เป็หลี่จั่งที่เอ่ยถามอย่างสุภาพ “แม่เ้าอยู่บ้านหรือไม่?”
“ท่านแม่พาม้าไปกินหญ้า ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อไร หากท่านลุงรองมีอะไรก็ฝากข้าบอกได้เ้าค่ะ” สิ้นเสียง หลี่อันหรานก็พาพวกเขาเข้ามายังจุดที่นางนั่งดื่มชาเมื่อครู่
เหอชุนฮวาเห็นใบชาใหม่กับกาน้ำชาทรายสีม่วงบนโต๊ะ ความอิจฉาพลันผุดขึ้นกลางใจ แต่นางพูดอะไรมากไม่ได้เพราะวันนี้มาด้วยธุระ
“เ้ารู้เื่ที่ป้าสะใภ้รองทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดหรือไม่?” หลี่จั่งเอ่ยขึ้นก่อน เพราะถึงอย่างไรเขาก็เป็ผู้าุโ
หลี่อันหรานปฏิบัติต่อเขาด้วยความสุภาพนอบน้อมเช่นกัน “ข้าทราบเ้าค่ะ ท่านลุงรอง”
หลี่จั่งไม่รู้ว่าจะพูดเื่ต่อจากนี้อย่างไรดี เขาเป็ผู้าุโแต่กลับต้องมาพูดเื่นี้กับผู้น้อย มันช่างน่าลำบากใจนัก
เขาจึงหันไปมองเหอชุนฮวาที่อยู่ด้านหลัง “เ้าเป็คนทำเื่นี้ มาพูดเองเถอะ”
ทว่าเหอชุนฮวากลับเบ้ปาก ไม่ยอมปริปากแต่อย่างใด
หลี่อันหรานมองไปยังเหอชุนฮวา ภายในใจเข้าใจทุกอย่างแล้วแต่ต้องทำเป็เหมือนไม่เข้าใจ “ป้าสะใภ้รองมีอะไรจะพูดกับข้าหรือเ้าคะ?”
เหอชุนฮวากัดฟันแน่น นางยังคงไม่ยอมพูด
หลี่จั่งอดตำหนิเสียงแข็งไม่ได้ “เ้ากระทำลงไปเองแท้ๆ เหตุใดจึงไม่กล้ายอมรับ คิดดูเถิดว่าหากคนเ่าั้ไม่ดีขึ้นตัวเ้าเองจะต้องโดนอะไร ครอบครัวของเราจะเป็อย่างไร”
เหอชุนฮวาฟังแล้วค่อยยอมกัดฟันพูดอย่างหน้าหนาว่า “ข้าเป็คนขโมยสูตรน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของพวกเ้าเอง” พูดจบแล้วก็กลอกตาใส่หลี่อันหรานอย่างไม่แยแส
หลี่อันหรานเกือบหลุดหัวเราะแต่จำต้องกลั้นไว้ นางลุกขึ้นแล้วแสร้งทำเป็โมโหทันที “ป้าสะใภ้รองขโมยไปจริงหรือ ท่านทำเื่เช่นนี้ออกมาได้อย่างไรเ้าคะ?”
หลี่อันหรานที่รู้ทุกอย่างอยู่ก่อนแล้วต้องมาแสดงละคร ความรู้สึกที่ต้องกลั้นหัวเราะนี่ช่างทรมานไม่น้อย
“แล้วอย่างไร? ข้าเอาไปแล้วอย่างไร เดิมทีสูตรก็เป็ของสกุลหลี่”
หลี่อันหรานมีสีหน้าไม่พอใจทันที “ท่านย่าก็อธิบายกับท่านชัดเจนแล้วว่าสูตรนั่นไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆ กับสกุลหลี่ ข้าเป็ผู้คิดค้นทุกอย่างด้วยตัวเอง นึกไม่ถึงว่าป้าสะใภ้รองจะกระทำเื่เช่นนี้ออกมาได้”
เหอชุนฮวากลอกตามองบนใส่นาง หลี่จั่งพลันลุกขึ้นพูดว่า “เื่นี้ป้าสะใภ้รองของเ้าทำไม่ถูก นางยอมรับผิดแล้ว”
ตอนนั้นเองที่หลี่อันหรานเริ่มเล่นบทแม่พระ “ในเมื่อท่านลุงรองกับป้าสะใภ้รองมายอมรับเื่นี้ด้วยตัวเอง เช่นนั้นข้าก็จะไม่ถือสาหาความกับเื่นี้เ้าค่ะ หวังว่าป้าสะใภ้รองจะช่วยคืนสูตรมาด้วย”
สิ้นเสียงของนาง เหอชุนฮวาพลันนำสูตรปลอมจากในแขนเสื้อออกมาขว้างใส่อย่างแรง “เอาไป สูตรเน่าๆ คิดว่าข้าอยากได้นักหรือ”
หลี่อันหรานเลิกเปลือกตาขึ้นมองอีกฝ่ายอย่างเย็นเยียบ นางแค่นเสียงเย็นแล้วย่อตัวไปเก็บสูตรแผ่นนั้น “ในเมื่อนำสูตรมาคืนให้แล้ว เช่นนั้นก็ขอให้เื่ราวจบลงเพียงเท่านี้ ข้าเองก็จะไม่ถือสาหาความอีก หากไม่มีอะไรแล้วเช่นนั้นเชิญท่านลุงรองกับป้าสะใภ้รองกลับไปเถิดเ้าค่ะ”
นางเอ่ยปากไล่แขกแล้วจะเตรียมตัวไปทำมื้อเที่ยงให้หลี่อันอันกับตัวเอง
เหอชุนฮวาเห็นดังนี้ก็ร้อนใจ นางทั้งดึงแขนเสื้อ ทั้งส่งสายตาให้หลี่จั่งรีบออกหน้าให้
หลี่อันหรานกำลังจะก้าวเท้าเข้าห้องครัว หลี่จั่งก็ไล่ตามมาแล้ว “ยังมีอีกเื่หนึ่ง เป็เื่ที่เ้าต้องให้คำตอบได้แน่”
หลี่อันหรานหยุดฝีเท้าทันที สีหน้าของนางบึ้งตึง คำพูดเมื่อครู่ของเหอชุนฮวาทำให้นางโมโห นางไม่อยากญาติดีกับพวกเขาแม้แต่น้อย แต่เื่นี้ยังไม่คลี่คลาย นางอยากเห็นเหมือนกันว่าสองคนนี้จะทำอะไรอีก
นางค่อยๆ หันตัวกลับมามองหลี่จั่ง “ท่านลุงรองยังมีเื่อะไรอีกหรือเ้าคะ?”
“ป้าสะใภ้รองของเ้าทำน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดตามสูตร ทว่ากินแล้วกลับมีอาการปวดท้องและถ่ายท้องอย่างรุนแรง เกรงว่าจะมีสาเหตุมาจากบางอย่าง เ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด?” เขาพูดแล้วหันไปกวักมือให้เหอชุนฮวาตามมา
รอจนนางเดินมาแล้วจึงค่อยพูดต่อ “เ้ารีบบอกมาว่าใส่อะไรไปบ้าง”
เหอชุนฮวากำลังจะตอบแต่ถูกหลี่อันหรานตัดบทเสียก่อน “ข้าว่าพวกท่านอย่าคุยเื่นี้กับข้าจะดีกว่า ข้าไม่รู้อะไรทั้งนั้น”
เหอชุนฮวาถลึงตาพูดเสียงสูง “สูตรก็เป็สูตรของเ้า เ้าจะไม่รู้ได้อย่างไร เ้ารู้หรือไม่ว่ากินแล้วถ่ายท้องอย่างหนัก สูตรของเ้ามันมีพิษชัดๆ”
หลี่อันหรานหน้าบึ้งอีกครั้ง นางมองเหอชุนฮวาด้วยความขุ่นเคือง สตรีนางนี้คือตัวอย่างของคำว่าไม่เห็นโลงศพไม่หลั่งน้ำตาโดยแท้ เดิมทีนางคิดเพียงแต่จะสั่งสอนบทเรียนให้พวกเขา แต่ดูจากตอนนี้แล้วสงสัยต้องทำให้หลาบจำ
“สูตรเป็ของข้าก็จริง แต่ท่านเป็ผู้ทำมันออกมา ข้าไม่เห็นสักหน่อยว่าท่านทำอย่างไร ไม่รู้ว่าท่านใส่อะไรบ้าง ของที่ข้าใส่ลงไปไม่มีทางมีปัญหาเด็ดขาด เกรงว่าท่านคงเพิ่มอะไรเข้าไปด้วย”
นางหรี่ตาลงเล็กน้อย ไม่ยอมจำนนแม้แต่นิดเดียว
หลี่จั่งหันไปมองเหอชุนฮวาเช่นกัน
เหอชุนฮวาปฏิเสธโดยพลัน “ไม่มี ข้าทำตามสูตรทุกขั้นตอน ไม่ได้เพิ่มอะไรเข้าไปทั้งนั้น ปัญหาต้องอยู่ที่สูตรเป็แน่”
หลี่อันหรานยิ้มเยาะ นางก้าวลงจากบันไดไปหาเหอชุนฮวา “ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามป้าสะใภ้รอง หากท่านทำทุกอย่างตามสูตรจริง เช่นนั้นเหตุใดของที่ข้าทำออกมาจึงไม่มีปัญหา มีแต่ของท่านที่มีปัญหา?”
เหอชุนฮวาไม่รู้จะตอบเื่นี้อย่างไร “เื่นี้… ข้าจะรู้ได้อย่างไร! ปัญหาต้องอยู่ที่สูตรของเ้านั่นแหละ”
หลี่อันหรานกลอกตามองบน อะไรจะโง่เขลาปานนี้
“ได้เ้าค่ะ ถ้าเช่นนั้นก็นำเื่นี้ไปให้ท่านนายอำเภอตัดสินเถิด ข้าเชื่อว่าท่านนายอำเภอจะมอบความยุติธรรม นอกจากนี้จะได้ให้ชาวบ้านในท้องที่ช่วยกันตัดสินไปด้วย” ไม่พูดเปล่า ยังทำท่าจะเดินออกไปด้วย
หลี่จั่งรีบรุดตามไปห้ามทันที “อันหราน! อย่าถือสาป้าสะใภ้รองของเ้าเลย พวกเราจัดการเื่นี้กันเองได้”
“ท่านลุงรอง ท่านก็ได้ยินที่ป้าสะใภ้รองกล่าวเมื่อครู่ ทั้งที่นางเป็คนสร้างปัญหาแต่กลับโยนความผิดให้ข้า จะให้อธิบายเื่นี้ว่าอย่างไรเ้าคะ? หากสูตรมีปัญหาจริง เช่นนั้นเหตุใดน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของข้าจึงไม่มีปัญหา?” หลี่อันหรานชูคอโต้ตอบเสียงแข็ง
“ใช่ๆๆ … เื่นี้ต้องเป็ความผิดของป้าสะใภ้รองเ้าแน่ นางต้องทำอะไรผิดแน่นอน” หลี่จั่งรีบขอโทษขอโพยไม่หยุด
หลี่อันหรานรู้สึกเกรงใจนิดหน่อยที่ต้องให้ผู้ใหญ่ขอโทษ นางรู้ว่าหลี่จั่งไม่ใช่คนไร้เหตุผล มีแค่เหอชุนฮวาที่ได้คืบจะเอาศอก
“ตัดเื่ที่สูตรมีปัญหาหรือไม่มีปัญหาทิ้งไปก่อน เอาแค่เื่ที่ป้าสะใภ้รองมาขโมยสูตรจากบ้านข้า การขโมยของจากผู้อื่นถือว่ามีความผิด เกรงว่าน่าจะต้องติดคุก ข้าจะไปสอบถามถิงจั่งดูว่าเขาจะจัดการเื่นี้อย่างไร”
นางพูดจบแล้วเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
หลี่จั่งร้อนใจมาก เขารีบตามไปดึงแขนนางไว้ ทว่าหลี่อันหรานหันมาแล้วกลับสะบัดทิ้งทันที หลี่จั่งถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตัวเองล่วงเกินเข้าแล้ว
เขาหันไปะโใส่เหอชุนฮวาด้วยความโมโห “เ้าช่วยพูดให้มันดีๆ หน่อย หรือว่าเ้าอยากติดคุกจริงๆ ?”
