ยามเช้าของอีกสามวันให้หลัง บนยอดเขาประมุขของสำนักช่างประดิษฐ์
ด้านหลังของโถงใหญ่สำนักช่างประดิษฐ์ เป็ที่ตั้งของหมู่ตึก ศาลาและทะเลสาบขนาดเล็กซึ่งเป็ที่พักผ่อนของเ้าสำนักและผู้าุโ ยังมีหอตำรา ศาลาคลังอาวุธอันเป็พื้นที่ซึ่งศิษย์ในสำนักไม่อาจเข้ามาโดยพลการ นอกจากนี้ยังมีห้องขนาดใหญ่เพื่อใช้ในการสอน ลานสำหรับจัดการประลอง ตึกสำหรับฝึกฝนวิชาและตึกอื่นๆอีกหลายหลัง
ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของยอดเขา มีเรือนโดดเดี่ยวหลังหนึ่งตั้งอยู่ และด้านล่างของเรือนก็มีห้องใต้ดินอยู่ห้องหนึ่ง
ห้องใต้ดินนี้กว้างหนึ่งร้อยห้าสิบวา บนผนังมีผลึกหินสีขาวขนาดเท่ากำปั้นหลายก้อนคอยให้แสงสว่างภายในห้อง ที่กึ่งกลางของห้องมีชายหนุ่มที่กำลังยืนอย่างสำรวมตั้งใจฟังคำพูดของบุรุษวัยกลางคนด้วยสีหน้าจริงจัง
ชายหนุ่มผู้นี้คือไป๋หยุนเฟย และอีกคนที่กำลังกล่าววาจาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มก็คือเ้าสำนักช่างประดิษฐ์ โค่วฉางคง
ภายในห้องมีพลังธาตุไฟแ่บางกระจายอยู่โดยรอบ ยามนี้อุณหภูมิที่กึ่งกลางห้องสูงกว่าบริเวณรอบนอกอยู่เล็กน้อย --- เนื่องเพราะไป๋หยุนเฟยเพิ่งแสดงฝีมือการควบคุมธาตุไฟหลังจากที่ผ่านการเรียนรู้และทำความเข้าในต่อ‘เคล็ดควบคุมไฟ’มาแล้วหนึ่งเดือนเต็ม
……
“ประเสริฐมาก หยุนเฟย เ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังจริงๆ เวลาสั้นๆเพียงหนึ่งเดือนก็สามารถฝึกปรือ‘เคล็ดควบคุมไฟ’ได้ถึงระดับนี้ นับว่าหาได้ยากนัก” โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า “‘เคล็ดควบคุมไฟ’เป็พื้นฐานวิชาของสำนักช่างประดิษฐ์ เื่นี้ข้าจะไม่กล่าวให้มากความอีก หลังจากนี้ให้เ้าหมั่นฝึกปรืออย่างต่อเนื่องอย่าได้ละเลย ขอเพียงมีความชำนาญในการควบคุมไฟที่เพียงพอ ยามที่หลอมประดิษฐ์ต่อให้เ้าใช้ความพยายามเพียงห้าส่วนก็ยังมีโอกาสสำเร็จ”
ไป๋หยุนเฟยพยักหน้ารับคำพร้อมกับกล่าวว่า “ทราบแล้วท่านอาจารย์ ศิษย์จะจดจำให้ขึ้นใจ!”
“อืม ฮ่า ฮ่า อาจารย์เข้าใจว่าเ้าร้อนใจอยากเรียนรู้วิชาหลอมประดิษฐ์ ดังนั้นข้าจะไม่กล่าวให้มากความอีก” โค่วฉางคงมองดูไป๋หยุนเฟยพร้อมกับกล่าวกลั้วหัวเราะ “ต่อจากนี้ ข้าจะเริ่มถ่ายทอดวิชาหลอมประดิษฐ์ให้แก่เ้า!”
ไป๋หยุนเฟยข่มความตื่นเต้นเอาไว้พร้อมกับรวบรวมสมาธิขึ้น ราวกับเกรงว่าคำสอนของโค่วฉางคงจะตกหล่นรอดหูไป
เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของไป๋หยุนเฟย โค่วฉางคงก็พยักหน้าด้วยความพอใจ จากนั้นจึงกล่าวอย่างแช่มช้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “วิชาหลอมประดิษฐ์แม้จะยุ่งยากซับซ้อน แต่หากจะให้สรุปโดยย่อ ก็มีขั้นตอนแตกต่างจากการผลิตอาวุธของคนทั่วไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น สำนักเราแบ่งการหลอมประดิษฐ์ออกเป็สามขั้นตอน --- การหลอมแยก การผสมขึ้นรูปและการควบหล่อ”
“ในสามขั้นตอนหลัก ทุกขั้นแบ่งออกเป็สองขั้นตอนย่อย แต่ละขั้นตอนย่อยยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกนับไม่ถ้วน”
“การหลอมแยก --- คือการหลอมละลายวัตถุดิบและแยกแยะให้เหลือเพียงเนื้อบริสุทธิ์ ขั้นตอนนี้ถือเป็กระบวนการขั้นพื้นฐานของการหลอมประดิศฐ์ หากขั้นตอนการหลอมวัตถุดิบทำได้ไม่ดีพอ ก็จะไม่สามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาคุณภาพสูงออกมาได้”
“การผสมขึ้นรูป --- คือการผสมวัตถุดิบและขึ้นโครงร่าง วัตถุิญญาแต่ละชนิด จำเป็ต้องใช้วัตถุดิบที่ต่างกันในการหลอมประดิษฐ์ และแม้จะเป็วัตถุิญญาแบบเดียวกัน ก็ยังใช้อัตราส่วนของวัตถุดิบที่ไม่เหมือนกัน ยิ่งมีความชำนาญในการผสมวัตถุดิบมากเท่าใด ก็จะสามารถหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาได้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นเท่านั้น และการกำหนดว่าจะสร้างวัตถุิญญาชนิดใดเช่น มีด กระบี่ ทวน หอกหรืออย่างอื่น ก็จะขึ้นรูปในขั้นตอนนี้เอง”
“การควบกลั่น --- ควบแน่นวัตถุดิบที่ถูกหลอมเหลวให้กลายเป็ของแข็งตามรูปแบบที่กำหนด เป็หนึ่งในขั้นตอนสำคัญในการหลอมประดิษฐ์ นอกจากจะยุ่งยากและซับซ้อน ยังถือเป็ขั้นตอนสุดท้ายของการหลอมประดิษฐ์ เมื่อผ่านขั้นตอนนี้ได้แล้ว ก็จะถือว่าหลอมประดิษฐ์สำเร็จแล้ว!”
โค่วฉางคงอธิบายทั้งสามขั้นตอนโดยสรุป จากนั้นจึงเว้น่เพื่อให้เวลาไป๋หยุนเฟยได้แยกแยะข้อมูลที่ได้ฟัง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “จากนี้ ข้าจะแสดงตัวอย่างให้เ้าได้ชมั้แ่เริ่มแรกจนจบสิ้นหนึ่งรอบ เ้าตั้งใจชมให้ดีและซึมซาบให้เข้าถึงจิตใจให้ได้”
โค่วฉางคงสะบัดมือคราหนึ่งก็มีก้อนหินสีดำขนาดเท่าชามอ่างปรากฏขึ้นบนมือขวา “นี่เป็สินแร่ทองคำธรรมดาก้อนหนึ่ง จะถูกใช้เป็วัตถุดิบหลัก ขั้นตอนแรกที่ต้องกระทำก็คือ ขจัดสิ่งเจือปนออกให้หมดจนเหลือเพียงเนื้อบริสุทธิ์”
“ปัง” เปลวเพลิงสีแดงวาบขึ้นก่อนจะลุกโชนจนทั่วก้อนหิน จากนั้นก้อนหินก็เริ่มย่อขนาดลงทีละน้อย ขณะเดียวกันโค่วฉางคงก็เอ่ยปากขึ้น “วัตถุดิบแต่ละชนิด ต้องใช้ระดับไฟที่แตกต่างกัน ในการหลอมแยก ใช่ว่าพลังไฟยิ่งร้อนแรงจะยิ่งดีเสมอไป หากว่ามากเกินไปก็อาจทำให้วัตถุดิบถูกเผาไหม้ ดังนั้นต้องควบคุมปริมาณไฟให้เหมาะสม ยิ่งควบคุมได้ละเอียดเท่าใดก็ยิ่งดี และแน่นอน ใช่ว่าวัตถุดิบทุกชนิดจะต้องผ่านการหลอมแยก วัตถุดิบพิเศษบางชนิดเช่น วัตถุดิบล้ำค่าหายากบางอย่าง หรือแม้กระทั่งเส้นเอ็น กระดูก ขนหรือส่วนอื่นๆของอสูริญญาที่แข็งแกร่งก็สามารถนำมาสร้างเป็วัตถุิญญาได้ แต่ว่านั่นต้องอาศัยวิธีหลอมประดิษฐ์ในระดับที่สูงกว่านี้ ในยามนี้เ้ายังไม่จำเป็จะต้องเรียนรู้”
ระหว่างที่อธิบาย ก้อนหินขนาดเท่าชามอ่างก็ถูกสกัดจนเหลือเพียงขนาดเท่ากำปั้น อีกทั้งยังเปลี่ยนรูปกลายเป็ของเหลวสีทองลอยวนเวียนอยู่กลางอากาศ ขณะที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของโค่วฉางคงก็สะท้อนแสงสีทองแวววาวออกมา พร้อมกันนั้นกลุ่มเพลิงที่ล้อมอยู่ก็หดย่อลงจนห่อหุ้มมันเอาไว้พอดี
“จากนี้ข้าจะหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาประเภทที่ง่ายที่สุด นั่นคือใช้วัตถุดิบหลักเพียงชนิดเดียว วัตถุิญญาระดับสูงบางชนิดต้องใช้วัตถุดิบหลายชนิด หรือแม้แต่หลายสิบชนิดก็ยังมี” โค่วฉางคงสะบัดมืออีกครา ผงหลากหลายชนิด หิน และวัตถุอื่นๆก็ปรากฏขึ้นรอบฝ่ามือซ้าย หนึ่งในนั้นยังมีศิลาาสีทองอยู่ก้อนหนึ่ง “เมื่อผสานศิลาาเข้าไปก็จะสามารถเพิ่มพลังขึ้นได้ หรือจะใช้ศิลาาที่มีคุณสมบัติอื่นก็ทำได้เช่นกัน เพียงแต่หากทำเช่นนั้นความยากในการหลอมประดิษฐ์ก็จะยิ่งสูงขึ้น และของทั้งหมดนี้ก็คือวัตถุดิบเสริมชุดแรก”
“และนี่คือการผสมขึ้นรูป” โค่วฉางคงเพ่งสายมอง จากนั้นวัตถุดิบหลากหลายชนิดที่อยู่รอบมือซ้ายก็ลอยเข้าสู่ลูกไฟบนฝ่ามือขวา แล้วศิลาาและวัตถุดิบทั้งหมดก็ถูกหลอมกลายเป็ของเหลวสีแดงก่อนจะรวมเข้ากับของเหลวสีทองภายในเปลวไฟ “ชนิดและสัดส่วนของวัตถุดิบเสริมที่จำเป็สำหรับวัตถุิญญาแต่ละชนิดล้วนต่างกัน และหลังจากหลอมรวมกันแล้ววัตถุิญญาชนิดเดียวกันแต่ละชิ้นก็จะมีสัดส่วนของการผสมที่แตกต่างกันออกไป”
ยามที่บนฝ่ามือของโค่วฉางคงหลงเหลือเพียงของเหลวก้อนเดียวลอยอยู่ ลูกไฟที่ห่อหุ้มอยู่โดยรอบก็ค่อยๆยืดยาวออก เพียงพริบตาเดียวลูกไฟก็เปลี่ยนรูปทรงกลายเป็มีดสั้นยาวครึ่งเชียะเล่มหนึ่ง แล้วของเหลวภายในลูกไฟก็เปลี่ยนรูปทรงไป ราวกับว่าลูกไฟนั้นเป็แม่พิมพ์ที่ขึ้นรูปของเหลวให้เป็ไปตามลักษณะของตัวมันเอง
“นี่คือการ‘ขึ้นรูป’ ก่อนหน้านี้ที่เ้าแสดงออกออกมาก็คือการขึ้นรูปเปลวไฟ ก็จะถูกนำมาใช้ในขั้นตอนนี้เอง” โค่วฉางคงเพ่งสายตาพร้อมกับกล่าวว่า “ต่อจากนี้ จะเป็ขั้นตอนที่สำคัญที่สุด เ้าต้องให้ความสนใจและรับรู้ด้วยตัวของเ้าเอง”
กล่าวจบ พลังิญญาแ่บางก็แผ่กระเพื่อมออกจากร่าง ลูกไฟบนมือโค่วฉางคงสั่นไหวเล็กน้อยจนเปลวเพลิงโชยสะบัด แม้กลุ่มเพลิงจะคงรูปเป็มีดสั้นดังเดิม แต่ของเหลวภายในกลับเริ่มหมุนวนไปมา
จากนั้น ไป๋หยุนเฟยก็ััได้ว่าพลังิญญาของโค่วฉางคงที่แผ่ออกเกิดการสั่นกระเพื่อมแปรเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง บางครั้งเร็วบางครั้งช้า บางครั้งแรงบางครั้งเบา หลังจากเปลี่ยนแปลงเป็ครั้งที่ยี่สิบแปดก็หยุดลง แล้วกลุ่มเพลิงบนฝ่ามือและของเหลวรูปมีดสั้นที่แปรเปลี่ยนเดี๋ยวใหญ่ขึ้นเดี๋ยวเล็กลงตามพลังิญญาก็สงบลงในที่สุด
“ปัง!!”
เสียงะเิดังขึ้นแ่เบาพร้อมกับไอความร้อนที่ทะลักออกรอบทิศ บังเกิดเป็ลมพัดจนชายเสื้อปลิวสะบัด ไป๋หยุนเฟยหรี่ตาเพ่งมองดูที่จุดศูนย์กลางของการะเิ --- ที่บนมือของโค่วฉางคง
เปลวไฟสีแดงเริ่มกระจายออกและจางลง มีดสั้นสีทองแคบเรียวเล่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนมือของโค่วฉางคง ยามปรากฏขึ้นก็สะท้อนแสงจากผลึกหินจนทอประกายแวววับ
“เท่านี้การหลอมประดิษฐ์ก็เสร็จสิ้น!” โค่วฉางคงกล่าวเสียงราบเรียบพร้อมกับมองดูไป๋หยุนเฟยที่กำลังครุ่นคิด จากนั้นจึงยิ้มพลางกล่าวว่า “หยุนเฟยเ้าคงััได้อย่างชัดเจนแล้วกระมัง?”
“เอ่อ...” ไป๋หยุนเฟยขมวดคิ้วครุ่นคิด จากนั้นจึงกล่าวด้วยความละอายว่า “ศิษย์ช่างโง่เขลา เมื่อครู่พลังิญญาของท่านอาจารย์สั่นกระเพื่อมแปรผันรวดเร็วนัก ข้าจดจำได้เพียงเจ็ดส่วนเท่านั้น”
โค่วฉางคงพยักหน้าเล็กน้อยพร้อมกับกล่าวว่า “ฮ่า ฮ่า สามารถจดจำได้ถึงเจ็ดส่วนก็ถือว่าไม่เลวแล้ว การกระเพื่อมของพลังิญญานั้นจดจำไปก็ไม่มีประโยชน์อันใด หลังจากนี้เ้าทดลองหลอมประดิษฐ์ด้วยตนเองและสั่งสมประสบการณ์ไปทีละน้อยจะมีประโยชน์ยิ่งกว่า เมื่อครู่ที่ข้าแสดงตัวอย่างให้เ้าชมดูนั้น เพียง้าให้เ้าได้เห็นว่าการหลอมประดิษฐ์นั้นมีขั้นตอนหลักและจุดสำคัญที่ใดเท่านั้น ในยามนี้เ้าไม่มีความจำเป็จะต้องเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง ขอเพียงจดจำความรู้สึกในวันนี้เอาไว้ แล้วหลังจากนี้เ้าจะค่อยๆกระจ่างเอง”
ไป๋หยุนเฟยรับคำ “ทราบแล้ว ศิษย์จะจดจำเอาไว้”
“อืม การถ่ายทอดวิชาในวันนี้พอเท่านี้ก่อน เ้ากลับไปทบทวนโดยละเอียดก่อน จดจำรายละเอียดทั้งหลายให้ดี พรุ่งนี้เวลานี้ ข้าจะชี้แนะให้เ้าหลอมประดิษฐ์วัตถุิญญาด้วยตนเอง” โค่วฉางคงกล่าวจบก็สะบัดมือ มีดสั้นสีทองก็ลอยมาถึงเบื้องหน้าไป๋หยุนเฟย “มีดสั้นนี้เ้าเอาไปเถอะ ความรู้สึกที่จดจำได้เมื่อครู่รวมกับมีดสั้นเล่มนี้ จะทำให้เ้าเข้าใจได้ดียิ่งขึ้น”
ไป๋หยุนเฟยรับมีดสั้นมาพร้อมกับกล่าวอย่างนอบน้อมว่า “ทราบแล้วท่านอาจารย์ ถ้าเช่นนั้นศิษย์ขออำลา”
“อืม ไปเถอะ”
……
