วันรุ่งขึ้น
ท้องฟ้าวันนี้ช่างแจ่มใสราวกับกำลังแสดงความยินดีทีู่เี่อันได้ออกจากโรงพยาบาล
แสงอาทิตย์ในฤดูใบไม้ร่วงที่สาดส่องใบไม้สีเหลืองที่ร่วงโรยลงมาตามสายลม ราวกับจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าฤดูกาลใบไม้ร่วงได้มาถึงแล้ว
ูเี่อันชอบฤดูใบไม้ร่วงที่สุดต้นแปะก๊วยที่เรียงรายอยู่สองข้างทางของโรงพยาบาล ไม่ว่าจะมองจาก้าหรือเดินอยู่ท่ามกลางวิวสีเหลืองทองเ่าั้ก็ดูงดงามไปหมด
หลังจากต้องมาพักอยู่ที่นี่วิวของต้นแปะก๊วยก็ช่วยคลายความเบื่อของูเี่อันไปได้ไม่น้อย
วันนีู้เี่อันตั้งใจตื่นแต่เช้าเพื่อมาดูต้นแปะก๊วยที่ใบของมันเริ่มแปรเปลี่ยนเป็สีเหลืองทองหลังออกจากที่นี่ เธอคงจะไม่ได้เห็นภาพนี้อีกแล้ว
เมื่อลู่เป๋าเหยียนตื่นขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาทำคือยื่นแขนออกควานหาตัวูเี่อันแต่ทว่ากลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า
เขาลืมตาในทันทีก่อนจะเห็นร่างบางกำลังยืนอยู่ที่ระเบียงจากหางตา เมื่อหันไปมองจึงเห็นูเี่อันกำลังเท้าแขนอยู่บนราวกั้นพลางมองดูอะไรอยู่สักอย่าง
เธออยู่ในชุดผู้ป่วยแขนสั้นของโรงพยาบาลหากเป็อุณหภูมิในห้องซึ่งอุ่นกำลังดีคงไม่เท่าไร แต่ออกไปข้างนอกแบบนั้นเสื้อแขนสั้นจะรับมือกับลมหนาวได้ยังไงกัน
ว่าแล้วลู่เป๋าเหยียนก็หยิบเสื้อคลุมออกไปคลุมไหล่ให้เธอ
“อยากกินข้าวเช้าที่นี่หรือจะกลับไปกินที่บ้าน?”
“กินที่นี่ก็ได้”ูเี่อันขยับเสื้อคลุมเล็กน้อยก่อนจะชี้ไปยังเก้าอี้ที่ใช้นั่งพักผ่อนตรงมุมระเบียง“เรากินข้าวตรงนี้กันเถอะ หลังอาหารมื้อนี้ ฉันไม่อยากจะกลับมาที่นี่อีกแล้ว!”
ขอให้เหตุการณ์ในครั้งนี้เป็ความโชคร้ายครั้งสุดท้ายในชีวิตเธอด้วยเถอะ
ลู่เป๋าเหยียนโทรสั่งให้คนนำอาหารเช้ามาให้ส่วนูเี่อันก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
เมื่อทั้งสองคนแต่งตัวเรียบร้อยอาหารเช้าก็มาส่งพอดี
โจ๊กปลาก๋วยเตี๋ยวหลอด และฮะเก๋าที่ยังร้อนอุ่นๆของจุยเยว่จวี้ส่งกลิ่นหอมน่ารับประทาน
ูเี่อันนั่งลงก่อนจะตักโจ๊กให้กับลู่เป๋าเหยียนและตัวเองเธอยิ้มก่อนเอ่ยกับลู่เป๋าเหยียนว่า
“ลองชิมดูสิโจ๊กของร้านนี้ไม่เลวเลยนะ”
“มีอะไรก็ว่ามา”จู่ๆูเี่อันก็ทำดีกับเขาแบบนี้ลู่เป๋าเหยียนไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเธอมีเื่อยากจะขอร้องเขา
ูเี่อันกระแอมเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มหวาน
“ฉันมีอะไรจะปรึกษานายวันจันทร์ฉันว่าจะกลับไปทำงานนะ”
ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“ขาเธอยังไม่หายดี”
“แต่ฉันเดินเองได้แล้วนะ!”ูเี่อันทำหน้าตาน่าสงสารพลางเอ่ย “ฉันนอนอยู่เฉยๆมาครึ่งเดือนแล้วไม่อยากกลับไปอยู่ว่างๆที่บ้านอีก วันจันทร์ฉันจะกลับไปทำงานถ้าไม่ไหวจริงๆค่อยลาพักต่อก็ได้ ดีไหม”
“......”ลู่เป๋าเหยียนไม่ตอบ
ูเี่อันกลัวว่าเขาจะปฏิเสธถ้าเขาส่ายหัวก็คงยากที่จะหว่านล้อม ว่าแล้วเธอจึงลุกขึ้นเดินไปยืนข้างๆและกอดแขนเขาเขย่าไปมา
“นะคะที่รัก”
ที่ผ่านมาวิธีนี้ใช้ได้ผลดีมาโดยตลอดเธอจึงเลือกที่จะใช้มันอีกครั้งพลางท่องในใจว่า
รีบตอบตกลงสิตกลงซะ!
ทว่าลู่เป๋าเหยียนแค่มองเธอสีหน้าเรียบ“วิธีนี้มันเก่าไปแล้ว”
ูเี่อันหมดหนทางเธอจึงเบ้ปากเล็กน้อย “ถ้าต้องอยู่บ้านเฉยๆฉันต้องเฉาตายแน่ๆนายอยากได้ผู้หญิงเฉาๆเป็ภรรยางั้นเหรอ? ขาฉันไม่เป็อะไรแล้วจริงๆนะ ที่รักขาขอฉันไปทำงานเถอะนะคะ”
ลู่เป๋าเหยียนนิ่งอยู่สักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า“ถ้าไม่ไหวก็อย่าฝืน รีบลากลับบ้านล่ะ”
ในที่สุดเขาก็ตกลง!
ูเี่อันพยายามไม่ดีใจจนออกนอกหน้าก่อนจะหอมแก้มเขาไปหนึ่งฟอดแรงๆ
“เข้าใจแล้วค่ะ!”
พูดจบเธอก็วิ่งกลับมานั่งที่เดิมก่อนจะคีบฮะเก๋าร้อนๆให้กับลู่เป๋าเหยียนอย่างกระตือรือร้น สีหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความยินดี
ความจริงลู่เป๋าเหยียนไม่คิดจะตอบตกลงแต่จากนิสัยของูเี่อัน หากเขายังไม่ยอมให้เธอออกไปทำงานเธอคงป่วนเขาไม่หยุดแน่ๆ
อีกอย่างการที่เธอมาปรึกษาเขาก่อนตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ถือเป็สัญญาณที่ดี ถ้าเขาปฏิเสธเธอั้แ่ครั้งแรกแล้วล่ะก็อีกหน่อยเธอคงไม่คิดจะบอกเขาก่อนแบบนี้อีกแล้ว
ที่เมื่อกี้เขาเงียบไปก็เพราะกำลังตัดสินใจว่าจะทำตามคำเรียกร้องของเธอดีหรือไม่ไม่นึกเลยว่าตัวเองจะได้กำไรเป็การหอมหนึ่งฟอดแบบนี้
เมื่อูเี่อันอารมณ์ดีเธอก็เริ่มพูดเจื้อยแจ้วคุยกับลู่เป๋าเหยียนไม่หยุดพลางเติมโจ๊กให้เขาอย่างขะมักเขม้นเมื่อทั้งสองคนกินอิ่มแล้วเรียบร้อย เสิ่นเยว่ชวนกับป้าหลิวก็เดินทางมาถึงพอดี
เสิ่นเยว่ชวนไปจัดการทำเื่ออกจากโรงพยาบาลส่วนป้าหลิวก็รับผิดชอบเก็บข้าวของใหู้เี่อัน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงทุกอย่างก็เสร็จเรียบร้อยเสิ่นเยว่ชวนเดินถือใบเสร็จกลับมาก่อนเอ่ย
“เสร็จแล้วไปกันเถอะ”
“เย้...”ูเี่อันรู้สึกเหมือนนักโทษที่เพิ่งพ้นจากการคุมขังไม่มีผิดเธอถอนหายใจยาวอย่างโล่งอกก่อนจะเดินออกจากห้องผู้ป่วยโดยไม่หันหลังกลับ
ต่อให้สภาพแวดล้อมที่นี่จะสวยงามแค่ไหนแต่เธอก็ไม่คิดจะกลับมาเหยียบอีกเป็ครั้งที่สอง!
อีกคนที่รู้สึกดีใจไม่แพ้กันคือป้าหลิวเมื่อครึ่งเดือนก่อน เ้านายทั้งสองทะเลาะกันจนคนทั้งบ้านใจหายกันไปหมดขนาดลุงสวีเองยังกลัวเลยว่าคราวนี้จะเกิดเื่แล้วจริงๆไม่นึกเลยว่าเื่จะกลับตาลปัตรกลายเป็ดี ถ้าเป็แบบนี้ก็ไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่าบ้านหลังนั้นจะกลับมาเป็บ้านที่แสนเงียบและเ็าอีกต่อไป
เมื่อรู้ว่าวันนี้ต้องมารับูเี่อันออกจากโรงพยาบาลอาเฉียนก็จัดการล้างรถจนสะอาดเอี่ยม เมื่อเห็นทุกคนเดินออกมาเขาก็รีบลงจากรถมาด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเปิดประตูที่นั่งด้านหลัง
เพราะขาของูเี่อันยังไม่หายสนิทอีกทั้งรถที่อาเฉียนขับมาวันนี้คือรถ SUV ที่ค่อนข้างสูงขณะที่กำลังกังวลว่าจะปีนขึ้นไปยังไง เธอก็ถูกใครบางคนอุ้มเข้าไปนั่งในนั้น
ที่จริงไม่ต้องเดาก็รู้ว่าคนๆนั้นคือลู่เป๋าเหยียน เขาอุ้มเธอต่อหน้าทุกคนในที่นี่
เฮ้อนี่เขากำลังอวดว่าตัวเองสูงงั้นเหรอ?
ูเี่อันคิดในใจก่อนจะหันไปเห็นสีหน้าและแววตาของเสิ่นเยว่ชวนและป้าหลิวเธอก้มหน้าซ่อนพวงแก้มที่เริ่มแดงระเรื่อและปิดประตูอย่างรวดเร็ว
ลู่เป๋าเหยียนเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งหลังจากนั้นอาเฉียนก็เตรียมออกรถ
“กลับบ้านกันเถอะครับ”
ูเี่อันรู้จักอาเฉียนดีระดับหนึ่งเขามักจะสวมเสื้อสูทสีดำ ถุงมือสีขาวเป็ทางการสมกับเป็คนขับรถมืออาชีพ ถ้าพูดตามจริงเขาไม่น่าจะเอ่ยคำนี้ออกมาทว่าจากน้ำเสียงของเขา เธอััได้ว่าเขากำลังดีใจมาก
นี่เขาดีใจเพราะเธอจะได้กลับบ้านงั้นเหรอ?
อืม...ไว้เธอต้องหาโอกาสเหมาะๆบอกกับอาเฉียนเหมือนกันว่า เธอเองก็ดีใจ
จากโรงพยาบาลกลับมาที่บ้านใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงสิบโมงกว่า SUV สีดำก็จอดลงตรงหน้าประตูเหล็กที่สลักอย่างงดงามและเมื่อมองไปด้านใน ูเี่อันก็ได้เห็นภาพคฤหาสน์สี่ชั้นที่แสนคุ้นเคย รวมถึงสวนดอกไม้ที่ออกดอกบานสะพรั่งยิ่งกว่าตอนเธอจากมันมาเสียอีก
เธอมองไปรอบๆด้วยความรู้สึกที่เหมือนได้กลับมาบ้านเกิดอีกครั้ง
กลับมาคราวนี้เธอจะไม่ไปไหนอีกแล้ว
ลู่เป๋าเหยียนช่วยเปิดประตูให้เธอ“ลงมาเถอะ”
ูเี่อันพยักหน้าก่อนจะยื่นมือไปจับมือเขาและค่อยๆเดินเข้าไปในบ้าน
ประตูใหญ่เปิดออกอาเฉียนนำรถเข้าไปจอดในโรงรถลุงสวีที่ไม่รู้ว่าออกมาั้แ่เมื่อไรเดินตรงมาต้อนรับ เขายังคงถือไม้เท้าอันเดิมร่างสูงผอมสวมสูทเนี้ยบ บุคลิกท่าทางเป็สุภาพบุรุษสไตล์อังกฤษทุกกระเบียดนิ้ว
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณผู้หญิง”
ูเี่อันยิ้มรับก่อนจะเดินเข้าไปพร้อมกับลู่เป๋าเหยียน
ตอนที่เธอมาที่นี่ครั้งแรกเธอนึกว่าจะได้อยู่ในบ้านหลังนี้แค่สองปีแต่ตอนนี้ที่นี่กลายเป็บ้านจริงๆของเธอไปเสียแล้ว
ของในบ้านยังคงเหมือนเดิมไม่ผิดเพี้ยนป้าหลี่และคนรับใช้คนอื่นๆพากันส่งเสียงทักทายก่อนจะนำเครื่องดื่มมาเสิร์ฟให้เธอกับลู่เป๋าเหยียนพวกเขาทำเหมือนพวกเธอแค่เพิ่งกลับมาจากการเดินทางไกลราวกับการทะเลาะเบาะแว้งเมื่อครึ่งเดือนก่อนไม่เคยเกิดขึ้น
หลังดื่มน้ำเลมอนที่ป้าหลี่ทำไว้ให้เธอก็วางแก้วลงในถาดดังเดิมและพูดกับลู่เป๋าเหยียนว่า
“ฉันอยากกลับห้อง”
ชั้นสองถึงแม้จะไม่สูงมากนัก แต่การก้าวขึ้นบันไดแต่ละขั้นในขณะที่ขายังไม่หายดีค่อนข้างจะลำบากลู่เป๋าเหยียนจึงเอ่ยถาม
“ให้ฉันอุ้มไหม?”
“ไม่เป็ไร!”ูเี่อันปฏิเสธทันควัน “ฉะ ฉันขึ้นไปเองได้!” ไม่ได้อยู่กันสองคนสักหน่อยมีคนอื่นอยู่เต็มไปหมดแบบนี้ เธอยอมใช้ไม้ค้ำเดินขึ้นไปเองยังจะดีซะกว่า!
ลู่เป๋าเหยียนได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไรเขาแค่เดินตามหลังเธอมา
หากเป็เวลาปกติแค่หนึ่งนาทีเธอก็คงขึ้นมาถึงชั้นสองแต่คราวนี้เธอใช้เวลาเกือบห้านาทีกว่าจะเดินมาถึงห้อง เมื่อเปิดประตูเข้าไป เธอก็ถึงกับช็อกและไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่ได้เห็น
ลู่เป๋าเหยียนนึกไม่ถึงว่าลุงสวียังไม่ได้สั่งให้คนมาเก็บห้องเขานิ่งอึ้งอยู่เสี้ยววินาทีก่อนจะยืนบังหน้าเธอ
“ไปที่ห้องรับแขกก่อน”
“เดี๋ยว!”ูเี่อันรีบจับตัวลู่เป๋าเหยียนไว้ “ของพวกนั้น... เป็ของนายเหรอ?”
เตียงของเธอค่อนข้างรกทั้งๆที่เธอจัดการเก็บเตียงจนเรียบร้อยก่อนจะออกไปแท้ๆ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือบนเตียงของเธอมีเสื้อสูท เนคไท ชุดนอนของผู้ชายกองอยู่ มีบุหรี่กับไฟแช็คอยู่บนหัวเตียงและที่ปลายเตียงก็มีรองเท้าแตะของผู้ชายวางอยู่อีกด้วย
นอกจากลู่เป๋าเหยียนแล้วเธอนึกไม่ออกว่าของพวกนี้จะเป็ของใครได้อีก
ลู่เป๋าเหยียนทำสีหน้าแปลกๆก่อนเอ่ย“ของฉันเอง”
“นาย......”ูเี่อันได้ยินดังนั้นถึงมั่นใจ “หลังจากฉันออกไปนายย้ายมานอนห้องนี้จริงๆงั้นเหรอ?”
ต่อให้ปฏิเสธไปก็คงไม่มีความหมายลู่เป๋าเหยียนถอนหายใจ
“อยู่ห้องตัวเองฉันนอนไม่หลับ”
ูเี่อันคิดตามทุกคำที่เขาพูดออกมาสมองของเธอจินตนาการภาพของเขาตอนที่เธอไม่อยู่...
เขากลับมาตอนดึกและล้มตัวลงนอนอย่างเหนื่อยอ่อนเมื่อตื่นขึ้นมาในยามเช้าก็มองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นเคย ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอจากไปแล้ว
ในตอนนั้นเธออยู่ที่ตำบลเล็กๆอันแสนห่างไกลวุ่นอยู่กับการคลี่คลายคดี ทว่าทุกครั้งที่มีเวลาว่าง เธอเองก็มักจะคิดฟุ้งซ่านนั่งจ้องมองกำแพงสีขาวที่ว่างเปล่าอย่างเหม่อลอย
เราทั้งคู่ต่างผ่านวันเวลาอันยากลำบากมาเช่นเดียวกัน
ูเี่อันโถมตัวเข้าสู่อ้อมกอดของลู่เป๋าเหยียน
“ลู่เป๋าเหยียนต่อไปพวกเราอย่าทะเลาะกันอีกเลยนะ”
ลู่เป๋าเหยียนนิ่งเกร็งเล็กน้อยััที่ได้จากคนในอ้อมกอดคือเื่จริง หัวใจของเขาเหมือนมีอะไรกำลังผลิบานเขายกมือกอดตอบเธอเอาไว้แน่น “อืม”
“ถ้าเราเผลอทะเลาะกันขึ้นมาใครควรจะเป็คนขอโทษก่อนดี?” ูเี่อันถาม
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มมุมปาก“เื่นี้เธอเป็คนรับผิดชอบน่าจะดีกว่า”
“อย่ามาขี้โกงนะ!”ูเี่อันคิดเล็กน้อยก่อนพูดว่า “ผลัดกันคนละครั้งก็แล้วกัน!”
เธอกับลู่เป๋าเหยียนเป็คนค่อนข้างยึดหลักเหตุผลถ้าทะเลาะกันขึ้นมาจริงๆคงยากที่จะตัดสินว่าใครถูกใครผิด เพราะฉะนั้นหากถึงตาใครก็ยกให้เป็หน้าที่ของคนๆนั้นที่ต้องขอโทษคงจะดีที่สุด
ส่วนหน้าที่ของอีกคนน่ะเหรอก็แค่ยอมรับคำขอโทษและให้อภัยก็พอแล้วล่ะ
