เมื่อทุกคนเห็นหยางเฉินมีท่าทีที่เปลี่ยนไป ทำให้พวกเขาเริ่มระมัดระวังตัวมากขึ้นกว่าเดิม
“นั่นคืออะไรกัน?” กวงเฟิงเอ่ยถามไห่เซี่ยว
ไห่เซี่ยวเองก็ส่ายหน้าด้วยความจนใจ เขาตอบ “ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“อาจจะเป็ฟองสบู่หรือลูกบอลคริสทัล?” เย่จื่อที่มีท่าทีสงสัยกล่าว
ทันใดนั้นเองหยางเฉินก็พุ่งเข้าไปคว้าลูกบอลคริสทัลออกจากมือของจูดี้อย่างรวดเร็ว
“เธอรู้จักอะโฟรไดท์?” หยางเฉินถามขึ้นช้าๆ
จูดี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว เธอกระสับกระส่ายไปมา จากหญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ตอนนี้เธอไม่เหลือท่าทางเช่นนั้นอีกแล้ว “นี่... นี่คือสัญลักษณ์ของท่านผู้นั้น?”
“อะไรกัน อย่าบอกผมนะว่าเธอไม่รู้จักอะโฟรไดท์จริงๆ?” หยางเฉินขมวดคิ้ว
“ไม่... ไม่ฉัน... เมื่อนานมาแล้วฉันเคยประสบอุบัติเหตุ ฉันถูกคนคนนั้นช่วยโดยบังเอิญ และดูเหมือนท่านจะชอบฉันมากเลยให้สิ่งนี้ติดตัวฉันไว้ แต่จริงๆ แล้วฉันเองก็ไม่รู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง”
หยางเฉินหัวเราะเสียงดัง “เธอโชคดีจริงๆ นี่คือเครื่องรางฟองอากาศ มันเป็ตัวแทนของเทพีอะโฟรไดท์ ฉันสามารถััได้ถึงพลังของเธอที่อยู่ในนี้”
เมื่อได้ฟังที่หยางเฉินพูด สมาชิกกองพลน้อยเหยียนหวงต่างก็รู้สึกงุนงงขึ้นมาทันที มีเพียงเย่จื่อเท่านั้นที่กำลังจมอยู่ในความคิด
“ใครคืออะโฟรไดท์?” เทียนหลงมองไปยังทั้งสองฝ่าย เขาพยายามถามหาคำตอบที่เขา้า
เย่จื่อตอบเขาด้วยเสียงต่ำ “หนึ่งในสิบสองเทพแห่งูเาโอลิมปัส เทพีแห่งความงดงามวีนัส หรือที่เรียกว่าอะโฟรไดท์ในภาษากรีกโบราณ...”
“วีนัส” หลายคนได้ยินชื่อนี้ยังรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ วีนัสกับเฮดีสนั้นเป็เทพที่อยู่ในระดับเดียวกัน แต่แล้วเทพพวกนั้นกลับอยู่บนโลกมนุษย์จริงๆ?
เย่จื่อพยักหน้าช้าๆ กล่าวว่า “ตามตำนานแล้วเทพีวีนัสอาศัยอยู่ในฟองอากาศบนผืนน้ำ ถ้าหากตำนานนั่นเป็เื่จริงล่ะก็ พลังนี่ต้องเป็พลังของเธออย่างแน่นอน”
ทุกคนต่างคิดไม่ถึงว่าตำนานเทพนิยายโบราณจะเป็จริงไปได้!
หยางเฉินถอนหายใจ “ฉันเอามันมาจากเธอก็เพื่อป้องกันเื่น่ารำคาญเท่านั้น นอกจากนี้ หากใช้เ้านี่ไปครั้งหนึ่งมันก็จะสูญเสียพลังของมันไปตลอดกาล”
“ฉันรู้ว่ามันยากที่จะเชื่อ แต่วันนี้เมื่อฉันได้เห็นพลังของท่านแล้วฉันก็เข้าใจในที่สุด แต่อย่างไรก็ตาม ตามที่สนธิสัญญาเทพเ้าที่ได้ระบุไว้ ท่านเองก็ไม่อาจทำอะไรล่วงละเมิดสัญญาไปมากกว่านี้ได้ ได้โปรดปล่อยพวกเราไปเถอะ ฉันสาบานว่าพวกเราจะรีบออกไปจากประเทศจีนให้เร็วที่สุดอย่างแน่นอน”
แม้ว่าจะไม่เข้าใจว่าอะไรคือสนธิสัญญาเทพเ้าก็ตาม พังค์และคาร์ลอสต่างแสดงสีหน้ามีความสุขขึ้นทันที “เธอ? กับคนพวกนี้?”
หยางเฉินกวาดสายตามองไปยังจูดี้และคาร์ลอส “เครื่องรางนี้สามารถคุ้มกันได้แค่คนที่ถูกเลือกเท่านั้น”
จูดี้กัดฟันกล่าว “ท่านเฮดีส ได้โปรดเมตตาพวกเราสักครั้งเถอะ ไม่ได้จริงๆ เหรอ?”
“สาวน้อย... อย่าคิดท้าทายฉันจะดีกว่า ความหมายของชื่อฉันนั้นไม่ได้หมายถึงชีวิต... แต่เป็ความตาย”
ในตอนนั้นเองดวงตาของหยางเฉินพลันเปล่งแสงสีแดงออกมา
พังค์และคาร์ลอสขนลุกขึ้นมาทันใด ทันทีที่จ้องมองเข้าไปในดวงตานั้น พวกเขาก็รู้ความหมายของมันทันที
พวกเขากำลังจะถูกฆ่า!
หากฝ่ายตรงข้ามมีแค่พวกกองพลน้อยเหยียนหวง พวกเขาจะไม่มีทางหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่กลับกัน คนข้างหน้าเขาคือหยางเฉิน!
ในตอนนั้นทั้งคู่มองหน้ากันก่อนจะเข้าใจความหมายในชั่วพริบตา ทั้งสองพุ่งโจมตีเข้าโจมตีชายหนุ่มอย่างรวดเร็ว!
พังค์พุ่งเข้าใส่เขาพร้อมปล่อยหมัดออกไป คาร์ลอสตวัดแส้สายฟ้าอย่างรุนแรง เพื่อที่จะตัดร่างของหยางเฉินเป็สองซีก จากนั้นจึงหาโอกาสหนีจากที่นี่
พังค์กดปุ่มที่นาฬิกาเขา ทันใดนั้นร่างกายของเขาก็ค่อยๆ บิดเบือน ทั่วทั้งบริเวณเต็มไปด้วยกลุ่มหมอกปริศนาที่แผ่ขยายไปทั่วทั้งบริเวณ
“ไม่ คาร์ลอส อย่าวิ่งไปทางนั้น!!”
จูดี้เห็นคนสองคนที่เริ่มจะหลบหนี เธอไม่มีเวลามากพอที่จะหยุดพวกเขาจึงทำได้เพียงะโห้ามเท่านั้น
ทันทีที่แส้สายฟ้าพุ่งเข้ามาหาหยางเฉิน เขาเพียงแค่ยกมือกันแส้นั้นโดยที่ไม่สะทกสะท้านกับสายฟ้าที่แล่นผ่านแส้แต่อย่างใด
คาร์ลอสเห็นหยางเฉินคว้าแส้เอาไว้อย่างง่ายๆ เหมือนจับของทั่วไป เขาก็ตกตะลึงสุดขีดจนไม่อาจคิดหาทางหนีได้ ด้วยความหวาดกลัว คาร์ลอสรีบวิ่งหนีไปที่อีกด้านก่อนพังค์เสียอีก
“นายมันไร้เดียงสาเกินไป” หยางเฉินพูดกับคาร์ลอสที่วิ่งไปด้านหลังของพังค์
พังค์เบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว หมอกควันอำพรางที่เขาปล่อยออกมาค่อยๆ จางหายไป หยางเฉินคว้าหัวของเขาเอาไว้เหมือนกับไม่มีอะไรมาขวางกั้นคนทั้งสอง
“!”
พังค์กัดฟันแน่น ตอนนี้เขากำลังจนมุมอย่างถึงที่สุด!
หยางเฉินยื่นมือตบใส่หน้าเขาอย่างรุนแรงจนหัวของพังค์ะเิออกมาคล้ายกับแตงโม
“ตูม!!”
คาร์ลอสมองพังค์ที่ถูกฆ่าตายด้วยความหวาดกลัวสุดขีด เขารีบวิ่งหนีออกจากวัดัขดโบราณอย่างไม่คิดชีวิต ส่วนหยางเฉินเองก็ไม่ได้ไล่ตามคาร์ลอส เขามองออกไปข้างนอกก่อนจะหันหน้ากลับมา
“ปัง!!”
ะุพุ่งเข้าใส่คาร์ลอสที่วิ่งออกมาอย่างแม่นยำ เขาล้มลงนอนแน่นิ่งบนพื้นทันที
ถึงแม้ว่าเหล่าสมาชิกกองพลน้อยเหยียนหวงจะกังวลถึงคาร์ลอสที่หลบหนีไป แต่พวกเขาก็ยังไม่ลืมว่าภายนอกนั้นยังมีเย่หลางที่เป็มือสไนเปอร์ซุ่มอยู่!
หยางเฉินดูแปลกใจที่เย่หลางสามารถฆ่าคาร์ลอสจากระยะไกลได้ ดูเหมือนว่าฉายามือสไนเปอร์ที่ดีที่สุดคงไม่ได้มีแค่คุยเท่านั้น ระยะทางไม่กี่กิโลสำหรับเย่หลาง คงเหมือนการนับ A-Z ที่สุดจะง่ายดาย
แน่นอนว่าถึงแม้คาร์ลอสจะหวาดกลัวแต่เขาก็ไม่โง่พอที่จะวิ่งเป็เส้นตรง เขาวิ่งวนไปมาเพื่อหลบะุสไนเปอร์ของเย่หลาง แต่เท่านี้จะนับเป็อะไรได้? สุดท้ายเขาก็ถูกยิงตายอยู่ข้างนอกนั่นเอง
หยางเฉินได้หันกลับมามองจูดี้ด้วยท่าทีเรียบเฉยพร้อมกล่าวขึ้นว่า “เธอสามารถที่จะออกไปได้ และผมหวังว่าเธอคงไม่ถูกฆ่าตายด้วยเ้าลิงนั่นนะ”
จูดี้มองหยางเฉินด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น แต่เธอก็ไม่ได้พุ่งเข้าไปโจมตีเขาแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามจูดี้รู้ว่าหากเธอเลือกจะแก้แค้นก็คงจะมีสภาพไม่ต่างอะไรไปจากพวกนั้น การรักษาชีวิตตนเองเป็ทางเลือกที่ดีที่สุด
เธอยังไม่รู้ถึงความสามารถของลูกแก้วฟองอากาศบนมือของหยางเฉินว่ามันใช้โจมตีหรือป้องกัน แต่ก็ไม่คิดที่จะลองเสี่ยงแม้แต่น้อย!
“ขอบคุณท่านเฮดีส”
จูดี้เปิดโล่ป้องกันของเธอออกมาแล้ววิ่งออกไปจากวัดัขดโบราณ ดูเหมือนเธอจะวิ่งได้อย่างคล่องแคล่วเหมือนเดิม เทียนหลงเองก็กังวลเกี่ยวกับเื่นี้ เขาและคนอื่นไม่อาจใช้พลังได้จึงไม่มีทางตามไปจัดการเธอได้ทันเวลา
“นั่น... คุณหยาง คุณไม่คิดว่าเธอจะนำปัญหามาให้ในอนาคตบ้างเหรอ?” เทียนหลงถามขึ้นด้วยความสุภาพมากกว่าเดิม
หยางเฉินไม่ได้สนใจคำถามของเทียนหลง เขาเดินไปรับขวดยาขวดหนึ่งจากเย่จื่อแล้วค่อยๆ กลืนมันลงไป
หยางเฉินค่อยๆ สูดลมหายใจลึกเข้าไปในปอดพร้อมหลับตา ความบ้าคลั่งและความเ็าค่อยๆ หายไป เขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยสีหน้าปกติ
“อะไรกัน คุณกลัวผู้หญิงงั้นเหรอ?” หยางเฉินถามเทียนหลงด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ
เทียนหลงและคนอื่นๆ เปลี่ยนสีหน้าทันที “กลัว! กลัวพวกนั้นเนี่ยนะ! ข้าแค่คิดว่ามันจะนำปัญหามาให้เราอีกเท่านั้น!”
“แล้วคุณบ่นอีกทำไมกัน?” หยางเฉินเอ่ยด้วยความเบื่อหน่าย
“เ้า... เ้าไม่กลัวว่าเธอจะเปิดเผยที่อยู่ของเ้าบ้างรึ? หากพวกเขาส่งคนจำนวนมากไปหาเ้าเพื่อก่อปัญหาล่ะ เ้าจะทำอย่างไร!?” เทียนหลงะโถามเขาอีกครั้ง
หยางเฉินยักไหล่ “ถ้าคุณมีความยินดีที่หน่วยก่อการร้ายขนาดใหญ่เข้ามาประเทศล่ะก็ เื่ของพวกคุณเถอะ”
“เ้า...” เทียนหลงรู้สึกเหมือนมีอะไรติดอยู่ในลำคอจนพูดไม่ออก
“แค่คุณคนเดียวก็ทำพวกเราไร้ประโยชน์แล้ว แต่ลามะตันเซิงตายแล้ว ส่วนสังขารของพระไวยโรจนะนั้นน่าจะยังคงอยู่ในวิหารแห่งนี้ เราควรรีบค้นหามันแล้วจบภารกิจนี้ซะ!” ไห่เซี่ยวกล่าว
เทียนหลงกล่าวด้วยรอยยิ้ม “หลังจากที่ต้วนเหรินตายไป นายก็เหมาะที่จะเป็ผู้นำกลุ่มคนใหม่ของเราที่สุด”
“ฮ่าฮ่า! ไม่จำเป็ต้องพูดถึงไอ้บัดซบนั่น เขาจะต้องเก่งกาจกว่าทุกคนแน่” กวงเฟิงเริ่มประจบเขาทันที
ทุกคนต่างรอดตายจากเหตุการณ์ก่อนหน้ามาได้ พวกเขาพูดคุยกันอย่างออกรส
ไห่เซี่ยวกำลังรู้สึกอึดอัดใจ เย่จื่อและต้าเจี่ยวค่อนข้างเงียบแต่ก็ยังเห็นรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของทั้งสอง
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีความสุข...
หลังจากที่หยางเฉินแจกจ่ายขวดยาถอนพิษ เขาก็มองไปยังรอบๆ
หัวเป่าที่ดูเหมือนจะมีแผลรุนแรงแต่ก็ไม่ได้เจ็บหนักอะไร เขายังคงยิ้มได้แม้จะเ็ปอยู่ก็ตามที
ฮุ่ยหลินยังคงประคองอาจารย์ของเธอเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างแแ่ ใบหน้าของหญิงสาวว่างเปล่า ข้างแก้มปรากฏรอยน้ำตาที่หากใครได้เห็นต่างต้องตกหลุมรักเธอทันที
อาจารย์หยุนเหมี่ยวพยายามที่จะขจัดพิษออกจากร่าง ริมฝีปากของเธอเริ่มเปลี่ยนเป็สีม่วงคล้ำ มันเหมือนกับว่าเธอไม่อาจจะทำอะไรไปได้มากกว่านี้อีกแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นว่าอาจารย์หยุนเหมี่ยวนั้นยังคงาเ็และเริ่มทรุดหนักลงเรื่อยๆ เทียนหลงเดินไปหาหยางเฉินก่อนจะกล่าว “ท่านหยางเฉิน ข้าเข้าใจว่าท่านไม่ค่อยจะลงรอยกับนางสักเท่าไรและนางเองก็ปฏิบัติตัวต่อท่านไม่ดีด้วยแต่นี่ไม่ใช่เวลามาแก้แค้น ได้โปรดช่วยเราพานางออกไปเพื่อถอนพิษด้วยเถอะ”
หยางเฉินเม้มริมฝีปากก่อนจะกล่าวอย่างไม่เต็มใจ "ผมไม่ได้จะแก้แค้นเธอ ให้ผมรักษาเธอเอง”
“รักษา?”
ทุกคนมองเขาด้วยสีหน้าว่างเปล่า
หยางเฉินค่อยๆ นั่งลงข้างๆ ฮุ่ยหลินที่ประคองอาจารย์ของนางไว้ในอ้อมแขน “น้องสาวฮุ่ยหลิน ส่งอาจารย์เธอมาให้ฉันเถอะ เดี๋ยวฉันจะรักษาเธอให้เอง”
ใบหน้าของฮุ่ยหลินยังคงหลงเหลือคราบน้ำตาในบางจุด เธอมองหยางเฉินด้วยความหวาดหวั่นนิดๆ ก่อนจะถามขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ “จริง... จริงเหรอ?”
“นี่ยัยหมูงี่เงา ฉันจะรักษาอาจารย์ของเธอให้โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายสักแดงเดียว เธอยังมีหน้ามาสงสัยฉันอีกเหรอ? ถ้าอยากให้อาจารย์ของเธอตายนัก ก็กอดกันไปอย่างนั้นแหละ!”
หยางเฉินพ่นลมหายใจออกมาด้วยความไม่พอใจ
ฮุ่ยหลินยังคงลังเลใจอยู่ แต่เมื่อเห็นอาการของอาจารย์เธอแล้ว ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมปล่อยให้หยางเฉินรักษาอาจารย์ของเธอ
หลังจากนั้น หยางเฉินค่อยๆ กดมือลงที่หลังของอาจารย์หยุนเหมี่ยว เธอมองกลับมาที่เขาอย่างอ่อนแอ สองมือของหยางเฉินทาบลงไปที่แผ่นหลังนางแล้วหยุดอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นว่าหลายๆ คนสนใจการรักษาของเขามาก หยางเฉินจึงะโออกไปด้วยความโมโห “มองอะไรกัน!? ไม่เคยเห็นการรักษาด้วยการเยียวยาจิตใจรึไง ทำไมพวกนายยังไม่รีบไปค้นหาสังขารพระไวยโรจนะอีก ไปได้แล้ว!!”
ทั้งหมดต่างรีบวิ่งออกไปทันที...
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็พบถ้ำที่ถูกซ่อนไว้เป็อย่างดี ที่ด้านในนั้นพวกเขาพบสังขารของพระไวยโรจนะถูกซุกซ่อนเอาไว้ด้านในที่สุด
พวกเขาเตรียมขนย้ายสังขารกลับไปยังค่ายทหารด้วยความระมัดระวัง ส่วนเย่หลางที่เพิ่งมาถึง หลังจากที่ได้รู้ว่าต้วนเหรินทำอะไรไว้ เขาก็อดคิดที่จะตามไปกระทืบศพมันซ้ำอีกสักรอบสองรอบไม่ได้อยู่ดี
ความผิดพลาดทั้งหลายที่เกิดขึ้นที่ชายแดนนี่ หากหยางเฉินไม่รู้ตัวพวกเขาก็คง...
อย่างไรก็ตาม หยางเฉินรู้สึกไม่สบายใจหากมีคนมาอยู่ใกล้ๆ กับเขาในตอนที่กำลังรักษาอาจารย์หยุนเหมี่ยว
หลังจากนั้นประมาณครึ่งชั่วโมง พิษในร่างอาจารย์หยุนเหมี่ยวก็ลดลงไปจนหมด สีหน้าของอาจารย์หยุนเหมี่ยวค่อยๆ มีเืฝาดขึ้น ใบหน้าของนางเริ่มกลับมาเป็ปกติอีกครั้ง
ฮุ่ยหลินน้อยเมื่อเห็นสีหน้าของอาจารย์ตนเองค่อยๆ ดีขึ้น นางก็ดีใจจนะโโลดเต้นไปมา หยางเฉินได้แต่มองเด็กสาวด้วยความเอ็นดูเล็กน้อย
แต่เมื่อหยุนเหมี่ยวตื่นขึ้นมา นางกลับหันหน้าไปรอบๆ ก่อนมาหยุดที่หยางเฉิน จากนั้นก็มองเขาด้วยดวงตาสีแดงก่ำ น้ำตาจากดวงตาของนางค่อยๆ เอ่อล้นออกมาข้างแก้ม เสียงของนักพรตหญิงสั่นสะท้าน “เ้า... เ้าคือใครกันแน่? เ้าเป็อะไรกับซ่งเทียนฉิง??”
