ทันใดนั้น เสียงอื้ออึงจากฝูงชนก็ดังขึ้น ผู้คนมากมายต่างมุ่งหน้าไปยังสนามประลองดาบที่อยู่ด้านหน้าอย่างบ้าคลั่ง สถานการณ์แบบนี้เหมือนกับเหตุการณ์ในทีวี ที่พวกคนคลั่งไคล้ดาราคอยวิ่งไล่ตามดาราอย่างบ้าคลั่งไม่มีผิด หลายคนถูกเหยียบจนรองเท้าหลุด ขนาดพวกขอทานยังต้องหลีกทางให้ แต่สุดท้าย เสื้อผ้าของพวกเขาก็ถูกคนเกี่ยวจนล้มลงไปกองกับพื้น มิหนำซ้ำพอล้มลงก็มีคนมาเหยียบซ้ำจนเกือบตาย เป็เหตุการณ์ที่วุ่นวายสุดๆ
“ไปดูกันเถอะ ใครกันนะที่กล้าใช้คำว่าเทพธิดาอันดับหนึ่ง ทั้งๆ ที่มันชัดเจนอยู่แล้วว่า เทพธิดาอันดับหนึ่งก็คือแองเจล่าของข้า” ซุนเฟยกุมมือแองเจล่าแน่น ก่อนที่จะปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามออกมา จนคนอื่นไม่กล้าเบียดเข้ามาใกล้ จากนั้นซุนเฟยก็หันหน้ามาหยอกเย้าคู่หมั้นคนงามของตัวเองอย่างเบิกบานใจ
ทั้งสองคนเดินตามฝูงชนที่อยู่ตรงหน้าไป ไม่ช้า พวกเขาก็มาถึงสนามประลองดาบหมายเลขสิบสี่ด้วยความราบรื่น
รอบๆ สนามประลองดาบเต็มไปด้วยผู้คนล้นหลามที่เบียดเสียดกันอย่างเนืองแน่น ดูจากสภาพแล้วคงมีมากกว่าสี่พันคนอย่างแน่นอน จำนวนผู้เข้าชมการแข่งขันของที่นี่มีมากกว่าคนที่เข้าไปดูการแข่งขันของเมืองแซมบอร์ดหรืออาณาจักรบริวารระดับหนึ่งบางแห่งหลายเท่า ถ้าเขามองไม่ผิด มีหนุ่มสาวบางคนถือของขวัญหรือไม่ก็ดอกไม้น่ารักๆ เป็จำนวนมาก อีกทั้งในฝูงชนยังมีเสียงะโร้องเรียกชื่อซินดี้ดังก้องอย่างไม่ขาดสาย
ซุนเฟยปลดปล่อยพลังเพิ่มอีกเล็กน้อย เพื่อกดดันให้ฝูงชนที่อยู่รอบๆ หลีกทาง เขาไม่อยากให้แองเจล่าต้องโดนผู้คนเบียดเสียด
การแข่งขันยังไม่ได้เริ่มต้นอย่างเป็ทางการ เทพธิดาอะไรนั่นจึงยังไม่ขึ้นมาบนสนามประลองดาบ บรรยากาศของผู้ชมคึกคักเป็อย่างมาก จากเสียงวิพากษ์วิจารณ์ที่ดังอยู่รอบตัวทำให้ซุนเฟยรู้ว่าอาณาจักรปู้หลันเป็อาณาจักรบริวารระดับสาม ภายใต้การปกครองของราชอาณาจักรเซนิท ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้เป็ที่สนใจของผู้คนเท่าไรนัก แต่ใครจะไปรู้ว่า จากการแข่งขันในรอบเมื่อวาน อาณาจักรปู้หลันจะสามารถโค่นอาณาจักรบริวารระดับสองที่แข็งแกร่งแห่งหนึ่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ ตอนแรกที่องค์หญิงซินดี้ก้าวขึ้นมาบนสนามประลองดาบ พวกเขายังนึกดูแคลนว่าแค่สตรีนางหนึ่งจะทำอะไรได้? แต่เพียงไม่กี่กระบวนท่า องค์หญิงซินดี้ก็สามารถสังหารยอดฝีมืออันดับหนึ่งของอาณาจักรบริวารระดับสองได้ เื่นี้ทำให้ผู้ชมพากันตื่นตระหนกเป็อย่างมาก
ประจวบเหมาะกับวณิพกอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักร มาเตรัซซี่ผ่านมาเห็นฉากการต่อสู้ของนางเข้า จึงหลุดปากเปรยออกมาว่า นางจะสามารถคว้าอันดับที่สามจากสิบอันดับแรกของการแข่งขันจัดอันดับยอดฝีมือมา
ด้วยวาจาที่มีค่าดั่งทองคำของมาเตรัซซี่ ทำให้องค์หญิงซินดี้จากอาณาจักรปู้หลันกลายเป็คนที่มีชื่อเสียงขึ้นมาทันที และยังถูกขนานนามว่าเป็ 'เทพธิดาอันดับหนึ่ง' ของอาณาจักรบริวารอีกด้วย บวกกับรูปโฉมอันงดงามที่ไม่เป็รองใคร ทำให้นางกลายเป็เทพธิดาในฝันของชายหนุ่ม ความนิยมของนางพุ่งทะยานระฟ้า ภายในเวลาสั้นๆ ชื่อเสียงของนางก็เหนือกว่าสองตำนานของอาณาจักรบริวารอย่าง 'หนึ่งดาบ' ผู้เงียบขรึมและาาแซมบอร์ดผู้ไร้พ่ายเสียอีก และมีแนวโน้มว่าจะได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ
“มาเตรัซซี่บอกว่า นางจะคว้าอันดับที่สามจากสิบอันดับแรกของการแข่งขันจัดอันดับยอดฝีมือมางั้นหรือ?”
พอซุนเฟยได้ยินประโยคนี้ก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
ในวันที่เขาประลองฝีมือกับอัศวินผู้ตัดสินลำดับที่เจ็ด มาเตรัซซี่ก็มาปรากฏตัวเป็ผู้ตัดสินให้กับเขา แม้ว่าวณิพกคนนี้จะไม่ได้เเสดงพลังของตัวเองออกมา แต่ซุนเฟยก็รู้สึกได้ว่าชายคนนี้เป็คนที่แข็งแกร่งมากคนหนึ่ง อีกทั้งการที่ได้รับสมญานามว่าเป็ ‘วณิพกอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักร’ ความสามารถในการดูคนก็ย่อมไม่ผิดพลาด ในเมื่อมาเตรัซซี่ยืนยันแบบนั้น แสดงว่าความแข็งแกร่งขององค์หญิงจากอาณาจักรปู้หลันคนนี้จะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ซุนเฟยเริ่มรู้สึกสนใจนักรบสาวคนนี้ขึ้นมาเสียแล้ว
ไม่นานการแข่งขันก็เริ่มต้นขึ้น ่แรกของการแข่งขันทางอาณาจักรปู้หลันได้ส่งนักรบชายขึ้นมาประลอง จากการแข่งขันห้ารอบ อาณาจักรปู้หลันสามารถเอาชนะไปได้สองครั้งและแพ้สามครั้ง ผลการต่อสู้ของพวกเขาไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไรนัก ในขณะที่ซุนเฟยเริ่มรู้สึกหมดความอดทน ทันใดนั้นก็มีเงาสีแดงเพลิงทะยานขึ้นมาบนสนามประลองดาบ
เทพธิดาอันดับหนึ่ง ซินดี้
ผิวขาวราวหิมะ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดั่งเทพธิดานักรบสาว คิ้วเรียวแหลมดุจคมมีดกรีดใจเหล่าบุรุษ และดวงตาดอกท้อที่แวววาวคู่นั้น ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมพวกชายหนุ่มถึงได้พากันคลั่งไคล้นางนัก
บนร่างของนางสวมเพียงเกราะเวทสีแดงเพลิงที่ห่อหุ้มตรงส่วนหน้าอกและบริเวณไหล่ ่เอวของนางเปลือยเปล่า ทำให้ทุกคนมองเห็นเอวบางขาวนวลชวนใจสั่นสะท้านได้อย่างชัดเจน อีกทั้งเกราะกระโปรงสีแดงเพลิงก็ยาวคลอบคลุมเพียงต้นขา จึงเผยให้เห็นขาเรียวขาวลออราวกับหยกไขมันแกะ ตรงหัวเข่า ข้อเท้าและเท้าเล็กๆ ทั้งคู่ของนางถูกห่อหุ้มด้วยรองเท้าบูทที่ลงอักขระเวทมนตร์ธาตุไฟเอาไว้ ผมสีแดงเพลิงถูกรวบมัดไว้ด้านหลังด้วยริบบิ้นสีขาว มีปรอยผมไม่กี่เส้นที่ถูกปล่อยลงมาปรกใบหน้าอันสวยงามของนาง ในมือถือคทาเวทมนตร์สีแดงที่ยาวประมาณหนึ่งเมตรสี่สิบห้าเิเ ฝังอัญมณีสีแดงขนาดเท่าดวงตาัที่ทอแสงประกายระยิบระยับ
ที่แท้ก็เป็นักเวท!
ซุนเฟยพูดไม่ออก นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเห็นนักเวทขึ้นสนามประลองดาบ!
ที่ผ่านมา ถึงแม้นักเวทจะเป็หนึ่งในอาชีพที่โดดเด่นที่สุดของแผ่นดินอาเซรอท แต่เมื่อเทียบกับอาชีพนักรบแล้ว นักเวทค่อนข้างจะหายากกว่า เพราะการจะเป็นักเวทได้นั้น ต้องใช้ทรัพย์สมบัติและทรัพยากรจำนวนมหาศาลในการเพาะบ่มและฝึกฝน ดังนั้น อาชีพนักเวทจึงถูกเรียกขานอีกชื่อหนึ่งว่าอาชีพชนชั้นสูง ค่าใช้จ่ายของเหล่านักเวทนั้นสูงกว่าการจัดหาศัสตราวุธให้กับเหล่าทหารม้าแบบครบชุดหลายเท่านัก ด้วยเหตุนี้จึงมีนักเวทเพียงไม่กี่คนที่เข้าร่วมการแข่งขัน คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอาณาจักรปู้หลันที่เป็อาณาจักรบริวารระดับสามจะฝึกฝนนักเวทที่ทรงพลังเช่นนี้ขึ้นมาได้!
ชุดเกราะเวทมนตร์ที่สวมบนร่างของสาวงามคนนั้น เห็นได้ชัดว่าเป็ชุดเกราะเวทมนตร์ที่แข็งแกร่งมาก เปลวเพลิงเวทมนตร์สีแดงที่หมุนวนรอบตัวเป็วงกลม สามารถปิดกั้นประสาทััคนเถื่อนเลเวล 54 ของซุนเฟยได้อย่างง่ายดาย ทำให้ซุนเฟยไม่อาจมองเห็นพลังที่แท้จริงของนางได้
เป็คู่ต่อสู้ที่น่าจับตามองจริงๆ
บนสนามประลองดาบ คล้ายกับว่านางรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง ซินดี้หันหน้ามากวาดสายตามองฝูงชนในทันที ดวงตาคู่สวยปรากฏแสงสีแดงจางๆ ขึ้นมา นี่เป็ทักษะการตรวจสอบเวทมนตร์ระดับสูง แสงสีแดงผ่านร่างของซุนเฟยไป เวทมนตร์ตรวจจับที่แข็งแกร่งนี้เหมือนคลื่นเสียงที่แผ่ออกไปเป็วงกว้าง ทั้งๆ ที่ตรวจไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่ไม่รู้ว่าทำไมองค์หญิงนักเวทคนนี้กลับไม่เชื่อ อีกทั้งยังรู้สึกสงสัยเล็กน้อย แต่เมื่อลองตรวจจับอีกทีก็ไม่พบอะไรอีกเช่นเคย จนนางคิดว่าประสาทหลอนไปเอง
ซุนเฟยลอบแสยะยิ้มออกมาภายใต้ฮู้ด
อาศัยพลังแค่นั้นจะมาตรวจสอบพลังของคนเถื่อน? มีเพียงยอดฝีมือลึกลับท่านนั้นถึงจะสามารถทำได้ อีกอย่าง พลังของตัวละครทั้งเจ็ดของโลก Diablo กับพลังของโลกแห่งความเป็จริงนั้นไม่เหมือนกัน ไม่มีความผันผวนของคลื่นพลังหรือเวทมนตร์ใดๆ ดังนั้น พลังของตัวละครทั้งเจ็ดจึงไม่ใช่สิ่งที่ยอดฝีมือของโลกนี้จะเข้าใจได้
ซุนเฟยไม่คิดที่จะดูต่อ เขาจูงมือแองเจล่าออกจากสนามประลองดาบหมายเลขสิบสี่อย่างรวดเร็ว
ตอนนี้ซุนเฟยเริ่มแน่ใจแล้วว่าสิ่งที่มาเตรัซซี่ วณิพกอันดับหนึ่งแห่งราชอาณาจักรกล่าวออกมานั้นไม่ผิดไปจากที่พูดจริงๆ องค์หญิงนักเวทแห่งอาณาจักรปู้หลันคนนี้คู่ควรกับคำว่าเทพธิดาอันดับหนึ่ง และด้วยความแข็งแกร่งของนาง ไม่แน่ว่าอาจจะคว้าอันดับที่สามจากสิบอันดับแรกของการแข่งขันจัดอันดับยอดฝีมือมาครองไว้ได้ การแข่งขันจัดอันดับในเขตานี้ ไม่มีใครเป็คู่ต่อกรกับนางได้เลย
“คิดไม่ถึงจริงๆ ว่า แค่ออกมาเดินเล่นกับแองเจล่าจะพบยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ ดูเหมือนว่าการแข่งขันซ้อมรบจะไม่น่าเบื่ออย่างที่คิดไว้แล้วสิ”
ซุนเฟยเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมา
พวกเขายังคงเดินวนไปดูการต่อสู้ตามเขตาอื่นๆ จนกระทั่งพระอาทิตย์ลอยขึ้นมาอยู่ที่เหนือหัว ทั้งสองคนจึงตัดสินใจเข้าไปนั่งทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งมีบรรยากาศอันเงียบสงบ
นั่งลงยังไม่ทันไร ทันใดนั้นก็มีเสียงเป่าแตรดังะเืขึ้นมาพร้อมกัน เสียงแตรเหล่านี้ดังมาจากค่ายทหารชั่วคราวของสิบกองกำลังหลักแห่งราชอาณาจักรอย่าง 'ความเกรี้ยวกราดของเทพอัคนี แส้เทพอัสนี กองกำลังพายุหิมะ' และ 'กองกำลังต้นไม้ั์' ที่ตั้งของค่ายห่างจากค่ายทหารบริวารไปสามสี่ลี้ (หนึ่งกิโลเมตรห้าร้อยเมตร) เสียงแตรดังก้องไปทั่วค่ายทหารอาณาจักรบริวารประหนึ่งสายฟ้าที่ถล่มลงมา ไม่มีใครคนไหนที่จะไม่ได้ยิน
“เสียงแตรนี่มัน...” ซุนเฟยถึงกับหน้าเปลี่ยนสี “นี่มันสัญญาณเตือนเพื่อให้ทำการรบอย่างเต็มรูปแบบ เกิดอะไรขึ้น? จู่ๆ ก็มีเสียงแตรแบบนี้ดังขึ้น หรือว่า…หรือว่า สถานการณ์การรบระหว่างราชอาณาจักรกับราชอาณาจักรสปาร์ตากุสแถบชายแดนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้น?”
เสียงแตรยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศเคร่งเครียดเริ่มปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวงและค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
ซุนเฟยไม่มีอารมณ์จะมาดื่มด่ำกับอาหารรสเลิศใดๆ เขากับแองเจล่าเร่งทานอาหารให้เสร็จ แล้วตรงกลับไปยังค่ายทหารของเมืองแซมบอร์ด
หลังจากเที่ยงวันผ่านพ้นไป ก็มีข่าวลือที่น่าใแพร่สะพัดไปทั่วค่ายทหารอาณาจักรบริวาร
หลังจากครึ่งเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์รบที่ชายแดนนับวันยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็เลวร้ายขึ้นมาในทันใด เมื่อกองทัพจากราชอาณาจักรสปาร์ตากุสบุกยึดเมืองเรเซอร์ เมืองชายแดนทางตอนใต้ของเซนิทใน่หัวค่ำ ทหารจำนวนสองหมื่นนายของ 'กองกำลังหิมะรัตติกาล' หนึ่งในสิบของกองกำลังหลักแห่งราชอาณาจักรถูกทำลายล้าง ไม่เหลือสักชีวิตเดียว และที่แย่ไปกว่านั้นคือ ผู้บัญชาการลำดับที่สอง ท่านเชมเบอร์เลน บุรุษผู้มีคุณธรรมและเป็ที่นับหน้าถือตา แต่หลังจากเมืองเรเซอร์ถูกตีแตก ท่านเชมเบอร์เลนก็รู้สึกอับอายขึ้นมา ราวกับว่าตัวเองทำลายความไว้เนื้อเชื่อใจที่องค์จักรพรรดิมอบให้ เขาจึงยินดีที่จะสู้ไม่ถอย แต่สุดท้ายเมืองเรเซอร์ก็ถูกกองทัพนับหมื่นของราชอาณาจักรสปาร์ตากุสเข้ายึด ชีวิตของผู้คนในเมืองเป็ตายร้ายดีอย่างไรยากที่จะหยั่งรู้ได้
ตลอดคืนนั้น ราชอาณาจักรสปาร์ตากุสได้บุกโจมตีแนวรบชายแดนทางตอนใต้ทั้งหมดของราชอาณาจักร ทหารพร้อมอาวุธครบมือจำนวนหกหมื่นนายเร่งรุดไปข้างหน้ากว่าสามร้อยลี้ เพื่อเข้ายึดเมืองใหญ่ทางชายแดนตอนใต้อีกสามเมือง อันได้แก่เมืองวลาดิลอสตอค เมืองหงและเมืองไห่ซื่อวาน ระบบการปกครองทั้งสามเมืองถูกทำลาย ชนชั้นสูงของราชอาณาจักรกับเหล่าขุนนางนับหมื่นถูกฆ่าล้างบาง ไฟาเริ่มขยายเป็วงกว้าง ปกคลุมทั่วราชอาณาจักร ทหารแตกทัพจำนวนนับไม่ถ้วนพากันอพยพเข้ามาที่เมืองหลวง ตลอดเส้นทางไม่มีภัยธรรมชาติใดๆ หรือแม้แต่จุดยุทธศาสตร์ที่จะต่อต้านข้าศึกได้ กองทัพกำลังวุ่นวาย ออกคำสั่งแต่ละครั้งไม่เหมือนกัน ทำให้การตอบสนองเป็ไปอย่างเชื่องช้า ราชอาณาจักรสปาร์ตากุสเปรียบเสมือนแท่งโลหะร้อนๆ ที่เสียบเข้าไปในเนยแข็ง พวกเขาโจมตีและเข้ายึดพื้นที่ส่วนใหญ่ของราชอาณาจักรเซนิทอย่างช้าๆ
สำหรับราชอาณาจักรเซนิทแล้ว สถานการณ์ชักจะเลวร้ายลงเรื่อยๆ
หากยังเป็แบบนี้ต่อไป อีกไม่นาน กองทัพของราชอาณาจักรสปาร์ตากุสจะยกพลเดินทางกว่าสามร้อยลี้ เข้าประชิดที่เมืองหลวงเป็แน่!
ข่าวที่แนวหน้าปราชัยแพร่สะพัดไปทั่วราชอาณาจักรประหนึ่งไฟลามทุ่ง
------------------------------
