พอคังเฟิ่งหยาถึงบ้านก็ฟื้นขึ้นมา
นางหยางกรีดตาใส่นาง ในใจอยากบีบคอนางเด็กนี่ให้ตาย นางจึงอดไม่ได้และจิ้มท้ายทอยของคังเฟิ่งหยาเต็มแรง
“สมองหมูของเ้าคิดอะไรกันแน่? หืม? ถึงกล้าคิดไม่ซื่อกับสกุลเสิ่น? หนิงโม่คือใคร เขาคือคนที่เ้าวาดหวังได้หรือ?”
คังเฟิ่งหยาปัดมือของนางออกพร้อมกับยิ้มเ็า “ก็ยังดีกว่าคนที่ทำไร่ทำนาไร้การศึกษานั่น!”
นางหยางแสยะยิ้มโมโห มองอีกฝ่ายั้แ่ศีรษะจรดเท้าและเอ่ยถามนาง “เ้ารังเกียจคนไร้การศึกษาหรือ? ตัวเ้าก็แค่เล่าเรียนมากกว่าพวกข้าหน่อยเดียว? มีอะไรน่าอวด? อีกอย่างตอนนี้สถานะเ้าเป็เช่นไรยังไม่รู้แก่ใจอีกหรือ?”
“คนเขาไม่รังเกียจที่เ้าเป็รองเท้าขาดๆ [1] ก็ดีถมเถแล้ว เ้ายังจะเลือกมากอีก?”
คำว่ารองเท้าขาดๆ ทิ่มแทงขั้วหัวใจของคังเฟิ่งหยา นางลุกพรวดขึ้นมาและะเิอารมณ์ใส่นางหยาง “ข้าคือรองเท้าขาด? เ้าเองก็เป็รองเท้าขาดไม่ใช่หรือ? นางหยาง! ข้าทนเ้ามานานเกินไปแล้ว!”
พี่สะใภ้กับน้องสามีทะเลาะวิวาทกัน พลังการต่อสู้ถือว่าสูสีกัน ทั้งคู่ตบตีกันจนเกลือกกลิ้งไปกับพื้น ดึงดูดให้ตาเฒ่าคังที่อยู่ในห้องออกมาดู
ตาเฒ่าคังตบหน้าขาและะโ “เลิกตีกันได้แล้ว! หยุด! ดูสภาพของพวกเ้าตอนนี้สิ!”
ใบหน้าของคังเฟิ่งหยามีแต่รอยข่วนจากนางหยาง ขณะนี้น้ำตาคลอเบ้า
“ข้ารู้ พวกท่านรังเกียจที่ข้ามีมลทิน! อยากจะให้ข้าไสหัวไปไกลๆ ในเมื่อบ้านนี้ไม่ต้อนรับข้าแล้ว เช่นนั้นข้าก็ขอออกไปอยู่เอง ดีกว่าทนรับอารมณ์ของพวกท่านที่นี่!”
พูดจบ นางก็ปาดน้ำตาและพุ่งเข้าห้องของตนพร้อมกับเก็บสัมภาระ
นางหยางเอามือเท้าสะเอวด่า “ไปเลย! นางแพศยา วันๆ เอาแต่แสร้งทำตัวสูงส่งให้ใครดู? เ้าคิดว่าใช้ลูกไม้ร้องไห้ฟูมฟายจะได้ผลกับข้าหรือ?!”
นั่นคือลูกไม้เหลือๆ ที่ข้าเคยใช้มาก่อนทั้งนั้น!
“เฮ้อ เวรกรรมแท้ๆ!”
ตาเฒ่าคังนั่งยองอยู่ตรงหน้าประตูและถอนหายใจ บาปกรรมที่พบเจอแต่ละวันทำให้เขาดูชราลงกว่าเดิมไปหลายสิบปี คนอายุห้าสิบกว่า แต่ผมหงอกขาวโพลนทั้งศีรษะ ทำให้ดูเหมือนคนแก่วัยเจ็ดสิบ
ไม่นานนัก คังเฟิ่งหยาก็หอบสัมภาระวิ่งออกมา ทว่าถูกตาเฒ่าคังขวางไว้ “เ้าจะไปไหน? ข้างนอกวุ่นวายนัก เ้าเป็เด็กสาวตัวคนเดียว จะไปที่ไหนกัน?”
คังเฟิ่งหยาผลักบิดาของตนและตอบอย่างเ็า “หมู่บ้านแย่ๆ แบบนี้ข้าไม่ขออยู่อีกต่อไป ท่านพ่อ รักษาตัวด้วย!”
อยู่ต่อไม่ได้คือเื่จริง เื่ที่นางจงใจทำลายชื่อเสียงของตนเพื่อให้ได้แต่งงานกับหนิงโม่ ตอนนี้ถูกลือไปทั้งหมู่บ้านแล้ว ต่อไปนางจะมีหน้าไปพบเจอผู้คนในหมู่บ้านได้อย่างไร?
เมื่อเป็เช่นนั้น มิสู้ออกจากที่นี่ดีกว่า! นางไม่เชื่อว่าชั่วชีวิตนี้นางจะคู่ควรกับการมีสามีเป็แค่ชาวนา
ตาเฒ่าคังยังคิดจะห้าม แต่ถูกนางหยางด่าก่อน
“นางจะไปก็ให้นางไป! มีคนอยู่ในบ้านหนึ่งคนก็เท่ากับหนึ่งปากท้องที่ต้องกินข้าว! บ้านเราแทบจะไม่มีเสบียงอาหารอยู่แล้ว ยังต้องมาเลี้ยงคนไร้ประโยชน์อย่างนางอีกหรือ?!”
ทันทีที่สิ้นเสียง คังเฟิ่งหยาหันขวับกลับมา สายตานั้นราวกับใบมีดคมกริบ นางหยาง! ฝากไว้ก่อนเถิด!
ด้วยเหตุนี้ นางจึงก้าวออกจากประตูบ้านโดยไม่หันกลับมาอีก
เื่ที่คังเฟิ่งหยาหนีไปเพราะกลัวคำครหา เสิ่นม่านได้รับรู้ในอีกสี่วันให้หลัง แต่โรงทำเต้าหู้ของนางเพิ่งจะเริ่มกิจการใหม่อีกครั้ง ร้านค้าก็ใกล้จะเสร็จแล้ว ทั้งยังมีเื่ราวมากมายที่ต้องทำ จึงลืมเื่นี้ในเวลาเพียงไม่นาน
วันที่ยี่สิบสองเดือนหนึ่ง แมลงตื่นจากการจำศีล ร้านขายเต้าฮวยของเสิ่นม่านก็เสร็จเรียบร้อย
เสิ่นม่านชำระเงินให้เหล่าเกิงและพวกพ้อง นางมองหน้าร้านสี่ประตูของตน กำลังพิจารณาว่าหากนำมาขายเต้าฮวยทั้งหมด คงจะฟุ่มเฟือยไปสักหน่อย
ตั้งของว่างอย่างอื่นขายเพิ่มเติมดีกว่า ทำหมูตุ๋นเครื่องในตุ๋นกับคอเป็ดก็ไม่เลว เหมาะเป็กับแกล้ม ทั้งยังได้กำไรดี
ส่วนหน้าร้านอีกสองบานประตูเก็บไว้ก่อน รอในอนาคตสามารถทำชานมขนมเค้กหรืออะไรเทือกนั้นขายเป็ชายามบ่ายกับของว่าง
จึ๊ ถึงเวลาค่อยขยายกิจการไปยังทั่วแคว้น ประเสริฐยิ่ง!
เมื่อเป็เช่นนี้ ร้านค้าทั้งสองจึงได้รับข้อสรุปชั่วคราว
เมื่อมีร้าน ก็ต้องมีพนักงาน เสิ่นม่านมองเหล่าเกิงกับพวกพ้อง แม้ว่าหน้าตาจะดูโหดไปสักหน่อย แต่การทำงานค่อนข้างละเอียด นางจึงบอกความคิดนี้กับเหล่าเกิง
เหล่าเกิงทำท่ามือเป็สัญลักษณ์ตกลง พร้อมกับรับประกันอย่างหนักแน่น “เ้านาย ต่อไปท่านก็คือพ่อแม่คนที่สองของข้า ไม่ว่าท่านสั่งอะไรข้าก็จะทำตาม ต่อให้สั่งไปกินอุจจาระ ข้าก็จะกินจนท่านพอใจ!”
เสิ่นม่านสีหน้าใ รีบส่ายหน้ารัวราวกับกลองกระดิ่ง “ข้าเป็แค่นายจ้างของเ้า ขอเพียงพวกเ้าทำงานละเอียดไม่เกียจคร้านอู้งานก็พอ ไม่ถึงกับบ้าคลั่งให้พวกเ้าไปกินอุจจาระหรอกน่า”
เหล่าเกิงซาบซึ้งใจเป็อย่างยิ่ง แทบจะคุกเข่าคำนับให้เสิ่นม่าน “เ้านาย ท่านเป็คนดีจริงๆ!”
เสิ่นม่าน “เหอๆ คนดีคงไม่ใช่ อย่างมากข้าก็แค่คนที่ตรงไปตรงมา”
ทั้งสองพูดคุยกันสักพัก ไม่รู้ว่ากำลังคุยถึงเื่อะไร บนถนนก็เกิดความวุ่นวายขึ้น มีคนมากมายวิ่งไปดูความคึกคัก
เสิ่นม่านเอ่ยถามด้วยความใคร่รู้ “เกิดอะไรขึ้น? วันนี้มีเื่สนุกให้ดูอีกแล้วหรือ?”
เหล่าเกิงมองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ท่านไม่รู้หรือ? วันนี้คือวันปะาหัวหน้าโจรค่ายโจรสี่ั มีชาวบ้านมากมายจะไปดู”
ค่ายโจรสี่ัมีหัวหน้าทั้งหมดสี่คน หากตัดเฉียนิเจี๋ยที่ตายไปแล้ว อีกสามคนที่เหลือจะถูกปะาที่หน้าตลาดวันนี้ ยังมีลูกน้องร่วมขบวนการ ทั้งหมดถูกเนรเทศให้ไปสร้างกำแพงเมืองที่ชายแดน เดาว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่ได้กลับมาอีก
เสิ่นม่านยืนอยู่ด้านหลังฝูงชน เห็นมือปราบกลุ่มหนึ่งเดินมาบนถนนที่ไกลออกไป ด้านหลังมีรถเข็นคุมขังนักโทษสามคัน ด้านในขังเจี่ยต้าหลง หลิวเฮยชีและเฉียนซานเจียง คนทั้งหมดหัวกระเซอะกระเซิง ไร้ซึ่งความจองหองเฉกเช่นตอนที่อยู่บนค่ายโจร ขณะนี้แทบจะถูกฝังทั้งเป็ด้วยอาหารเน่าและผักเน่าที่ชาวบ้านขว้างปาใส่
ไม่รู้ว่าเพราะจิติญญารับรู้หรืออย่างไร ทั้งสามคนที่ถูกจองจำอยู่ในรถคุมขังกลับมองเห็นเสิ่นม่านที่ยืนอยู่ด้านหลังสุดของกลุ่มฝูงชน ต่างกัดฟันกรอดด้วยความเกลียดชัง
เฉียนซานเจียงดีดดิ้นอยู่ในรถคุมขังและด่าทอ “เสิ่นม่านเหนียงนังแพศยา! เ้าจะต้องได้รับกรรม! ข้าเป็ผีก็จะไม่ปล่อยเ้า!”
“เ้ารอก่อนเถิด ไว้ข้าเกิดใหม่ชาติหน้าจะมาทรมานเ้าให้ตาย! ให้เ้าต้องตายทั้งเป็!”
เสิ่นม่านไร้ซึ่งความรู้สึก กระทั่งนึกอยากขำเล็กน้อย
ชาติหน้าหรือ? ก่อกรรมทำเข็ญมากมายขนาดนั้น ชาติหน้าจะได้เป็คนหรือเปล่ายังไม่รู้เลย
นางมองดูทั้งสามที่อยู่ในรถคุมขังและหัวเราะ พร้อมกับโบกมือ “ขออวยพรให้พวกเ้าได้เกิดใหม่ ข้าจะรอพวกเ้ามาแก้แค้นนะ ฮ่าๆๆ”
ทั้งสามโมโหจนใบหน้าบูดเบี้ยวดีดดิ้นอยู่ในรถ เมื่อมีการเคลื่อนไหวที่มากเกินไป จึงทำให้ถูกมือปราบที่อยู่ข้างฟาดไปหนึ่งที ทันใดนั้นคนทั้งหมดก็อยู่ในความสงบ
เสิ่นม่านหลุดขำและปรบมือเตรียมตัวกลับบ้าน
เหล่าเกิงที่ยังไม่เข้าใจ จึงถามนาง “เ้านาย เหตุใดพวกหัวหน้าโจรเ่าั้เหมือนจะรู้จักท่านด้วย?”
เสิ่นม่านพยักหน้าตอบสบายใจเฉิบ “ต้องรู้จักแน่นอน ข้ายังเคยขึ้นไปค่ายโจรอีกด้วย”
ขึ้นไปค่ายโจร? เหล่าเกิงคิดไปไกล ฉับพลันก็เืขึ้นหน้า “พวก พวกมันเป็สัตว์เดรัจฉาน!”
สตรีแสนดีเช่นนี้ก็ไม่ละเว้น!
ใครจะรู้ว่าวินาทีถัดมา เสิ่นม่านกดเสียงต่ำและเอ่ยด้วยท่าทีลึกลับ “ข้าไม่เพียงขึ้นไปค่ายโจร แต่ยังถล่มค่ายโจรของพวกเขาอีกด้วย ข้าเก่งใช่ไหมล่ะ?”
เหล่าเกิง “…”
ข้าคงประเมินพลังของนางต่ำไป
-----
เชิงอรรถ
[1] รองเท้าขาดๆ 破鞋 [pòxié] หมายถึง หญิงมั่วโลกีย์ กากี
