“อะไรนะทิชา คุณแทนให้เธอเปลี่ยนตำแหน่งงานงั้นหรือ ทำไมเร็วแบบนี้” พริมวางตะเกียบที่กำลังคีบเส้นก๋วยเตี๋ยวลง เสียงจอแจในร้านอาหารริมถนน ทำให้พริมยิ่งเพิ่มเสียงมากขึ้นกว่าเดิม
“คุณแทนแค่ให้ฉันไปเรียนรู้งานไว้ จะได้ฝึกงานที่นี่เลย ก็ใช้เวลาพาร์ทไทม์ของฉันเหมือนเดิมนั่นแหละ เงินรายวันเหมือนเดิม จนกว่าจะได้วุฒิการศึกษามา” นันทิชาพูดพร้อมกับปรุงรสก๊วยเตี๋ยวที่มีควันโชยออกมาจากชาม
“ถ้าอย่างนั้น วันจันทร์ เลิกเรียนเธอก็ต้องไปบ้านคุณแทนงั้นสิ น่าอิจฉาเป็บ้า” สาวร่างอวบตักก๋วยเตี๋ยวเข้าปากเคี้ยวขมุบขมับดูน่าเอร็ดอร่อย
“ใช่ หลังเลิกเรียนทุกวัน ฉันต้องไปเรียนรู้งานเลขาที่บ้านของคุณแทน แต่เื่อิจฉาเอาเก็บไว้ก่อนได้ไหม” นันทิชาส่งยิ้มให้เพื่อนสาวคนสนิท ถ้าพริมรู้ความจริงแม้สักนิดว่าการทำงานกับแทนคุณนั้น มันไม่ใช่เื่ง่ายเลย เขาเป็คนที่มีนิสัยแปลกประหลาดอย่างไม่น่าเชื่อ
หากแต่ตามสัญญาที่ระบุไว้เงินเดือนจำนวนนั้นมากมายนัก เงินเดือนพวกนี้จะเป็ต้นทุนในการดูแลครอบครัวเธอให้มีความสุขอย่างที่เธอหวังไว้ มันจะเป็หลักประกันได้ว่าชีวิตครอบครัวของเธอจะดีขึ้นในอนาคต ด้วยเพราะบิดาแก่ชรามากขึ้นเธอยิ่งต้องหาเงินให้ได้มากขึ้น หญิงสาวก้มลงกินก๊วยเตี๋ยวข้างทางด้วยความหวัง
ภายในรถคันหรู บรรยากาศเงียบ มีเพียงเสียงเพลงที่แทนคุณเปิดคลอเบาๆ
“แทนคะ” ม่านฟ้าเรียกชื่อเขาขึ้นมาลอยๆ
“ครับ” แทนคุณรับคำหันมองหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่ด้านข้าง ก่อนที่สายตาจะหันกลับไปมองถนนต่อ ม่านฟ้าจ้องมองแทนคุณที่อยู่ในชุดสูทสีดำ สวมนาฬิการาคาแพง รูปร่างสูงสง่าไม่ว่าหญิงสาวคนใดได้เห็น เธอมั่นใจว่าจะตกหลุมหลงรักเขาได้ไม่ยาก
“ผู้หญิงคนนั้น ที่แทนบอกว่าเป็พนักงาน ดูแทนจะให้ความสำคัญกับเธอมากนะคะ ถึงขนาดพามาบ้าน” ม่านฟ้าพยายามเก็บความรู้สึกไว้ แม้นันทิชาดูจะไม่ใช่คู่แข่งของเธอ แต่การกระทำของชายหนุ่มทำให้เธอยากที่จะเข้าใจ
“คุณก็รู้ ผมไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน” ใช่สิ ขนาดตัวเธอเองที่เรียกได้ว่าเพียบพร้อมทุกอย่างเขายังไม่ยอมรับเป็คนพิเศษ ไม่แม้แต่จะให้คำจำกัดความเกินกว่านั้น เป็ได้แต่เพียงเพื่อนสนิท เพียงแค่ได้ยินคำนี้ เข็มร้อยเล่มก็แล่นเข้ามาปักกลางใจ รู้สึกเจ็บจนต้องกลั้นน้ำตาเอาไว้
“เธอเป็พนักงานของผมจริงๆ และต่อไปนี้คุณอาจจะต้องได้รู้จักเธอด้วย เพราะต้องได้เจอกันบ่อยขึ้น ผมให้นันทิชามาเรียนรู้งานที่บ้าน ก่อนที่จะฝึกงานซึ่งก็อีกไม่นานแล้ว” แทนคุณพูดจบหันมายิ้มให้กับม่านฟ้าเสมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขากำลังสะใจเมื่อนึกถึงหน้าซีดๆ ของนายดินในวันนั้น ม่านฟ้าพยักหน้าทำเหมือนว่าเข้าใจ แม้คำพูดของแทนคุณจะดูไม่มีเหตุผลเลยก็ตามแต่ ก่อนจะหันมองตรงไปยังถนน
“คุณคงไม่คิดว่าผมจะคิดอะไรเกินเลยกับเด็กนั่นใช่ไหม” แทนคุณหันกลับมายิ้ม แล้วถามเพื่อนสาวออกไป ซึ่งรอยยิ้มของแทนคุณทำให้ม่านฟ้าต้องยิ้มตาม
“ใครจะไปรู้ล่ะคะ เธอเป็แค่พนักงาน ม่านแค่แปลกใจว่าทำไมคุณถึงต้องทำขนาดนั้น ไม่เห็นต้องพามาบ้านเลยนี่คะ”
“ผมมีเหตุผล คุณคงไม่เข้าใจ แต่ขอให้คุณรู้ไว้ ว่าผมไม่มีวันคิดอะไรกับเด็กนั่น รสนิยมผมไม่ได้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนั้น” ม่านฟ้าหันมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง คำพูดและแววตาของชายหนุ่มไม่ได้โกหกเธอ ก่อนที่แทนคุณจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้ามาในหมู่บ้านสุดหรู
“วันนี้แทนจอดส่งม่านตรงนี้แหละค่ะ ม่านไม่อยากให้คุณเจอคุณพ่อ เดี๋ยวพ่อจะถามเื่งานแต่งของเราแล้วจะยุ่งอีก” รถหรูหยุดลงเพียงแค่หน้าประตูหน้าบ้านตามที่เธอขอร้อง
“ผมไปก่อนนะ” แทนคุณลดกระจกลง แล้วบอกลาเพื่อนสาว ม่านฟ้ายกมือลาส่งยิ้มให้เขาก่อนที่รถจะแล่นออกไป หมดประโยชน์ใดๆ ที่เธอจะเซ้าซี้ถามเขาเกี่ยวกับเื่ของนันทิชา เพราะเธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรจากเขาได้ คำว่าเพื่อนเป็คำที่อธิบายความหมายตัวของมันเองได้ดีที่สุด
“ทำไมแทนไม่เข้าบ้านล่ะ “ดนัยเดินออกมา มองตามรถที่พึ่งแล่นลับออกไปเมื่อครู่ แล้วหันมาเอาคำตอบ
จากลูกสาวจอมรั้น
“ม่านไม่ให้เข้ามาเองล่ะค่ะ ม่านกลัวพ่อเอ่ยเื่แต่งงานให้แทนต้องอึดอัด” หญิงสาวหุ่นนางแบบตอบคำถามบิดา ด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉยอย่างเช่นเคย ก่อนจะถอดรองเท้าแล้วค่อยๆ เดินขึ้นห้องไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางสายตาของผู้เป็บิดาที่ยืนมองด้วยสายตาแสนหน่าย เขายังไม่อยากใช้ยาแรงบังคับเธอในตอนนี้ ปล่อยให้คนเอาแต่ใจทำตามนิสัยไปก่อน
“เื่ที่ฉันให้แกไปสืบ ไปถึงไหนแล้ว” ดนัยหันไปกดมือถือโทรถามความเคลื่อนไหวจากลูกน้องของตัวเอง ที่เขาสั่งให้ไปทำหน้าที่บางอย่าง
“ตอนนี้ผมยังไม่เห็นความเคลื่อนไหวอะไรครับนาย” เสียงลูกน้องกระจอกรายงานดนัย ท่ามกลางเสียงจอแจงในร้านอาหารริมถนน พร้อมกับเสียงเคี้ยวอาหารดังจ๊อบแจ๊บแทรกเข้ามาเป็ระยะ
“ถ้าเป็ไปได้ ส่งคนไปเฝ้าดูมัน ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง” คำสั่งจากดนัยทำให้ปลายสายรับคำแล้วกดวางสายไป
เมื่อถึงวันจันทร์หลังจากเลิกเรียนนันทิชาเดินทางมายังบ้านหลังใหญ่ของแทนคุณ บัดนี้แทนคุณได้เปลี่ยนงานพาร์ทไทม์ที่ร้านของเธอ ให้เป็เวลาเรียนรู้งานที่บ้านของเขาซึ่งเธอจะได้รับเงินเท่ากัน หญิงสาวไม่จำเป็ต้องเดินทางไปทำงานเสิร์ฟเหมือนแต่ก่อน นี่คือบันไดขั้นต่อไปที่เธอต้องผ่านและก้าวเดินต่อ เพื่ออนาคตของครอบครัวเธอ หญิงสาวเหลือบไปเห็นรถคันหรูจอดอยู่ภายในโรงจอดรถหลังใหญ่ เ้านายคงรอพบเธออยู่ภายในบ้านนั้น หญิงสาวหลับตาลงช้าๆ สองมือกำยกขึ้นเพื่อเพิ่มกำลังใจให้ตัวเอง
“สู้นะทิชา เพื่อพ่อ เพื่อพ่อ” หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆ สูดลมหายใจเข้าจนสุดแล้วมุ่งหน้าเดินเข้ามายังตัวบ้านหลังใหญ่
“สวัสดีค่ะ” หญิงสาวในชุดนักศึกษายกมือไหว้อย่างระวัง แทนคุณวางแทปเล็ตลง เหลือบสายตามองดูนันทิชาั้แ่ศีรษะจรดปลายเท้า คิ้วขมวดผูกติดกัน หน้าตาบึ้งตึงของคนหนุ่มทำเอาหญิงสาวหลุบสายตาลงต่ำไม่กล้าสบตาเ้าของบ้าน
“ไปเปลี่ยนชุดให้เรียบร้อย ชุดนักศึกษาไม่เหมาะ” น้ำเสียงแข็งกระด้างสั่งลูกจ้างสาวในทันที นันทิชาพยักหน้ารับช้าๆ ก่อนจะหิ้วกระเป๋าที่นำมาด้วย เดินไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ทางด้านใน เพื่อเปลี่ยนชุดตามคำสั่งของเ้านายที่ดูท่าทางเ้าระเบียบไม่น้อย หลังจากเสียงปิดประตูห้องน้ำ นันทิชาก้มเปลี่ยนชุดในทันที นี่เป็ครั้งแรกกับการมีเ้านายที่มีอารมณ์แปรปรวน ทำให้เธอนึกถึง “พี่ริน” เ้าของร้านคนเก่าขึ้นมาในทันที รอยยิ้มและแววตาของพี่รินลอยเข้ามาในสมอง หญิงสาวเกือบจะกลั้นน้ำตาไม่อยู่ เธอหลับตาลงเพื่อดึงสติกลับมาไม่ว่าจะอย่างไรเธอต้องผ่านบททดสอบครั้งนี้ไปให้ได้ เงินเดือนมากมายรออยู่หลังจากเรียนจบ
