ท่านแม่ทัพซูเหวินถูกส่งตัวกลับมายังเมืองหลวงภายใต้ความเงียบสงัด แม้ชัยชนะในาจะถูกนำกลับมาพร้อมกับกองทัพ แต่ท่านแม่ทัพที่เป็เสาหลักกลับยังไม่ฟื้นคืนสติจากาแที่ได้รับ ความยินดีในเมืองหลวงยังคงกึกก้อง ชาวเมืองต่างออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ ทุกตรอกซอกซอยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและการสรรเสริญถึงความเก่งกาจของทัพหลวง แต่ท่ามกลางความสุขเ่าั้ ยังมีความกังวลแฝงอยู่
องค์ฮ่องเต้ทรงปลื้มปีติในชัยชนะครั้งนี้เป็อย่างมาก แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยความกังวลต่อท่านแม่ทัพซูเหวิน ผู้ที่ทรงนับถือและวางใจยิ่ง ด้วยความห่วงใยอย่างที่สุด พระองค์ได้ส่งหมอหลวงประจำพระองค์มาดูแลรักษาท่านแม่ทัพด้วยตนเอง เพราะาแที่ศีรษะจากการกระแทกอย่างรุนแรงทำให้การรักษาเต็มไปด้วยความยากลำบาก
หมอหลวงที่มากประสบการณ์พยายามทุกวิถีทางเพื่อฟื้นฟูสติของท่านแม่ทัพ พวกเขาใช้สมุนไพรหายากและตำรับยาโบราณ เพื่อรักษาอาการาเ็ที่หนักหนาสาหัส แต่ทุกอย่างเป็ไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก เพราะการาเ็ที่ศีรษะนั้นรุนแรงเกินกว่าที่จะรักษาได้อย่างรวดเร็ว
ขณะที่ทั่วทั้งเมืองหลวงยังคงเฉลิมฉลอง หมอหลวงต้องทำงานแข่งกับเวลา องค์ฮ่องเต้ก็เฝ้ารอคอยด้วยความหวังว่าจะได้เห็นท่านแม่ทัพฟื้นคืนสติอีกครั้ง ข้าราชบริพารทุกคนต่างเฝ้ามองอย่างเงียบงัน หวังว่าผู้กล้าหาญจะสามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ และกลับมานำทัพปกป้องแผ่นดินต่อไปในอนาคต
“ท่านพี่... ได้โปรด ท่านอย่าทิ้งข้าไปเช่นนี้เลย” ฮูหยินเหมยอิงพึมพำด้วยเสียงสั่นเครือ ขณะมองดูร่างไร้สติของแม่ทัพซูเหวิน นางทรุดตัวลงข้างเตียง ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาแสดงความเ็ปราวกับหัวใจของนางถูกฉีกออกเป็เสี่ยงๆ ชายผู้เป็สามีและเสาหลักในชีวิตของนางนอนนิ่งไม่ไหวติง นางไม่อาจทนเห็นเขาในสภาพนี้ได้ ความทุกข์ใจและความร้อนรุ่มทำให้นางพูดออกมาอย่างไม่สามารถยับยั้ง
“ท่านหมอหลวง... บอกข้าเถิด ท่านแม่ทัพจะฟื้นเมื่อใด?” เหมยอิงถามด้วยความสิ้นหวัง นางแทบไม่อาจเชื่อว่าสามีผู้แข็งแกร่งของนางจะอยู่ในสภาพนี้ได้
หมอหลวงผู้ชรามองดูฮูหยินด้วยความเห็นใจ แต่ก็ยังคงความสงบเอาไว้ในน้ำเสียงของตน “เรียนฮูหยิน... ข้าเข้าใจถึงความทุกข์ใจของท่านเป็อย่างยิ่ง แต่แม้แต่ตัวข้าเองก็ยากที่จะให้คำตอบได้ ท่านแม่ทัพาเ็สาหัสอย่างยิ่ง โดยเฉพาะที่ศีรษะ การาเ็นั้นรุนแรงเกินกว่าที่พวกเราจะรักษาได้ทันที ทุกสิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือเฝ้าดูและรักษาตามอาการเท่านั้น” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่เคยมั่นใจของเขากลับเต็มไปด้วยความหนักใจ “ที่เหลือ... ก็คงต้องปล่อยให้โชคชะตาฟ้าลิขิตแล้ว”
คำพูดนั้นดั่งสายฟ้าฟาดลงในใจของเหมยอิง ความหวังที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดดูเหมือนจะเลือนหาย นางได้แต่หวังให้ฟ้าดินมีเมตตา หวังว่าชายผู้เป็ดั่งชีวิตของนางจะฟื้นคืนมาอีกครั้ง
หลังจากที่ท่านแม่ทัพซูเหวินนอนหลับไปนานถึงหนึ่งสัปดาห์ ในที่สุดก็มีสัญญาณชีวิต เขาค่อยๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ เมื่อฮูหยินเหมยอิงเห็นเช่นนั้น นางแทบไม่เชื่อสายตาตนเอง น้ำเสียงของนางแสดงถึงความตื่นเต้นยินดี "ท่านพี่... ในที่สุดท่านก็ตื่นแล้ว!" นางพูดพร้อมทั้งจับมือของเขาแน่นด้วยความโล่งใจ หลังจากการเฝ้ารอที่ยาวนาน แต่ทันทีที่สายตาของนางประสานกับสายตาเหม่อลอยของสามี ความหวังที่เต็มเปี่ยมกลับค่อยๆ เลือนหายไป
ท่านแม่ทัพซูเหวินที่เคยเป็ชายผู้มีความเฉลียวฉลาดและแข็งแกร่ง บัดนี้กลับดูสับสน แววตาไร้จุดหมาย และเขาเอ่ยปากออกมาด้วยคำพูดที่ฟังไม่เป็ภาษา "เอ๋อ... อ๋า... เอ๋อ..." น้ำเสียงแปลกประหลาดนั้นทำให้ฮูหยินเหมยอิงชะงัก นางไม่อาจปิดบังความใได้
หัวใจของนางแทบแตกสลาย นางรีบวิ่งไปตามหมอหลวงด้วยความร้อนใจ หมอหลวงเร่งรุดมาตรวจอาการทันที เมื่อเขาได้เห็นสภาพของท่านแม่ทัพในครั้งนี้ ใบหน้าของหมอหลวงก็แสดงออกถึงความใและความทุกข์ใจอย่างเห็นได้ชัด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดหวังและหนักใจ
"ฮูหยิน..." หมอหลวงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหนักอึ้ง "ข้าคาดการณ์ไว้แล้ว แต่ไม่อยากเชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริง ศีรษะของท่านแม่ทัพได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงจนเกินกว่าที่จะฟื้นตัวได้สมบูรณ์ สติปัญญาของท่านแม่ทัพ...ไม่อาจกลับมาเป็เช่นเดิมได้อีก"
คำพูดของหมอหลวงทำให้ฮูหยินเหมยอิงแทบล้มทั้งยืน นางรับรู้ถึงความจริงที่โหดร้าย ท่านแม่ทัพที่เคยเป็บุคคลผู้ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ บัดนี้กลับกลายเป็เพียงเงาของตัวเอง ชายผู้เป็ที่รักและเคารพของนางไม่อาจพูดหรือคิดได้เช่นเดิมอีกต่อไป เขาได้กลายเป็ผู้ที่สูญเสียสติปัญญา และคงต้องได้รับการดูแลไปตลอดชีวิต
เมื่อได้ยินคำพูดของหมอหลวง ฮูหยินเหมยอิงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน นางสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะถามออกมาเสียงสั่นเครือ "ท่านกำลังจะบอกข้าว่า... ท่านแม่ทัพ... กลายเป็คนปัญญาอ่อนอย่างนั้นหรือ?"
หมอหลวงมองหน้าฮูหยินด้วยความเศร้าใจ ก่อนจะพยักหน้าอย่างช้าๆ "ใช่แล้ว ฮูหยิน... ข้าเสียใจที่ต้องบอกท่านเช่นนี้ สภาพการาเ็ที่ศีรษะของท่านแม่ทัพรุนแรงมากจนทำให้ความสามารถในการรับรู้และคิดวิเคราะห์ของท่านไม่อาจกลับมาเป็เช่นเดิมได้อีก เขาจะไม่สามารถสื่อสารหรือเข้าใจสิ่งต่างๆ ได้เหมือนเดิม..."
คำตอบนั้นทำให้ฮูหยินเหมยอิงรู้สึกราวกับถูกแทงกลางใจ นางยืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะสะอื้นออกมา นางไม่อาจทนรับฟังความจริงอันโหดร้ายนี้ได้ สามีผู้แข็งแกร่งและเป็ที่เคารพรักของนาง บัดนี้ต้องใช้ชีวิตเป็ผู้ที่ไม่สามารถดูแลตนเองได้อีกต่อไป
เมื่อข่าวการที่ท่านแม่ทัพซูเหวินกลายเป็คนปัญญาอ่อนหลังจากการาเ็สาหัสในารู้ไปถึงองค์ฮ่องเต้ พระองค์ทรงเสียพระทัยเป็อย่างมาก แม่ทัพซูเหวินผู้เคยเป็เสาหลักของกองทัพและเป็ผู้สร้างคุณูปการยิ่งใหญ่แก่แผ่นดิน บัดนี้ไม่อาจทำหน้าที่เดิมได้อีกแล้ว
ด้วยความซาบซึ้งและเคารพในความกล้าหาญและความเสียสละของท่านแม่ทัพ องค์ฮ่องเต้ทรงให้คำมั่นสัญญาอย่างแน่วแน่ว่า พระองค์จะดูแลครอบครัวของท่านแม่ทัพตระกูลซูเป็อย่างดี “ตระกูลซูได้สร้างคุณงามความดีอย่างใหญ่หลวง ฮูหยินของท่านแม่ทัพจะได้รับเบี้ยหวัดเป็ประจำทุกเดือน เพื่อให้ชีวิตของนางและครอบครัวที่เหลืออยู่ในตระกูลไม่ต้องประสบความลำบาก”
ด้วยพระเมตตานี้ ฮูหยินเหมยอิงได้รับการสนับสนุนทางการเงินเพื่อประคับประคองชีวิตของนางและครอบครัว แม้จะต้องเผชิญกับความทุกข์ใจจากสภาพของท่านแม่ทัพ แต่ฮูหยินก็ยังคงได้รับความอุปถัมภ์จากราชสำนัก เพื่อให้ตระกูลซูซึ่งเคยมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี ไม่ต้องล้มสลาย
