ภายในไนต์คลับที่อบอวลด้วยไอแสงสีชมพูสลับน้ำเงินอิเล็กทริก ชายวัยกลางคนในชุดสูทยับยู่ยี่นอนเบิกตาโพลง ลมหายใจที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดขาดห้วง ตรงหน้าเขาคือร่างระหงในชุดรัดกุมสีดำสนิท ใบหน้าถูกสะกดไว้ภายใต้หน้ากากเรียบเฉยไร้อารมณ์ มีเพียงดวงตาคู่คมที่วาวโรจน์สะท้อนแสงนีออนเท่านั้น
"ได้โปรด... เงิน... ผมมีเงิน... ผมจะโอนให้เดี๋ยวนี้!" เสียงอ้อนวอนสั่นเครือสำลักออกมาพร้อมลิ่มเืที่ไหลกบปาก ทว่าคำตอบที่ได้รับมีเพียงความเงียบที่กรีดลึกเข้าไปในความรู้สึก
ปัง! ปัง! ปัง!
ประกายไฟแลบออกจากปลายกระบอกปืน ปลิดชีพเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในชั่วเคี้ยวหมากแหลก ทิ้งไว้เพียงร่างไร้ิญญาที่จมกองเืข้นคลั่กภายใต้แสงไฟที่ยังคงกะพริบวิบวับอย่างบ้าคลั่ง
เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ทโฟนดังขึ้นเบาๆ พร้อมตัวเลขยอดเงินมหาศาลที่ถูกโอนเข้าบัญชี
"สมแล้วที่เป็กุหลาบสีดำ ไม่เคยทำให้ผู้จ้างผิดหวัง" ข้อความจากปลายนิ้วของผู้มีอำนาจส่งตรงถึงเธอ แต่หญิงสาวหาได้ไยดีในลาภยศ เธอกดสั่งการเพียงไม่กี่ครั้ง โอนเงินเกือบทั้งหมดเข้าสู่บัญชีสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าหลายแห่งทั่วเมือง
เธอไม่ใช่เครื่องจักรสังหารโดยสันดาน แต่คือผลผลิตของโชคชะตาที่บิดเบี้ยว เธอถูกหล่อหลอมด้วยการฝึกฝนอันโเี้ั้แ่เยาว์วัย ครอบครัวเป็เพียงนิยามที่เธอไม่เคยได้ัั ชื่อกุหลาบสีดำ จึงกลายเป็สัญลักษณ์ของความหมดจดในโลกใต้ดิน เป็ความหวาดระแวงที่คืบคลานอยู่ในใจของเหล่าชนชั้นสูงผู้มีฉากหน้าขาวสะอาดแต่เื้ัโสมมเกินทน พวกเขาเริ่มเกรงกลัวว่ากุหลาบดอกนี้จะย้อนกลับมาทิ่มแทงมือที่เคยป้อนอาหาร
ภารกิจสุดท้ายมาถึง... บนยอดตึกสูงระฟ้าท่ามกลางลมกรรโชกแรง กุหลาบสีดำยืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวหลังเสร็จสิ้นภารกิจสังหารครั้งสุดท้ายตามคำสั่ง ทว่าครั้งนี้ไร้ซึ่งข้อความแจ้งเตือนเงินโอน มีเพียงความเงียบงันที่ผิดปกติและเสียงสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ที่แผดร้องถี่รัว
บึ้ม!!!
แรงะเิมหาศาลฉีกกระชากอากาศ พังทลายโครงสร้างคอนกรีตและกระจกนิรภัยจนกลายเป็เศษฝุ่น แสงเพลิงสีส้มแดงลุกโชนสว่างวาบไปทั่วขอบฟ้า กลืนกินร่างของพยัคฆ์สาวในเงามืดไปพร้อมกับซากตึกมโหฬาร
เหล่าผู้มีอำนาจเลือกที่จะสังหารหมู่ทุกชีวิตในรัศมี เพียงเพื่อจะกำจัดเธอให้สิ้นซาก พวกเขาหวาดกลัวแม้แต่เงาของเธอ หวาดกลัวการล้างแค้นที่อาจมาถึง จึงตัดสินใจฝังทุกความลับไว้ภายใต้ซากปรักหักพังที่มอดไหม้ ทิ้งไว้เพียงเถ้าถ่านของกุหลาบสีดำที่ลอยล่องอยู่กลางเวหา... ปิดตำนานมือสังหารผู้ไร้ร่องรอยไปตลอดกาล
สติของเธอดับวูบและจมดิ่งสู่ห้วงแห่งความมืดมิดเนิ่นนาน เสียจนมิติกาลเวลาสูญสลายไปสิ้น ในห้วงแห่งความอ้างว้างนั้น ราวกับเธอกำลังท่องอยู่ในโลกแห่งความฝันที่ไร้จุดจบ
เธอฝันว่า... เธอคือบุตรสาวของท่านแม่ทัพผู้เกรียงไกร เป็ดรุณีผู้กำเนิดมาพร้อมรูปโฉมงดงามปานหยาดฟ้ามาดิน ทว่ากริยาการกระทำกลับช่างน่าระอาใจเสียนี่กระไร ไม่ว่าจะเป็การลงทัณฑ์ทุบตีสาวใช้ราวกับทาสในเรือนเบี้ย หรือการแต่งกายที่อวดเนตรอวดปรางจนเกินงาม มิหนำซ้ำยังทอดไมตรีผูกสัมพันธ์กับบุรุษด้วยจริตที่น่ารังเกียจ
ในขณะที่ความฝันกำลังดำเนินไป แสงทิวากรเริ่มทอแสงแยงั์ตา ปลุกเธอให้ตื่นจากภวังค์อันยาวนาน เธอลืมตาขึ้นช้าๆ พลางรำพึงกับตนเองด้วยน้ำเสียงอันแ่เบาว่า...
"นี่เรา... ยังไม่ตายอีกเหรอ"
สายตาของนางกวาดมองอาภรณ์ที่สวมใส่ด้วยความรู้สึกประหลาดล้ำ ราวกับโชคชะตาได้กระชากเธอย้อนกลับคืนสู่อดีตกาล หญิงสาวพยุงกายที่อ่อนล้าให้ลุกขึ้นยืนอย่างยากลำบาก ก่อนจะสาวเท้าไปยังคันฉ่องทองเหลืองเพื่อมองดวงหน้าของตนเอง
ภาพที่สะท้อนออกมาคือดรุณีนางหนึ่งที่มีรูปโฉมงดงามหมดจด ไร้ที่ติ แม้จะอยู่ในชุดนอนตัวบางที่เผยให้เห็นส่วนเว้าโค้งเย้ายวนใจเล็กน้อย แต่นั่นก็ไม่อาจกลบรัศมีอันสูงศักดิ์ลงได้
"นี่ข้า... คือหรงเชียนเสวี่ยจริงๆ หรือ" นางรำพึงกับตนเองด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าและแววตาที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อโลกในนิมิตฝันกลับกลายเป็ความจริงที่ััได้ นางพยายามระงับกระแสอารมณ์ที่ตีรวนอยู่ในอกเพียงชั่วครู่ ก่อนจะพาร่างอันอ่อนกำลังกลับไปเอนกายลงบนเตียงกว้างเพื่อพักผ่อนและเรียบเรียงสติสัมปชัญญะอีกครั้ง
ร่างที่นางอาศัยอยู่บัดนี้ คือเ้าของสมญานามอันน่าอดสูที่ใครได้ยินเป็ต้องเบือนหน้าหนี สตรีแพศยาผู้ฉาวโฉ่ ผู้ขึ้นชื่อเื่กริยาอันไร้ยางอายและจริตจะก้านที่เกินพิกัด
"จากนี้ไป... ชื่อเสียพวกนั้นจะถูกฝังลบไปพร้อมกับอดีต" จิติญญาของเพชฌฆาตสาวที่เคยด้านชาต่อความตาย บัดนี้กลับมีเืเนื้อและลมหายใจที่เปลี่ยนไป การหลอมรวมของสองตัวตนทำให้ความเงียบขรึมของนางแฝงไว้ด้วยความละเมียดละไมอย่างประหลาด โอกาสครั้งที่สองนี้คือกำไรชีวิตที่นางจะใช้มันเพื่อไขว่คว้าหาความสงบสุขที่ถวิลหามานานแสนนาน
นางตั้งจิตปวารณา... ตราบใดที่ผู้อื่นไม่มาราวีนางก่อน นางก็จะขอวางกระบี่และไม่ให้มือต้องเปื้อนเือีก
ในขณะที่นางกำลังปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปกับความทรงจำที่สับสน ประตูเรือนนอนก็ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกอย่างแ่เบา ััจากฝ่ามือที่หยาบกร้านทว่าเต็มไปด้วยความอาทร ลูบไล้ลงบนเรือนผมของนางอย่างทะนุถนอม
"เสวี่ยเอ๋อร์... ลูกพ่อ เ้าเป็อย่างไรบ้าง"
น้ำเสียงนั้นทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ทำให้นางค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ภาพที่ปรากฏตรงหน้าคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่ง ใบหน้าของเขาคมเข้มดุดันประหนึ่งราชสีห์ที่ผ่านศึกเหนือเสือใต้มานับไม่ถ้วน ทว่าั์ตาคู่ที่เคยกร้าวระรานศัตรู กลับทอประกายอ่อนโยนยามจ้องมองมาที่นางเพียงผู้เดียว
ชายผู้นี้คือ หรงเจิ้นกั๋ว แม่ทัพผู้เกรียงไกรในวัย 48 ปี และเขาก็คือบิดาผู้ให้กำเนิดร่างนี้
"ท่านพ่อ..." นางเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงแ่เบา เนื่องจากร่างกายยังมิตื่นตัวดีนัก "ลูก... ดีขึ้นมากแล้วเ้าค่ะ"
คำเรียกขานที่หลุดจากปาก ทำให้ประกายความโล่งใจพาดผ่านใบหน้าเคร่งขรึมของจอมทัพ เขาพยักหน้าเบาๆ ราวกับยกูเาออกจากอก
