วันต่อมา…
16:30น.
ตลาดคนเดินยามเย็นวันอาทิตย์
“ข้าวผัดกระเพากุ้ง…หมู…”เสียงของส้มๆเอ่ยเรียกลูกค้าที่เดินผ่านหน้าร้านของเธอไปด้วยน้ำเสียงร่าเริงแจ่มใสยิ้มแย้มตลอดเวลา
“หมา!”แต่แล้วก็มีเสียงไม่พึงประสงค์ส่งเสียงแทรกขึ้นมาทำให้ส้มๆหันขวับไปมองค้อนเ้าของเสียงนั้นอย่างไวด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที
“ไอ้ฟาย!!”
ผลั๊ว!!
“โอ้ยเจ็บ!”ไฟร้องออกมาเสียงหลงด้วยความเจ็บที่เขาโดนฝ่ามือพิฆาตของส้มๆประทับลงบนศีรษะของเขาอย่างรุนแรงและอย่างรวดเร็วเสียงหนักแน่น
“สมน้ำหน้า!!”ส้มๆเบะปากใส่ไฟอย่างสะใจและเธอก็หันหน้ามากรีดยิ้มหวานพิมพ์ใจให้ลูกค้าหนุ่มๆที่พาหันมาล้อมร้านของเธอหลายคนโดยที่มีไฟคอยขัดขวางไม่ให้หนุ่มๆพวกนั้นขายขนมจีบให้ส้มๆได้สำเร็จ ฉันก็ยืนมองสองคนนั้นพลางยิ้มกริ่มออกมา
พรึบ
“แดดแรงเดี๋ยวร้อน…เธอใส่ไว้นะ^_^”ฉันหันไปมองหน้าไบรท์ที่เอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาสวมหมวกใส่ศีรษะของฉัน
“แล้วเธอ….ไม่ร้อนเหรอ?”ฉันเอ่ยถามเขาไปเพราะเขาไม่ได้ใส่หมวกและตอนนี้แดดก็ร้อนมากด้วยแต่โชคดีที่ขายตรงร่มไม้ใหญ่ที่มาช่วยบังแดดได้ทำให้เราทั้งคู่ได้อาศัยร่มของต้นไม้อยู่
“ไม่เลยครับ….ผิวเราหนาน่ะ”ไบรท์ว่าพลางหยิบขวดน้ำสีต่างๆขึ้นมาเรียงบนโต๊ะพับที่เขาไปซื้อมาเพื่อขายของตามตลาดนัดโดยเฉพาะ เขาเก่งมากเลยนะ ไบรท์เก็บเงินจากการทำงานล้างจานจากร้านก๋วยเตี๋ยวทั้งสองร้านทุกวันและนำเงินที่เก็บได้จำนวนหนึ่งมาลงทุนขายน้ำชงพวกนี้ เราสองคนช่วยกันชงเมื่อวานนี้และช่วยกันเทกลอกใส่ขวดพลาสติกเล็กขนาด250mlเพื่อนำมาขายที่นี้ และเอาขวดน้ำต่างๆพวกนั้นวางใส่ลงไปในลังโฟมขนาดใหญ่ที่ไบรท์ซื้อมาและใช้น้ำแข็งเททับไปเพื่อให้ความเย็น น้ำพวกนั้นจะได้ไม่เสียและเวลาลูกค้าซื้อไปจะได้ดื่มอย่างเย็นๆจะชื่นใจด้วย
“มีป้ายชื่อร้านด้วยเหรอ?”ฉันเอ่ยถามไบรท์ไปอย่างสงสัยที่เขานำกระดาษสีแข็งสีน้ำตาลไปติดที่หน้าโต๊ะตรงหน้าร้าน ฉันจึงเดินไปดูก็พบกับข้อความที่ถูกเขียนด้วยปากกาสีสันสวยงามและวาดรูปดอกไม้ประทับไว้ ทำให้ป้ายชื่อร้านที่ดูธรรมดาๆกลายเป็ที่สะดุดตาแก่คนพบเห็นได้เลยล่ะ
“ร้านน้ำอบเชย….น้ำชงขวดละสิบบาท?”ฉันอ่านข้อความในกระดาษไปพลางมองหน้าไบรท์ที่อมยิ้มมองฉันอยู่ไปด้วย
“แหวะ!”เสียงแหวะของส้มๆดังขึ้น ฉันจึงหันไปหาเธอที่มายืนอยู่ข้างฉันั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
“ปากก็บอกว่าไม่ได้จีบเพื่อนฉัน…แล้วไมมาตั้งชื่อร้านเป็ชื่อเพื่อนฉันอ่ะ?”ส้มๆหันไปตามไบรท์ที่ยืนหน้าเหวออยู่เขามองหน้าฉันสลับกับหน้าส้มๆอย่างกลัวๆสีหน้าของเขาซีดเผือก
“ก็ก็….คือเรา….”ไบรท์อ้ำๆอึ้งๆไม่ตอบอะไรส้มๆทำให้ส้มๆเกิดความรำคาญจึงเดินกระฟัดกระเฟียดกลับไปขายข้าวกล่องของเธอต่อโดยการไปเหวี่ยงอารมณ์ใส่ไฟแทน น่าสงสารไฟจริงๆเลยนะ
“ไม่ต้องคิดมากเื่ที่ส้มๆพูดหรอก…เราไม่ซีเรียสอะไร”ฉันเดินกลับไปยืนข้างไบรท์ที่หน้าซีดเผือกอยู่
“จริงๆนะ”
“อื้อ…จริงสิ^_^”ฉันตอบไบรท์และหยิบถุงมาเตรียมใส่ของขาย โดยที่ไบรท์ก็เงียบไม่พูดอะไรต่อ
“งั้นถ้าเราจีบเธอ…เธอจะว่าอะไรไหม?”ไบรท์ที่เงียบไปสักพักหนึ่งก็เอ่ยขึ้นมาทำให้ฉันต้องหันไปมองหน้าเขา ทำให้เราสองคนสบตากันโดยบังเอิญ ฉันไม่รู้ว่าเรายืนจ้องตากันนานเท่าไหร่ แต่ฉันรู้สึกเหมือนที่ตรงนี้มันมีแค่เราสองคนที่อยู่ตรงนี้ เหมือนโลกทั้งใบมีแค่ฉันกับไบรท์
“น้องจ๊ะ?”
“คะคะ?”
“คะครับ!”ทั้งฉันและไบรท์ต่างพากันเขินและได้สติทันทีที่มีคนมาเรียกเราทั้งคู่ ฉันกับไบรท์จึงหันหน้าหนีกันโดยหันไปหาลูกค้าคนแรกที่มายืนยิ้มอยู่หน้าร้านของเรา
“นี่มีน้ำอะไรบ้างจ๊ะ?”ลูกค้ารายแรกเอ่ยขึ้นพลางมองไปที่ขวดน้ำสีใสที่มองเห็นสีน้ำด้านในได้ว่าคือสีอะไร ซึ่งฉันเป็คนปริ้นกระดาษมาติดขวดให้เขาเองล่ะว่ามีน้ำอะไรขายบ้าง
“มีน้ำชาเย็น…ชานม…ชาเขียว…ชาดำเย็น…กาแฟเย็น…โกโก้…และโอเลี้ยงครับ^_^”
“ขวดละสิบบาทเหรอน้อง?”ลูกค้าผู้หญิงร่างอวบเอ่ยขึ้นเธอค่อนข้างแต่งตัวดีเธอหยิบขวดน้ำชาเย็นขึ้นมาดู
“ใช่ครับ^_^”ไบรท์เอ่ยถ้อยคำที่สุภาพและหน้าตายิ้มแย้ม ฉันก็มองเขาสลับกับลูกค้าคนนั้น
“พี่เอาขวดหนึ่ง…จะลองชิมก่อน..ถ้าอร่อยจะรับซื้อไปขายที่ร้าน…พี่เปิดร้านขายของชำอยู่หน้าปากซอยนู้นน่ะ”พี่เขาว่าพลางชี้นิ้วไปทางทิศเหนือ ฉันก็พยักหน้าและยื่นหลอดให้เธอเพื่อเธอจะได้ใช้หลอดดูดชิมน้ำของไบรท์
แกร๊ก
ทั้งฉันและไบรท์ต่างเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อรอลุ้นกับคำตอบของลูกค้ารายแรกที่เปิดฝาขวดออกและใส่หลอดเข้าไปในปากขวดพร้อมก้มหน้าลงไปดูดน้ำในขวดจนมันหมดไปครึ่งขวดและเงยหน้าขึ้นมามองหน้าเราสองคนสลับกัน โดยที่ฉันเองก็หันไปมองหน้าไบรท์เช่นกันด้วยความตื่นเต้น
“อร่อยมาก…มีฝีมือน่ะเนี่ย^\^”ลูกค้าเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยน้ำเสียงจริงจังหน้าตายิ้มแย้มทำให้ฉันกับไบร์ยิ้มกว้างออกมาทันทีด้วยความอิ่มเอมใจที่น้ำชงของเราถูกชมว่าอร่อย
“ขอบคุณครับ^_^”
“ขอบคุณค่ะ^_^”ทั้งฉันและไบรท์ต่างพากันยกมือขอบคุณลูกค้าที่ชมเรา เธอก็ยกมือขึ้นรับไหว้ฉันกับไบรท์
“ถ้าอร่อยแบบนี้รับรองขายดีเหมือนเทน้ำเทท่าแน่ๆ”
“งั้นมีทั้งหมดกี่ขวดล่ะ?”
“รวมๆหลายน้ำก็มีหนึ่งร้อยขวดครับ^_^”
“งั้นเจ๊เหมาหมดเลย^_^”
“ขอบคุณมากๆค่ะเจ๊^_^”
“ขอบคุณมากๆครับเจ๊^_^”ทั้งฉันและไบรท์ต่างพนมมือยกมือไหว้ขอบคุณเจ๊กันใหญ่ด้วยความดีใจ เราหันไปยิ้มให้กันกับความสำเร็จครั้งแรกของเรา
“ใส่ถุงเลยนะ^_^”
“ครับ^_^”และฉันกับไบรท์ก็ช่วยกันหยิบขวดน้ำชงใส่ลงไปในถุงพลาสติกสีใสอย่างมีความสุข
พรึบ พรึบ พรึบ
“ได้แล้วครับ^_^”
“หนึ่งพันบาทถ้วนนะ?”
“ครับ^\^”ไบรท์หันมายิ้มกว้างให้ฉันและเขาก็ยื่นมือไปรับเงินแบงค์พันมาจากเจ๊คนนั้นด้วยสีหน้าที่เปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม เจ๊ก็สั่งให้ลูกน้องของเขามาช่วยกันถือน้ำหนึ่งร้อยขวดไป
“เอ่อนี่…น้องมีเบอร์ติดต่อไหม..เผื่อเจ๊จะสั่งเพิ่ม”
“อ๋อมีค่ะ^_^”ฉันรีบตอบแทนไบรท์เพราะไบรท์หันมามองหน้าฉันด้วยสีหน้าเศร้านิดๆเพราะเขาไม่มีโทรศัพท์น่ะสิ
“เจ๊แอดไลน์หนูเลยก็ได้นะคะ”
“โอเคจ๊ะ”และฉันกับเจ๊ก็แลกไลน์กันโดยฉันสแกนคิวอาร์โค้ดไลน์ของเธอ
“จ๊ะ…งั้นเจ๊ไปก่อน^_^”
“ค่ะ…สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ…”
“ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ^_^”
“จ้า^_^”
“วันนี้ขายหมดแต่วันเลยเนอะ…เรากลับไปชงมาเพิ่มดีไหม?”ฉันหันกลับไปถามไบรท์ ก็พบว่าเขามองแบงค์ในมือของเขาด้วยสายตาสั่นไหวน้ำตาเอ่อคลอนั่นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกตื้นตันใจขึ้นมาที่เป็ส่วนหนึ่งในความสำเร็จของเขา ฉันจะอยู่ข้างๆเขาแบบนี้ตลอดไป^_^
“อื้อก็ดีนะ…เดี๋ยวชงเสร็จเราจะไปล้างจานต่อด้วย^_^”ไบรท์ละสายตาจากเงินและหันมามองหน้าฉันแทน
“อื้อ…ไปกันเลยไหม?”
“ครับ^_^”ไบรท์ยิ้มรับคำฉันและเราสองคนก็ช่วยกันเก็บของใส่ตะกร้าโดยที่ไบรท์ถือโต๊ะพับกับเก้าอี้พับที่เขาเตรียมมาให้ฉันนั่งรวมถึงกล่องโฟมส่วนฉันไม่ได้ถืออะไรเลยเพราะไบรท์ไม่ให้ถือ
“เราไปก่อนนะส้มๆไฟ^_^”ฉันหันไปลาส้มๆที่เธอเองก็วุ่นอยู่กับการขายข้าวกล่องของเธอเอง โดยมีไฟที่คอยช่วยเธออยู่ข้างๆไม่ห่างไปไหน
“ไปก่อนเว้ยไอ้ไฟ!”
“เคๆๆพี่ไบรท์…เจอกันที่โรงเรียน^_^”
“จ้าอบเชย…พรุ่งนี้เจอกัน”สองคนนั้นตอบเราก็จริงแต่ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองฉันกับไบรท์เลย
“ไปกันเถอะครับ^\^”
“ค่ะ^_^”และฉันกับไบรท์ก็พากันเดินออกมาจากตรงนั้นเดินกลับไปยังบ้านของโฟมเพื่อนของไบรท์
“เราน่าจะชงมาเยอะๆเนอะ^_^”
“อื้อใช่…ขายดีเนอะ^_^”ฉันเอ่ยขึ้นไบรท์ก็หันมายิ้มให้ฉัน
“เห้ย!!!”
พรึบ
ตึกๆๆๆๆๆๆ
“ไบรท์!!”ฉันร้องเรียกไบรท์เสียงหลงเมื่อไบรท์ทิ้งของในมืออย่างรวดเร็วโดยไม่ได้กลัวว่าของตัวเองจะเสียหาย แต่กลับวิ่งไปอุ้มเเมวตัวใหญ่ที่กำลังถูกสุนัขรุมล้อมเพื่อจะทำร้ายแต่ก็ไม่ทันเพราะแมวน้อยโชคร้ายตัวนั้นได้โดนสุนัขกัดแล้ว
“ชิ้วๆๆๆๆ”ไบรท์ใช้ไม้ไล่หมาตัวใหญ่พวกนั้นและเขาก็วิ่งเข้าไปช่วยแมวตัวนั้น ซึ่งมันนอนหายใจรวยรินเืสีแดงสดไหลออกมาเป็ทาง เป็ภาพที่สลดใจยิ่งนักแต่ทำไงได้ในเมื่อมันเป็วัฏจักรของสัตว์โลก
“อย่าตายนะเ้าเหมียว!”ไบรท์อุ้มแมวตัวนั้นและหันมามองหน้าฉัน
“เราจะพาแมวตัวนี้ไปรักษาที่คลินิกตรงนั้น”
“อื้อ”ฉันพยักหน้าอย่างร้อนรนใจและรีบวิ่งตามหลังไบรท์ไปที่คลินิกแห่งนั้นที่เปิดอยู่พอดี ไบรท์กับฉันไม่รอช้าที่จะพาเ้าแมวตัวอ้วนนี้เข้าไปรักษา
“โดนกัดเยอะมากเลยเข้าจุดสำคัญ….หมอคงช่วยอะไรไม่ได้”เมื่อได้ยินคำตอบจากสัตวแพทย์ที่ทำการตรวจเ้าแมวที่ถูกไบรท์จับวางลงบนโต๊ะเสร็จแล้ว ทำให้ฉันกับไบรท์หันมองหน้ากันทันทีแววตาของเขาสั่นไหวเพราะสงสารแมวตัวนี้ เขาใช้มือลูบหัวมันแวบหนึ่งฉันแอบเห็นน้ำสีใสไหลหยดออกมา มันทำให้ฉันต้องยื่นมือเข้าไปลูบแผ่นหลังเขาเพื่อปลอบโยนเขา
“เสียใจด้วยนะ…หมอคงช่วยไม่ได้จริงๆ”
“ค่ะ…ขอบคุณนะคะ”ฉันยกมือไหว้หมอและเดินลูบแผ่นหลังไบรท์ออกมาเมื่อเ้าแมวตัวนั่นได้สิ้นใจจากไปอย่างสงบในอ้อมแขนของไบรท์แล้ว
“ไปเกิดใหม่…ในที่ที่มีเ้าของรักและดูแลแกให้ดีกว่านี้นะเ้าเหมียว”ไบรท์เอ่ยบอกลาเ้าเหมียวที่เขาอุ้มอยู่ น้ำตาของเขาไหลรินออกมามันทำให้ฉันเ็ปหัวใจไปด้วย
“ไม่เป็ไรนะไบรท์…เขาทำบุญมาแค่นี้…”ฉันเอ่ยปลอบไบรท์เขาก็หันมามองหน้าฉันและพยักหน้าเข้าใจ
“เอาเขาไปฝังเถอะนะ”ฉันเอ่ยบอกไบรท์
“ครับ”ไบรท์ก็เอ่ยรับคำฉัน
พรึบ
“ไม่ร้องนะคะ…^_^”ฉันเอ่ยบอกไบรท์ไปด้วยและเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาให้เขาด้วยเขาก็มองหน้าฉันด้วยแววตาสั่นไหวและเขาก็ค่อยๆยิ้มออกมา
“ครับ^_^”ไบรท์บอกฉันและหยุดร้องไห้ ฉันรู้แล้วว่าฉันจะเรียนอะไร ในเมืุ่์ยัง้าหมอที่ดีที่เก่งเพื่อมารักษา แล้วสัตว์พวกนี้ที่เขาเองก็้าใครสักคนมาช่วยชีวิตพวกเขาอีกครั้งเหมือนกัน ฉันจะเรียนสัตวแพทย์ เพื่อมาช่วยสัตว์สี่ขาพวกนี้เพื่อใ
ห้มีชีวิตใหม่อีกครั้งหนึ่ง เพราะทุกชีวิตมีค่า.......และ้าโอกาสอีกครั้งเสมอ.....
