แน่นอนว่ายังมีการแนะนำที่พิเศษมากกว่านั้นคือหลงเหยียนเป็ถึงอัจฉริยะ เพิ่งเข้าหนึ่งในหน่วยของสำนักตงฟางได้ไม่กี่วัน ก็สามารถโดดเด่น กลายเป็ยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ได้ นี่คือสิ่งที่เว่ยเวยแนะนำหลงเหยียน
ผู้ฝึกยุทธ์ทั้งหมดหันมามองหลงเหยียน สายตาทั้งหมดจับจ้องมาที่เขา
“ที่แท้เ้าหมอนั่นก็เป็อัจฉริยะที่มีพละกำลังมากที่สุดในปีนี้เองหรือ?”
“ดูไม่ออกจริงๆ เลย ได้ยินว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เ้าหมอนี่เป็แค่ผู้ฝึกยุทธ์อสูรระดับชีพัขั้นที่แปดเท่านั้น ไม่รู้ว่าโชคดีมาจากไหน เพียงไม่กี่วัน พลังก็เลื่อนมาถึงระดับชีพมนุษย์ ได้เข้าร่วมการฝึกระดับชีพมนุษย์ในครั้งนี้ ช่างโชคดีจริงๆ”
แน่นอนว่าในบรรดาคนจำนวนมาก มีหลายคนได้ยินว่าหลงเหยียนมีเื่กับยอดอัจฉริยะในปีก่อน นั่นก็คือเทียนหลาง เขาเป็ถึงยอดฝีมือระดับชีพธรณี เพียงนึกถึงเื่นี้ คนที่เข้าใจต่างก็ถอนหายใจแล้ว
เวลานี้เอง ใต้เท้าตงจวินมองมาทางหลงเหยียน รังสีความน่าเกรงขามที่ไม่อาจต้านทาน ทำให้หลงเหยียนไม่กล้าหลบตา
“ศิษย์หลงเหยียนทำความเคารพใต้เท้าตงจวิน” หลงเหยียนกล่าวทักทายตงจวินอย่างมีมารยาท จากนั้นก็กล่าวทักทายแปดผู้คุมกฎและสี่นักรบโลหะ
นอกจากตงจวินแล้ว คนที่เหลือกลับแสดงสีหน้าเยือกเย็น เพียงแค่มองหลงเหยียนแวบหนึ่ง กิริยาของเขาเย็นเยือกมาก ทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์
มีเื่กับเทียนหลาง นั่นเป็การรนหาที่ตายอย่างไม่ต้องพูดถึง เพราะเทียนหลางมีสายเืของหนึ่งในผู้าุโ ฐานะสูงส่งของชั้นในตระกูลอู่ตี้ เขามีเื้ัเป็ชั้นในของตระกูล ทว่าเ้าหมอนี่กลับไม่รู้จักฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ แม้กระทั่งคนระดับนี้ก็กล้ามีเื่ด้วย นั่นแสดงว่าเ้าหมอนี่ไร้สมองสิ้นดี
เทียนหลางคือผู้ที่มีโอกาสเข้าไปเติบโตที่ชั้นในของตระกูล ศิษย์ทุกคนในที่นี้ มีใครไม่ใช่อัจฉริยะบ้าง?
แน่นอนว่าในสายตาของพวกเขา หลงเหยียนคือบัวที่ไม่พ้นน้ำ
อย่างไรก็ตาม เมื่อตงจวินหันมามองหลงเหยียน โดยเฉพาะได้ยินมาว่าเว่ยเชียนมู่ซึ่งเป็หลานรักเพียงคนเดียวของเขาเกิดความคิดเห็นส่วนตัวกับหลงเหยียน เมื่อมองมาที่หลงเหยียน สายตากลับนิ่ง คล้ายมองอย่างลึกซึ้ง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่?
‘หรือท่านแม่เคยบอกความสัมพันธ์ของเราแล้วหรือ?’ หลงเหยียนนึกในใจ ถึงกระนั้น สีหน้าที่เรียบเฉยของท่านแม่ราวกับไม่เคยรู้จักตนมาก่อนอย่างไรอย่างนั้น หลงเหยียนจึงไม่อยากไปคิดแล้วเช่นกัน
“คนอายุน้อย รักในการต่อสู้และเอาชนะนับเป็เื่ดี ทว่าการไม่รู้จักเจียมตัวนั้น หาใช่สิ่งที่คนมีสติควรแสดงออกไม่ ข้าไม่หวังให้สำนักตงฟางของเราที่เพิ่งมีอัจฉริยะ ทว่ากลับถดถอยเช่นนี้!”
ชายชราที่นั่งอยู่้าปล่อยรังสีพลังที่น่ากลัวใส่บนตัวหลงเหยียน ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออก ทว่าตอนนี้หลงเหยียนเป็ถึงครึ่งกายสายฟ้า กายสายฟ้าของเขาต้านทานเอาไว้อย่างยากลำบาก ฉะนั้นจึงพอรับแรงกดทับจากเขาได้บ้าง
ตงจวินนึกในใจ ‘เ้าหมอนั่นยังพอมีอะไรอยู่บ้าง’
เมื่อชายชราพูดจบ เขาก็กวาดตามองไปยังทุกคน
“ในเมื่อทุกท่านเลือกสำนักตงฟางของเรา เช่นนั้นสำนักตงฟางของเราก็ต้องแสดงจุดยืน จะให้อีกสามสำนักมาดูถูกไม่ได้ การฝึกในครั้งนี้เกี่ยวเนื่องไปถึงการทดสอบศักยภาพของทุกคน ผู้นำทั้งสิบคือผู้ที่จะมาประเมินพวกเ้าในครั้งนี้ หวังว่าทุกคนจะแสดงออกอย่างสุดความสามารถ”
“การฝึกย่อยหนีการฆ่าฟันไม่ได้ ทุกคนต่างก็มีเส้นทางการมีชีวิต อันตรายในการแข่งขัน คาดว่าพวกเ้าก็คงคิดภาพออกใช่หรือไม่ ส่วนรายละเอียดเกี่ยวกับการฝึกในครั้งนี้ ข้าคิดว่าพวกเ้าก็คงรู้คร่าวๆ แล้ว”
ชายชราลุกขึ้นยืนบนเวทีที่สูงสุด ตอนนี้บรรยากาศอยู่ในความเงียบ ไม่มีใครกล้าพูดซุบซิบ ในที่สุดรังสีพลังที่แข็งแกร่งก็ถูกเก็บกลับไป เทียนหลางผู้เป็ที่รักของเขา พร์ที่เทียนหลางมีนั้นถือเป็ความน่าภาคภูมิใจของสำนักตงฟางของพวกเขา…
หลงเหยียนไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เป็ที่สุด อยากรีบหนีออกจากที่นี่โดยเร็ว เมื่อใต้เท้าตงจวินเริ่มให้โอวาท หลงเหยียนก็เข้าใจแล้วว่าการฝึกในสำนักตงฟางและอัจฉริยะในปีก่อนๆ ผ่านมาเนิ่นนานเช่นนี้ ทว่ากลับมีคนเข้าวงในเผ่าอู่ตี้เพียงไม่ถึงสิบคนเท่านั้น
เพียงเท่านี้ก็รู้แล้วว่าเขาคาดหวังกับเทียนหลางมากเพียงใด…
สายตาที่ทุกคนมองหลงเหยียนล้วนต่างกัน โดยเฉพาะศิษย์หนึ่งร้อยคนจากหน่วยกฎระเบียบ ยอดฝีมือระดัยชีพมนุษย์ เพราะหลงเหยียนมีเื่กับเทียนหลาง ทำให้พวกเขามองหลงเหยียนด้วยสายตาไม่เป็มิตร ถึงกระนั้นหลงเหยียนก็ไม่กลัว ตอนนี้เขาไม่เห็นผู้ที่มีพลังระดับชีพมนุษย์ทั่วไปอยู่ในสายตาแล้ว และเขาที่เป็คนของเรือนเหยากวาง ข้างกายหลงเหยียนยังมีคนยืนอยู่เื้ัเขา ในเมื่อพวกเขาล้วนเป็พวกเดียวกับหลงเหยียนทั้งสิ้น
ถึงแม้ทุกคนจะไม่มั่นใจในตัวหลงเหยียน แต่มีคนหนึ่งที่มั่นใจในตัวหลงเหยียนมาก นั่นก็คือเว่ยเวยที่ยืนอยู่ตรงหน้า
‘เว่ยเชียนมู่ เ้าเด็กดื้อ คงยังไม่รู้ความสัมพันธ์ของเ้ากับข้าสินะ หากเ้ายังหาเื่ข้าอีก ข้าจะทำให้เ้ารู้ความน่ากลัวของข้า’
มองตงจวินที่บนตัวปกคลุมไปด้วยรังสีพลุ่งพล่าน หลงเหยียนรู้ว่าต่อให้เขาเป็ท่านตา ถึงอย่างไรตนก็ไม่สามารถทำตามอำเภอใจ
อีกอย่างหนึ่ง เขายังไม่รู้เื่ความสัมพันธ์ของพวกเขา ไม่รู้ว่าเขามีลูกหลานมากเท่าไร แน่นอนว่าคงไม่มีทางสนใจหลานนอกไส้ที่ไม่เจอกันนานอย่างตนหรอก
เมื่อตงจวินประกาศจบ ทุกคนก็เดินตรงไปยังด้านหน้าตำหนักตงฟาง มุ่งเข้าสู่สนามฝึกอย่างพร้อมเพรียง
หลังจากศิษย์ทั้งหมดจากไปแล้ว ตงจวินมองไปยังนักรบโลหะทั้งสี่และแปดผู้พิทักษ์กฎ
“สำหรับอัจฉริยะในปีนี้ พวกเ้าคิดเห็นอย่างไร หรือชื่นชอบใครเป็พิเศษ?”
เมื่อตงจวินพูดจบ ชายชราที่อยู่ใกล้เขาที่สุด อายุประมาณแปดสิบปีก็พูดขึ้น “ใต้เท้าตงจวิน ยังต้องพูดอีกหรือ แน่นอนว่าข้าต้องเห็นดีเห็นงามกับหน่วยกฎระเบียบอยู่แล้ว เ้าเด็กเทียนหลางนั่น ได้ยินมาว่าถูกรับเป็ศิษย์เอก ถึงแม้ยังไม่ใช่ผู้ที่มีพละกำลังแกร่งที่สุด ทว่าหากเทียบกันด้วยพละกำลังและพร์ เกรงว่าคงไม่มีใครเกินเขา”
“นั่นสิ เ้าเทียนหลางเป็คนที่มีโอกาสเข้าชั้นในของตระกูลมากที่สุด ทั้งยังเป็ลูก หลานของผู้าุโภายในชั้นในของตระกูล เป็อัจฉริยะที่มีสายเืชั้นสูงเชียวละ”
แปดผู้พิทักษ์กฎยิ่งพูดถึงเทียนหลางในทางที่ดี ไม่เพียงแค่ในสำนักตงฟางเท่านั้น ชื่อเสียงของเทียนหลางนั้นโด่งดังไปทั่วทั้งสี่สำนัก
ตงจวิน ซีหมัว หนานตี้ และเป่ยจง ผู้ปกครองทั้งสี่สำนักต่างก็รู้ว่าเทียนหลางคืออัจฉริยะที่คนชั้นในตระกูลหมายตาเลือกเข้า!
“ใต้เท้าตงจวิน ข้าได้ยินมาว่าสำนักหนานกงของพวกเขา หน่วยใต้การปกครองของหนานตี้ ยังมีอัจฉริยะอีกคนชื่อหนานกงซวิน เขากลายเป็ศิษย์ของหนานตี้แล้ว อายุเท่ากับเทียนหลาง คนที่เอ่ยถึงก็คือยอดอัจฉริยะในปีนี้ เสมือนหลงเหยียน ยังมีอีกคนที่ชื่อหนานกงฉู่ พวกเขาสองพี่น้องมีพร์ไม่เลว ในหนานตี้ พวกเขาถูกขนานนามว่าเป็ผู้มีความสามารถสูงสุด”
“หนานกงซวิน ข้าเคยได้ยินเ้าเด็กอัจฉริยะคนนี้มาก่อน ทว่าเขาไม่มีสายเืชั้นสูง อนาคตอาจมีหวังเข้าชั้นในตระกูลอู่ตี้ก็ได้”
“หนานกงซวิน…” ตงจวินนึกในใจ เกรงว่าเขาอาจเป็คู่ชิงที่แกร่งสุดของเทียนหลางในอนาคต
ตงจวินลองครุ่นคิด อยู่ๆ แววตาของเขาก็ประกายความดุร้ายไปยังทิศที่ศิษย์ทั้งหมดจากไป เมื่อครู่เขาใช้พลังสามระลอกกดทับชายหนุ่มที่ชื่อหลงเหยียน ทว่าเด็กนั่นกลับไม่แสดงสีหน้าที่กดดันเลย
เมื่อลองนึกถึงหลงเหยียน เ้าหนุ่มนั่นก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน คาดว่าเป็อัจฉริยะที่หยิ่งทะนงเป็พิเศษ ตอนนั้นตนใช้พลังเพียงสองระลอกในการทดสอบเทียนหลาง ทว่าเทียนหลางกลับแสดงสีหน้าเ็ปอย่างมาก
นี่คือการฝึกของศิษย์ในสำนักตงฟาง คาดว่าสามสำนักที่เหลือคงส่งอัจฉริยะมากความสามารถที่สุดในสำนัก เข้าสู่ห้วงมิติเฉียนคุนเพื่อฝึกฝนฝีมือเหมือนกันกระมัง
หนึ่งในนั้นต้องเป็หนานกงซวินแน่
--------------------
