ไม่รู้ว่าั้แ่เมื่อไรที่ลมก่อตัวเป็พายุทอร์นาโดที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งร้อนเมตรปรากฏขึ้นในสายตาของเขา พายุทอร์นาโดรตรงหน้าเหมือนเสาที่เชื่อมต่อกับท้องฟ้าและกำลังหมุนมาทางูเากองกระดูกอย่างช้าๆ แรงลมพัดผ่านร่างของเขาอย่างรุนแรงต่อเนื่อง หมอกสีขาวก็ถูกดูดเข้าไปในเสาพายุทอร์นาโดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เส้นผ่านศูนย์กลางของเสาพายุก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ และเข้าปกคลุมูเากองกระดูกอย่างช้าๆ
แรงดูดมหาศาลที่ไม่อาจต่อต้านได้เกิดจากกระแสลมที่หมุนวนอยู่บนท้องฟ้า
ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ถูกโยนขึ้นมาอย่างต่อเนื่องจากหุบเหวน้ำแข็ง ลมหนาวเหล่านี้ราวกับสามารถจับต้องได้ ซุนเฟยถอยกลับมาที่ตรงกลางพื้นที่ลึกลับ เขารู้สึกได้ถึงความหนาวเย็นที่เป็เหมือนเข็มกำลังทิ่มแทงลงมาที่ใบหน้าของเขา ความหนาวเย็นแบบนี้มันเกินกว่าที่ซุนเฟยรู้จักเสียอีก หากร่างของเขาไม่ได้โคจรเวทมนตร์อัคคีของจอมเวทเอาไว้ เกรงว่าตอนนี้เขาคงถูกแข็งตายไปแล้ว ในขณะเดียวกัน ไอร้อนก็พ่นออกมาตามรอยแตกบนพื้นที่เหมือนใยแมงมุมไม่หยุด บางครั้งบางคราวก็มี 'เปลวไฟแห่งแกนโลก' สีส้มอมเหลืองปะทุออกมา เสริมให้ไอร้อนที่แผ่พุ่งขึ้นมาน่ากลัวยิ่งกว่าเดิม แม้กระทั่งพื้นหินที่แข็งแกร่งก็ดูเหมือนจะถูกหลอมละลายจนอ่อนนุ่มไปหมด
พลังสองขั้วที่แตกต่างกัน กำลังเข้าปะทะกันอย่างดุเดือดในพื้นที่ลึกลับ
การปะทะกันระหว่างความร้อนและความเย็นได้พัฒนาเป็สภาพอากาศแสนมหัศจรรย์
ทีแรกซุนเฟยคิดจะเปิดประตูมิติหนีออกไปจากสถานที่ที่อันตรายและรุนแรงแห่งนี้ แต่ส่วนลึกของหัวใจที่ไม่รู้มาจากตรงไหน ได้ะโร้องบอกกับตัวเองว่า ต้องอยู่ที่นี่ อยู่เพื่อได้รับสิ่งที่เหนือกว่าที่ตัวเองจะคาดฝัน
ความรู้สึกแปลกๆ นี้ เดี๋ยวเลือนรางเดี๋ยวแจ่มชัด เหมือนเสียงเรียกของคนรักที่ใกล้ชิด
ซุนเฟยไม่ใช่คนบุ่มบ่ามที่พอเห็นผลประโยชน์อยู่ตรงหน้าก็จะกระโจนเข้าไปโดยไม่รักชีวิตของตัวเอง กลับกันเขาเป็คนที่รอบคอบระมัดระวังเป็อย่างมาก แต่ครั้งนี้ ไม่รู้ทำไม เขาถึงได้ดึงดันจะอยู่ต่อ ซุนเฟยหยิบเชือกออกมาจากเข็มขัดมิติแล้วผูกตัวเองอย่างแ่ากับเสาหินที่แข็งแรงไม่ไกลจากูเากองกระดูก เขาใช้สองมือกอดรัดเสาหินไว้แน่น ป้องกันไม่ให้ตัวเองถูกดูดเข้าไปในเสาพายุทอร์นาโดที่กำลังขยายใหญ่ขึ้น ในขณะเดียวกันซุนเฟยก็เร่งโคจรเวทมนตร์ในร่างของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เพื่อไม่ให้ตนถูกความหนาวเย็นและความร้อนจากใต้ดินบุกรุกเข้ามาในร่าง
นี่เป็ขั้นตอนที่เ็ปมาก
แม้ว่าจะมี 'ทักษะของอาร์แคนน่า' ชุดเกราะสีเขียวระดับ 7 ปกป้องร่างอยู่ แต่พลังงานความร้อนที่มาจากรอยแตกบนพื้นและความหนาวเย็นที่มาจากหุบเหวลึกก็ไม่ใช่สิ่งที่จะต้านทานไว้ได้หมด มันมีบางส่วนที่ทะลุชุดเกราะเข้าไปในร่างของซุนเฟย ความเ็ปนี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาๆ จะทานทนได้ ดูเหมือนว่าความเ็ปในตอนที่ถูกฤทธิ์ยาของ 'น้ำยาฮัลค์' ปรับเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายยังเทียบไม่ได้กับตอนนี้ที่เดี๋ยวหนาวจับขั้วหัวใจ เดี๋ยวร้อนจนร่างกายแทบละลาย อย่างไรก็ตามซุนเฟยกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเป็พลังทำลายที่ร้ายกาจของสองขั้วพลังที่แตกต่างกัน คอยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนทรมานเขา ระดับความแข็งแกร่งในร่างของเขาดูเหมือนว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ สิ่งปนเปื้อนบางอย่างในอากาศถูกความเย็นและความร้อนทำลายล้างจนหมดสิ้น...
ในระหว่างกระบวนการนี้ ซุนเฟยแทบประคองสติไว้ไม่อยู่ เขามองไปยังูเากองกระดูกที่ถูกพายุทอร์นาโดเข้าปกคลุมเขม็ง เพราะก่อนหน้านี้ได้เขายินเสียงเรียกแปลกๆ ดังมาจากูเากองกระดูก
ตอนนี้ก้อนน้ำแข็งและไอหนาวเย็นยังคงถูกพ่นออกมาจากในหุบเหวเรื่อยๆ เช่นเดียวกันกับรอยแตกบนพื้นดินที่ยังคงปล่อยไอร้อนออกมาอย่างไม่อ่อนข้อให้เช่นกัน การปะทะกันของสองขั้วอำนาจก่อให้เกิดหมอกสีขาวและการไหลเวียนของอากาศรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอากาศก็ยังคงมีเสียงฟ้าผ่า จากสภาพอากาศที่คงที่ก็กลายเป็สภาพอากาศที่แปรปรวนรุนแรงขึ้นมา
เส้นผ่านศูนย์กลางของพายุทอร์นาโดก็ยิ่งขยายใหญ่ขึ้น สุดท้ายพลังทำลายของพายุทอร์นาโดที่ปกคลุมกองกระดูกสีขาวก็รุนแรงมากขึ้น เสียงครึ่กๆ ดังออกมาจากูเากองกระดูก กระดูกขนาดใหญ่ถูกแรงลมมหาศาลดึงออกมาก่อนจะลอยหายเข้าไปในลมพายุ
กระดูกที่อยู่บนพื้นจำนวนมากก็ค่อยๆ ถูกลมพายุหมุนฉีกกระชาก พายุทอร์นาโดเริ่มหมุนรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ในอากาศ
ซุนเฟยค้นพบจุดที่แปลกประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง ไม่รู้ว่าทำไม ไม่ว่าลมพายุจะเปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหนั้แ่ตอนที่เกิดขึ้นมา ทว่าั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ มันยังคงอยู่ตรงจุดที่เป็ศูนย์กลางของพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ ลมพายุยังคงหมุนอยู่เหนือูเากองกระดูกไม่ยอมเคลื่อนย้ายไปไหน แรงลมยิ่งมาก็ยิ่งแรงขึ้น สุดท้ายกระดูกจำนวนมากก็ถูกดูดเข้าไปในพายุ กระดูกสีขาวเหมือนข้าวฟ่างที่บินว่อนอยู่ในสายลม
นี่คือแหล่งที่มาของแรงดูดที่น่าเกรงขามที่เขาเจอในตอนแรก
เมื่อยี่สิบวันก่อน ซุนเฟยก็คิดมาตลอดว่าแรงดูดที่น่าเกรงขามในตอนนั้นมันมาที่ไหน? ตอนนี้ความจริงทั้งหมดได้ปรากฏขึ้นมาแล้ว ที่แท้ปรากฏการณ์นี้ก็เกิดจากสภาพอากาศของพายุทอร์นาโดนี่เอง เห็นได้ชัดว่าแรงลมของพายุทอร์นาโดนี้มันแรงกว่าที่ซุนเฟยเคยรู้จักเสียอีก ไม่น่าล่ะ แรงดูดในคราวนั้นถึงได้รุนแรงนัก
เมื่อูเากองกระดูกนี้ถูกพายุทอร์นาโดดูดขึ้นไปในกลางอากาศ ซุนเฟยก็มองเห็นสิ่งที่อยู่ใตู้เากองกระดูก
มันดูเหมือนเศษผงกระดูก หลังจากที่พวกโครงกระดูกทั้งหมดถูกพัดขึ้นไปแล้ว เศษผงกระดูกที่มีน้ำหนักเบา ก็ถูกพัดตามขึ้นไปติดๆ แทบจะทันที
ดวงตาของซุนเฟยเบิกกว้าง ฉายแววไม่อยากจะเชื่อ
เพราะเขาเห็นวงเวทที่อยู่ภายใต้ผงกระดูก และวงเวทนั่นก็ยังคงโคจรพลังเวทอยู่ แสงสว่างเรืองรองเป็ประกายขึ้นก่อตัวเป็ประตูมิติสีฟ้าเหมือนกับประตูมิติของโลก Diablo มันเป็ประตูมิติรูปวงรีสีฟ้าที่สูงประมาณสองเมตรกว่าและมีแสงสีน้ำเงินจางๆ เป็ประกายอยู่รอบๆ
ในตอนนั้นเอง เขาก็เหมือนได้ยินเสียงเรียกของคนสนิทกำลังเรียกหาเขารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ซุนเฟยแน่ใจแล้วว่าเสียงเรียกพวกนี้จะต้องมาจากประตูมิติตรงหน้าแน่ๆ
สิ่งที่อยู่ด้านหลังของประตูมิติกำลังเรียกหาเขา?
ทันใดนั้น ซุนเฟยแทบจะอดใจไม่ไหวอยากที่จะตัดเชือกที่มัดตัวเองทิ้งแล้วพุ่งเข้าไปในประตูมิตินั่นตรงๆ แต่วินาทีต่อมา สติปัญญาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดได้ฉุดรั้งเขา ไม่ต้องสงสัยเลยถ้าเขาตัดเชือกที่มัดอยู่จะต้องถูกดูดเข้าไปในพายุอันน่าสะพรึงกลัวนี้แน่ๆ
จากนั้นเขาก็จะถูก ‘โครงกระดูกปีศาจ’ที่มีความคมยิ่งกว่าศาสตราวุธใดๆลอยเข้ามากระหน่ำร่างเขาด้วยความเร็วสูงสุดจนกลายกลายเป็ซากเนื้อเละๆ ไม่มีทางที่พายุทอร์นาโดตรงหน้าจะสงบลงง่ายๆ ดังนั้นการเข้าใกล้ประตูมิติก็คงไม่สามารถทำได้
เขาต้องหาวิธีอื่น
ซุนเฟยสงบจิตใจตัวเองลง
หลังจากผ่านไปประมาณสามสี่ชั่วโมง ความเร็วในการโยนก้อนน้ำแข็งและพ่นไอความหนาวเย็นของหุบเหวลึกก็ค่อยๆ ช้าลง เช่นเดียวกับไอความร้อนที่พ่นออกมาจากรอยแตกบนพื้นดินที่ค่อยๆ ช้าลง ผลที่ตามมาคือความรุนแรงในการปะทะของพลังทั้งสองขั้วในอากาศก็เริ่มอ่อนกำลังลง ฝนที่กำลังอยู่เหนื่อยหัวก็ค่อยๆหยุด สายฟ้าแลบก็หายไป แรงลมพายุตรงหน้าซุนเฟยเริ่มอ่อนลงแล้ว
หลังจากที่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ตามที่ซุนเฟยคาดการณ์ไว้
เมื่อลมพายุที่อ่อนกำลังลง กระดูกขนาดใหญ่ที่ถูกดูดเข้าไปในพายุก็ทยอยร่วงลงมา กระดูกจำนวนมากพากันตกลงมาชนเข้ากับประตูมิติและวงเวทบนพื้น แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียงหายใดๆ ยิ่งพายุสงบลงมากเท่าไร กระดูกที่ลอยอยู่กลางอากาศก็ยิ่งร่วงหล่นมากเท่านั้น พวกมันหล่นลงมาซ้อนทับกันอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ค่อยๆก่อตัวกลายเป็ูเากองกระดูกอันใหม่ พายุทอร์นาโดเหมือนมือั์ที่กำลังจัดวางตำแหน่งโครงกระดูกต่างๆ อย่างคล่องแคล่ว จากฐานใหญ่ค่อยๆเล็กลงเรื่อยๆ จนท้ายที่สุดก็กลายเป็ูเากองกระดูกที่สมบูรณ์
จากนั้นเศษผงกระดูกที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ร่วงลงมาใสู่เากองกระดูก
แม้ว่าพายุทอร์นาโดจะอ่อนกำลังลง แต่มันก็ยังคงทำใหู้เากองกระดูกสั่นไหวไม่หยุด เศษผงกระดูกก็แกว่งไหว สุดท้ายก็ร่วงลงไปตามซอกเล็กๆ ของูเากองกระดูกแล้วหายไป...ในที่สุด พายุทอร์นาโดก็สลายไป กระดูกทั้งหมดก็ซ้อนทับกันอย่างหนาแน่นเหมือนเดิมประหนึ่งไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ซุนเฟยมองตาค้าง
นี่มันอัศจรรย์เกินไปแล้ว!
นี่คือผลงานของธรรมชาติอย่างแท้จริง!
ที่แทู้เากองกระดูกก็สร้างขึ้นมาแบบนี้นี่เอง ทุกๆ ยี่สิบวันจะเกิดการปะทุของรอยแยกและหุบเหวครั้งหนึ่งและก่อให้เกิดปรากฏการณ์มหัศจรรย์ขึ้นบนพื้นที่ลึกลับแห่งนี้ ในขณะเดียวกันูเากองกระดูกก็จะถูกสร้างขึ้นใหม่อีกครั้ง นี่สามารถอธิบายได้ว่า ทำไมครั้งแรกที่ซุนเฟยพบูเากองกระดูกแห่งนี้ ถึงเห็นเป็ปิรามิดสีขาวที่เหมือนเพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่ๆ ทั้งๆ ที่ที่นี่ไม่มีวี่แววของสิ่งมีชีวิตใดๆเหลืออยู่
เมื่อนึกถึงประตูเวทย์มนต์และวงเวทย์ลึกลับที่ถูกกดทับด้วยูเากองกระดูก ก็ทำให้ซุนเฟยพยายามมุดเข้าไปในูเากองกระดูก แต่ว่ามันยากมาก แทบจะเป็ไปไม่ได้เลยที่จะเข้าไปข้างในูเากองกระดูกนี้ได้ ‘โครงกระดูกปีศาจ’ เชื่อมต่อกันอย่างแนบสนิทจนแทบไร้ช่องว่าง ซุนเฟยสามารถดึงกระดูกในชั้นๆแรกๆออกมาได้เท่านั้น ส่วนชั้นอื่นๆเนื่องจากกระดูกเ่าั้มันแข็งเกินไปทำให้งัดออกไม่ได้ แม้ว่าจะพยายามใช้ดาบฟันมันแล้วก็ตาม แต่ก็ยังไม่สามารถเปิดมันออกได้อยู่ดี
“ดูเหมือนว่าต้องหาแผนที่ดีกว่านี้!”
หลังจากพยายามงัดแงะมาครึ่งวัน ซุนเฟยก็ได้แต่ปลง คงต้องรอให้เขามีพลังที่แข็งแกร่งกว่านี้จนสามารถต้านทานแรงลมของพายุทอร์นาโดนี้ได้และทำให้เขาสามารถเดินเข้าไปหาประตูมิติที่ถูกูเากองกระดูกกดทับไว้ แต่ตอนนี้ คงไม่สามารถทำได้!
ยังถือว่าซุนเฟยได้รับประโยชน์ไม่น้อยสำหรับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ร่างของเขาแข็งแกร่งขึ้นหลังจากที่ทนแรงกดดันของพลังความร้อนและความหนาวที่พยายามแทรกซึมเข้ามาในร่าง ตอนนี้อย่างน้อยๆ พลังของเขาก็สามารถเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งขั้น เดิมทีโครงสร้างร่างกายของซุนเฟยก็พิเศษอยู่แล้ว ขนาดที่ว่า แม้จะดื่ม 'น้ำยาฮัลค์' ลงไปก็ไม่เกิดผลอะไรขึ้น คาดไม่ถึงว่า ภายใต้สถานการณ์แบบนั้นจะทำให้ร่างกายของเขาได้รับการยกระดับขึ้นมา
สำหรับซุนเฟยแล้ว การที่ความแข็งแรงทางกายภาพเพิ่มขึ้น นับว่ามีประโยชน์อย่างมาก
เพราะมันหมายความว่าความแข็งแรงทางกายภาพของตัวละครทุกตัวในโลก Diablo ก็จะแข็งแกร่งขึ้นตามไปด้วย
หลังจากนั้นซุนเฟยก็ตัดสินใจกลับไปที่โลก Diablo เพื่อทำการฝึกฝนต่อ
วันเวลาหมุนเปลี่ยนไป พริบตาเดียวก็มาถึงวันที่สิบ ในสิบวันมานี้ ซุนเฟยทำแต่เื่ซ้ำๆ ไม่สังหารมอนสเตอร์เพื่ออัพเลเวล ก็ใช้พลังชี่แท้ของโหมดมือสังหารในการบุกเบิกเส้นทางคลื่นพลังและสร้างคัมภีร์ใหม่ๆ ไม่ก็ไปช่วยชาร์ซีออกแบบชุดเกราะ หรือไม่ก็ตามไปเรียนรู้เื่เวทมนตร์ทุกชนิดกับแม่ชีอาคาร่าและตาเฒ่าเคน...
กำหนดการหนึ่งเดือนสิ้นสุดลงแล้ว ได้เวลาที่เขาจะกลับไปที่เมืองแซมบอร์ด!
------------------------
