จู่ๆ ิหยวนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังเคลื่อนไหวอยู่ข้างเท้า เขาจึงก้มลงมอง พลันเห็นลูกแมวสีส้มขาวตัวน้อยกำลังเอื้อมมือออกมาตะปบชายเสื้อคลุมของเขา ิหยวนจึงก้มลงอุ้มลูกแมวขึ้นมา วางไว้บนฝ่ามือ ลูกแมวตัวน้อยน่ารักน่าชังราวกับก้อนแป้ง ดูเหมือนกับตอนปั้นเหลี่ยงยังเด็ก เหมือนกันอย่างกับแกะ
“อาจารย์ของเ้าเคยเล่าเื่เป่ยฉีให้เ้าฟังหรือไม่?”
ิหยวนอุ้มลูกแมวไว้ในอ้อมแขนพลางครุ่นคิด “อาจารย์เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า ่ที่เกิดจลาจล ห้าชนเผ่าเรืองอำนาจ สุดท้ายชนเผ่าเซียนเปยได้รับชัยชนะ ชนเผ่าอื่นๆ ยอมสวามิภักดิ์ ต่อมาผู้นำชนเผ่าเซียนเปยได้รับการแต่งตั้งให้เป็จักรพรรดิ ก่อตั้งราชวงศ์ฉี พวกเขากำเนิดจากชนเผ่าเร่ร่อน จึงยังคงรักษาวิถีชีวิตแบบเดิม ไม่ได้แบ่งเขตการปกครองเป็แคว้นหรือเมือง แต่แบ่งชนเผ่าต่างๆ ออกเป็กลุ่ม ยามใดที่เกิดาก็เกณฑ์ไพร่พล ยามสงบก็ทำไร่ไถนา เลี้ยงสัตว์ ส่วนชาวฮั่นที่อาศัยอยู่ตามริมแม่น้ำก็รวมตัวกันสร้างป้อมปราการ อยู่รวมกันเป็กลุ่มก้อน”
“เพียงเท่านี้หรือ?”
“เพียงเท่านี้ขอรับ”
เผยซูเยี่ยขมวดคิ้ว “เขาน่าจะเป็คนที่รู้เื่เป่ยฉีมากที่สุดในยุคนี้ แต่กลับเล่าได้ขาดๆ หายๆเพียงนี้”
เซี่ยโหวเจี๋ยหัวเราะลั่น “ท่านว่าอาจารย์โหวอิงเล่าขาดตกบกพร่องหรือ? ข้าว่าเขากำลังรักษาศักดิ์ศรีต่างหาก จะให้เขาเล่าเื่ที่ตนเองแอบนัดพบหญิงสาว พูดคุยกันบนสะพาน รักกันปานมิอาจแยกจากกันได้ แล้วถูกสองแคว้นตามล่าได้อย่างไรกัน? หยวนเก้อเอ๋อร์ เ้าฟังข้า ป้อมปราการชาวฮั่นที่เ้าพูดถึง ตระกูลที่ใหญ่ที่สุดก็คือตระกูลชุย”
“ท่านหมายถึงซือเหนียงของข้า...”
“ใช่แล้ว” เซี่ยโหวเจี๋ยพยักหน้าพลางบังคับรถเข็นไปทางฉากกั้นลมด้านหลังห้องโถง ก่อนจะยกมือขึ้นเปิดม่านปักลายที่ปิดบังบางสิ่งเอาไว้ ด้านหลังเป็แผนที่ขนาดใหญ่ แม่น้ำฉางเจียงกั้นกลาง แบ่งแผนที่ออกเป็สองฝั่ง “ฮ่องเต้แคว้นเป่ยฉีทรงแต่งตั้งชุยซื่อเหยา บัณฑิตจากตระกูลชุยให้เป็อัครมหาเสนาบดีเพื่อปฏิรูปแผ่นดิน เลียนแบบระบบการปกครองของชาวฮั่น”
ิหยวนใจนขนลุกซู่ รีบยืนขึ้นทันที
“์!”
หลังจากจลาจลห้าชนเผ่าเรืองอำนาจ ชาวฮั่นต่างอพยพไปตั้งรกรากอยู่ทางใต้ พยายามยกทัพไปปราบชนเผ่าทางเหนือหลายครั้งแต่ก็พ่ายแพ้ จึงเกรงกลัวชนเผ่าเ่าั้ราวกับเสือ แต่ิหยวนกลับคิดว่า ตราบใดที่ชาวฮั่นทางใต้มีความเข้มแข็ง ชนเผ่าทางเหนือก็ไม่น่ากลัว ชนเผ่าเ่าั้ยึดครองดินแดนภาคกลางมานานนับร้อยปี แต่ก็ยังคงปกครองแคว้นแบบเดิม ไม่มีระบบการปกครองที่เป็อันหนึ่งอันเดียวกัน ไม่มีภาษาเขียนเป็ของตนเอง ไม่คัดเลือกขุนนาง ไม่ส่งเสริมการเกษตร ไม่รู้จักขนบธรรมเนียมประเพณี ยังคงปกครองแบบบ้านป่าเมืองเถื่อน หากฝ่ายใต้มีผู้นำที่แข็งแกร่ง ยกทัพข้ามแม่น้ำไปปราบชนเผ่าทางเหนือ ย่อมได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้เป่ยฉีกลับให้ความสำคัญกับระบบการปกครอง ชนเผ่าทางเหนือเติบโตบนหลังม้า ร่างกายแข็งแกร่ง หากอีกฝ่ายปฏิรูปแผ่นดินสำเร็จ ราษฎรต่างก็เทใจให้ ร่วมมือร่วมใจกันเป็หนึ่งเดียว แล้วเคลื่อนทัพลงใต้ เกรงว่าผู้ที่จะได้แผ่นดินคงจะเป็ชนเผ่าทางเหนือ!
“ใช่แล้ว” เผยซูเยี่ยพยักหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย เขาพอใจที่ิหยวนมองเห็นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีดีใจออกมา “ทว่าราชสำนักเป่ยฉีปกครองแบบเดิมมานาน รากฐานอ่อนแอ การปฏิรูปของชุยซื่อเหยาจึงมีผู้ต่อต้านมากมาย เหล่าขุนนางและแม่ทัพต่างร้องขอให้สังหารเขา”
ิหยวนไม่เข้าใจว่าอาจารย์เผย้าจะสื่อสิ่งใด
เผยซูเยี่ยจึงยื่นมือออกมา ิหยวนส่งลูกแมวคืนให้ “ฉะนั้นฮ่องเต้แคว้นเป่ยฉีจึงจำเป็ต้องทำา เพื่อรวบรวมขวัญกำลังใจ กำจัดศัตรู เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้ตนเอง และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าการปฏิรูปของเขาจะประสบความสำเร็จ”
“ฮ่องเต้แคว้นเป่ยฉีกำลังวางแผนยกทัพลงใต้อีกครั้ง? ดังนั้นจึง้าสร้างความวุ่นวายในดินแดนทางใต้หรือขอรับ?”
“ภัยพิบัติเกิดขึ้นติดต่อกันหลายปี ราษฎรใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ราชสำนักอ่อนแอ อำนาจอยู่ในมือขุนนาง อีกทั้งยังมีกองกำลังต่างๆ จ้องจะโค่นล้มราชวงศ์ เวลานี้เกิดเื่วุ่นวาย เปลวไฟเพียงเล็กน้อยก็อาจลุกลามบานปลายได้”
“ทั้งหมดนี้เป็เพียงการคาดเดาของท่าน ไม่มีหลักฐานใดๆ”
“ใช่” เผยซูเยี่ยพยักหน้าพลางลูบขนนุ่มๆ ของลูกแมวเบาๆ ก่อนจะเงียบไป
หมานสือชีลุกขึ้นยืนทันที “จะทำาก็เชิญ พวกเราไม่กลัวชนเผ่าเ่าั้อยู่แล้ว! อาจารย์ไม่ต้องกังวล ข้าจะล้างแค้นให้ท่าน บุกเมืองหลวงของพวกมัน!”
เซี่ยโหวเจี๋ยอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหัวด้วยรอยยิ้มขมขื่น
“ท่านอาเซี่ยโหว...”
“มีอันใดหรือ?”
“ไม่มีอันใดขอรับ” ิหยวนอดไม่ได้ที่จะถามออกไป เื่ราวในอดีตมันเป็เช่นไรกันแน่ หาก้าล้างแค้น ควรล้างแค้นกับใคร เป่ยฉีหรือ หากไม่ใช่ แล้วจะเป็ใครกัน แต่เขาก็รู้สึกว่าไม่ควรพูดเื่นี้ในเวลานี้จึงได้แต่เก็บคำถามไว้ในใจ
......
ทั้งสองคนรีบกล่าวลา ก่อนจะถือยาสมุนไพรสองห่อใหญ่กลับไป ห่อหนึ่งเป็ยาสมานแผล ส่วนอีกห่อเป็ยาแก้หวัด ิหยวนยังแอบพกยาทาชั้นดีที่เซี่ยโหวเจี๋ยมอบให้ติดตัวไปด้วย ว่ากันว่ายานี้เป็ยาที่หายาก รักษาได้สารพัดโรค
“หยุดอยู่ตรงนั้น! พวกเ้ากำลังทำอันใด?”
หม่านสือชีกำลังจะถามว่าเหตุใดถึงต้องพกยาแก้หวัด จู่ๆ ก็มีเ้าหน้าที่ลาดตระเวนของกรมผู้ดูแลเมืองหลวงเดินเข้ามา
ิหยวนส่งสายตาให้หม่านสือชีถอยออกไป ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหาเ้าหน้าที่ลาดตระเวนพลางยกห่อยาขึ้น “เรียนท่านนายกอง พวกข้าเป็บัณฑิตจากสำนักศึกษาหลวง สหายร่วมชั้นของข้าป่วยเป็ไข้หวัด พวกข้าจึงไปซื้อยาให้เขามาขอรับ”
“ไข้หวัด?” เ้าหน้าที่ลาดตระเวนฉีกมุมห่อยาออก หยิบยาสมุนไพรออกมาดู เป็เพียงกิ่งอบเชย รากบัวหลวง และโสมตังกุย จึงโยนมันลงบนพื้น แล้วปล่อยพวกเขาไป ิหยวนรีบเก็บยาสมุนไพรที่ตกอยู่บนพื้นอย่างลวกๆ ก่อนจะรีบวิ่งตามหม่านสือชีไป
-----
