เสียงล้อรถม้าบดไปบนดินโคลนแฉะๆ ดังเอี๊ยดอ๊าดสลับกับเสียงร้องของนกและแมลงหน้าตาประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นในเมืองหลวงหรือชายแดนเหนือ ยิ่งขบวนรถม้าของเซียวหลันรุกล้ำลึกเข้าไปในเขตแดนใต้มากเท่าไหร่ บรรยากาศก็ยิ่งเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ อากาศที่นี่ร้อนชื้นจนแทบหายใจไม่ออก ต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นทึบจนบดบังแสงอาทิตย์ และที่น่ารำคาญที่สุดคือฝูงยุงขนาดเท่านิ้วก้อย
เพียะ!
"โอ๊ย! ยุงแดนใต้นี่มันกินเืหรือกินเนื้อกันแน่เ้าคะ!" เสี่ยวชุนตบแขนตัวเองจนแดงเถือกพลางบ่นกระปอดกระแปดขณะใช้พัดโบกพัดวีอย่างเอาเป็เอาตาย
เซียวหลันที่นั่งฝั่งตรงข้ามหัวเราะเบาๆ นางหยิบขวดสเปรย์ทำมือซึ่งนางประดิษฐ์ขึ้นมาโดยหัวฉีดทำจากกระเพาะปลาปั๊มลมออกมาจากกระเป๋าแพทย์
"เอานี่ไปฉีดซะ ข้าสกัดจากตะไคร้หอมผสมน้ำมันกานพลูและการบูร กลิ่นอาจจะฉุนหน่อยแต่รับรองว่ายุงป่าหน้าไหนก็ไม่กล้าเข้าใกล้"
นางหันไปเปิดหน้าต่างรถม้าพร้อมชะโงกหน้าออกไปหาคนขับ "หลี่หยาง! ส่งแขนมานี่ ข้าจะฉีดกันยุงให้!"
หลี่หยางที่กำลังบังคับม้าอยู่ชะลอความเร็วลงแล้วยื่นแขนแกร่งเข้ามาในหน้าต่างอย่างว่าง่าย รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าหล่อเหลาที่บัดนี้มีเหงื่อเกาะพราว
"ข้ามีลมปราณคุ้มกัน ยุงกัดไม่เข้าหรอกน่า" เขาตอบกลั้วหัวเราะ
"ลมปราณกันยุงได้ แต่กันโรคไข้จับสั่นไม่ได้นะพ่อคุณ" เซียวหลันดุไม่จริงจัง พลางฉีดน้ำยาและลูบไล้ไปตามท่อนแขนของเขาอย่างเบามือ "โรคภัยไข้เจ็บทางใต้น่ากลัวกว่าคมดาบขององค์ชายสามตั้งเยอะ"
ััที่เย็นซ่านจากน้ำยาและความนุ่มนวลจากมือของนาง ทำให้หลี่หยางรู้สึกว่าความร้อนอบอ้าวของป่าแดนใต้ลดลงไปกว่าครึ่ง
แต่ความโรแมนติกก็ถูกขัดจังหวะลงกะทันหัน
ม้าทั้งสองตัวส่งเสียงร้องตื่นตระหนกและหยุดเดินกะทันหัน หลี่หยางดึงบังเหียนไว้แน่น ั์ตาเปลี่ยนเป็คมกริบดุจเหยี่ยวทันที
"มีคนอยู่ข้างหน้า" หลี่หยางกระซิบ มือขวาเอื้อมไปจับด้ามดาบ
เซียวหลันเลิกม่านดู เบื้องหน้าบนทางเดินดินโคลน มีร่างของเด็กชายวัยราวสิบขวบนอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่ แต่งกายด้วยชุดผ้าฝ้ายทอมือสีสันฉูดฉาดอันเป็เอกลักษณ์ของชนเผ่าแดนใต้
เซียวหลันไม่รอช้า นางคว้ากระเป๋ายาแล้วะโลงจากรถม้าทันที
"ระวังตัวด้วยเซียวหลัน! อาจเป็กับดัก" หลี่หยางรีบลงมาเดินบังหน้านางไว้
เมื่อพลิกร่างเด็กชายขึ้นมา เซียวหลันก็ต้องเบิกตากว้าง
ิัของเด็กชาย ั้แ่ริมฝีปาก ปลายเล็บ ไปจนถึงใบหน้า กลายเป็สีน้ำเงินคล้ำราวกับศพ เขาหายใจหอบรัวและแ่เบาจนหน้าอกแทบไม่กระเพื่อม
"นี่มัน..." เซียวหลันรีบจับชีพจรที่คอ "ชีพจรเต้นเร็วแต่อ่อนมาก เขากำลังขาดออกซิเจน"
"ถอยออกไปจากลูกข้า! พวกคนนอก!"
เสียงตวาดดังก้องมาจากพุ่มไม้รอบทิศทาง นักรบชนเผ่าร่างกำยำนับสิบคนะโออกมาจากที่ซ่อน ในมือถือหอกไม้ไผ่ปลายแหลมและหน้าไม้ที่อาบยาพิษ เล็งตรงมาที่พวกเขา
นำหน้ามาโดยชายวัยกลางคนสวมเครื่องประดับขนนกและสร้อยกระดูกสัตว์ ท่าทางเป็หัวหน้าหมู่บ้านหรือหมอผี เขาวิ่งถลาเข้ามาหาเด็กชายด้วยใบหน้าตื่นตระหนก
"ลูกพ่อ! เ้าโดนคำสาปพรายน้ำเงินเข้าแล้ว!" หมอผีช้อนร่างเด็กขึ้นมากอด หยิบผงสีแดงบางอย่างมาสาดใส่หน้าเด็กพร้อมท่องคาถาไม่เป็ภาษา
"หยุดนะ! ผงนั่นจะยิ่งทำให้เขาสำลัก!" เซียวหลันพุ่งเข้าไปปัดมือหมอผีออก
นักรบชนเผ่าเงื้อหอกขึ้นทันที หลี่หยางชักดาบออกมารับการโจมตีอย่างรวดเร็ว
"หยุดนะ! ถ้าพวกเ้าขยับเข้ามาอีกก้าว ข้าไม่รับรองชีวิต!" หลี่หยางตวาด รังสีอำมหิตของอดีตแม่ทัพทำเอานักรบแดนใต้ถึงกับชะงัก
เซียวหลันจ้องหน้าหมอผี "ท่านเป็พ่อเขาใช่ไหม? ถ้าท่านอยากให้เขารอด จงถอยไป แล้วให้ข้ารักษาเขา... คำสาปบ้าบออะไรนั่นไม่มีจริงหรอก เขาแค่โดนพิษ!"
"พิษ? ไม่มีงูหรือแมลงชนิดไหนทำให้คนตัวเป็สีน้ำเงิน!" หมอผีเถียง "นี่คือคำสาปของเทพเ้าแห่งขุนเขาต่างหาก!"
"วิทยาศาสตร์อธิบายได้ทุกอย่าง!" เซียวหลันเปิดกระเป๋ายา "ผิวสีน้ำเงินนี่เรียกว่าภาวะไซยาโนซิสเกิดจากการที่เืขาดออกซิเจนอย่างรุนแรง และอาการของเขาชี้ชัดว่าเป็ภาวะเมทฮีโมโกลบินนีเมีย!"
แน่นอนว่าหมอผีฟังไม่รู้เื่ แต่แววตาเด็ดเดี่ยวและท่าทางมั่นใจของนางทำให้เขายอมถอยออกไปครึ่งก้าว
"เขาไปกินอะไรประหลาดๆ มาใช่ไหม? รากไม้? หรือน้ำเห็ด?" เซียวหลันซักประวัติอย่างรวดเร็ว
"เขา... เขาชอบแอบไปขุดรากบัวโลหิตแถวริมลำธารมากิน มันมีรสหวาน..." หมอผีตอบตะกุกตะกัก
"นั่นแหละต้นเหตุ! รากไม้นั้นมีสารประกอบไนเตรตสูงมาก เมื่อเข้าสู่ร่างกาย มันจะเปลี่ยนฮีโมโกลบินในเืให้จับออกซิเจนไม่ได้ เืเลยกลายเป็สีดำคล้ำ และตัวเปลี่ยนเป็สีน้ำเงิน!"
เซียวหลันหันไปะโสั่งเสี่ยวชุน "เสี่ยวชุน! เอาขวดโหลที่ใส่สารสกัดมะขามป้อมเข้มข้นมาให้ข้าด่วน!"
ในยุคนี้ไม่มียาฉีดเมทิลีนบลูที่เป็ยาแก้พิษโดยตรง แต่วิตามินซีปริมาณสูงลิบลิ่วสามารถทำหน้าที่เป็ตัวรีดิวซ์ช่วยเปลี่ยนเืที่เสียให้กลับมาใช้งานได้ แม้จะช้ากว่าแต่ก็เป็ทางรอดเดียวที่แพทย์หญิงจากอนาคตอย่างเซียวหลันจะนึกออกในตอนี้
เสี่ยวชุนรีบวิ่งนำขวดโหลที่บรรจุน้ำยาสีเหลืองทองมาให้ เซียวหลันผสมน้ำเปล่าเล็กน้อยแล้วใช้หลอดไม้ไผ่ค่อยๆ หยดน้ำยานั้นเข้าปากเด็กชายอย่างระมัดระวังเพื่อให้กลืนลงไปโดยไม่สำลัก
"ถ้าในหนึ่งก้านธูปเขาไม่ฟื้น พวกเ้าจะถูกเซ่นสังเวยให้เทพขุนเขา!" หมอผีขู่
หลี่หยางแค่นหัวเราะ "เทพขุนเขาของเ้าคงต้องข้ามศพข้าไปก่อน"
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวและความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ ทุกสายตาจับจ้องไปที่ร่างของเด็กชาย
และแล้ว... วิทยาศาสตร์ก็แสดงปาฏิหาริย์อีกครั้ง
ริมฝีปากที่เคยเป็สีน้ำเงินเข้มเริ่มค่อยๆ จางลง เปลี่ยนเป็สีม่วง และเริ่มมีสีชมพูระเรื่อของเืฝาดกลับคืนมา เด็กชายกระตุกตัวเล็กน้อย ก่อนจะพ่นลมหายใจเฮือกใหญ่และลืมตาขึ้น
"ท่านพ่อ..." เด็กชายเรียกเสียงแ่
"อาลู่!" หมอผีโผเข้ากอดลูกชาย น้ำตาไหลพราก เขาหันมามองเซียวหลันราวกับเห็นเทพธิดาลงมาจุติ นักรบชนเผ่ารอบๆ ต่างลดอาวุธลงและคุกเข่าหมอบกราบกับพื้นดิน
"ท่าน... ท่านไม่ใช่คนธรรมดา" หมอผีคุกเข่าลงเบื้องหน้าเซียวหลัน "คาถาบทใดกันที่สามารถถอนคำสาปพรายน้ำเงินได้? ท่านคือร่างทรงของเทพเ้าแห่งการรักษาใช่หรือไม่!"
เซียวหลันถอนหายใจ ปาดเหงื่อที่หน้าผาก "ข้าบอกแล้วไงว่ามันไม่ใช่เวทย์มนตร์ มันคือปฏิกิริยาทางเคมีต่างหาก ข้าชื่อเซียวหลัน เป็แค่หมอธรรมดาๆ"
"ท่านหมอเซียว..." หมอผีเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความหวังและความสิ้นหวังปะปนกัน "ข้าคือ ต้าหู่ หัวหน้าเผ่าวิหคเพลิง การที่ฟ้าส่งท่านมาที่นี่ในเวลานี้ ต้องไม่ใช่เื่บังเอิญแน่"
"หมายความว่ายังไง?" หลี่หยางเก็บดาบเข้าฝัก เดินมาตีคู่กับเซียวหลัน
"ชนเผ่าของเรากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตที่น่ากลัวยิ่งกว่าคำสาปพรายน้ำเงิน" ต้าหู่กล่าวเสียงสั่น “เมื่อเดือนก่อนมีหมอกควันประหลาดลอยมาจากหุบเขาลึก ใครก็ตามที่สูดดมหรือััน้ำในลำธารนั้น เนื้อตัวจะค่อยๆ เน่าเปื่อยและหลุดร่วงทั้งที่ยังมีชีวิต พวกเราเรียกมันว่ามฤตยูเน่าเปื่อย"
เซียวหลันกับหลี่หยางสบตากันทันที
"เนื้อเน่าเปื่อยขณะยังมีชีวิตงั้นเหรอ คล้ายกับโรคแบคทีเรียกินเนื้อ" เซียวหลันวิเคราะห์ในหัว "แต่เกิดพร้อมกันเป็กลุ่มก้อนหลังจากมีหมอกควัน นี่มันผิดธรรมชาติ"
"ท่านหมอเซียว โปรดตามพวกข้าไปที่หมู่บ้านเถิด" ต้าหู่อ้อนวอน "มีชาวบ้านนับร้อยกำลังนอนรอความตาย หากท่านช่วยพวกเราได้ ชนเผ่าวิหคเพลิงจะถือว่าท่านคือผู้มีพระคุณสูงสุด และพวกเราจะมอบของวิเศษแห่งแดนใต้ให้ท่านเป็สิ่งตอบแทน!"
เซียวหลันยิ้มมุมปาก ความท้าทายใหม่มาเยือนถึงที่แล้ว นางหันไปมองหลี่หยาง
"ดูเหมือนทริปฮันนีมูนของเรา จะต้องแวะเปิดคลินิกรักษาโรคเนื้อเน่าก่อนนะ"
หลี่หยางยิ้มกริ่ม เอื้อมมือไปจับมือนาง "ไปไหนไปกัน ต่อให้ต้องบุกนรกแดนใต้ ข้าก็จะเป็คนเคลียร์ทางให้เ้าเอง"
