คืนนั้น
พวกหลิวเหยี่ยน เจียงหลิงจู เย่กูโม่พากันทยอยกลับมายังที่พำนักชั่วคราวของสำนักหลิงอวิ๋น
ไม่นานหลังจากนั้น เนี่ยเทียนที่เดินเตร่ไปทั่วอยู่นานก็กลับมาจากข้างนอกเช่นกัน
พอเนี่ยเทียนกลับมาก็มองเห็นเจียงหลิงจูและเย่กูโม่เล่นอาวุธวิเศษที่อยู่ในมือด้วยความเบิกบาน ดูท่าแล้วคงพึงพอใจเป็อย่างมาก
“เนี่ยเทียน เ้าเป็อย่างไรบ้าง? ได้อะไรติดไม้ติดมือมาหรือเปล่า?” เย่กูโม่โบกมีดยาวเล่มหนึ่งที่อยู่ในมือ มีดยาวเล่มนี้เปล่งแสงวิเศษสีเงินระยิบระยับ มองดูแล้วไม่ธรรมดาเป็อย่างมาก “เื่ที่เ้าซื้อยาสั่งสมิญญา พวกเราได้ยินมาแล้ว แม้ว่าในอาณาจักรหลีเทียน ยาสั่งสมิญญาจะหายาก แต่ด้วยฐานะของเ้า สักวันย่อมต้องได้มาครองแน่นอน”
เจียงหลิงจูเองก็พูดแนะนำ “เ้าไม่ต้องเป็กังวลมากไปนัก อาการาเ็ของท่านตาเ้า เมื่อมีเ้าอยู่ ต้องหายสนิทแน่”
“ขอบคุณทุกคนที่เป็ห่วง” เนี่ยเทียนกล่าว
หลิวเหยี่ยนกล่าวกับเขาอย่างตรงไปตรงมา “ยาสั่งสมิญญา... เกรงว่ารอบนี้คงเอามาไม่ได้แล้ว สหายเ่าั้ที่ข้าไหว้วานให้ไปซื้อมาจากมือของเฟ่ยลี่ ดูเหมือนว่าเฟ่ยลี่จะเดาได้จึงยืนยันคำเดียวว่าไม่ขาย”
“ท่านลุงหลิว ลำบากท่านแล้ว” เนี่ยเทียนเอ่ยขอบคุณ
ขณะที่พวกเขากำลังคุยกัน หลัวซินและสื่ออี้ก็กลับมาจากข้างนอกเช่นกัน ในมือของสื่ออี้ถือถุงผ้าหนักอึ้งอยู่หนึ่งใบ
เมื่อพวกเขาเข้ามาก็วางถุงหนังใบนั้นไว้กลางห้องแล้วเปิดออก เกราะัเพลิงที่อยู่ด้านในพลันปรากฏออกมา “เนี่ยเทียน เกราะวิเศษชิ้นนี้ข้าช่วยเอากลับมาให้เ้าแล้ว”
สื่ออี้ขมวดคิ้ว กล่าว “ตบะของข้าคือขั้นกลาง์่ท้าย แต่ต่อให้เป็ข้าเองหากสวมชุดเกราะนี้ก็ยังเคลื่อนไหวไม่สะดวก”
“ขอบคุณท่านลุงสื่อมาก” เนี่ยเทียนรีบกล่าว
หลัวซินถลึงตาใส่เนี่ยเทียนหนึ่งครั้ง กล่าว “เ้านี่นะ คนอุตส่าห์แนะนำก็ไม่ยอมฟัง เห็นชัดๆ ว่าเกราะวิเศษชิ้นนี้ไม่เหมาะสมกับเ้า อีกทั้งยังไม่คุ้มกับราคาเก้าพันหินวิเศษ เหตุใดเ้าต้องเอามันมาให้ได้ด้วย?”
เนี่ยเทียนยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน แต่กลับไม่ได้พูดอธิบาย
“เ้าว่าอะไรนะ? เขาจ่ายไปเก้าพันหินวิเศษเพื่อซื้อเกราะวิเศษตัวนี้มารึ?” เจียงหลิงจูกล่าวด้วยความตกตะลึง
“ก็ใช่น่ะสิ...” ซินหลัวอธิบายเื่ที่เกิดขึ้นให้ทุกคนฟังง่ายๆ หนึ่งรอบ
หลังจากทุกคนได้ฟังก็ล้วนมองเขาด้วยสีหน้าราวกับมองเด็กไม่เอาไหน ต่างก็รู้สึกว่าเขาอายุน้อยยังไม่ทันจะรู้ความ ทำตัวเหลวไหลเกินไปแล้ว
และขณะที่ทุกคนพากันตำหนิเขาอยู่นั้นเอง อูซิ่งอาจารย์ของหลิวเหยี่ยน สื่ออี้ และหลัวซินก็กลับมา พออูซิ่งเข้ามาในห้องแล้ว ทุกคนที่เอะอะเสียงดังพลันลดน้ำเสียงลงทันที
“ท่านอาจารย์” หลิวเหยี่ยน สื่ออี้ หลัวซินเอ่ยทักทาย
เจียงหลิงจูและเย่กูโม่ต่างก็พากันโค้งตัวคำนับ
เนี่ยเทียนที่ไม่เคยเจออูซิ่งมาก่อน หลังจากอูซิ่งเข้ามาจึงลังเลอยู่ชั่วครู่ ทว่าไม่ได้เป็ฝ่ายเอ่ยทักทาย เอาแต่ยืนงงอยู่ที่เดิม
จากคำบอกเล่าของเนี่ยตงไห่และเนี่ยเฉี่ยน เขาก็รู้แต่แรกแล้วว่าเดิมทีอูซิ่งก็คืออาจารย์ของมารดาเขา รู้ว่าปีนั้นอูซิ่งเคยฝากความหวังมหาศาลไว้ที่ตัวของมารดาเขา
ว่ากันว่า เมื่อก่อนนี้ศิษย์ที่อูซิ่งรักและเอ็นดูมากที่สุดก็คือมารดาของเขา
ทว่าเนื่องจากมารดาของเขาเสียชีวิตไปอย่างแปลกประหลาด ด้วยความเดือดดาล อูซิ่งจึงเอาโทษทั้งหมดมาโยนให้กับตัวของเนี่ยตงไห่ ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็ขัดหูขัดตาตระกูลเนี่ยเป็อย่างมาก
ภายหลัง เนี่ยเฉี่ยนได้รับความไม่เป็ธรรมที่ตระกูลอวิ๋น ท่านตาของเขาถูกอวิ๋นเิและหยวนเฝิงชุนร่วมมือกันทำร้ายจนาเ็สาหัส อูซิ่งกลับเอาแต่เงียบงัน
ความเงียบงันของเขาทำให้ตระกูลอวิ๋นยิ่งกำเริบเสิบสาน แล้วก็ทำให้หลายคนของสำนักหลิงอวิ๋นรู้สึกว่าความโกรธแค้นที่เขามีต่อตระกูลเนี่ยยังไม่จางหายไป
และก็ด้วยเหตุนี้ เนี่ยเป่ยชวนถึงได้กล้าฉวยโอกาสลุกขึ้นมาใช้อาการาเ็ของเนี่ยตงไห่เป็ข้ออ้าง ค่อยๆ เขมือบกลืนอำนาจของเนี่ยตงไห่ไปทีละนิดและเข้ามาแทนที่ในที่สุด
ความรู้สึกที่เนี่ยเทียนมีต่ออูซิ่งจึงซับซ้อนอย่างมาก...
เขาทั้งซาบซึ้งต่อความรักและเมตตาที่อูซิ่งมีต่อมารดาของเขา ซาบซึ้งต่อทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเคยทำตอนที่นางยังมีชีวิตอยู่ และก็ทั้งแอบเกลียดความใจดำของอูซิ่งที่มีต่อตระกูลเนี่ยหลังจากมารดาของเขาตายไป
อูซิ่งที่สวมอาภรณ์สีเขียว สำรวมในการพูดและหัวเราะ หลังจากเข้ามาในห้องก็มองเห็นเนี่ยเทียนทันที
อูซิ่งเดินมาหยุดอยู่ท่ามกลางกลุ่มคน ใช้สายตาตรวจสอบมองประเมินเนี่ยเทียน
ภายใต้สายตาของเขา เนี่ยเทียนเงยหน้าขึ้น ประสานสายตากับเขาในที่สุด
พวกหลิวเหยี่ยนต่างก็มองเห็นความอาฆาตที่ปิดไม่มิดในดวงตาของเนี่ยเทียน...
“วันนี้กันคังมาหาข้า” อูซิ่งเงียบงันอยู่นาน พลันพูดขึ้นว่า “กันคังบอกว่าหากเ้าไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งกับเื่ของแม่หนูตระกูลอันนั่น เขาจะให้เฟ่ยลี่มอบยาสั่งสมิญญาให้เ้าโดยไม่คิดเงิน”
ดวงตาเนี่ยเทียนฉายชัดถึงความโกรธ กล่าว “อันซืออี๋คือพี่สาวบุญธรรมของข้า!”
พอคนทั้งสองพูดคุยกัน บรรยากาศในห้องก็เปลี่ยนมาเป็แข็งกระด้างทันที เจียงหลิงจูและเย่กูโม่แอบสบตากันหนึ่งครั้ง แล้วแอบเดินขึ้นไปบนหอเงียบๆ ไม่กล้าอยู่ต่อ
ตามลำดับศักดิ์แล้ว เนี่ยเทียนที่เป็ลูกศิษย์ของอูจี้ ก็ถือว่าเป็ศิษย์น้องของอูซิ่ง
ทว่า เมื่อก่อนนี้มารดาของเนี่ยเทียนคือลูกศิษย์คนโปรดที่อูซิ่งให้ความสำคัญมากที่สุด
เพื่อลูกศิษย์คนนี้ อูซิ่งเคยใช้สมองครุ่นคิดอย่างหนัก อีกทั้งยังมอบยาและอาวุธวิเศษที่ล้ำค่าที่สุดของเขาให้แก่นางอย่างไม่ตระหนี่
ตอนนั้นใครก็รู้ว่าเนี่ยจิ่นคือต่อมโมโหของอูซิ่ง ต่างก็รู้ว่าอูซิ่งต้องทุ่มเทไปเพื่อเนี่ยจิ่นมากเพียงใด
หลังจากที่เนี่ยจิ่นเสียชีวิตไป ว่ากันว่านั่นคือการโจมตีอูซิ่งอย่างรุนแรง เขาใช้เวลาปิดด่านอยู่นานมาก ไม่ยอมออกมาพบหน้าใครสักคน
ก็เพราะว่ารักและเอ็นดูเนี่ยจิ่นอย่างลึกล้ำ การตายของเนี่ยจิ่นจึงทำให้อูซิ่งเข้าใจว่าสาเหตุมาจากตระกูลเนี่ย นั่นจึงทำให้ภายหลังเขาไร้น้ำใจกับตระกูลเนี่ย
ผลลัพธ์ที่ได้จากความไร้น้ำใจของเขาก็คือเนี่ยเฉี่ยนถูกอวิ๋นจื้อกั๋วหย่าขาด เนี่ยตงไห่ถูกทำร้ายจนาเ็สาหัส
ตอนนี้ลูกชายของศิษย์ที่เขารักมากที่สุดเติบโตขึ้น ทั้งยังถูกอูจี้หมายตา กลายมาเป็ศิษย์น้องเล็กของเขา นี่คือสิ่งที่อูซิ่งไม่เคยคาดคิดมาก่อน
“ศิษย์พี่...” หลัวซินเรียกหลิวเหยี่ยนอย่างขลาดๆ บอกเป็นัยให้เขาพูดเกลี้ยกล่อมสักสองประโยค
หลิวเหยี่ยนยิ้มเจื่อน โบกมือให้หลัวซินและสื่ออี้ขึ้นไปข้างบนก่อน
หลัวซินและสื่ออี้ที่ััได้ถึงความกดดันของบรรยากาศราวกับได้รับอภัยโทษ ต่างก็ผลุนผลันขึ้นไปบนตึกตามเจียงหลิงจูและเย่กูโม่ไปติดๆ
หลังจากที่พวกเขาจากไปแล้ว หลิวเหยี่ยนกระแอมหนึ่งครั้ง กล่าว “ท่านอาจารย์ คือว่า... ตอนที่อยู่เมืองเฮยอวิ๋น อันซืออี๋เคยมอบสิทธิ์ให้เนี่ยเทียนได้เข้าไปประลองในโลกมายามรกต แม่หนูตระกูลอันผู้นั้นมีบุญคุณอย่างใหญ่หลวงต่อเนี่ยเทียนอย่างแท้จริง หากไม่เป็เพราะการเปลี่ยนแปลงในโลกมายามรกต เนี่ยเทียนก็คงไม่ถูกท่านอาจารย์ปู่หมายตา ดังนั้น...” เขาพยายามผ่อนคลายบรรยากาศ
อูซิ่งเหลือบตามองเขาหนึ่งครั้ง พูดเนิบนาบ “ข้าก็แค่ช่วยเอาคำพูดของกันคังมาบอกเท่านั้น ไม่ได้บีบบังคับให้เขาตัดสินใจทำอะไร ตอนนี้เขาเป็ศิษย์น้องเล็กของข้า ข้าไม่กล้าไปตัดสินใจแทนเขาหรอก”
หลิวเหยี่ยนแอบถอนหายใจหนึ่งครั้ง
อูซิ่งมองเกราะัเพลิงที่โผล่ออกมาจากในถุงหนัง ขมวดคิ้วน้อยๆ ถามว่า “นั่นคืออะไร?”
หลิวเหยี่ยนรีบอธิบายให้ฟังหนึ่งรอบ
“เอาหินวิเศษเก้าพันก้อนมาซื้อเกราะวิเศษระดับกลางขั้นสามชิ้นหนึ่งรึ? เหลวไหล!” อูซิ่งทิ้งประโยคนี้เอาไว้แล้วก็เดินหน้าบึ้งขึ้นตึกไป ทำท่าทางราวเจ็บใจที่ไม่สามารถทำเหล็กกลายเป็เหล็กกล้าได้
“เ้าไม่ใช่อาจารย์ของข้าสักหน่อย จะมายุ่งอะไรกับข้าด้วย?” เนี่ยเทียนพูดเสียงเบา
“เฮ้อ” หลิวเหยี่ยนถอนหายใจหนึ่งครั้ง กล่าว “รักมากเท่าไหร่ก็แค้นมากเท่านั้น เ้าหนู เ้าไม่รู้ว่าเมื่อก่อนนี้อาจารย์ของข้ารักศิษย์น้องหญิงเล็กมากเท่าไหร่ หลังจากที่ศิษย์น้องหญิงเล็กเสียไป กว่าเขาจะกลับคืนมาเป็ปกติได้ก็ใช้เวลานานมาก ความรู้สึกที่เขามีต่อศิษย์น้องหญิงเล็กนั้น... ลึกซึ้งเกินกว่าผู้ใด”
“อันที่จริง ในสายตาข้า เขามองศิษย์น้องหญิงเล็กเป็เหมือนลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยซ้ำ”
“เื่ที่เกิดขึ้นกับตระกูลเนี่ยในภายหลัง บางทีอาจเป็เพราะความบกพร่องในหน้าที่ของเขา แต่นั่นก็เป็เพราะในใจเขามีความโกรธเคือง เ้าเองก็อย่ากล่าวโทษเขาเกินไปนัก”
“อาการาเ็ของท่านตาเ้ายังสามารถแก้ไขได้ ส่วนเนี่ยเฉี่ยนท่านป้าของเ้านั้น หากอวิ๋นจื้อกั๋วรักนางอย่างลึกซึ้งจริง เขาก็คงไม่มีทางทำเื่แบบนั้น” เขาพยายามพูดโน้มน้าวใจ
เนี่ยเทียนกลับเงียบงันไม่พูดไม่จา
และเวลานี้เอง
ในที่ดินแดนแห่งหนึ่งที่ใช้รับรองแขกต่างแดนของหอหลิงเป่า ล่ายอี้ผู้ฝึกลมปราณต่างแดนกำลังพูดคุยอย่างเป็ส่วนตัวกับผู้ฝึกลมปราณที่มาจากต่างแดนอีกสองคนในห้องหินเก็บเสียง
“แกนเืของเกราะัเพลิงปรากฏตัวแล้ว!” ล่ายอี้ที่นิ่งขรึมพูดน้อยในเวลาปกติ บัดนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่ง “ตามหามาตั้งนาน รู้แค่ว่าแกนเืก้อนนั้นตกมาอยู่ที่อาณาจักรหลีเทียน เดิมนึกว่าการเดินทางมาอาณาจักรหลีเทียนครั้งนี้จะได้เพียงเอาอาวุธระดับกลางและสูงบางส่วนของหอหลิงเป่ากลับไป ไม่นึกว่าแกนเืจะโผล่ขึ้นมา!”
“ข้าเอาเกราะัเพลิงไปฝากขาย อันที่จริงก็ไม่ได้หวังอะไรมากนัก ใครจะไปคิดว่าวันแรกก็ถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งซื้อเอาไป!”
ล่ายอี้ตื่นเต้นอย่างถึงที่สุด
ในห้องหิน ผู้ฝึกลมปราณอีกสองคนจากต่างแดนพอได้ยินว่าแกนเืปรากฏขึ้นใบหน้าก็เต็มไปด้วยความฮึกเหิม
“หากสามารถได้แกนเืนั่นมาครอง รอพวกเขากลับไปแล้วต้องถือว่าสร้างคุณความชอบครั้งยิ่งใหญ่แน่นอน!”
“มีแกนเื เกราะัเพลิงถึงจะเรียกว่าสมบูรณ์แบบ ถึงจะสามารถแสดงอานุภาพของมันออกมาได้อย่างแท้จริง!”
“นายท่านต้องตบรางวัลพวกเราอย่างหนักแน่นอน!”
ทั้งสามคนคันไม้คันมืออยากทำเต็มที ทุกคนต่างเปลี่ยนมาเป็บ้าคลั่งเพราะแกนเืก้อนนั้น
“เมื่อเทียบกับแกนเืแล้ว ภารกิจของพวกเราในครั้งนี้ไม่สำคัญเลยสักนิด” ล่ายอี้เริ่มสงบสติอารมณ์ได้จึงกล่าวว่า “ข้าไปสืบมาจนรู้แน่ชัดแล้ว ตัวตนของเด็กนั่นไม่ธรรมดา หากพวกเราใช้ชีวิตอยู่ในอาณาจักรหลีเทียนแล้วคิดจัดการกับเด็กนั่น ก็ออกจะลำบากไปสักหน่อย หึ แต่พวกเราไม่ใช้ผู้ฝึกลมปราณของอาณาจักรหลีเทียน ไม่ว่าใช้วิธีการใด ขอแค่พวกเรา่ชิงเอาแกนเืและเกราะัเพลิงมาได้ รอกลับไปหานายท่านแล้วก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีก”
“คิดจะลงมือเมื่อใด?” คนผู้หนึ่งเอ่ยถาม
“หากมีโอกาสก็ลงมือภายในสองวันนี้ ชิงเอาแกนเืและเกราะัเพลิงมาได้ก็กลับกันเลย! มิฉะนั้นก็รอให้งานพินิจของวิเศษจบลงค่อยลงมือระหว่างทางที่พวกเขาเดินทางกลับ!” ล่ายอี้กล่าวด้วยสีหน้ามืดทะมึน
“ตกลง!”
-----
