เนี่ยเทียนไม่ได้ปิดบังอะไรอูจี้
เขาเล่าเื่การมาถึงของหัวมู่ บทสนทนาที่พูดคุยกัน รวมไปถึงเื่ของเกราะัเพลิงให้อูจี้ฟังทั้งหมด
“เื่ที่ประตู์เปิดขึ้น แม้แต่ข้าก็ยังไม่ได้ข่าวแม้แต่น้อย วังยมบาลเองก็ต้องอาศัยยอดฝีมือของอาณาจักรคุนหลัวถึงจะรู้ข่าว”
อูจี้ขมวดคิ้ว กล่าว “หัวมู่ผู้นั้นสามารถรู้ข่าวล่วงหน้า เกรงว่าภูมิหลังของเขาคงไม่ธรรมดา”
หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก็พูดขึ้นมาอีกว่า “ที่ล่ายอี้เอาเกราะัเพลิงมาที่อาณาจักรหลีเทียนก็เป็เพราะการจัดการของเขา ดูท่าหัวมู่ผู้นั้น...”
ประโยคหลัง อูจี้ไม่ได้พูดออกมา
หลังจากเนี่ยเทียนเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเทือกเขาชื่อเหยียนให้เขาฟังอย่างละเอียดก็รอคอยด้วยความใจเย็น รอการวิเคราะห์จากอูจี้ และรอฟังคำแนะนำของเขา
เขารู้ว่าอาจารย์ของเขาคนนี้ต้องจัดเตรียมแผนการที่ดีที่สุดเพื่อเขาอย่างแน่นอน
อูจี้เงียบงันคล้ายกำลังจัดระเบียบความคิดของตัวเอง เนิ่นนานหลังจากนั้นเขาถึงได้พูดขึ้นมาว่า “เ้าได้รับการยอมรับจากวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาชิ้นหนึ่งนั่นคือความโชคดีของเ้า แต่ตอนนี้ขอบเขตของเ้าต่ำต้อยเกินไป อีกทั้งวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาก็ไม่ใช่สิ่งของธรรมดา ดังนั้นจงจำไว้ว่าหากไม่ถึง่วิกฤตเป็ตายจริงๆ ห้ามเอาเกราะัเพลิงออกมาเด็ดขาด”
“เื่ที่เกราะัเพลิงอยู่ในมือเ้า ข้าเองก็จะพยายามช่วยเ้าปกปิดอย่างสุดความสามารถ หลีกเลี่ยงไม่ให้ข่าวเล็ดรอดไปถึงอาณาจักรอั้นิ แล้วนำพาปัญหาที่ใหญ่กว่าเดิมมาสู่ตัวเ้า”
เขาไม่ได้ขอเกราะัเพลิงมาจากเนี่ยเทียนเพื่อเอาไปตรวจสอบ แต่อธิบายความมหัศจรรย์ของวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาให้เนี่ยเทียนฟัง บอกกับเขาถึงวิธีการทำความคุ้นชินกับอาวุธประเภทนี้ ควรจะใช้เืลม พลังิญญาและจิติญญาไปเพิ่มความเชื่อมโยงกับวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาอย่างไร และเมื่อเขามีศักยภาพที่มากพอแล้วก็จะได้สำแดงอานุภาพที่แท้จริงของเกราะัเพลิงออกมา
เนี่ยเทียนรับฟังอย่างตั้งใจ จดจำคำพูดทุกประโยคของเขาไว้ขึ้นใจ
“เอาล่ะ เื่ของเกราะัเพลิงปล่อยไว้ชั่วคราวก่อน” หลังจากที่อูจี้อธิบายความรู้และความเข้าใจที่เขามีต่อวัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาให้เนี่ยเทียนฟังแล้วหนึ่งรอบก็กล่าวว่า “ประตู์จะเปิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน ในเมื่อเ้าได้รับกุญแจมาแล้ว ถึงเวลาเ้าก็เข้าไปประลองเถอะ แต่ข้ายังไม่ค่อยวางใจเท่าไหร่นัก เพราะผู้ที่เข้าไปในประตู์ไม่ได้มีเพียงขอบเขตท้าย์ ยังมีกลาง์และต้น์เข้าไปด้วย”
เขาขมวดคิ้วน้อยๆ สีหน้าค่อนข้างจริงจัง “ที่สำคัญที่สุดก็คือไม่ใช่แค่อาณาจักรหลีเทียน ผู้มีพร์ขอบเขตสาม์ของอีกแปดอาณาจักรที่เหลือก็จะเข้าไปในประตู์อีกสองบานด้วย คนเ่าั้ไม่เพียงแต่ขอบเขตสูงกว่า คาถาวิเศษ เคล็ดลับวิเศษ อาวุธวิเศษที่พวกเขาก็อาจจะประณีตล้ำเลิศและเหนือชั้นกว่า”
เขามองเนี่ยเทียนด้วยสายตาลึกล้ำ ถอนหายใจเบาๆ หนึ่งครั้ง “แม้ว่าเ้าเองก็มีพร์โดดเด่น ทว่าวันเวลาในการฝึกบำเพ็ญตบะของเ้าสั้นเกินไป ข้าเองก็นึกไม่ถึงว่าประตู์จะเปิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียน หากรู้ว่าเป็อย่างนี้ั้แ่แรก บางทีข้าควรจะพาเ้ากลับมาสำนักหลิงอวิ๋นั้แ่ตอนที่พบเ้าครั้งแรกแล้ว”
“ข้าปล่อยให้เ้าอยู่ในตระกูลเนี่ยต่อก็เพราะอยากจะดูสถานการณ์ด้านอื่นๆ นอกจากพร์ของเ้า”
“เพราะข้าอยากสังเกตการณ์เ้าอย่างละเอียดถึงได้ไม่รีบรับเ้ากลับเขา แล้วเ้าก็ไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ”
“เฮ้อ ประตู์เปิดขึ้นไม่ถูกเวลาเอาเสียเลย”
อูจี้ทอดถอนใจด้วยความปลงตก
แน่นอนว่าเขารู้ถึงความมหัศจรรย์ของประตู์ หากความสามารถและขอบเขตของเนี่ยเทียนมีมากพอ ด้วยศักยภาพของเขา ต่อให้ประตู์ไม่ได้เปิดขึ้นในอาณาจักรหลีเทียนก็ยังสามารถ่ชิงสิทธิ์จากแปดอาณาจักรมาให้เนี่ยเทียนได้เข้าไปด้านในนั้นอยู่ดี
ทว่าตอนนี้เนี่ยเทียนได้กุญแจประตู์มาครองด้วยตัวเอง แต่เขากลับกังวลใจไม่คลาย...
การประลองในโลกมายามรกต จากเค้ามากมายลางที่ส่อให้เห็น เขาจึงรู้ว่าสภาพจิตใจของเนี่ยเทียนพร้อมมากพอ น่าจะสามารถปรับตัวเข้ากับความโหดร้ายทารุณในประตู์ได้
แต่เขารู้สึกว่าความสามารถและขอบเขตของเนี่ยเทียนอ่อนด้อยไปนิด กลัวว่าหากเขาไปเจอกับผู้แข็งแกร่งขอบเขตกลาง์และต้น์ รวมไปถึงยอดฝีมือของอาณาจักรอื่นเข้าจะถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี
วิธีการสั่งสอนลูกศิษย์ของเขาไม่เหมือนคนอื่นๆ เขาจะไม่ช่วยดึงต้นกล้าเพื่อให้มันโตเร็วขึ้น ไม่อาศัยยาและพลังภายนอกเพื่อให้ลูกศิษย์เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็ว
แต่เขาจะสร้างรากฐานที่หนักแน่นมั่นคง หวังว่าลูกศิษย์จะอาศัยการตระหนักรู้ของพวกเขาฝ่าทะลุขั้นด้วยตัวเอง โดยมีเขาเป็ผู้ชักนำเล็กๆ น้อยๆ
ทว่าตอนนี้ประตู์กำลังจะเปิดขึ้น แต่เห็นได้ชัดว่าความสามารถและขอบเขตของเนี่ยเทียนไม่มากพอ อีกทั้งเขาก็ไม่อยากให้เนี่ยเทียนพลาดโอกาสที่หาได้ยากยิ่งเช่นนี้ไปด้วย ดังนั้นจิตใจจึงวุ่นวายอย่างมาก
“หรือว่าจะใช้... วิธีลัดบางอย่างดี?” อูจี้แอบครุ่นคิดอยู่กับตัวเอง
“ท่านอาจารย์ ท่านพบข้าั้แ่เมื่อไหร่หรือขอรับ?” เนี่ยเทียนถามอย่างใคร่รู้
อูจี้คืนสติมาจากการขบคิด เขายกมุมปากขึ้นเผยให้เห็นรอยยิ้มจางๆ “ตอนที่เ้าใช้แกนเืของเกราะัเพลิงไปดูดซับเอาพลังเปลวเพลิงในเหมืองแร่ ข้าก็ััได้ถึงการเคลื่อนไหวของปราณิญญาฟ้าดินที่ผิดปกติ และได้เห็นเ้าั้แ่ตอนนั้น มิฉะนั้นตอนทีู่เาเหมืองแร่นั่นถล่มลงมา เ้าและท่านป้าของเ้าก็ต้องตายอยู่ในนั้นไปแล้ว”
“ขอบคุณท่านอาจารย์มากขอรับที่รักและเมตตา!” เนี่ยเทียนเข้าใจได้อย่างฉับพลัน
ปีนั้นตอนที่เขาและเนี่ยเฉี่ยนอยู่ในถ้ำเหมืองแร่แล้วใช้กระดูกสัตว์ดูดซับพลังเปลวเพลิงมา ทำใหู้เาสั่นคลอนอย่างรุนแรง ก้อนหินบนเพดานถ้ำที่เขาอยู่ร่วงหล่นลงมาก้อนแล้วก้อนเล่า แต่กลับกระจัดกระจายออกไปอยู่รอบนอกอย่างน่าแปลกใจ ไม่มีสักก้อนที่กระทบโดนตัวเขาและเนี่ยเฉี่ยน
หลังจากนั้นตอนที่พวกเขาหนี หินที่ร่วงลงมาปิดกั้นเส้นทางก็ได้แตกกระจายออกไปทีละก้อน ทำให้พวกเขาหนีรอดมาได้อย่างราบรื่น
ตอนนั้นเนี่ยเฉี่ยนเข้าใจไปว่าทั้งหมดนี้ล้วนมาจากการปกป้องคุ้มครองของบรรพบุรุษตระกูลเนี่ย บอกว่าบรรพบุรุษเฝ้าปกปักษ์รักษาพวกเขา
แม้ตอนนั้นเขาจะไม่เชื่อ แต่ก็รู้สึกว่าความมหัศจรรย์มากมายที่เกิดขึ้นช่างไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย ทำให้เขาเกิดความคลางแคลงว่าน่าจะมีิญญาเทพเ้าคอยปกป้องอย่างลับๆ จริงๆ
จนกระทั่งวันนี้เขาถึงได้เข้าใจว่า ที่แท้ิญญาเทพเ้าที่ปกป้องเขานั้นก็คือผู้เฒ่าที่อยู่เบื้องหน้าเขาคนนี้นี่เอง
“ท่านอาจารย์ แกนเืนั่นยังมีความลับอีกอย่างหนึ่ง ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าอยู่ในตระกูลเนี่ย เคยอาศัยแกนเืนั่นเข้าไปยังโลกลึกลับแห่งหนึ่ง ข้า...”
เมื่อตระหนักได้ว่าอูจี้คอยปกป้องเขาอยู่ลับๆ รู้ว่าอูจี้ดีกับเขา เขาจึงคิดจะเปิดเผยความลับที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตัวเองให้อูจี้รู้
และเวลานี้เอง เขาก็นึกถึงคำพูดที่เนี่ยตงไห่บอกกับเขาว่าห้ามบอกเื่กระดูกสัตว์พาไปยังดินแดนลึกลับให้ใครรู้
แม้แต่เนี่ยตงไห่เองก็ไม่ได้สอบถามรายละเอียดของเื่นี้ เพราะกลัวว่าหากวันใดเกิดเื่กับตัวเอง ถูกคนอื่นจับตัวไป จะถูกขโมยความลับนั้นผ่านตัวเขา
“ไม่ต้องพูด” ทว่าขณะที่เขาพยายามจะอธิบาย อูจี้กลับโบกมือ ห้ามไม่ให้เขาพูดต่อ
เนี่ยเทียนเผยความประหลาดใจออกมาทางสีหน้า
“ข้ารู้” อูจี้พูดด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“ท่านรู้?” เนี่ยเทียนตะลึง
“ตอนที่ตระกูลเนี่ยมีคลื่นแห่งมิติผิดปกติเกิดขึ้น ข้าก็รู้แล้วว่าเ้าเป็คนชักนำมันมา เพราะตอนนั้นที่เ้าใช้กระดูกสัตว์ดูดซับเอาพลังเปลวเพลิงทั้งหมดในเหมืองแร่ ข้าก็มองออกแล้วว่าของสิ่งนั้นไม่ธรรมดา” อูจี้พยักหน้า “อยู่ๆ เ้าก็หายตัวไปหลายวัน ข้าพยายามตามหาเ้า พบว่าตลอดทั้งอาณาจักรหลีเทียนล้วนไม่มีปราณของเ้าดำรงอยู่ แน่นอนว่าข้าย่อมรู้ว่าเ้าไปได้ยังสถานที่ที่พิเศษบางแห่ง”
“ท่านอาจารย์ ท่าน... สามารถตามหาปราณข้าได้ทั่วอาณาจักรหลีเทียนเลยหรือ?” เนี่ยเทียนถามด้วยความอึ้ง
“ได้สิ เพียงแต่ว่าต้องใช้พลังกายเยอะมาก” อูจี้ตอบรับเขาก่อน จากนั้นถึงได้พูดว่า “ข้ารู้ว่าเ้าได้รับผลพวงบางอย่างมาจากที่นั่น ในเมื่อตอนนี้เ้าได้เกราะัเพลิงที่สมบูรณ์แบบมาครองแล้ว วัตถุล้ำค่าเชื่อมโยงิญญาชิ้นนั้นเองก็ได้ดูดซับเอาเส้นผลึกเพลิงพิภพมาฟื้นพลังตัวเอง”
“ถ้าเช่นนั้นข้ารู้สึกว่าจากนี้เ้าสามารถทดลองหาวิธีไปยังดินแดนลึกลับนั่นดูอีกครั้ง”
“เ้าวางใจได้ อยู่ที่นี่เ้าสามารถใช้เกราะัเพลิงได้ตามใจชอบ จะไม่มีใครััได้ถึงคลื่นแห่งมิติที่ผิดปกติ”
“ส่วนข้าก็จำเป็ต้องคิดอย่างละเอียดว่าก่อนหน้าที่เ้าจะเข้าไปในประตู์ ควรจะทำอย่างไรถึงจะสามารถช่วยเ้าได้ และไม่เป็การสิ้นเปลืองพลังแฝงของเ้ามากเกินไป”
“วันนี้เอาตามนี้ก่อนก็แล้วกัน”
อูจี้โบกมือ จงใจไม่ถามถึงเื่ความอัศจรรย์ของดินแดนลึกลับแห่งนั้น แต่ให้เนี่ยเทียนกลับไปที่ห้องก่อน ให้เขาทดลองศึกษาเกราะัเพลิงด้วยตัวเอง ดูว่าจะสามารถกลับไปยังดินแดนลึกลับนั่นได้อีกครั้งหรือไม่
เนี่ยเทียนลุกขึ้นอย่างว่าง่าย กลับเข้าไปในห้องของตัวเอง หลังจากครุ่นคิดดูแล้วเขาก็เอาเกราะัเพลิงออกมาจากกำไลเก็บของ
“ฟู่ว!”
เปลวเพลิงเส้นหนึ่งเปล่งวาบ เกราะัเพลิงร่วงลงบนพื้นหินเงียบๆ ปลดปล่อยม่านแสงสีแดงเข้มออกมา
เขายื่นมือออกไปวางลงบนแกนเืที่อยู่ตรงตำแหน่งหน้าอกของเกราะัเพลิง ใช้จิตสำนึกของจิติญญาตัวเองทดลองสื่อสารกับิญญาวัตถุที่อยู่ด้านใน แสดงความคิดของตัวเองให้มันรับรู้
เขาบอกว่า้าไปที่ดินแดนลึกลับนั่นอีกครั้ง
“ฟู่วๆ!”
เปลวไฟของเกราะัเพลิงพลันสาดกระจายไปทั่ว กลายมาเป็เหมือนดวงอาทิตย์ที่มีไฟลุกโหมอีกครั้ง คลื่นมิติน่าพิศวงระลอกหนึ่งแผ่ซ่านออกมาจากห้องเล็กๆ แห่งนั้น
นาทีถัดมา เกราะัเพลิงก็คล้ายเปลี่ยนมาเป็ประตูหนึ่งบานที่ฮุบกลืนทุกอย่างเข้าไปด้านใน
-----
