป็ความปรารถนาของจื่อปู้ฝานที่มีต่อจูหงอี! ไม่อย่างนั้นจื่อปู้ฝานมีหรือจะคิดผลักดันให้เหลนชายขึ้นเป็อ๋อง?” มารข้างหวังเค่อเอ่ย
“เนี่ยชิงชิงเป็คนของท่าน แถมญาติตระกูลหวังของท่านเองก็กำลังจะขวางแผนการของจื่อปู้ฝานอีกครั้ง จุ๊จุ๊ พี่หวัง ท่านต้องระวังตัวด้วยนะ! หากข้าเดาไม่ผิด อีกไม่นานจื่อปู้ฝานจะต้องมาหาเื่ท่านแน่!” มารตนหนึ่งเอ่ย
หวังเค่อ “…!”
หวังเค่อพลันนึกถึงคำพูดของท่านอาจารย์ตอนถงอันอันวางแผนลอบสังหารตนในอาคารเสินหวังเมื่อไม่นานมานี้ เป็จื่อปู้ฝานสั่งการมา นาง้าฆ่าข้า? ตอนนี้เมื่อรู้แล้วว่าตระกูลหวังประจำเมืองชิงจิงเป็คนของข้า นางมีหรือจะยอมละเว้น?
หลังจากรับฟังเื่รักสามเส้าของจูหงอี เนี่ยชิงชิง และจื่อปู้ฝานอยู่นาน หวังเค่อก็ผละตัวจากวงไพ่นกกระจอกด้วยหัวใจหนักอึ้ง
หลังเล่นไพ่เสร็จ หวังเค่อก็ตรงกลับไปยังวังหลวง ก่อนจะเห็นจางเจิ้งเต้าเดินมา
“หวังเค่อ เ้าคิดจะไปเล่นไพ่นกกระจอกกับมารพวกนั้นตอนเที่ยงจริงๆ?” จางเจิ้งเต้าถลึงตาใส่หวังเค่อ
“ทำไมทำสายตาแบบนั้น? ก็แค่ไพ่นกกระจอกไม่กี่ตาเอง! จะโวยวายไปทำไม?” หวังเค่อมองจางเจิ้งเต้าอย่างสงสัย
“เ้ามันประหลาด! พวกมันเป็มาร! เป็ศิษย์ลัทธิมาร! เ้าไม่เห็นเรอะ? ธรรมะอธรรมไม่อาจอยู่ร่วม! แล้วทำไมพวกมันถึงไม่จับเ้ากินกันนะ?” จางเจิ้งเต้ายังมองหวังเค่ออย่างไม่เข้าใจ
“เอาละ เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว! ข้ามีเื่ให้เ้าทำ!” หวังเค่อเอ่ยจริงจัง
“เื่อะไร?” จางเจิ้งเต้าถามอย่างสงสัย
“เ้าช่วยนำทางพี่รองกับเด็กตระกูลหวังหลายร้อยไปร่วมงานชุมนุมประตูัที!” หวังเค่อกล่าว
“ทำไม?” จางเจิ้งเต้าชะงัก
“อีกไม่นาน เ้าตำหนักลัทธิมารจื่อปู้ฝานจะมาหาเื่ตระกูลหวังข้าที่เมืองชิงจิง เมืองชิงจิงอาจไม่ปลอดภัยอีก! เด็กรุ่นใหม่ที่พี่รองพามาล้วนแต่เป็หน่ออ่อนชั้นเลิศ ไม่อาจปล่อยให้ดับสิ้นลงที่นี่! หากเกิดอะไรขึ้นมา ข้าคงไม่อาจปกป้องพวกมันได้!” หวังเค่ออธิบาย
“จื่อปู้ฝานหมายหัวเ้า? เ้าไปหาเื่อะไรนางไว้? เ้าจบเห่แล้ว! ทำไมเ้าถึงไม่หนีไปด้วยกัน?” จางเจิ้งเต้ากล่าวอย่างใ
“ข้าไปแล้วราชวงศ์ต้าชิงจะทำยังไง? ตระกูลหวังข้าอุตส่าห์รับ่ต่อราชวงศ์มาแล้ว! ข้าจะเสียไปแบบนี้ไม่ได้!” หวังเค่อเอ่ยเสียงเข้ม
“เ้าคิดรั้งอยู่เพื่อปกป้องราชวงศ์ต้าชิงจากจื่อปู้ฝาน?” จางเจิ้งเต้าอุทานอย่างใ
“ใช่!” หวังเค่อตอบตรงๆ
“เ้าหน้าใหญ่ขนาดไหนกัน? จื่อปู้ฝานเป็ั์ใหญ่ทารกแกนิญญา ตบทีเดียวเ้าก็ตายแล้ว! แถมเ้ายังชิงแส้เทพอสนีของนางไปอีก เ้าคิดว่าวิชาลมตดของเ้าไร้เทียมทานรึไง?” จางเจิ้งเต้าแปลกใจ
“เ้าจะไปรู้อะไร! ข้าบอกให้เ้าไปก็ไปเถอะ ถ้าไม่อยากก็อยู่รอเผชิญหน้าภัยร้ายร่วมกับข้า!” หวังเค่อพูด
จางเจิ้งเต้าหน้าแข็งค้าง จื่อปู้ฝานมาหาเ้า ทำไมข้าต้องอยู่ด้วย? ข้าไม่อยากตายนะ!
“ชะ ช่างเถอะ ข้าจะไปรอเ้าที่งานชุมนุมประตูั!” จางเจิ้งเต้ากล่าวด้วยสีหน้าพิกล
“เอาเถอะ ช่วยนำทางพี่รองข้ากับพวกที่เหลือที!” หวังเค่อพยักหน้า
หวังเค่อโบกมือก่อนจะเรียกพี่รองมา หลังรับคำสั่งจากหวังเค่อแล้วพี่รองก็พยักหน้ารับทันที
“หวังเค่อ เ้าจะไม่ไปด้วยจริงเหรอ?” จางเจิ้งเต้าถาม
“เ้าไปเถอะ!” หวังเค่อกระตุ้น
แน่นอนว่าหวังเค่อไม่คิดจากไป หลังจากเล่นไพ่นกกระจอกตาเมื่อครู่ หวังเค่อก็ได้ขอให้ศิษย์ลัทธิมารช่วยตนส่งจดหมายไปยังเกาะเทพั ขอให้เนี่ยชิงชิงมาช่วยจัดการ รักสามเส้าเปื้อนโลหิตเคืองแค้นของพวกเ้า ทำไมข้าต้องไปยุ่งเกี่ยวด้วย!
แม่งเอ๊ย ถ้าเกิดจื่อปู้ฝานกล้าหาเื่ข้า งั้นข้าก็จะลงมือเหมือนกัน!
เพียงแต่ไม่สะดวกให้จางเจิ้งเต้ากับคนอื่นได้เห็นเท่านั้นเอง
“ไม่ได้ แบบนี้เ้าไม่ปลอดภัยแน่!” จางเจิ้งเต้าเอ่ยด้วยสีหน้าประหลาด
“หือ เ้ารู้จักเป็ห่วงข้าั้แ่เมื่อไหร่?” หวังเค่อชะงักไป
“ข้าหมายถึง เ้าจะเขียนพินัยกรรมไว้ก่อนไหม? พอเ้าตาย ข้าก็จะได้รับสืบทอดกิจการเ้าต่อไง!” จางเจิ้งเต้าบิดไปบิดมา
“ไสหัวไป! เ้าต่างหากที่ตาย ไม่ใช่ข้า! ไสหัวไป!” หวังเค่อเตะจางเจิ้งเต้าออกไป
ด้านนอกเมืองจูเซียน บนยอดเขาสูง
จางหลี่เอ๋อร์ถลึงตาใส่กลุ่มศิษย์พรรคอีกาทองคำ
“น้องข้าไปไหนแล้ว?” จางหลี่เอ๋อร์ถามอย่างโกรธเกรี้ยว
“พวกเราตามหาอยู่นานแต่ไม่พบขอรับ! ศิษย์พี่หญิง ท่านไปเยือนพรรคเทพหมาป่า์ ได้อะไรบ้างหรือไม่?” ศิษย์น้องคนหนึ่งถามอย่างสงสัย
“เ้าเฒ่าโม่ซันซันนั่น! พอเห็นข้าก็ปิดประตูไม่ยอมพบหน้า! มันบอกว่ามันเองก็โดนหวังเค่อหลอก มันเป็เ้าตำหนักหมาป่าประจิม จะโดนหวังเค่อหลอกได้ยังไง? แล้วหวังเค่อจะหลอกมันทำไม? เ้าเฒ่าไร้ยางอายนี่! วันๆ คงว่างมากเกินไปสินะ! หาว่าข้าชอบหวังเค่อ? ผายลมเถอะ!” จางหลี่เอ๋อร์กล่าวอย่างเกรี้ยวกราด
“ว่าอะไร?”
“โม่ซันซันก็คงไม่รู้ว่าน้องข้าอยู่ไหน ตอนนี้มีเพียงหวังเค่อที่รู้!” จางหลี่เอ๋อร์เอ่ยเสียงเข้ม
“หวังเค่อ? หวังเค่อมันเป็จิ้งจอกเ้าเล่ห์ เผ่นหนีไปนานแล้ว พวกเราจับตัวลูกน้องมันไว้ได้คนหนึ่ง ไม่ว่าจะสอบปากคำแบบไหนมันก็บอกไม่รู้ บางทีมันอาจไม่รู้จริงๆ! หรือไม่ก็ปากแข็งยิ่ง!” ศิษย์พรรคอีกาทองคำเอ่ยเสียงเข้ม
จางหลี่เอ๋อร์หรี่ตาเอ่ย “เ้าไปสอบถามศิษย์น้องที่รับหน้าที่สืบข่าวภายในพรรคอีกาทองคำมาหรือยัง?”
“ขอรับ! พวกเขาตรวจสอบให้แล้ว ่นี้บริษัทเสินหวังส่งพนักงานออกไปเกณฑ์ไพร่พลเซียนเทียนตามเมืองเซียนทั้งหลายโดยใช้ประกันอุบัติเหตุเป็รางวัล โดยขอให้พวกมันเข้าร่วมรบในแดนมนุษย์!” ศิษย์น้องเอ่ย
“ใช้ประกันจ่าย? เศษกระดาษยังใช้แทนเงินได้ด้วย? หวังเค่อเสียสติไปแล้วหรือไม่? มันเกณฑ์คนไปทำงานให้แถมยังไม่จ่ายเงินอีก? ใครเขาจะยอม!” จางหลี่เอ๋อร์ตะลึง
“เอ่อ มีเซียนเทียนจำนวนมากถูกเกณฑ์ไป แถมทุกคนยังล้วนยินดีสมัครใจ!” ศิษย์น้องตอบ
จางหลี่เอ๋อร์ “…!”
“ศิษย์พี่หญิง เื่นี้ดูแล้วมีอาถรรพ์ แต่แิเช่นนี้ถูกต้องหรือไม่?” ศิษย์น้องถาม
จางหลี่เอ๋อร์นิ่งเงียบไปสักพักก่อนพยักหน้ารับ “ใช่แล้ว! แิแบบนี้ต้องจับตาดูให้ดี หากข้าตามเซียนเทียนพวกนั้นไปถึงแดนมนุษย์ ก็ต้องเจอน้องข้าแน่!”
“ทราบ!” ศิษย์น้องทั้งหลายต่างขานรับจริงจัง
ก่อนหน้านี้นางตามหาหวังเค่อเพื่อหวังล้างแค้นระบายความอัดอั้น เวลานี้น้องชายหายตัวไปเป็ตายไม่อาจทราบ จางหลี่เอ๋อร์ก็ไม่อาจสงบใจได้อีก ถ้าหากไม่ใช่นางทราบว่าหวังเค่อพลังฝีมือต่ำต้อยจนไม่อาจรับรู้เื่ราวระยะไกลได้ จางหลี่เอ๋อร์คงพุ่งไปทุบอาคารเสินหวังทิ้งเพื่อเรียกหวังเค่อออกมาแล้ว
ตอนนี้ทำได้เพียงรอคอยอย่างกังวล
แดนมนุษย์ ในห้องโถง
บนบัลลังก์ในห้องโถง มีสตรีชุดสีม่วงถือจอกสุราไว้ สตรีผู้นี้แต่งหน้าหนาเตอะดูงดงามเปี่ยมเสน่ห์! ทว่ากลุ่มชายชุดดำตรงหน้านางกลับไม่มีใครกล้าเงยหน้ามอง มีเพียงบุรุษคนหนึ่งในอาภรณ์ัยืนเอ่ยคำอยู่ใกล้ๆ
“อาหญิงทวด ท่านไม่ต้องกังวล กองทัพตระกูลจื่อเราได้ควบคุมยี่สิบหัวเมืองไว้แล้ว ถึงแต่ละเมืองจะมีจลาจลอยู่ แต่ทุกอย่างล้วนอยู่ในการควบคุม อีกไม่นานข้าจะยึดเมืองชิงจิงมาได้! ต้องขอบคุณอาหญิงทวดที่สนับสนุน!” บุรุษในอาภรณ์ัเผยสีหน้าตื่นเต้นยินดี
“ยังไม่ทันครองแผ่นดิน เ้าก็เริ่มสวมอาภรณ์ัแล้ว? นี่ได้ใจเร็วไปหรือไม่?” สตรีชุดม่วงเอ่ยเสียงเข้ม
“ที่นี่มีอาหญิงทวดอยู่ไม่ใช่รึ? ขุนศึกที่เหลือจะนับเป็อย่างไรได้!” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างตื่นเต้น
“เหอะ ครั้งนี้ข้าช่วยเ้าก่อตั้งราชวงศ์ ต้องใช้ศิลาิญญาไปไม่น้อย หากตอนท้ายเ้ายึดครองแผ่นดินไม่ได้ล่ะก็! เ้าไม่ต้องมาให้ข้าเห็นหน้าอีก! ข้าจะเสียชายผู้นี้ไปไม่ได้!” จื่อปู้ฝานในชุดสีม่วงเอ่ยเสียงเข้ม
“อาหญิงทวด ข้ารับรองได้ว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุม! ตอนนี้ข้าปกครองอาณาเขตใหญ่โตที่สุด ขอเพียงได้แม่ทัพเซียนเทียนจากเมืองเซียนมาช่วยเสริม ข้าก็สามารถยึดครองแผ่นดินได้ในครึ่งปี!” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างมั่นใจ
จื่อปู้ฝานมองดูเหลนทวดก่อนพยักหน้ารับอย่างพอใจ
“ไม่ได้การ ฝ่าา ไม่ได้การแล้ว!” ด้านนอกตำหนักพลันมีเสียงะโลนลานดังขึ้น
บุรุษอาภรณ์ัหน้าดำหม่น ข้าเพิ่งรายงานให้อาหญิงทวดฟังเสียดิบดี ลูกน้องคนไหนมันกล้าส่งเสียงเอะอะแบบนี้
“อาหญิงทวด เดี๋ยวข้าออกไปจัดการเอง!” บุรุษอาภรณ์ักล่าวอย่างนอบน้อม
“ให้มันเข้ามารายงาน มีเื่อะไร?” จื่อปู้ฝานจิบสุราพลางถาม
“ทราบ!”
ไม่นานนัก ขุนนางคนหนึ่งก็ถูกเรียกเข้ามาในห้องโถง
พอเห็นจื่อปู้ฝานบนบัลลังก์และกลุ่มศิษย์ลัทธิมารในชุดดำรายล้อม มันก็แตกตื่นลนลาน
“เ้าไม่เห็นรึว่าข้ากำลังคุยกับอาหญิงทวดอยู่? มาะโอะไรอยู่นอกห้องโถง?” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยเสียงเข้ม
“ทะ ท่านอ๋อง ยี่สิบหัวเมืองที่พวกเราคุมอยู่ตอนนี้เกิดจลาจลครั้งใหญ่ขอรับ!” ขุนนางตอบอย่างกังวล
“อะ อะไร? จลาจลใหญ่?” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ
“ขอรับ ราชวงศ์ต้าชิงได้ประกาศราชโองการของปฐมอ๋องแก่ใต้หล้า! อ๋องต้าชิงประกาศว่าพวกเราและขุนศึกที่เหลือล้วนแต่เป็กองทัพฏ! ตระกูลยอดฝีมือและพ่อค้ามั่งคั่งทุกแห่งสามารถลงทัณฑ์กองทัพฏเพื่อสร้างความชอบ! ตระกูลทั้งหมดในหัวเมืองใหญ่ทุกแห่งล้วนแต่ตอบรับ ตอนนี้ก่อหวอดวุ่นวายใหญ่แล้ว!” ขุนนางตอบอย่างกังวล
“ราชวงศ์ต้าชิงบ้าอะไร ราชวงศ์ต้าชิงล่มไปแล้ว! ราชโองการจากบรรพชนนี่มาจากไหน? ใครเป็คนประกาศ? ใครมันจะเชื่อ!” บุรุษอาภรณ์ัอุทาน
“เป็ความจริง ข่าวเพิ่งมาถึงขอรับ! เหล่าผู้าุโในราชวงศ์ต่างสนับสนุนการคืนชีพราชวงศ์ต้าชิง มีทั้งราชโองการจากอ๋องคนก่อนจูเยี่ยน และราชโองการจากบิดาของจูเยี่ยนอีกที! พวกมันส่งต่อราชวงศ์ต้าชิงให้หวังเค่อ ส่วนหวังเค่อก็ส่งต่อบัลลังก์ให้พี่ใหญ่ของมัน!” ขุนนางกล่าวอย่างขมขื่น
“อะ อะไร? หวังเค่อ? พี่ใหญ่?” บุรุษอาภรณ์ัเผยสีหน้ามึนงง
“หวังเค่อ?” จื่อปู้ฝานหยุดดื่มสุราก่อนอุทานอย่างแปลกใจ
“ขอรับ หวังเค่ออยู่ในเมืองชิงจิง พวกเราทราบข่าว เื่ที่เกิดขึ้น…!” ขุนนางบรรยายสถานการณ์อีกครั้ง
“เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ พวกขุนนางราชวงศ์เก่ามันบ้าหรือไง? ทำไมพวกมันถึงเต็มใจสนับสนุนหวังเค่อด้วย? พวกมันคิดอยากรักษาชื่อราชวงศ์ต้าชิงไว้? พวกมันทำอะไร?” บุรุษอาภรณ์ัอุทาน
“ถึงขุนนางเก่าของราชวงศ์ต้าชิงครึ่งหนึ่งจะใกล้ลงโลง แต่พวกมันก็เป็เสาหลักแก่ราชวงศ์ต้าชิงในอดีตเสมอมา เป็ขุนนางที่ครองอำนาจมากที่สุด! ตระกูลของขุนนางเหล่านี้กระจายไปทั่วอาณาจักร พวกมันส่งจดหมายหากัน ขุนนางและตระกูลใหญ่ทั้งหมดล้วนแต่เชื่อฟังผู้เฒ่าเหล่านี้! พวกมันมีเครือข่ายยิ่งใหญ่ที่สุดขอรับ!” ขุนนางกล่าวอย่างกังวล
“อะไร ได้ยังไง…?” บุรุษในอาภรณ์ักล่าวด้วยสีหน้าอัปลักษณ์
“พวกเราถูกตราหน้าเป็ทัพฏ ขุนนางทั้งหลายที่ได้รับทราบราชโองการและจดหมายจากขุนนางเก่าล้วนหันหลังให้พวกเราหมดแล้ว! เพราะตระกูลหวังเมืองชิงจิงมีความชอบธรรม! ตอนนี้ยี่สิบเมืองล้วนโกลาหลวุ่นวาย!” ขุนนางกล่าว
“กองทัพ ข้ายังมีกองทัพอยู่ รีบไปปราบพวกก่อจลาจลเร็ว!” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างลนลาน
“เปล่าประโยชน์ขอรับ กองทัพเองก็ระส่ำระสาย! กองทัพพวกเราถูกเกณฑ์มาจากทั่วอาณาจักรโดยมีตระกูลใหญ่ทั้งหลายหนุนหลัง! แม่ทัพระดับกลางในกองทัพเราเดิมก็เป็แม่ทัพของต้าชิง พวกมันยินดีรับใช้ราชวงศ์ต้าชิงใหม่! อีกอย่าง พวกมันหลายคนก็เป็คนในตระกูลขุนนางเก่าเ่าั้ พวกมันล้วนเป็ยอดคนมากพร์ประจำตระกูล! ตอนนี้ค่ายทหารใหญ่กลายเป็สนามรบแย่งชิงอำนาจและความชอบไปแล้วขอรับ!” ขุนนางตอบกล่าวอย่างขมขื่น
“เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้ ข้าครองอาณาเขตใหญ่โตที่สุด ไฉนถึงหายไปในชั่วข้ามคืน? เป็ไปไม่ได้” บุรุษอาภรณ์ัอุทานอย่างหวาดผวา
“ทัพที่แยกตัวออกไปกำลังสร้างความชอบด้วยการไล่สังหารทัพฏ! องค์เหนือหัว ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไร?” ขุนนางถามอย่างกังวล
ทำยังไง? บุรุษอาภรณ์ัจะทำอะไรได้?
“อาหญิงทวด ท่านต้องช่วยข้านะ!” บุรุษอาภรณ์ัมองจื่อปู้ฝานอย่างกังวล
จื่อปู้ฝานหรี่ตาลง
ราชวงศ์ต้าชิง? หวังไต้จูชิง?
“จูเยี่ยน เ้าคิดฉวยโอกาสตอบแทนที่ข้าช่วยแบบนี้? เหอะ! อาทวดเ้าเป็คนไร้น้ำใจ เ้าเองก็ไม่ต่างกัน!” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงเย็น
“ท่านเ้าตำหนัก ข้าจำได้ว่าท่านส่งคนไปไล่ล่าหวังเค่อไม่ใช่รึ? หวังเค่อมันจะมาโผล่ที่เมืองชิงจิงได้อย่างไร?” ศิษย์ลัทธิมารในชุดดำถาม
“ถงอันอัน ไอ้เศษสวะ! ก่อนหน้านี้ทำงานดีมาตลอด! ตอนนี้พอเจอหวังเค่อดันกลายเป็ไม่ได้ความ!” จื่อปู้ฝานแค่นเสียงเย็น
จื่อปู้ฝานไหนเลยจะทราบว่าก่อนหน้านี้ถงอันอันได้ลอบประมือกับหวังเค่อมาหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่จังหวะเวลาไม่เคยเป็ใจ!
“อาหญิงทวด จับโจรต้องจับหัวหน้า ไฉนท่านถึงไม่ส่งศิษย์ลัทธิมารไปถล่มตระกูลหวังในเมืองชิงจิงให้ราบ?” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างกังวล
“นายน้อยจื่อ ท่านหวังสูงไปแล้ว! ทันทีที่พวกเราลงมือกวาดล้างตระกูลหวัง ศิษย์ฝ่ายธรรมะจะตามล่าท่าน! พวกมันจะทุ่มสุดกำลังเพื่อสังหารท่านข้อหาแทรกแซงกฎระเบียบแดนมนุษย์!” คนในชุดดำอธิบาย
บุรุษในอาภรณ์ัหน้าแข็งค้าง ศิษย์ฝ่ายธรรมะจะมาฆ่าข้า? เ้าล้อเล่นใช่มั้ย?
“งะ งั้นช่างเถอะ อาหญิงทวด ไม่ใช่ท่านบอกข้าว่าได้ส่งคนไปเกณฑ์ไพร่พลเซียนเทียนจากเมืองเซียนแล้ว? ไฉนมันถึงยังไม่กลับมาอีก? เร็วเถอะ รีบส่งเซียนเทียนที่คัดเลือกมาไปกวาดล้างตระกูลหวัง บอกไปว่าข้าเป็คนสั่ง หากไม่ได้ผลท่านก็ช่วยข้าปราบพวกฏในค่ายทหารใหญ่ก็ได้!” บุรุษอาภรณ์ัเอ่ยอย่างลนลาน
จื่อปู้ฝานมุ่นคิ้วเล็กน้อย ก่อนมองไปยังชายในชุดดำที่ก้มศีรษะต่ำ
“ขอท่านเ้าตำหนักโปรดอภัย ผู้น้อยกำลังจะรายงานแต่ถูกนายน้อยจื่อขัดจังหวะพอดี! เนี่ยเทียนป้ากับข้าได้ไปยังเมืองจูเซียน ตอนไปถึง เนี่ยเทียนป้าได้รับปากว่าจะเกณฑ์เซียนเทียนสองร้อยคนมาให้ ข้าพลั้งเผลอไปแปปเดียว เนี่ยเทียนป้าก็ผลาญเงินที่ท่านมอบให้ไปจนหมด! ไม่ได้เกณฑ์ใครมาสักคน!” ชายชุดดำกล่าว
จื่อปู้ฝานจ้องชายชุดดำเขม็ง บุรุษอาภรณ์ัยิ่งอยากเข้าไปเตะเ้าตัวบัดซบนี่ให้ตาย
เงินก็หาย คนก็ไม่มี?
“เป็หวังเค่อ! ทั้งหมดเป็เพราะหวังเค่อ!” ชายชุดดำรีบกล่าวทันที
“หวังเค่ออีกแล้ว?” จื่อปู้ฝานถามอย่างงุนงง
“ขอรับ เื่เป็แบบนี้…!” ชายชุดดำรีบบรรยายเื่ในเมืองจูเซียนออกมา
“หรือก็คือ ทั้งหมดนี้เป็เพราะหวังเค่อ?” จื่อปู้ฝานถามเสียงเย็น
“ขอรับ แถมเป็เพราะเนี่ยเทียนป้าด้วย!” ชายชุดดำบอก
จื่อปู้ฝานนั่งขมวดคิ้วขบคิดอยู่บนบัลลังก์
“อาหญิงทวด ตอนนี้มีเพียงท่านที่ช่วยข้าได้! อาหญิงทวด ท่านต้องช่วยข้านะ!” บุรุษในอาภรณ์ัคุกเข่าให้จื่อปู้ฝานอย่างลนลาน
“ไป ไม่ต้องรอแล้ว ไปชิงจิงกันตอนนี้เลย!” จื่อปู้ฝานเอ่ยเสียงเข้ม
ขณะที่จื่อปู้ฝานผุดลุกขึ้น ชายในชุดดำคนหนึ่งก็รีบรุดเข้ามาในห้องโถง
“ท่านเ้าตำหนัก เนี่ยเทียนป้ากลับมาแล้ว แถมพาคนที่ท่าน้าตัวมาด้วยขอรับ!” ชายชุดดำเอ่ยอย่างตื่นเต้น
