แผ่นหยกหนึ่งร้อยแผ่นหมดลงจากการทดลองของจูชิง รวมๆ แล้วเขาได้แผ่นหยกเขียวที่มีอักขระิญญาหลากหลายรูปแบบมาทั้งหมดสิบกว่าแผ่น
บันทึกเล่มนี้มีมูลค่าสี่พันค่าคุณูปการ บางทีจูชิงอาจถูกหลอกแต่เขาก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า เพราะถ้าไม่มีบันทึกเล่มนี้เขาอาจต้องใช้เวลานานหลายเดือนหรือหลายปีกว่าจะค้นพบความลึกลับของอักขระิญญา
จูชิงกวาดสายตามองป่าเขาอันกว้างใหญ่ รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากก่อนที่จะพุ่งตัวเข้าไปในหุบเขา!
ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมีูเาอยู่มากมาย มีูเาหลายแห่งที่กระทั่งศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังไม่เคยเข้าไป ทว่าส่วนใหญ่สัตว์อสูรที่อาศัยอยู่นั้นล้วนแล้วไม่ได้แข็งแกร่งเท่าไหร่นัก!
ในขุนเขากระบี่เทียนหยวน สัตว์อสูริญญาทรงพลังจะอาศัยอยู่ในหุบเขาเพียงไม่กี่แห่ง เมื่อใดที่มีสัตว์อสูรทรงพลังประจักษ์ในหุบเขาอื่น พวกมันก็จะถูกศิษย์ในสำนักฆ่าทิ้งจนหมด
หุบเขาที่จูชิงอยู่นั้นใกล้กับประตูโลกันตร์ มีแม่น้ำกั้นอยู่เพียงสายเดียว แต่แม่น้ำที่แบ่งหุบเขาทั้งสองออกจากกันนั้นกลับเป็โลกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
ด้านหนึ่งของแม่น้ำคือประตูโลกันตร์ หนึ่งในประตูชั้นนอกของหนึ่งร้อยแปดประตูขุนเขากระบี่เทียนหยวน มีศิษย์หลายพันคนอาศัยอยู่
ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็หุบเขาที่ไม่มีคนอาศัยอยู่ มีเพียงสัตว์อสูรอาศัยอยู่เล็กน้อยเท่านั้น!
จูชิงจับพู่กันเขาแรด ลมปราณัหลอมรวมกันอยู่ที่ปลายพู่กัน ตวัดวาดเขียนอักขระิญญาปราณกระบี่!
เขาไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้นแล้วเขียนอักขระิญญาปราณกระบี่ทับบนอักขระิญญาปราณกระบี่เส้นเดิมอีกเส้นหนึ่ง!
“ตู้มมม!” อักขระิญญาทั้งสองะเิพลัง ทันใดนั้นแรงะเิจากอักขระิญญาก็พัดจูชินลอยกระเด็น!
โชคดีที่จูชิงเตรียมตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว ลมปราณปัดป้องปกคลุมทั่วสรรพางค์กาย เขาแค่ตีลังกากลับหลังกลางอากาศ ทว่าไม่ได้รับาเ็ใดๆ!
“พอไม่มีสิ่งนำพาดูเหมือนอักขระิญญาจะไม่ค่อยคงที่เท่าไหร่!” จูชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย!
ถ้าเด็กสาวมัดผมหางม้ารู้ว่าจูชิงสามารถเขียนอักขระได้โดยไม่มีสิ่งนำพา นางคงอ้าปากค้างจนกรามหลุดอย่างแน่นอน!
แม้ว่าเด็กสาวมัดผมหางม้าจะเป็นักหลอมอักขระิญญาขั้นบุษราแต่นางก็ไม่สามารถเขียนอักขระิญญาได้โดยไม่มีสิ่งนำพา การทำเช่นนั้นได้ต้องมีจิติญญาที่แข็งแกร่งอย่างยอดเยี่ยม อย่างน้อยก็ต้องเป็นักหลอมอักขระิญญาบุษราระดับสูงถึงจะสามารถทำได้
เด็กสาวมัดผมหางม้าเป็อัจฉริยะที่พบเจอได้ยากในร้อยปี นางสำเร็จเป็นักหลอมอักขระิญญาขั้นบุษราระดับกลางั้แ่อายุยังน้อย ไม่ว่าจะเป็ศิษย์พี่หรืออาจารย์ต่างก็คิดว่านางยังมีอนาคตก้าวไปได้อีกไกล สามารถเป็นักหลอมอักขระิญญาที่ยิ่งใหญ่ในทวีปเฉียนหยวนได้ในเวลาไม่กี่สิบปี!
ทว่าเพลานี้ผู้ที่เป็แค่จอมยุทธ์ขั้นหลอมกายาห้าชั้นฟ้า ไม่ใช่แม้แต่นักหลอมอักขระิญญาขั้นมนุษย์อย่างจูชิงกลับเขียนอักขระิญญาในอากาศได้ นี่ช่างเป็เื่ที่น่าใยิ่งนัก!
มาตรฐานในการวัดความแข็งแกร่งของนักหลอมยันต์ิญญาก็คือจิติญญา สำหรับนักหลอมยันต์ิญญานั้นจิติญญาคือพลัง พวกเขาเรียกพลังนั้นว่าพลังิญญา ยิ่งเป็นักหลอมอักขระิญญาที่มีพลังิญญาแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ก็สามารถสร้างยันต์ิญญานับพันได้เพียงหนึ่งความคิด
จิติญญาของจูชิงมีศิลาผนึกิญญาพิชิต์ตั้งมั่นรักษา เมื่อมีสมบัติล้ำค่าฟ้าดินหล่อเลี้ยงจิตใจทั้งวันทั้งคืน จิติญญาของเขาจึงแกร่งกล้ายิ่งกว่าคนทั่วไป เหนือชั้นกว่าจอมยุทธ์ส่วนใหญ่หลายต่อหลายเท่า สิ่งที่ขาดมีเพียงวิธีการใช้พลังิญญาเท่านั้น
เฒ่าปีศาจคือผู้เยี่ยมยุทธ์ที่เก่งกาจ ในทวีปเฉียนหยวนนี้ไม่มีใครสามารถต่อกรกับเฒ่าปีศาจได้ แต่เฒ่าปีศาจก็เป็เพียงผู้เยี่ยมยุทธ์ เขาไม่ใช่นักหลอมอักขระิญญา ถึงจะมีเคล็ดวิชาการต่อสู้น่าพรั่นพรึงกับวิชาลับอีกมากมายนับไม่ถ้วนทว่าก็ไม่มีวิชาที่ใช้สำหรับฝึกฝนพลังิญญา ทั้งยังไม่มีวิชาที่เกี่ยวข้องกับเส้นทางของนักหลอมอักขระิญญาเลยแม้แต่น้อย
จิติญญาของจูชิงแข็งแกร่งเหนือฟ้า แน่นอนว่าพลังิญญาของเขาเองก็หนาแน่นเช่นเดียวกันจึงสามารถเขียนอักขระออกมาจากอากาศได้ง่ายๆ ในทางกลับกันสำหรับนักหลอมอักขระิญญาทั่วไปนั้นมันเป็เื่ยากเกินหยั่งถึง!
“ฟึ่บ!” อักขระิญญาปราณกระบี่อีกเส้นปรากฏขึ้น ระหว่างที่อักขระิญญาปราณกระบี่กำลังก่อตัว จูชิงก็ใช้พู่กันเขาแรดวาดอักขระิญญากำเนิดไฟอีกเส้นหนึ่งเชื่อมต่อกับอักขระิญญาปราณกระบี่!
“ครืนน!” ปราณกระบี่ไฟตัดผ่านต้นไม้ใหญ่หลายสิบต้น พริบตาเดียวบริเวณโดยรอบก็กลายเป็ทะเลเพลิง
ถึงจะเป็การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย ทว่าพลังของปราณกระบี่ไฟนั้นเทียบกับการโจมตีเต็มกำลังหนึ่งครั้งของจูชิงแล้ว แม้เป็จอมยุทธ์ขั้นเคลื่อนย้ายลมปราณก็ยากที่จะหลบพ้น!
“อักขระิญญาที่ใช้ลมปราณัเขียนเพิ่มพลานุภาพของอักขระิญญาได้เป็เท่าทวี!” จูชิงเป็ปีติ!
โชคดีที่ที่นี่เป็หุบเขารกร้าง ไม่ค่อยมีศิษย์ขุนเขากระบี่เทียนหยวนมาที่นี่เท่าไหร่นัก ไม่อย่างนั้นการเคลื่อนไหวนี้จะต้องดึงดูดความสนใจของผู้คนอย่างแน่นอน
“ซ่า!” อักขระิญญาหยดน้ำเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในอากาศ เมฆาฝนก่อตัวแ่าบนท้องฟ้า จากนั้นสายฝนก็กระหน่ำเทลงมาดับไฟที่กำลังลุกโหมอย่างรวดเร็ว
“แผ่นหยกธรรมดาไม่สามารถรับพลังของลมปราณัได้ คงต้องหาสิ่งนำพาใหม่แล้ว!” จูชิงสูดลมหายใจเข้าลึก หลังจากขุดคุ้ยถุงเอกภพอยู่ครู่หนึ่งเขาก็พบขนสีทองประกายแสงสว่างไสว!
มันคือขนของปักษาอัสนีเก้า์ หนึ่งในนฤบาลแห่งเกาะหลัวโหว ขนของมันแกร่งกล้ามิอาจทำลาย น่าจะรับพลานุภาพของลมปราณัไหว!
ขนของปักษาอัสนีเก้า์เปรียบดั่งกระบี่ยาว พลังสายฟ้าที่อยู่ในขนนกกระทั่งจูชิงยังอกสั่นขวัญแขวน เมื่อใดที่มันสำแดงพลานุภาพสามารถทำลายแดนอาณาเขตโดยรอบได้ในพริบตาเดียว!
หากนักหลอมอักขระิญญาของขุนเขากระบี่เทียนหยวนรู้ว่าจูชิงใช้สมบัติล้ำค่าเฉกเช่นนี้สลักอักขระพื้นฐานอย่างอักขระิญญาปราณกระบี่ พวกเขาจะต้องกระอักโลหิตออกมาเพราะโทสะเป็แน่แท้ ดีไม่ดีอาจพากันวาดอักขระิญญาฉีกร่างจูชิงเป็ชิ้นๆ บัดเดี๋ยวนั้น
แผ่นหยกเขียวเป็เพียงสิ่งที่นักหลอมอักขระิญญาใช้ในการฝึกฝน ไม่มีใครสลักอักขระิญญาลงบนแผ่นหยกเพื่อนำไปใช้จริง ดังนั้นแผ่นหยกเขียวจึงรับลมปราณได้จำกัด อักขระิญญาปราณกระบี่ที่เด็กสาวมัดผมหางม้าเขียนในตอนแรกซึ่งมีพลานุภาพทั่วไปนั้นนั่นไม่ใช่เพราะนางไม่แข็งแกร่ง แต่เป็เพราะนั่นคือขีดจำกัดที่แผ่นหยกเขียวสามารถรับได้ต่างหาก
ถ้า้าใช้อักขระิญญาในการต่อสู้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้แผ่นหยกบริสุทธิ์ถึงจะรับพลังมหาศาลที่อยู่ในอักขระิญญาได้
แต่อย่างจูชิงที่ใช้ขนของปักษาอัสนีเก้า์สลักอักขระิญญานั้นถือเป็การสิ้นเปลืองทรัพยากร ทั้งยังเป็การสิ้นเปลืองอย่างมาก แม้แต่นักหลอมอักขระิญญาที่แข็งแกร่งที่สุดในขุนเขากระบี่เทียนหยวนยังไม่ทำเช่นนั้นเลย!
เขาจรดพู่กันเขาแรดวาดอักขระิญญาปราณกระบี่ลงบนขนปักษาอัสนีเก้า์ทว่ากลับถูกพลังสายฟ้าต่อต้าน ทำให้อักขระิญญาไม่สมบูรณ์แล้วพังทลายลง!
แต่จูชิงก็ต้องประหลาดใจเพราะถึงแม้อักขระิญญาจะพังทลายลงไปแล้ว ทว่าขนของปักษาอัสนีเก้า์กลับไม่เสียหายแต่อย่างใด ยังสามารถวาดอักขระิญญาต่อไปได้!
การค้นพบนี้สร้างความปลาบปลื้มให้กับจูชิงยิ่งยวด เมื่อพินิจพิจารณาพลังสายฟ้าที่อยู่ในขนนก จูชิงก็ได้ทำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างกับอักขระิญญาปราณกระบี่ เขาพยายามวาดอักขระิญญาตามวิถีของสายฟ้าเพื่อไม่ให้เกิดความขัดแย้งกับพลังสายฟ้าบนขนนกนี้
พูดนั้นง่าย แต่ทำเข้าจริงยากยิ่งกว่ากระไรดี เพราะการััวิถีของสายฟ้าต้องพึ่งพาพลังิญญาเพียงเท่านั้น หลังจากที่ล้มเหลวไปหลายร้อยครั้ง ในที่สุดเขาก็วาดอักขระิญญาปราณกระบี่ลงบนขนนกสำเร็จ!
“วิ้ง!” ขนนกสั่นะเื ปราณสายฟ้าไหลไปตามอักขระิญญาปราณกระบี่ จูชิงโบกสะบัดขนนกเบาๆ ทันใดนั้นแสงกระบี่ทองคำพลันประจักษ์กลางอากาศ เสียงกัมปนาทอึกทึกทั่วทุกหนแห่ง!
มันคือแสงกระบี่ไม่ใช่ปราณกระบี่ เมื่อปราณกระบี่หนาแน่นถึงระดับหนึ่งมันจะเปลี่ยนกลายเป็แสง อักขระิญญาปราณกระบี่ขั้นพื้นฐาน เมื่อได้รับความช่วยเหลือจากขนปักษาอัสนีเก้า์จึงทำให้เกิดแสงกระบี่คมกล้าขึ้น!
จูชิงมองขนนกทองคำที่อยู่ในมือพลันเห็นแสงกระบี่จางๆ คล้ายจะพุ่งออกมา ถ้าขัดเกลาอีกสักหน่อยขนนกนี่จะต้องเป็ศัสตราวุธิญญาชั้นยอดอย่างแน่นอน
จูชิงไม่ได้ทับซ้อนอักขระิญญาปราณอีกเส้นหนึ่งเพราะเขารู้ว่าพลังของตัวเองในตอนนี้แค่เขียนอักขระิญญาบนขนนกได้ก็บุญโขแล้ว ขืนยังฝืนทับซ้อนอักขระิญญาปราณกระบี่ลงไปอีกเส้น นอกจากจะไม่มีประโยชน์แล้วอาจทำให้อักขระิญญาปราณกระบี่ที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้ถูกทำลาย!
เมื่อจูชิงกลับมาที่ประตูโลกันตร์ก็เห็นศิษย์ประตูโลกันตร์แหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยความกระวนกระวายใจ!
“เกิดอะไรขึ้น เหตุใดทุกคนถึงดูประหม่าเช่นนั้นล่ะ?” จูชิงหันไปถามหงเชียนว่านที่สีหน้าดูไม่ดีเท่าไหร่นัก
“พวกเขามาแล้ว!” หงเชียนว่านกลืนน้ำลายลงคอ ทันใดนั้นเมฆาอัสนีก่อนตัวบนท้องฟ้า เสียงอัสนีอึกทึกกึกก้อง เรือรบขนาดใหญ่พุ่งเข้าชนค่ายกลพิทักษ์ขุนเขากระบี่เทียนหยวน!
“ครืนนน!” จูชิงรู้สึกว่าพื้นดินกำลังสั่น จากนั้นทุกสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็เริ่มสั่นไหว!
อีกฝ่ายใจกล้าห่อฟ้าถึงขนาดกล้ารุกล้ำขุนเขากระบี่เทียนหยวนเชียวรึ!
“สำนักปีศาจยังคงไร้เหตุผลเหมือนเคย อาจหาญบุกรุกขุนเขากระบี่เทียนหยวนไม่กลัวถูกค่ายกลสังหารเอารึ?” ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนคนหนึ่งทะยานขึ้นไปบนฟ้า กระบี่ไม้ที่ดูบางเบากลับให้ความรู้สึกหนักหน่วงหาที่เปรียบมิได้ เขาฟันกระบี่ลงไปหนึ่งครั้ง เรือรบเหล็กทั้งลำถูกแทงทะลุในพริบตา!
“ตู้มมม!” จอมยุทธ์สวมชุดดำคนหนึ่งพริ้วกายลงมาจากฟากฟ้า ฝ่ามือผอมแห้งไร้เรี่ยวแรงแต่เปี่ยมล้นพลังน่าพรั่นพรึงแสนหยั่งถึงต่อต้านกระบี่ไม้เอาไว้!
“สำนักปีศาจ!” เหล่าศิษย์ในสำนักมองจอมยุทธ์สวมชุดดำด้วยสีหน้าหวาดกลัว
สำนักปีศาจแข็งแกร่งมาก อาจกล่าวได้ว่าเป็หนึ่งในสำนักที่ทรงพลังที่สุดของทวีปเฉียนหยวน ชอบทำอะไรโผงผางทั้งยังแปลกประหลาด อีกทั้งสำนักปีศาจยังเป็สำนักที่ฝึกฝนวิชาต้องห้ามมากที่สุด!
แม้แต่ศิษย์ที่อ่อนแอในสำนักปีศาจหากถูกต้อนให้จนมุมพวกเขาย่อมใช้วิชาต้องห้ามโดยไม่ลังเล ซึ่งในบรรดาสำนักทั้งหมด สำนักปีศาจเป็คู่ต่อสู้ที่น่ากลัวที่สุดของขุนเขากระบี่เทียนหยวน เมื่อใดที่การประลองเริ่มต้นขึ้นพวกเขาล้วนสู้จนตัวตาย อีกทั้งสำนักปีศาจก็เก่งกาจเื่วิชาต้องห้ามจึงมักเป็ผู้อยู่รอดคนสุดท้าย!
“ขุนเขากระบี่เทียนหยวนรุ่นนี้เทียบไม่ได้กับรุ่นก่อน หลิ่วซานกับสิงอวี๋ยังมีน้ำยามากกว่าเ้า คนไร้นาม!” จอมยุทธ์ชุดดำแสยะยิ้ม เพียงใช้แรงเล็กน้อยกระบี่ไม้ก็หักเป็เสี่ยงๆ!
“อั่ก!” ผู้าุโขุนเขากระบี่เทียนหยวนผู้นั้นกระอักโลหิต แววตาสาดประกายแสงตะลึงจังงัน!
“มือเหล็กพิทักษ์สำนักปีศาจชอบรังแกคนอ่อนแอกว่าอย่างนั้นรึ ถ้าเ้าคันมือ ข้าจะเป็คู่ต่อสู้ให้เอง!” ผู้าุโลองกระบี่หายวับในพริบตา สะบัดหางทองคำใส่มือเหล็ก!
สีหน้าของมือเหล็กหนักอึ้งเล็กน้อย ฝ่ามือผอมกะหร่องแปรเปลี่ยนเป็สีดำราวกับหมึก ประกายแสงแวววาวราวกับโลหะ!
“ตู้มม!” มือเหล็กพิทักษ์สำนักปีศาจเหยียดเท้าถอยสองก้าว ใบหน้าแดงก่ำ ลมปราณพุ่งพล่านทั่วทั้งกายา!
ผู้าุโลองกระบี่เองก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สีหน้าเขียวคล้ำ เกล็ดงูสองเกล็ดหลุดออกจากหางทองคำ!
