สีหน้าของเจียงเฉินไห่บิดเบี้ยวจนอัปลักษณ์ เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าหลินซือซือไปเอาความหยิ่งผยองมาจากที่ไหน ถึงได้กล้าเมินเขา
ยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังในสำนักซิงเฉินนอกจากอาจารย์แล้ว ศิษย์มีเพียงไม่ถึงสองร้อยคนที่อยู่ในขั้นพลังนี้ ถึงแม้ว่าอายุของเจียงเฉินไห่จะไม่เยอะนัก ทว่าในภายหลังเขาจะต้องไม่ใช่คนอ่อนแอ แค่โบกมือหญิงสาวก็แห่กรูกันเข้ามาหาเขา ทว่ามีแค่นางเท่านั้นที่กล้าทำกับเขาเช่นนี้
“นางแพศยา กล้าดียังไงถึงได้มาใส่ร้ายพี่ข้า รอข้าจับเ้าได้ก่อนเถอะ ข้าอยากจะรู้นักว่าเ้ายังจะกล้าปากเก่งอยู่อีกหรือไม่” เจียงชุนเย่แผดเสียงคำรามออกไปด้วยความโกรธ
“เ้าต่างหากล่ะที่เป็นางแพศยา เผลอๆ คำว่าแพศยายังไม่มากพอที่จะเรียกเ้าด้วยซ้ำ” หลินซือซือแค่นเสียงฮึ บนใบหน้าสวยเริ่มฉายสีเย็นะเืออกมา
“เ้า…เ้า!” เจียงชุนเย่หน้าแดงก่ำ นางชี้นิ้วสั่นเทาไปที่หลินซือซือ เพลิงโทสะแผดเสียงคำรามดังออกมาจากภายในร่าง จนแทบจะเป็ลมสลบไป
“หยุดได้แล้ว” เจียงเฉินไห่โบกมือพลางเอ่ยเสียงเย็น “รอดูเถอะ ว่าข้าจะจัดการกับเ้ายังไง”
“แย่ละสิ มีสมบัติล้ำค่าตกลงมาจากบนหัวของเ้า” แขนเสื้อของเต้าหลิงกระตุกขึ้น เขาชี้ไปบนเหนือหัวของเจียงเฉินไห่ ที่มีเส้นแสงหลากหลายเส้นร่วงหล่นลงมา
“ฮ่าๆๆ” เจียงเฉินไห่หัวเราะลั่น ใบหน้าเต็มไปด้วยโทสะ พลางแผดเสียงคำรามดังออกมา “เ้าเด็กบ้า เมื่อครู่เ้าหลอกข้า คิดว่าครั้งนี้ข้าจะหลงกลเ้าอย่างนั้นหรือ ทว่าเ้าเองก็ฉลาดไม่เบานี่ ถึงได้โยนแสงพวกนั้นออกมา แต่ลูกไม้ตื้นๆ แบบนี้ทำให้ข้าอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง”
“ฮึ ช่างไม่รู้ประสีประสา ไหนลองโกหกให้ข้าดูอีกครั้งสิ” เจียงชุนเย่แสยะยิ้มเย็น ทว่ายังไม่ทันที่นางจะกล่าวจบ ก็ััได้ถึงไอพลังสังหารที่พุ่งออกมากลางฟ้าดิน
เมื่อครู่เต้าหลิงได้โยนเส้นแสงออกไป เส้นแสงเ่าั้ได้แปรเปลี่ยนกลายเป็ธงสีเืเก้าผืน ส่องแสงระยิบระยับ ราวกับเป็ของล้ำค่าที่ทำมาจากหยกเื
หลังจากนั้น จิตใจของเต้าหลิงก็ขยับขึ้น ธงเืเก้าผืนขยายใหญ่ขึ้นมา หน้าผืนธงโบกสะบัด พลางรวมตัวผสานเข้าด้วยกันแล้วะเิพลังมหาศาลประหนึ่งน้ำที่ไหลเชี่ยว
แสงเืส่องกระจายออกมาคล้ายกับทะเลสีเืที่ตกลงมาจากท้องนภา มันพุ่งโจมตีลงไปข้างล่าง ทำให้ห้องคลังอาวุธสั่นะเื
“แย่ละสิ นี่มันค่ายกลธง เ้าเด็กบ้านี่มีค่ายกลธงอย่างนั้นหรือ” เจียงเฉินไห่หน้าเปลี่ยนสีพลางแผดเสียงคำรามดังลั่น แม่น้ำสีเืที่น่ากลัวพุ่งเข้ามารอบกายทั้งสี่ทิศ
ค่ายกลสังหารประเภทนี้นั้นพบเจอได้ยากเป็อย่างมาก ในตอนแรกเต้าหลิงที่ได้ธงเก้าผืนนี้มา เขาใช้เวลาหลอมมันระยะหนึ่ง ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่าจะต้องนำมาใช้เร็วแบบนี้
อีกทั้งค่ายกลสังหารนี้แข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนที่สัตว์อสูรโบราณควบคุมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า มันได้เข้าปกคลุมร่างของพวกเขาเอาไว้ พลางะเิแสงสีเืสว่างจ้าออกมา
เต้าหลิงกำหมัดแน่น ฝ่าเท้ากระทืบลงพื้น ร่างพุ่งทะยานออกไป เส้นผมสีดำปลิวไสวอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองมีแสง์ส่องประกายออกมา เขาเหมือนกับเทพปีศาจ พลังปราณทั่วร่างเดือดพล่านราวกับัคะนองน้ำที่พุ่งทะยานออกมาจากท้องสมุทร เสียงหมัดหวีดร้องคำรามพุ่งเข้าใส่ภายในค่ายกลธง
เต้าหลิงเป็ผู้ใช้ค่ายกลธงนี้ มันจึงไม่โจมตีเข้าใส่เขา ในตอนนั้นร่างของเขาก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของเจียงชุนเย่
“นางแพศยา อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหาเื่ใส่ตัว ตายเสียเถอะ” เต้าหลิงง้างฝ่ามือออก พลังปราณแข็งแกร่งยิ่ง แรงพลังบีบอัดมวลอากาศจนแตกสลาย จิตสังหารเอ่อล้นออกมา
“อย่านะ อย่าฆ่าข้าเลย” เจียงชุนเย่ใมากจนหน้าขาวซีด นางััได้ถึงความตายที่เข้ามาเยือน ร่างทั่วร่างสั่นเทาจนแทบจะล้มลงไปที่พื้น
เต้าหลิงแสยะยิ้มเย็น แรงพลังของฝ่ามือของเขานั้นรุนแรงเป็อย่างมาก ชั่วพริบตาร่างของเจียงชุนเย่ก็ะเิออก
“อ๊ากก เ้าปีศาจ เ้ากล้าฆ่าน้องสาวของข้าอย่างนั้นหรือ เ้า ไปตายซะ!” ดวงตาของเจียงเฉินไห่แดงก่ำ เขาแผดเสียงคำรามออกมาด้วยความโกรธ จากนั้นก็เข้าโจมตีเต้าหลิง หมายจะทำให้ร่างของอีกฝ่ายถูกบดจนเละ ทว่าร่างของเต้าหลิงก็กลับกลายเป็แค่ร่างเงาเท่านั้น
เต้าหลิงที่ควบคุมค่ายกลสังหารสีเืพุ่งทะลวงฝ่าค่ายกลสังหาร แล้วมาปรากฏตัวตรงหน้าของชิงโป ท่ามกลางสายตาที่หวาดกลัวของอีกฝ่าย ฝ่ามือยาวยื่นออกมาโจมตีที่อกของชิงโปจนแตกสลาย
“บัดซบ ไม่ว่าจะบนฟ้าหรือใต้ดิน ไม่ว่าใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ เ้าปีศาจ เ้ากล้าฆ่าศิษย์ของสำนัก อย่างไรเสีย เ้าก็จะต้องตาย” เจียงเฉินไห่คำรามลั่น เขาโกรธจนใบหน้ากลายเป็สีแดงฉาน จากนั้นก็คายติ่งเต๋าอันหนึ่งออกมา มันพุ่งออกไปบริเวณรอบสี่ทิศเพื่อที่จะทำลายค่ายกล
ติ่งเต๋าหยกสีขาวสูงห้านิ้วส่องแสงล้ำค่า มันหมุนลอยอยู่กลางอากาศ ไม่นานนัก มันก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนสูงสองฟุต พลังที่น่ากลัวพุ่งออกมา เส้นอักขระเต๋าไร้ที่สิ้นสุดปรากฏขึ้นมาทำให้มวลอากาศทรุดตัวลงจนเกิดหลุมดำขนาดใหญ่
ธงสีเืเก้าผืนสั่นไหว ติ่งเต๋าสีขาวน่ากลัวเป็อย่างมาก พลังอานุภาพไร้ที่สิ้นสุดเอ่อล้นทะลักออกมา ค่ายกลธงพลันสั่นสะท้านคล้ายกับว่าจะะเิ
“เขาแข็งแกร่งมาก ทั้งยังมีติ่งเต๋า” สีหน้าของเต้าหลิงเปลี่ยนสีไปเล็กน้อย แต่เดิมทีเขากะว่าจะใช้ค่ายกลธงในการสังหารเจียงเฉินไห่ ทว่าตอนนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นแล้ว เพราะเขารู้สึกได้ว่าติ่งเต๋านี้น่ากลัวเป็อย่างมาก
ร่างของเต้าหลิงหายวับไป พลางพาหลินซือซือวิ่งหนีออกไปข้างนอก
พวกเขาหนีออกมาได้ไม่ถึงสามลมหายใจ ติ่งเต๋าหยกขาวที่น่ากลัวนั้นก็ได้ทำลายค่ายกลธงจนแหลก เจียงเฉินไห่ก้าวฝีเท้าเดินออกมาพลางะเิเสียงคำรามลั่นดุจเสียงสายฟ้าฟาด “ใครก็ช่วยเ้าไม่ได้ เอาชีวิตของเ้ามาซะ”
ดวงตาแดงก่ำของเขากวาดมองไปรอบๆ เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่เลย เขาก็กล่าวเสียงคำรามลั่นต่อว่า “ถึงเ้าจะหนีไปที่สำนักซิงเฉิน ยังไงจุดจบของเ้าก็คือความตาย!”
เต้าหลิงได้หนีออกมาไกลแล้ว ทว่าเขาก็ยังคงได้ยินเสียงคำรามนั้น เขาเม้มปากพลางกล่าวออกมาว่า“ค่ายกลธงนั่นน่าเสียดายเสียจริง ถ้าเพิ่มแร่หินเข้าไป จะต้องกลายเป็สุดยอดของล้ำค่าแน่”
ทว่าผลประโยชน์ที่เขาได้มานั้นสามารถทดแทนสิ่งที่เสียไปได้ เมื่อครู่สมุนไพริญญาที่พวกเขาทั้งสองคนได้มา ก็ได้ถูกเต้าหลิง่ชิงมาจนหมดแล้ว
“รีบไปเถอะ เขามีอาวุธเต๋าอยู่ ถ้าถูกเขาเจออีกครั้ง ได้เป็ปัญหาใหญ่แน่” หลินซือซือเอ่ย “เดาว่าครั้งหน้า เขาคงไม่โง่หลงกลง่ายๆ แน่”
เต้าหลิงพยักหน้า เขารู้จักพลังของยอดฝีมือขั้นกำเนิดพลังดี ทั้งเจียงเฉินไห่ที่มีอาวุธเต๋า เขาไม่สามารถที่จะฆ่าอีกฝ่ายได้ ยังดีที่ในวังวิหารนั้นไม่มีของอะไรหลงเหลืออยู่แล้ว
พวกเขาทั้งสองออกไปจากที่นี่ พลางมุ่งหน้าเข้าไปยังส่วนลึกของวังวิหาร
“พลังงานของที่นี่เข้มข้นเป็อย่างมาก จะต้องมีถ้ำิญญาโบราณอยู่เป็แน่ หวังว่าจะหาเจอ” เต้าหลิงกวาดสายตามองไปบนวิหาร ก่อนที่ทั้งสองคนจะพุ่งทะยานเข้าไปข้างใน
หลังจากที่เดินเตร็ดเตร่อยู่ภายในวิหารอยู่ครึ่งวัน เต้าหลิงก็ถึงกับพูดไม่ออก ที่นี่ไม่มีอะไรอยู่เลยแม้แต่เส้นขน ของล้ำค่าทั้งหมดถูกคนอื่นเอาไปหมดแล้ว
ภายในวิหารเต็มไปด้วยเืไหลนองจนกลายเป็แม่น้ำสายเื ที่พื้นถูกอาบไปด้วยเืสีแดงฉาน ทุกที่เต็มไปด้วยเศษแขน เศษขา เป็ภาพที่ทำให้คนพบเห็นจะต้องใจสั่น
ในตอนนี้ภายในส่วนลึกเต็มไปด้วยผู้คนมากมายรายล้อม สายตาของพวกเขาจ้องมองเข้าไปข้างในด้วยหัวใจกระวนกระวาย
“ด้านในสุดจะต้องเป็เขตใจกลาง ซึ่งตอนนี้ยังไม่ถูกเปิดออก เดาว่าผนึกไม่น่าจะถูกเปิดได้ง่ายๆ” เต้าหลิงเม้มริมฝีปากพลางกล่าวออกมา
“ข้าััได้ว่าวิหารที่ถูกปิดนั้น น่าจะเป็สถานที่ฝึกฝนของศิษย์จอมยุทธ์ที่แข็งแกร่ง วิหารใหญ่ข้างในสุดถึงจะเป็สถานที่ฝึกฝนของเขา ทว่าผนึกนั้นแข็งแกร่งมาก ในตอนนี้พวกเขายังไม่สามารถจะเปิดมันออกได้” หลินซือซือพยักหน้า
เต้าหลิงกวาดสายตามองไปยังวังวิหารที่อยู่รอบๆ พลางลูบจมูกแล้วกล่าวออกมาว่า “แปลกจริงๆ ภายในวังวิหารนี้ไม่มีถ้ำิญญาโบราณอยู่ ลองเข้าไปข้างในป่าดูอาจจะโชคดี”
โดยรอบมีูเาิญญาอยู่ ดอกใบไม้ยาวเขียวขจี พวกเต้าหลิงมาถึงที่นี่ พลางมุ่งหน้าก้าวฝีเท้าเดินเข้าไปข้างใน
พวกเขาทั้งสองเดินวนอยู่ภายในป่าเขา ทว่าก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ของที่นี่นั้นก็พอๆ กับข้างนอก ซึ่งที่นี่น่าจะไม่มีถ้ำิญญาโบราณ
“หรือว่าจะถูกผนึกเอาไว้?” เต้าหลิงขมวดคิ้ว หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่ง เขาก็ก้าวฝีเท้าเดินกลับไป จนสุดท้ายก็พบกับที่ที่หนึ่ง ซึ่งพลังฟ้าดินบริสุทธิ์ของที่นี่นั้นอ่อนแรงเป็อย่างมาก หากเทียบกับบริเวณรอบๆ
“ถ้าเ้าเป็ผู้หยั่งรู้ปฐีก็ดีน่ะสิ เดาว่าแค่มองก็รู้ได้ทันทีว่าถ้ำิญญาตั้งอยู่ที่ไหน” หลินซือซือหัวเราะฮี่ๆ
“ได้สิ” เต้าหลิงหวนนึกถึงความหลัง หลังจากที่โถงวิหารดาราสิ้นสุดลง เขาเตรียมตัวที่จะไปหาชายขาเป๋ มีหลายเื่ที่เขาต้องทำ ทว่าน่าเสียดายที่ตอนนี้พลังของเขานั้นต่ำเกินไป อย่างน้อยๆ ก็จะต้องทะลวงเข้าสู่ขั้นกำเนิดพลังเสียก่อน
ชายขาเป๋เป็ผู้หยั่งรู้ปฐี ในตอนนั้นเขาได้ใช้พลังของชีพจรั ทำให้มีพลังที่แข็งแกร่ง จนถึงขั้นสามารถทำลายสมบัติล้ำค่าโบราณได้
“ขี้โม้” หลินซือซือเบะปากพลางกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะผู้หยั่งรู้ปฐีนั้นพบเจอได้ยากเป็อย่างมาก พวกเขาส่วนใหญ่มักจะอยู่ในเหมืองโบราณ เพื่อตามหาของล้ำค่า
“มานี่สิ ข้ารู้สึกว่าที่นี่ดูแปลกๆ” ฝีเท้าของเต้าหลิงเดินมาหยุดอยู่ตรงตีนเขา สายตาจ้องมองไปยังก้อนหินขนาดใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยเถาวัลย์ เขาััได้ถึงพลังงานที่ไม่สม่ำเสมอ
เขากระทืบฝ่าเท้าลงพื้น ในขณะที่กำลังจะโจมตีออกไปนั้น ก็บอกให้หลินซือซือตั้งค่ายกลปกคลุมพลังเอาไว้ ถ้าหากว่านี่เป็ถ้ำิญญาโบราณจริงๆ แล้วพลังกระจายออกไปจะต้องทำให้คนจำนวนมากมาที่นี่แน่
หลังจากที่ตั้งค่ายกลเสร็จ เต้าหลิงก็ปล่อยหมัดออกไป ก้อนหินั์พลันสั่นไหว ทว่ามันกลับไม่แตก
“แปลกมาก แหลกไปซะ” เต้าหลิงแผดเสียงคำรามต่ำ พลังของเขาแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ พลางโจมตีออกไปหลายสิบหมัด จนในที่สุดบนก้อนหินก็ปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นมา
“แหลก” เต้าหลิงแผดเสียงคำราม หมัดพุ่งออกไปพร้อมกับแสงสีทอง พลังปราณเดือดพล่านขึ้น ชั่วพริบตา ก้อนหินั์ก็ถูกทำลาย พลังมหาศาละเิออกมาราวกับั์ที่พุ่งทะยานออกมาจากท้องนภา
ค่ายกลธงที่หลินซือซือตั้งเอาไว้สั่นไหว มันเกือบจะถูกพลังที่พุ่งออกมาทำลายลง สีหน้าของนางเปลี่ยนสีพลางกล่าวออกมาว่า “แย่ละสิ มันจะทะลวงออกไปแล้ว”
