บทที่ 5 ปมในใจ
สายฝนยามค่ำคืนเทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง เสียงหยาดน้ำฟ้ากระทบสังกะสีมุงหลังคาคลินิกเก่าๆ ดังอื้ออึงแข่งกับเสียงฟ้าร้องที่คำรามกึกก้องราวกับท้องฟ้ากำลังพิโรธ บรรยากาศภายนอกหนาวเหน็บและชื้นแฉะ แต่ทว่าภายในห้องพักฟื้นขนาดเล็ก อากาศกลับร้อนระอุจนน่าอึดอัด
บนเตียงเหล็กแคบๆ ร่างสูงใหญ่ของ พยัคฆ์ กำลังนอนกระสับกระส่าย เหงื่อกาฬไหลโทรมกายจนเสื้อกล้ามสีขาวเปียกชุ่มแนบไปกับลำตัว เผยให้เห็นมัดกล้ามที่เกร็งเขม็งและสั่นระริก
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันแน่น ใบหน้าคมคายที่ยามปกติมักฉายแววดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้กลับบิดเบี้ยวด้วยความเ็ปและความหวาดกลัว ความหวาดกลัวที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใต้สำนึก
ในห้วงนิทราอันดำมืด เขากำลังวิ่ง
ไม่ใช่การวิ่งไล่ล่าศัตรูอย่างที่คุ้นเคย แต่เป็การวิ่งหนี วิ่งหนีด้วยขาสั้นๆ ของเด็กชายวัยห้าขวบ
“แม่! แม่จ๋า! รอผมด้วย!”
ภาพในฝันช่างชัดเจนและโหดร้าย ตรอกแคบๆ ในสลัมที่เหม็นอับและเฉอะแฉะ แผ่นหลังของผู้หญิงคนหนึ่งที่เขารักสุดหัวใจกำลังเดินห่างออกไปเรื่อยๆ ท่ามกลางสายฝน
“รออยู่ตรงนี้ อย่าตามมา! ถ้าตามมาแม่จะตีให้ตาย!”
เสียงตวาดแหลมสูงนั้นกรีดแทงลงไปกลางใจ เด็กน้อยยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างกองขยะ น้ำตาไหลพรากผสมปนเปไปกับน้ำฝน เขาทำได้เพียงยืนมองแม่เดินจากไป... ทิ้งเขาไว้กับความมืดมิดเพียงลำพัง
โฮ่ง! แฮ่!
เสียงเห่ากรรโชกดังขึ้นจากความมืด ดวงตาสีแดงฉานหลายคู่ปรากฏขึ้น หมาจรจัดตัวผอมโซแต่น่ากลัวนับสิบตัวค่อยๆ ย่างสามขุมเข้ามาหาเหยื่อตัวน้อยที่ไร้ทางสู้
กลิ่นสาบสางของสัตว์เดรัจฉาน กลิ่นขยะเน่า และกลิ่นความกลัวของตัวเอง ตลบอบอวลจนน่าสะอิดสะเอียน
“ช่วยด้วย... แม่จ๋าช่วยด้วย!”
คมเขี้ยวแหลมคมฝังลงบนน่องขา ความเ็ปแล่นพล่าน เด็กน้อยกรีดร้องสุดเสียงแต่ไม่มีใครได้ยิน เขาถูกรุมทึ้ง ถูกกัดกิน ไม่ใช่แค่ร่างกาย แต่คือหัวใจที่แตกสลายยับเยิน
ความโดดเดี่ยว ความเ็ป การถูกทอดทิ้ง...
“ไม่... อย่า... อย่าไป!”
เสือะโก้องในความฝัน มือไม้ปัดป่ายไปในอากาศไขว่คว้าหาที่ยึดเหนี่ยว แต่พบเพียงความว่างเปล่า
...
ครืด...
เสียงประตูห้องเลื่อนเปิดออก พร้อมกับแสงไฟจากทางเดินที่สาดส่องเข้ามา แดนเหนือ ที่กำลังจะเข้านอนชะงักฝีเท้าเมื่อได้ยินเสียงโวยวายจากห้องคนไข้
เขารีบเดินเข้ามาดูที่เตียง ทันทีที่เห็นสภาพของเสือ หัวใจของหมอก็กระตุกวูบ
มาเฟียจอมอวดดีที่เมื่อตอนเย็นยังยืนเถียงเขาฉอดๆ ตอนนี้กลับนอนตัวงอเป็กุ้ง สั่นเทิ้มไปทั้งตัวราวกับลูกนกตกน้ำ ใบหน้าที่แดงก่ำและเหงื่อที่ท่วมตัวบ่งบอกอาการได้ชัดเจนโดยไม่ต้องตรวจ
“ไข้กลับ...”
แดนเหนือพึมพำ วางมือลงบนหน้าผากของเสือ ความร้อนจี๋ที่ส่งผ่านมาทำเอาเขาต้องชักมือกลับ
“แผลอักเสบจนไข้ขึ้นสูงขนาดนี้เลยเหรอ...”
หมอหนุ่มถอนหายใจ แต่แววตาที่มองคนเจ็บกลับอ่อนลงกว่าปกติ เขาไม่ชอบเห็นใครทรมาน แม้คนคนนั้นจะเป็ศัตรูหรือเป็คนที่เขารำคาญขี้หน้าแค่ไหนก็ตาม
แดนเหนือหันหลังเดินไปหยิบกะละมังใบเล็กใส่น้ำอุ่นและผ้าขนหนูผืนสะอาด เดินกลับมานั่งลงที่ข้างเตียง
“ไอ้เสือ ได้ยินไหม?” เขาเรียกเบาๆ
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงครางฮือในลำคอและการหอบหายใจที่หนักหน่วง
แดนเหนือตัดสินใจดึงผ้าห่มออก แล้วเริ่มลงมือเช็ดตัวลดไข้ เขาบิดผ้าขนหนูหมาดๆ แล้วไล้ไปตามใบหน้าคมคาย เช็ดคราบเหงื่อและคราบน้ำตาที่หางตาออกอย่างเบามือ
“ฝันร้ายสินะ...”
แดนเหนืองึมงำกับตัวเอง ขณะที่ผ้าขนหนูไล่ลงมาตามลำคอแกร่งและแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็ รอยแผลเป็ที่ไม่ได้เกิดจากมีดหมอของเขา แต่เป็รอยแผลเก่าที่สะสมมาทั้งชีวิต
รอยมีด รอยะุ และรอยเขี้ยวสัตว์ที่น่องขาขวาที่จางลงตามกาลเวลา
แดนเหนือมองรอยแผลเป็เ่าั้ด้วยความรู้สึกสะท้อนใจ ภายใต้ความดิบเถื่อนและท่าทีก้าวร้าว ผู้ชายคนนี้ผ่านอะไรมาบ้าง? ร่างกายนี้ต้องแบกรับความเ็ปมามากแค่ไหนกว่าจะกลายมาเป็ 'พยัคฆ์' ที่ทุกคนหวาดกลัว
“อึก หนาว...”
เสือละเมอออกมา เสียงแหบพร่าสั่นเครือ ร่างกายขยับหนีความเย็นของผ้าขนหนู
“ทนหน่อย เดี๋ยวก็ดีขึ้น” แดนเหนือบอกเสียงนุ่ม พยายามเช็ดตัวให้เร็วขึ้นเพื่อระบายความร้อน
แต่แล้ว ในจังหวะที่แดนเหนือก้มตัวลงเพื่อเช็ด่หน้าท้อง
หมับ!
ท่อนแขนแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามตวัดขึ้นมาโอบรวบเอวบางของแดนเหนือเข้าหาตัวอย่างรวดเร็ว!
“เฮ้ย!”
แดนเหนือร้องเสียงหลง เสียหลักเซถลาลงไปนั่งบนขอบเตียง มือยันอกแกร่งไว้แทบไม่ทัน แต่แรงคนป่วยกลับมหาศาลเกินคาด
เสือไม่ได้กระชากเขาลงไปทำร้าย แต่กลับดึงร่างของหมอเข้ามา กอด
ใบหน้าคมคายที่ร้อนผ่าวซุกไซ้เข้าหาความเย็นสบายจากตัวแดนเหนือ จมูกโด่งฝังลงกับหน้าท้องแบนราบผ่านเนื้อผ้าเสื้อยืดบางๆ สูดดมกลิ่นกายหอมเย็นอย่างตะกละตะกลาม ราวกับคนจมน้ำที่ไขว่คว้าหาอากาศหายใจ
“อย่าไป อย่าทิ้งกู...”
เสียงกระซิบนั้นแ่เบาและสั่นเครือ แตกต่างจากเสียงคำรามของเสือร้ายที่แดนเหนือเคยได้ยินอย่างสิ้นเชิง มันเป็เสียงของเด็กชายตัวน้อยที่กำลังหวาดกลัว... เสียงของคนที่โหยหาความอบอุ่น
แดนเหนือตัวแข็งทื่อ นั่งเกร็งทำอะไรไม่ถูก ดวงตากลมโตเบิกกว้างมองศีรษะทุยๆ ของมาเฟียหนุ่มที่กำลังซุกอยู่กับพุงของเขา
กลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าที่เคยดุดัน บัดนี้กลับเจือไปด้วยกลิ่นความเศร้าและความเปราะบางจนน่าใจหาย
“ไอ้เสือ ปล่อย...”
แดนเหนือพยายามจะแกะมือปลาหมึกที่รัดเอวเขาแน่นออก
“แม่จ๋า อย่าทิ้งผม ผมเจ็บ...”
คำว่า 'แม่' ทำเอาแดนเหนือชะงักมือที่กำลังจะผลักไสหยุดกึกกลางอากาศ
เขาก้มลงมองคนที่กำลังละเมอด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป ความเ็าในดวงตาค่อยๆ ละลายหายไป แทนที่ด้วยความเข้าใจและความสงสารที่เอ่อล้น
คนคนนี้ ก็แค่เด็กหลงทางที่เติบโตมาด้วยความเ็ป
ความอบอุ่นจากร่างกายของเสือแผ่ซ่านเข้ามาทะลุเสื้อผ้า ในขณะที่ความเย็นจากตัวแดนเหนือและกลิ่นยูคาลิปตัสจางๆ ดูเหมือนจะเป็ยาระงับประสาทชั้นดีที่ทำให้คนฝันร้ายเริ่มสงบลง
เสือถูไถใบหน้ากับหน้าท้องของแดนเหนือเบาๆ เหมือนลูกแมวตัวใหญ่ที่กำลังอ้อนเ้าของ ลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผ่านเนื้อผ้าทำเอาหน้าท้องของแดนเหนือวูบวาบจนต้องขบกรามแน่น
“อือ... หอม...”
เสือพึมพำ งึมงำอยู่ในลำคอ
“อยู่กับกูนะ อย่าไป...”
แดนเหนือถอนหายใจยาว แพ้ เขาแพ้ทางคนแบบนี้จริงๆ
แทนที่จะผลักไส มือเรียวของหมอหนุ่มค่อยๆ เคลื่อนลงมา วางแหมะลงบนกลุ่มผมสีดำสนิทที่ชื้นเหงื่อของเสือ
ปลายนิ้วเรียวลูบไล้เส้นผมหนานุ่มนั้นแ่เบา สางปอยผมที่ปรกหน้าผากออกให้อย่างทะนุถนอม ัันั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยนที่แดนเหนือเองก็ไม่รู้ตัวว่าเผลอมอบให้ไปตอนไหน
“เออ ไม่ไปไหนหรอก” แดนเหนือกระซิบตอบเสียงแ่
“นอนซะ พักผ่อนให้พอ”
ราวกับคำพูดนั้นเป็เวทมนตร์ ร่างกายที่เกร็งเครียดของเสือค่อยๆ ผ่อนคลายลง ลมหายใจที่เคยหอบกระชั้นเปลี่ยนเป็สม่ำเสมอ อ้อมแขนที่รัดแน่นคลายออกเล็กน้อย แต่ยังคงกอดเอวหมอไว้เป็หมอนข้างจำเป็
แดนเหนือนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้เวลาผ่านไปท่ามกลางเสียงฝนพรำ เขาใช้มือหนึ่งลูบหัวเสือกล่อม อีกมือหนึ่งจับชีพจรที่ข้อมือคนไข้
ในความมืดสลัวและความเงียบสงบของค่ำคืนนี้ กำแพงหนาหนักที่กั้นกลางระหว่าง 'มาเฟีย' กับ 'หมอเถื่อน' เริ่มมีรอยร้าวเล็กๆ ปรากฏขึ้น
ไม่ใช่รอยร้าวจากการทำลาย แต่เป็รอยร้าวที่แสงสว่างแห่งความผูกพันกำลังส่องลอดเข้ามา
...
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าปลุกให้เสือตื่นขึ้นจากนิทราที่ยาวนาน เขาขยับตัวด้วยความรู้สึกที่เบาสบายกว่าเมื่อวาน อาการปวดหัวตุบๆ หายไป เหลือเพียงความอ่อนเพลียเล็กน้อย
แต่สิ่งที่ทำให้เขาชะงัก คือความรู้สึกหนักอึ้งที่ท่อนแขนและ กลิ่นหอมเย็นๆ ที่คุ้นจมูก
เสือลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพแรกที่เห็นทำเอาหัวใจของอัลฟ่าหนุ่มกระตุกแรง
เขาไม่ได้นอนอยู่คนเดียว...
แดนเหนือกำลังฟุบหลับอยู่ที่ข้างเตียง โดยมีท่อนแขนของเขากอดเอวหมอไว้แน่น ใบหน้าหวานที่ยามหลับดูไร้พิษสงวางแนบอยู่กับฟูกนอนใกล้กับมือของเขา ลมหายใจสม่ำเสมอเป่ารดหลังมือของเสือเบาๆ
ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็ฉากๆ ฝันร้าย ความหนาวและความอบอุ่นที่ช่วยฉุดรั้งเขาขึ้นมาจากนรกในใจ
เสือมองดูมือตัวเองที่กอดเอวแดนเหนืออยู่ แล้วไล่สายตาขึ้นไปมองใบหน้าของคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งแล้วครั้งเล่า
"หมอ..."
เขาพึมพำเบาๆ ปลายนิ้วแกร่งอดไม่ได้ที่จะเอื้อมไปเกลี่ยแก้มเนียนใสนั้นเล่น พลางนึกถึงััอ่อนโยนที่ลูบหัวเขาเมื่อคืน
ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นในอกข้างซ้าย ความรู้สึกที่ไม่เคยมีให้ใคร
"อือ..."
แดนเหนือขยับตัว ส่งเสียงงัวเงียในลำคอ ก่อนจะค่อยๆ ปรือตาขึ้น แพขนตายาวขยับไหวเมื่อต้องแสงแดด
ทันทีที่เห็นว่าเสือกำลังจ้องมองอยู่ แดนเหนือก็สะดุ้งเล็กน้อย รีบดีดตัวลุกขึ้นนั่งหลังตรง ปั้นหน้านิ่งกลบเกลื่อนอาการเขินอายที่เผลอหลับไปในท่านั้น
"ตื่นแล้วเหรอ..."
แดนเหนือถามเสียงแหบ กระแอมไอเล็กน้อย
"ไข้ลดแล้วนี่ปล่อยแขนได้แล้วมั้ง"
เสือเพิ่งรู้ตัวว่ายังกอดเอวอีกฝ่ายอยู่ แต่แทนที่จะปล่อยทันที เขากลับแกล้งบีบเอวบางนั้นเบาๆ หนึ่งทีก่อนจะยอมคลายมือออก
"เมื่อคืน มึงเฝ้ากูทั้งคืนเหรอ?"
เสือถามเสียงทุ้ม แววตาที่มองแดนเหนือมีความหมายลึกซึ้งกว่าเดิม
"เปล่า" แดนเหนือปฏิเสธทันควัน ลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เข้าที่
"ฉันแค่ มาดูอาการ แล้วเผลอหลับไป อย่าสำคัญตัวผิด"
"ปากแข็ง"
เสือยิ้มมุมปาก ยันตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียง
"แต่ก็ขอบใจนะ ที่ช่วยกู"
คำขอบคุณจากปากเสือทำเอาแดนเหนือชะงัก เขาหันมามองหน้าคนป่วยด้วยความแปลกใจ ก่อนจะรีบหันหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก
"หน้าที่หมอ อีกอย่าง ถ้าแกตาย ใครจะจ่ายหนี้ฉัน"
แดนเหนือพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้เสือนั่งมองตามด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นกว่าเดิม
"หึ... น่ารักชะมัด"
เสือยกมือขึ้นแตะที่ศีรษะตัวเอง ตรงจุดที่มือของแดนเหนือเคยัั ความอบอุ่นนั้นยังคงตกค้างอยู่
จากสัตว์ร้ายที่เคยโดดเดี่ยว วันนี้เขารู้สึกเหมือนได้พบบ้านหลังเล็กๆ ที่อาจจะพักพิงใจได้
และเขาจะทำทุกทางเพื่อให้ได้เป็เ้าของบ้านหลังนี้ แต่เพียงผู้เดียว
*****
