สุรเสียงของฮ่องเต้ทั้งน่าเกรงขามและทรงอำนาจ
"หม่อมฉันคือเหนียนยวี่เพคะ..."
"เสด็จพ่อ นางคือยวี่เอ๋อร์บุตรีบุญธรรมของเสด็จป้าชิงเหอ เสี่ยวเปี่ยวเม่ยยวี่เอ๋อร์ของลูกวันนั้นที่ซื่อฟางกว่าน เ้าหนุ่มจอมหลอกหลวง...เด็กสกุลเหนียนคนนั้นที่เป็สตรีแต่แต่งกายเป็บุรุษ..."จ้าวอี้กล่าวเสียงดังฟังชัด เหลือบมองเหนียนยวี่ เลิกคิ้วค่อนข้างภูมิใจ"ไม่แปลกใจที่เสด็จพ่อจะจำไม่ได้เสี่ยวยวี่เอ๋อร์ในตอนนี้เหมือนได้เกิดใหม่แล้วอีกสักพักก็คงไม่ใช่เื่เกินจริงนักที่จะยกตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งให้นางไป"
ประโยคเลินเล่อของจ้าวอี้ เรียกได้ว่าเป็ประโยคแทงใจคนมากมายฉับพลันนั้นบรรยากาศก็แปลกประหลาดขึ้นมาทันที
ฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหนานกงชายตามองเหนียนยวี่แววตามืดมนลงเล็กน้อย ดวงตาแหลมคมคู่นั้นของหนานกงฉี่หรี่ลงอย่างครุ่นคิด
เหนียนอีหลานกัดริมฝีปากโดยไม่รู้ตัวสาวงามอันดับหนึ่ง...นางไม่ยอมรับก็คงไม่ได้คำพูดของท่านอ๋องมู่นั้นพูดได้ไม่ผิดนัก อีกไม่นาน...ใบหน้านั้นของเหนียนยวี่เกรงว่าคงจะล้ำหน้านางไปแน่
ถึงตอนนั้น เกรงว่าท่านอ๋องมู่คงหลงใหลนางไปมากกว่านี้...
ในใจเหนียนอีหลานตื่นตระหนกอย่างอธิบายไม่ถูก
อวี่เหวินหรูเยียนที่สงบนิ่งเยือกเย็นเมื่อได้ยินคำพูดนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้า ชำเลืองมองเหนียนยวี่อีกครั้ง
นอกประตูอันชิ่งเมื่อครู่นี้นางเพียงแค่เห็นนิสัยผิดปกติของสตรีนางนี้เท่านั้นยามนี้จ้าวอี้เอ่ยออกมาถึงขั้นนี้ นางจึงลอบสังเกตทั้งตา หู จมูก ปาก ทุกสัดส่วนบนใบหน้าเหนียนยวี่อย่างละเอียดช่างเกิดมางดงามมากจริงๆ
สาวงามอันดับหนึ่งแห่งเป่ยฉีงั้นหรือ?
อวี่เหวินหรูเยียนถอนสายตากลับ ดื่มชาต่อ
ทว่าั์ตาของหนานกงเยวี่ยกลับฉายแววเหยียดหยามแค่พวกชั้นต่ำที่เกิดจากหญิงสารเลวชั้นต่ำ สาวงามอันดับหนึ่งหรือ ''เหนียนยวี่'' คู่ควรเหมาะสมแล้วหรือไร?
เหนียนยวี่รู้สึกถึงสายตาของผู้คนมากมายยิ้มอย่างขมขื่นในใจ ท่านอ๋องมู่ผู้นี้ไม่รู้หรือว่าการชื่นชมเยินยอนางต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้สร้างความลำบากให้นางมากมายเพียงใด
สาวงามอันดับหนึ่ง...หึจากเหนือจรดใต้ในเป่ยฉีแห่งนี้ หลังจากฉินชู่ทุกคนต่างล้วนจับจ้องไปที่ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งเหนียนอีหลานเองก็เป็หนึ่งในนั้นมิใช่หรือ?
“เ้าเด็กน้อยคนนี้ พูดจาไร้สาระสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเป่ยฉีอะไรกัน? สาวงามอันดับหนึ่งจะคู่ควรเพียงเพราะรูปโฉมอย่างเดียวได้อย่างไรยวี่เอ๋อร์ทำตัวเป็เด็กผู้ชายมาสิบห้าปี สิ่งที่เด็กผู้หญิงในห้องหอควรจะเป็เกรงว่านางคงไม่ได้เรียนรู้มาสักนิด ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งของเ้าที่กดดันมอบให้นางนั้นคงลำบากสตรีที่กำลังตั้งครรภ์เช่นข้าผู้นี้ที่สั่งสอนนางไม่ได้” เสียงขององค์หญิงใหญ่ชิงเหอดังก้องทั่วห้องโถงพระตำหนักความหมายในนั้นชัดเจนอย่างมาก
นางกำลังบอกทุกคนที่นั่นว่า เหนียนยวี่แม้จะมีรูปโฉมเช่นนี้ทว่าก็คงเปลี่ยนนิสัยแบบเด็กผู้ชายไม่ได้ ทั้งกู่ฉิน หมากล้อม พู่กัน วาดภาพ และงานเย็บปักถักร้อยของสตรีนางก็คงไม่น่าจะทำได้ ยิ่งกว่านั้นจะได้ไม่มีเื่คุกคามจากคนที่จับจ้องตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งอยู่เกิดขึ้นกับนาง
นางกำลังปกป้องเหนียนยวี่!
เหนียนยวี่เหลือบมององค์หญิงใหญ่ชิงเหออย่างซาบซึ้งจ้าวอี้ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง คล้ายจะตระหนักอะไรบางอย่างได้ ก็เหลือบมองประเมินเหนียนยวี่"ที่เสด็จป้าตรัสมา...ถูกต้องแล้ว ยิ่งกว่านั้นข้ามักจะพานางเข้าป่าด้วยเกรงว่านางคงยากจะที่กลายเป็สาวงามอันดับหนึ่ง ตำแหน่งนั้นเกินคุณสมบัติเกินไป"
กล่าวถึงตอนท้าย เหนียนยวี่ถอนหายใจอย่างอดไม่ได้ทำให้ผู้คนหัวเราะออกมา
“เ้ารู้ก็ดีแล้ว”องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเหลือบมองเขาแล้วโบกมือให้เหนียนยวี่ “ยวี่เอ๋อร์ เ้ามานี่เปี่ยวเกอคนนี้ของเ้าป่าเถื่อนจนเคยตัว ในเมื่อเ้าก็กลับมาอยู่ในฐานะสตรีแล้วต่อไปนี้ก็อย่าก่อเื่วุ่นวายราวกับยังเป็บุรุษเหมือนเปี่ยวเกอของเ้า
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอทุกคำที่เอ่ยออกมาว่าเปี่ยวเกอปลุกสติของเหนียนยวี่เื่ "นิสัยเดิมของบุรุษ" เหนียนยวี่เข้าใจเป็อย่างดี
ดูเหมือนว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอจะรู้อะไรบางอย่าง
“เ้าค่ะท่านแม่ ยวี่เอ๋อร์จะทำตามคำสั่งสอนของท่านแม่เ้าค่ะ"เหนียนยวี่ก้าวไปข้างหน้า คำนับให้องค์หญิงใหญ่ชิงเหอด้วยท่าฝูเชินทั้งคู่สบสายตากัน กะพริบตาวิบวับราวกับส่งสัญญาณอะไรบางอย่างที่รู้กันเพียงสองคน
"นั่งลงข้างๆ ข้า"องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเอ่ยปาก เหนียนยวี่ก้มหน้าก้มตานั่งลงข้างองค์หญิงใหญ่ชิงเหออย่างเชื่อฟัง
แม้องค์หญิงใหญ่ชิงเหอจะแสดงท่าทีเมินเฉยกับเหนียนยวี่ทว่าฮ่องเต้หยวนเต๋อและฮองเฮาอวี่เหวินก็มองออกว่าองค์หญิงใหญ่ชิงเหอค่อนข้างชื่นชอบเหนียนยวี่จึงปล่อยให้นางนั่งอยู่ตำหนัก ไม่ได้เอ่ยว่าอะไร
จ้าวอี้เองก็ไม่ได้วางแผนจะออกไปเมื่อเห็นเหนียนยวี่นั่งลงแล้ว เขาจึงหาที่นั่งและสั่งคนให้เอาชามาให้
ในตำหนัก เหตุการณ์กะทันหันเช่นนี้ ไม่มีผลต่อเป้าหมายของใครบางคนในที่นี้
หลังจากเงียบไปนาน ฉินเฟิงที่คุกเข่าอยู่บนพื้นในที่สุดก็เอ่ยขึ้นอีกครั้งว่า "ฝ่าา พระองค์ต้องตัดสินเพื่อบุตรชายของกระหม่อมนะพ่ะย่ะค่ะ!"
ทันใดนั้น ทุกคนถูกดึงความสนใจกลับมาอีกครั้ง
เหนียนยวี่เหลือบมองฉินเฟิง ลูบถ้วยชาในมือเบาๆ รอให้เขาร้องทุกข์ออกมาอย่างเงียบๆ
“เ้ากล่าวว่า ้าให้เจิ้นช่วยตัดสินให้บุตรชายของเ้าหรือ?” ฮ่องเต้หยวนเต๋อขมวดคิ้ว รู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อยั้แ่เกิดเื่ระหว่างจวนเหนียนและจวนจิ้นอ๋องเมื่อสองเดือนก่อน เมื่อเจอเื่เช่นนี้ทีไรเขาก็รู้สึกปวดหัวทุกที
ฉินเฟิงที่คุกเข่าหลังเหยียดตรงเมื่อนึกถึงฉากอันน่าสยดสยองในลานจวนรองที่เขาเห็นเมื่อเช้า เขารู้สึกเ็ปใจ ทว่ากลับรู้สึกแค้นยิ่งกว่า"ฝ่าา บุตรชายกระหม่อม ฉินอัน เมื่อคืนพักที่จวนรอง ทว่ากลับถูกสังหารอย่างโเี้ยิ่งกว่านั้นสภาพการณ์ช่างเลวร้ายเกินจะทนดู ฉินอันเป็บุตรชายเพียงคนเดียวของกระหม่อมขอพระเมตตาจากฝ่าา ได้โปรดตรวจสอบเื่นี้อย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยพ่ะย่ะค่ะบุตรของกระหม่อมต้องไม่ตายเปล่า"
เอ่ยจบ ทุกคนล้วนตื่นใ
คุณชายตระกูลขุนนางถูกฆ่า นี่มิใช่คดีฆาตกรรมเล็กๆแล้ว
"มีเื่แบบนี้ด้วยหรือ?"สีหน้าท่าทางฮ่องเต้หยวนเต๋อเคร่งขรึมขึ้นมา "ผู้ใดช่างบังอาจกล้าสังหารผู้คนในเขตพระราชฐาน! เ้าเมืองชุ่นเทียน ตรวจเจอสิ่งใดบ้าง?"
ฉินเฟิงเมื่อพูดถึงเื่นี้ สีหน้าก็ยิ่งอึมครึมยากที่จะปิดบัง “บุตรชายกระหม่อมเสียชีวิตอย่างประหลาด ไม่มีเงื่อนงำใดๆ พ่ะย่ะค่ะ"
ไม่มีเงื่อนงำหรือ?
เหนียนยวี่จิบชาเบาๆ นั่งอยู่ข้างฮูหยินผู้เฒ่าตระกูลหนานกงหนานกงฉี่ลอบจับจ้องให้ความสนใจเหนียนยวี่อย่างไร้พิรุธ ดวงตาประหนึ่งงูที่กำลังแลบลิ้นสองแฉกคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อย"ได้ยินว่าคุณชายฉินเ้าชู้มักมาก เช่นนั้นฆาตกรอาจเป็สตรีได้หรือไม่?"
เมื่อคำพูดนั้นหลุดออกมา เป็ดังคาด มือที่ถือถ้วยชาของเหนียนยวี่สั่นเล็กน้อย
หนานกงฉี่เข้าใจแจ่มแจ้ง นี่นับว่ายิ่งยืนยันการคาดเดาของเขา
"หึ คุณชายรองหนานกงเอ่ยราวกับว่าเห็นผู้ใดเป็คนลงมือ"จ้าวอี้เลิกคิ้ว สำหรับคุณชายรองหนานกงผู้นี้ หรือจะคนตระกูลหนานกงคนอื่นๆเขาล้วนไม่สนใจ
หนานกงฉี่ยกยิ้มอย่างจำใจ “ท่านอ๋องมู่กล่าวล้อเล่นแล้วนี่เป็เพียงการคาดเดาเท่านั้น”
คาดเดางั้นหรือ?
เหนียนยวี่เงยหน้าขึ้น เหลือบมองหนานกงฉี่เมื่อคำนึงถึงเื่ที่สงสัยเหนียนอีหลานเมื่อก่อนหน้านี้ทั้งคำบอกเล่าของฉินอันเกี่ยวกับชายอีกคนที่นอกเหนือจากภาพวาดของสตรีผู้หนึ่งแล้วในใจเหนียนยวี่ก็คาดเดาเื่หนึ่งออกมา
หนานกงฉี่...หรือว่าจะเป็เขา?
ตัวตนของเขาในฐานะบุตรชายของนายท่านหนานกงก็เพียงพอแล้วที่ฉินอันจะเคารพยำเกรงมิใช่หรือ?
"ฝ่าา ไม่ว่าจะเป็ผู้ใด โปรดเกล้าฯ ออกพระราชโองการด้วยพ่ะย่ะค่ะ ตัวข้าน้อยจะตรวจสอบให้แน่ชัดหากจับฆาตกรตัวจริงได้ ข้าน้อยจะไม่ปรานีอย่างแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ"ฉินเฟิงกล่าวอย่างหนักแน่น
"ตรวจสอบให้แน่ชัด แน่นอนว่าต้องตรวจสอบให้แน่ชัด..."
ฮ่องเต้หยวนเต๋อเพิ่งจะเอ่ยปาก ขันทีที่อยู่ด้านนอกก็รีบเร่งเข้ามา"กราบทูลฝ่าา แม่ทัพหลวงกราบทูลเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ"
ฉู่ชิงหรือ? มือที่ถือถ้วยชาของเหนียนยวี่สั่นเล็กน้อย เขามา...เพื่อเื่นั้นหรือ
นางคิดว่า จากความสัมพันธ์ของจวนแม่ทัพและตระกูลฉินเมื่อเช้านางน่าจะพึ่งคนผิดแล้ว ทว่ากลับคาดไม่ถึงเลยว่า...
ฮ่องเต้หยวนเต๋อเองก็ขมวดคิ้วเช่นกัน ในยามปกติแล้วหากเขามีอะไรจะกราบทูล ก็จะไปที่ตำหนักเสวียนเจิ้ง เหตุใดวันนี้กลับ...