"แน่นอน ก็คิดได้ว่าเขาต้องแต่งภรรยาอย่างไรเล่า"จ้าวอี้เลิกคิ้วยิ้มแย้ม มิเช่นนี้ด้วยนิสัยของเขาแล้ว แน่นอนว่าไม่มีทางมาปรากฏตัวในวันเช่นนี้แน่
แต่งภรรยางั้นหรือ?
ฉู่ชิงเดิมทีแล้วนับว่าเป็บุรุษที่ยอดเยี่ยมหาผู้ใดเทียบเคียงได้ยากทว่ากลับซ่อนความลับไว้อีกแล้ว แต่งภรรยางั้นหรือ?
ชาติก่อน เหมือนว่าท่านแม่ทัพหลวงผู้นี้จะไร้คู่ครองไร้ฮูหยิน ไร้อนุจนลาจากโลกไป
ชาตินี้ เขาจะแต่งภรรยาได้หรือ?
เหนียนยวี่ขมวดคิ้ว ครุ่นคิดไตร่ตรองประจวบเหมาะกับนางกำนัลเดินนำคนที่แต่งตัวราวกับชาวต่างแคว้นเข้ามาในตำหนักในตำหนักชีอู๋เมื่อครู่ นางพบหนึ่งในสองคนนี้ไปแล้ว ทว่าอีกคน...
ฉวยโอกาสยามที่พวกเขาเดินเข้ามาในตำหนักเหนียนยวี่ก็เหลือบตามองพวกเขาทันที
คนหนึ่งคือหญิงสาวสวมชุดสีแดงเพลิง งดงามเย้ายวนสวมชุดรัดแน่น สัดส่วนรูปร่างโค้งเว้ามีเสน่ห์น่าสนใจสายตาของบุรุษมากมายตรงนี้ราวกับถูกร่างกายงดงามร้อนแรงของนางดึงดูดไว้
ดวงตาดอกท้อของหญิงสาวกวาดมองไปรอบๆมีเสน่ห์ดึงดูดเหลือล้น หากผู้ใดได้สบเข้ากับดวงตาคู่นั้นจิตใจประหนึ่งจะอ่อนระทวย ร่างกายจะโรยแรงทันที
อย่างไรเสีย ั้แ่ที่หญิงสาวผู้นั้นก้าวเข้ามาในตำหนักก็มิได้มองผู้ใด แต่ดูเหมือนว่าความร้อนแรงเช่นนี้เมื่อคู่กับ "ความเ็า"เยี่ยงนี้ ก็ยิ่งทำให้ผู้คนรู้สึกคันยุบยิบในใจ
หลายคนมิอาจละสายตาจากนางได้ทว่าสมาธิของเหนียนยวี่กลับล่องลอยไปอยู่ที่อื่นแล้ว
ราชทูตแคว้นหนานเยวี่ย นอกจากสตรีผู้นี้ยังมีบุรุษวัยกลางคนอีกหนึ่งคน ใบหน้าของบุรุษผู้นั้นมืดมนราวกับว่าไม่มีความสุขเพราะเหตุบางอย่าง
เหนียนยวี่รู้ว่าราชทูตจากสองแคว้นครั้งนี้ล้วนเป็คนในราชวงศ์ทั้งหมดในปีเทียนฉี่ที่ยี่สิบปีนี้ แคว้นหนานเยวี่ยมีฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ได้ไม่นานอายุอานามของบุรุษผู้นี้ น่าจะเป็เสด็จอาของฮ่องเต้องค์ปัจจุบันของหนานเยวี่ย
เหนียนยวี่ครุ่นคิด แววตาถูกองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังราชทูตแคว้นหนานเยวี่ยดึงดูดไปเมื่อเห็นใบหน้านั้นแล้ว ในใจเกิดสั่นสะท้าน จนแม้แต่สุราบนโต๊ะยังถูกกระแทกจนตกลงไป
"เ้าเป็อะไรไป?"
ผู้คนมากมายต่างก็มัวแต่จับจ้องให้ความสนใจไปที่ราชทูตจากสองแคว้นจึงไม่มีผู้ใดสนใจเหนียนยวี่ ทว่าการเคลื่อนไหวจนทำให้สุราพลิกคว่ำกลับมิสามารถซ่อนจากบุคคลทั้งสองคนที่นั่งข้างนางได้
มู่อ๋องจ้าวอี้เอ่ยปากขึ้นมาอย่างเป็ห่วง ส่วนองค์หญิงใหญ่ชิงเหอก็จ้องมองเหนียนยวี่ด้วยแววตาสำรวจบางอย่าง
"ไม่ ไม่มีอะไร..."เหนียนยวี่ฉีกยิ้ม รีบหยิบจอกสุรามาจัดวางให้ดี สูดหายใจลึกเฮือกหนึ่งทว่าอย่างไรก็มิอาจสงบความคิดลงได้
คนผู้นั้น…
"ไม่มีอะไรงั้นหรือ?"จ้าวอี้ไม่เชื่อในสิ่งที่นางพูด จ้องมองเหนียนยวี่ที่มีแววตาผิดปกติยิ่งแน่ใจว่านางมีเื่อะไรบางอย่างในใจ ทว่ามันคือเื่อะไรที่ทำให้นางเสียกิริยาได้เยี่ยงนี้?
จ้าวอี้ใคร่อยากรู้ ทว่าก็ไม่ได้ถามอะไรมากเพียงแค่ค่อยๆ ลอบสังเกตไปทีละน้อย
ดูเหมือนเหนียนยวี่อยากจะแน่ใจอะไรบางอย่างนางมองไปที่บุรุษคนนั้นอีกครั้ง ต่อหน้าต่อตานางใบหน้านั้นก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้น
ชาติก่อน พวกเขาเคียงบ่าเคียงไหล่ในา สู้รบกันในสนามรบ นางเคยเห็นการข่มขู่ของบุรุษผู้นี้มาก่อน ความโเี้ของเขานางจำได้อย่างแม่นยำ ทว่าเห็นได้ชัดว่าเขามีฐานะสูงส่ง เหตุใดกลับแต่งกายเป็องครักษ์เช่นนี้?
"ฮ่องเต้เสด็จฮองเฮาเสด็จ"
ในหัวของเหนียนยวี่หวนนึกถึงฉากสู้รบฟาดฟันกันในชาติก่อนสายตาผันผวนปรวนแปรดั่งลมพายุพัดพาซัดสาดเมฆา
พอดีกับที่ยามนี้ เสียงของขันทีดังขึ้นปลุกความคิดของเหนียนยวี่หลังฮ่องเต้หยวนเต๋อและฮองเฮาอวี่เหวินเสด็จเข้ามาในตำหนักคนทั้งหมดในตำหนักต่างรีบเร่งลุกขึ้นถวายความเคารพ หลังรอให้ฮ่องเต้และฮองเฮานั่งลงแต่ละคนก็พากันกลับมายังที่นั่งตัวเอง
องค์หญิงใหญ่ชิงเหอเพิ่งกล่าวไปว่า งานเลี้ยงฉีเฉี่ยววันนี้จะไม่มีทางผ่านไปอย่างราบเรียบง่ายดายแน่
เป็อย่างที่คิด ทุกคนที่เพิ่งนั่งลงไปบางคนก็เริ่มมีปัญหาเสียแล้ว
“ฮ่องเต้แห่งเป่ยฉี ได้ยินว่าฉางไทเฮากลับมาแล้วนี่พ่ะย่ะค่ะเหตุใดจึงไม่ออกมาพบเจอผู้คนเลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ หรือว่ามีใครที่ไม่ประสงค์ให้ฉางไทเฮาออกมางั้นหรือพ่ะย่ะค่ะ?”บุรุษวัยกลางคนแคว้นหนานเยวี่ยคนนั้นเอ่ยปากถามขึ้นด้วยเสียงก้องกังวาน ใบหน้ามืดมน ซักถามออกมาด้วยน้ำเสียงติเตียน ไม่ปิดบังแม้สักนิด
เมื่อเอ่ยถึงเื่นี้หลายคนอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเื่การลอบสังหารครั้งนั้นที่นอกประตูเมือง
มีข่าวลือว่ามีคนบางกลุ่มไม่้าให้ฉางไทเฮากลับวังจึงเกิดการลอบสังหารเช่นวันนั้นขึ้น โชคยังดีที่ท่านอ๋องหลีทรงตอบสนองรวดเร็วออกตัวปกป้องพระมารดา
สีหน้าของฮ่องเต้หยวนเต๋อมืดทะมึนขึ้นมาเล็กน้อยดูเหมือนว่าเื่นี้จะเป็เื่ที่เขาคาดการณ์ไว้แล้ว จึงหัวเราะออกมา"ไทเฮาทรงชื่นชอบความสงบ โอกาสเทศกาลแบบนี้ เกรงว่านางคงไม่อยากมาร่วมด้วย"
"เช่นนั้นเื่การลอบสังหารวันนั้น มันเกิดอะไรขึ้นแน่พ่ะย่ะค่ะ?"
เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้หยวนเต๋อจงใจหลบเลี่ยงบุรุษวัยกลางคนจึงเอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น
"การลอบสังหาร...เจิ้นให้คนไปตรวจสอบแล้ว"ฮ่องเต้หยวนเต๋อเลิกคิ้ว
"เช่นนั้นผลเป็อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ?แท้จริงเป็ผู้ใดกันแน่ที่้าเอาชีวิตของฉางไทเฮา?"น้ำเสียงของบุรุษคนนั้น เริ่มฟังดูข่มขู่มากขึ้น
"ท่านอ๋องอูเสียน..."
ฮ่องเต้หยวนเต๋อกำลังจะตรัสอะไรบางอย่าง อูเสียนอ๋องก็เอ่ยต่อขึ้นทันทีว่า"ฮ่องเต้เป่ยฉี ท่านอย่าตรัสอะไรเช่นว่ายังหาไม่เจอเช่นนี้เลย ข้าได้ยินมาว่าบนหัวธนูในเหตุการณ์ลอบสังหารครานั้นมีสัญลักษณ์กรงเล็บเหยี่ยวผู้ใดอยู่เื้ัเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ ยังดูไม่ออกอีกหรือ? หึ ในวังหลวงแห่งนี้จะมีผู้ใดที่ไม่้าให้ฉางไทเฮากลับวังได้อีกเล่า"
ยามที่อูเสียนอ๋องกล่าวสายตาเหลือบมองฮองเฮาอวี่เหวินที่นั่งอยู่ด้านข้างฮ่องเต้หยวนเต๋อฮองเฮาอวี่เหวินแทบจะไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาสักคำ
ฮองเฮาอวี่เหวินขมวดคิ้ว สีหน้าของฮ่องเต้หยวนเต๋อยิ่งดูไม่น่ามองทว่าก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายออกมาอย่างไร
“อูเสียนอ๋องต้องชี้แจงให้กระจ่าง พูดใส่ความให้ร้ายเช่นนี้เป่ยฉีของข้าไม่พอใจสิ่งที่ท่านเอ่ย"จ้าวอี้วางจอกสุราในมือบนโต๊ะอย่างหนักหน่วง อย่างไรเขาก็เป็คนฉลาดจึงเข้าใจความหมายที่อูเสียนอ๋องพูดออกมาได้ ทว่าเขาทนไม่ได้ เสด็จแม่ฮองเฮาจะส่งคนไปลอบสังหารเสด็จอาสะใภ้ได้อย่างไร
ข่าวลือเื่นี้ถูกเล่าลือในวังหลวงมาหลายวันแล้วตลอดมาเขาไม่ได้คิดอะไร ทว่าวันนี้คนเยอะเพียงนี้ ทั้งยังอยู่สถานการณ์เช่นนี้อีกเห็นได้ชัดว่าอูเสียนอ๋องผู้นี้กำลังยั่วยุ แล้วจะให้เขายอมดูอยู่เฉยๆไม่สนใจได้อย่างไร?
“หลักฐานเองก็มีหมดแล้วหรือว่าธนูที่มีสัญลักษณ์กรงเล็บเหยี่ยวนั้น มิใช่ความล้มเหลวของตงหลีงั้นหรือ?"อูเสียนอ๋องไม่ยอมปล่อย ดูเหมือนว่าวันนี้จะต้องร้องขอความเป็ธรรมให้ได้"หึ พวกเ้าเป่ยฉีกำลังปกป้องคนผิดเช่นนี้ เหมือนกับตงหลีที่กลั่นแกล้งรังแกผู้อื่นเกินจะรับได้!”
ด้วยคำพูดนี้อวี่เหวินเจี๋ยที่มั่นคงที่สงบเสงี่ยมอยู่เสมอก็ยังนั่งไม่ติด "อูเสียนอ๋องอาศัยเื่นี้เพียงเื่เดียว ก็โยนเื่มาที่แคว้นตงหลีของข้าแล้วเกรงว่านี่จะเป็การพูดตัดสินกันเกินไปหน่อยกระมัง"
“เช่นนั้นท่านจะบอกว่า องครักษ์เงาของราชสกุลอวี่เหวินของพวกท่านนอกจากคนของสกุลอวี่เหวินแล้ว ผู้ใดก็ใช้ได้งั้นหรือ หากมิใช่พวกเ้าสั่ง แล้วจะยังเป็ผู้ใดได้อีก?” อูเสียนเอ่ยออกมาอย่างเ็าและไม่พอใจ เลิกคิ้วมองอวี่เหวินเจี๋ยเผชิญหน้ากับสายตาเ็า
องครักษ์เงาของราชวงศ์อวี่เหวิน ทุกคนล้วนฮึกเหิมห้าวหาญทั้งยังขึ้นชื่อเื่ความจงรักภักดี ฟังเพียงคำสั่งของราชวงศ์ยิ่งไปกว่านั้นในราชวงศ์อวี่เหวินมีเพียงคนที่มีฐานะพิเศษ แตกต่างจากผู้อื่นเท่านั้นจึงจะสามารถเรียกระดมกำลังได้
สิ่งที่อูเสียนอ๋องเอ่ยมาทั้งหมด ผู้คนมากมายในเหตุการณ์ก็ยิ่งเริ่มเชื่อถือข่าวลือนี้มากขึ้นเรื่อยๆ
เล่ากันว่า คนที่ฮ่องเต้รักคือฉางไทเฮาส่วนฮองเฮาอวี่เหวินเห็นได้ชัดว่าเป็ภรรยาที่จับคู่มาให้สมรสกันเกรงว่าความพัวพันระหว่างคนไม่กี่คนตรงนี้ จะไม่ใช่แค่เื่ธรรมดาตามที่ทุกคนเห็น
ไม่ต้องเอ่ยถึงความผูกพัน ในวังหลวงแห่งนี้เพื่อรักษาตำแหน่งของตัวเอง จะไม่ยอมลงมือได้หรือ
ฮองเฮาอวี่เหวินกลัวว่าฉางไทเฮาจะกลับวังหลวงมาคุกคามตำแหน่งของนางเช่นนั้นการลอบสังหารก็คงมิใช่เื่ที่เป็ไปไม่ได้มิใช่หรือ?
ผู้คนมากมายจับจ้องใบหน้าฮองเฮาอวี่เหวินเห็นเพียงแค่ใบหน้านิ่งสงบของนาง ฮองเฮาอวี่เหวินรู้ได้ทันทีว่าคงจะล้างมลทินให้ตนเองได้ไม่ง่ายดายนักทว่านางเองก็เป็ถึงฮองเฮาของแว่นแคว้น จะทนเป็แพะรับบาปแทนผู้อื่นได้อย่างไร
ฮองเฮาอวี่เหวินกำลังจะเอ่ยปาก ทว่ากลับมีอีกเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาเสียก่อน...