บทที่ 146 เื่ใหญ่เกินไป
“ตำหนักจันทราเงินของพวกเ้าไร้เกียรติศักดิ์ศรีกันหมดแล้วหรือ?” ฉินชูตะคอกทีหนึ่ง ขนาดโจวเหมยไร้ยางอายถึงขีดสุด แต่ผู้นำระดับสูงของตำหนักจันทราเงินกลับไม่มีทีท่าจะขัดขวาง แบบนี้ไม่ใช่การกลั่นแกล้งยังจะเป็อะไรได้อีก?
“นางเป็นาง เราเป็เรา หากมีปัญญา เ้าก็สังหารนางเสีย!” ผู้เฒ่าเสว่เอ่ยปากกล่าว วาจานั้นแฝงเร้นด้วยอารมณ์เดือดดาล เพราะโจวเหมยทำเกินกว่าเหตุอย่างแท้จริง มีศิษย์ตำหนักจันทราเงินจำนวนมากมายเท่าไรที่ดูอยู่ โจวเหมยไม่คำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีแม้แต่น้อย แบบนี้ไม่ใช่แค่นางคนเดียวที่ขายหน้า แต่ทำให้ทั้งตำหนักจันทราเงินต้องขายหน้าไปด้วย
โจวเหมยไม่ได้หยุดมือ แต่กลับกวัดแกว่งกระบี่ยาว แล้วเริ่มฟาดฟันใส่ฉินชู นางถอยไม่ได้แล้ว นางจำเป็ต้องสังหารฉินชูเสีย หากไม่สังหาร เช่นนั้นจะกลายเป็ความอัปยศ ค่อยไปสำนึกผิดทีหลัง บางทีอาจยังพอมีโอกาส
เมื่อไม่มีใครคิดช่วย ฉินชูจึงเกิดเพลิงโทสะขึ้นมา ข่มเหงกันเกินไปแล้ว เช่นนั้นมีแต่ต้องสู้!
ระหว่างถอยห่าง ฉินชูชักกระบี่เทพบูรพาออกจากฝัก ต้านการโจมตีจากโจวเหมยไว้ได้ แต่ถึงจะต้านไว้ได้ แต่ร่างกายของเขาก็ถูกปราณกระบี่ที่โจวเหมยปล่อยออกมากระแทกจนถอยหลังไม่หยุด
การปะทุพลังปราณของผู้ฝึกตนขั้นห้าเทียนหยวนนั้น แข็งแกร่งเป็อย่างมาก หาใช่ระดับที่ผู้ฝึกตนขั้นสี่หลิงหยวนจะต้านรับไว้ได้
ร่างกายถูกกระแทกจนถอยหลัง ฉินชูรวบรวมสมาธิ เพ่งจิตสู่สภาวะจิตกระบี่ พร้อมทั้งปะทุเจตจำนงกระบี่ระดับสอง เสริมพลังแก่กระบี่เทพบูรพา แล้วเริ่มตั้งรับการโจมตีจากโจวเหมยเป็หนที่สอง
ยามโจวเหมยโจมตีถึงตรงหน้าฉินชูเป็หนที่สอง ฉินชูแทงกระบี่เทพบูรพาในมือออกไป แม้ออกกระบวนท่าทีหลังแต่กระบี่กลับถึงตัวก่อน แทงใส่ตำแหน่งด้ามกระบี่ของโจวเหมย ปัดกระบี่ของนางออก จากนั้นจึงตวัดกระบี่เทพบูรพา ก่อนจะฟันเป็มุมทแยง เป้าหมายคือลำคอของนาง
แววตาของโจวเหมยฉายประกายผิดคาดก่อนจะถอยหลัง และหลังจากถอยไปจึงบุกเข้าโจมตีอีกครั้ง กระบี่ยาวยังคงโจมตีต่อเนื่อง
สถานการณ์ต่อสู้เปลี่ยนจากเริ่มแรกที่โจวเหมยเป็ฝ่ายได้เปรียบโดยสมบูรณ์ กลายเป็การต่อสู้ยื้อยุดกัน ไม่ว่าการโจมตีของโจวเหมยจะคลุ้มคลั่งเพียงใด กระบี่เทพบูรพาของฉินชูก็มักจะต้านรับได้ เมื่อต้านรับสำเร็จ ฉินชูก็จะโต้ตอบด้วยกระบวนท่าที่มีภัยคุกคามสูง
“อาจารย์ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเ้าคะ? ขั้นสี่หลิงหยวนสามารถต่อกรกับขั้นห้าเทียนหยวนได้หรือ?” ถังหว่านเอ๋อร์มองเ้าตำหนักจันทราเงิน แววตาของนางเต็มไปด้วยความฉงน สภาพการณ์เช่นนี้อยู่นอกเหนือองค์ความรู้ของนาง
“อาจารย์ ท่านพ่อ พวกท่านรีบขัดขวางสิเ้าคะ ฉินชูมีอันตราย!” มู่เซวียนรู้สึกร้อนใจ ยามนี้คนที่สนใจความเป็ความตายของฉินชูที่สุดก็คือนาง เพราะฉินชูเป็ผู้มีพระคุณ
“ไม่ต้องร้อนใจเสี่ยวชี ครั้งนี้เ้าจับปลาตัวใหญ่กลับมาเชียว!” เ้าตำหนักจันทราเงินยกมือขึ้นปรามไม่ให้ศิษย์ของตนเองกล่าวอะไรอีก
ผู้เฒ่าเสว่เองก็เคาะไม้เท้าลงบนพื้น “เป็ปลาตัวใหญ่อย่างแท้จริง คิดไม่ถึงเลย ว่าจะมีผู้ฝึกตนเช่นนี้ปรากฏตัว”
การต่อสู้ยังคงดำเนินต่อไป เสียงกระบี่ดังก้องกังวานไม่หยุด การโจมตีของโจวเหมยเร็วขึ้นเรื่อยๆ เพลงกระบี่พื้นฐานของฉินชูที่ใช้โจมตีโต้ตอบก็เฉียบคมขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน
“ตำหนักจันทราเงินของพวกเ้าช่างเหี้ยมนัก ข้าไม่เล่นด้วยแล้ว” หลังจากต้านรับการโจมตีของโจวเหมยได้อีกครั้ง ฉินชูเคลื่อนตัวออก และเริ่มถอยห่างออกไป
หากใช้พลังกายในระดับสูง ฉินชูเชื่อว่าตัวเองสามารถสังหารโจวเหมยได้ แต่เ้าตำหนักจันทราเงินและผู้เฒ่าเสว่ล้วนดูอยู่ หากปะทุพลังกายในระดับสูง เื่ที่มีสายเืศักดิ์สิทธิ์ในกายก็อาจถูกเปิดเผยได้โดยง่าย ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจจะหนี ส่วนเบาะแสที่ผู้เฒ่าเสว่รู้ บัดนี้เขาคงต้องยอมละทิ้งไป
ฉินชูล่าถอย โจวเหมยเริ่มไล่ล่า นางมีหรือจะปล่อยให้ฉินชูหนี ไม่เช่นนั้นนางจะเอาเกียรติไปไว้ที่ไหน?
การต่อสู้เคลื่อนที่ไป เหล่าคนที่มุงดูจึงเคลื่อนที่ตาม หายากนักที่จะได้ดูการปะทะกันอย่างดุเดือดที่ไม่ใช่แค่การประลอง ศิษย์ตำหนักจันทราเงินรู้สึกสนใจเป็อย่างมาก
“พอแล้ว!” เ้าตำหนักจันทราเงินเริ่มเคลื่อนไหว นางสะบัดแขนเสื้อทีหนึ่งซัดโจวเหมยลอยกระเด็น ะเืจนมุมปากของนางมีเืไหลซึมออกมาไม่หยุด
“ท่านเ้าตำหนัก...” โจวเหมยสีหน้าขาวซีด นางรู้ว่าวันนี้นางจบสิ้นแล้ว
“เ้าไม่สนเกียรติศักดิ์ศรีของตำหนักจันทราเงินเลยหรือ?” ใบหน้าเ้าตำหนักจันทราเงินปรากฏจิตสังหาร
ฉินชูไม่มีเวลาจะดูเื่สนุก ฝีเท้าไม่หยุดนิ่งยังคงหนีต่อ
ในเวลานี้เอง ผู้เฒ่าเสว่ที่กุมไม้เท้าขวางทางเขาไว้ “เ้าบอกว่าอยากพบข้าเป็การส่วนตัวไม่ใช่หรือ เหตุใดถึงหนีเล่า!”
“เื่นั้น... ข้าน้อยยังมีธุระด่วน ไม่รบกวนผู้าุโแล้ว!” หลังจากอ้อมไป ฉินชูจึงไหวตัวทีหนึ่งก่อนหนีต่อ สถานการณ์ในยามนี้ไม่ดีเป็อย่างมาก เขาไม่อยากถูกตำหนักจันทราเงินเล่นงาน
ฉินชูเพิ่งหนีออกไปเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกผู้เฒ่าเสว่ขวางไว้อีกครั้ง “ผู้มาเยือนล้วนเป็แขก ยิ่งไปกว่านั้น เ้าเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตศิษย์เ้าตำหนักเอาไว้ ตำหนักจันทราเงินต้องต้อนรับ มิเช่นนั้นจะกลายเป็ที่ครหา”
ฉินชูไหวตัวอีกหลายครั้ง แต่ก็ยังหนีไม่พ้น ถูกผู้เฒ่าเสว่ขวางทางไว้ตลอด เมื่อหมดหนทาง ฉินชูจึงทอดถอนใจ “ก็ได้! พวกท่านต้อนรับเถอะ”
ยามกลับถึงลานหน้าโถงใหญ่พร้อมกับผู้เฒ่าเสว่ ฉินชูได้เห็นภาพเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงเป็อย่างมาก คมแสงกระบี่พาดผ่าน ลำคอของโจวเหมยปรากฏรอยเื จากนั้นจึงล้มลงไป
นางถูกปลิดชีพ!
“ไม่สนใจกฎสำนัก ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเ้าตำหนัก มีโทษตาย!” เ้าตำหนักจันทราเงินเก็บกระบี่แล้ว
ฉินชูไม่รู้ว่าระหว่างที่เขาหนีไป โจวเหมยทำสิ่งใดที่ยั่วโทสะเ้าตำหนักจันทราเงินอีก จึงทำให้นางถูกปลิดชีพ
สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ฉินชูได้รู้ว่าเ้าตำหนักจันทราเงินก็เป็คนเหี้ยมอย่างแท้จริง ต่อให้โจวเหมยจะผิดเพียงใด ก็ยังเป็ถึงผู้าุโ บัดนี้คิดจะสังหารก็สังหาร ทั้งยังสังหารต่อหน้าท่านผู้เฒ่าและผู้าุโคนอื่นๆ การทำเช่นนี้ต้องมีความอาจหาญยิ่งนัก
“เื่การเกี่ยวดองไม่จำเป็ต้องหารือกันอีก ราชวงศ์ดาราเหมันต์อยากเปิดศึก เช่นนั้นก็สู้ให้ถึงที่สุด ตำหนักจันทราเงินของพวกเราก็มีความทระนง!” หลังจากปลิดชีพโจวเหมย เ้าตำหนักจันทราเงินจึงออกคำสั่ง ยามนี้สายตาของเหล่าผู้นำระดับสูงที่มองไปทางเ้าตำหนักจันทราเงินล้วนต่างจากเดิม
ฉินชูดูไม่ออก แต่เหล่าผู้าุโขั้นห้าของตำหนักจันทราเงินล้วนเห็นอย่างชัดเจน ยามเ้าตำหนักจันทราเงินสังหารโจวเหมย พลังความสามารถที่แสดงออกมาเป็ขั้นหกหวางเจ่อ พลังความสามารถระดับนี้ จวงหานจะเอาอะไรมาสู้ด้วย? เพราะผู้เฒ่าจวงซึ่งเป็ผู้เฒ่าอีกคนของตำหนักจันทราเงินก็มีเพียงตำแหน่งที่สูง แต่พลังตบะยังอยู่เพียงขั้นห้า
“ฉินชู เ้าช่วยมู่เซวียนกลับมา นี่เป็บุญคุณอันใหญ่หลวง บุญคุณนี้ข้าจะจดจำไว้ ดังนั้นเ้าต้องอยู่ต่อก่อน ไว้ข้าจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับ...มู่เซวียน หว่านเอ๋อร์ พวกเ้าพาฉินชูไปพักผ่อน” เ้าตำหนักจันทราเงินมองถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียนพร้อมกล่าวกำชับ
ฉินชูตามถังหว่านเอ๋อร์และมู่เซวียนกลับมายังเรือนแยกของมู่เซวียน
“เ้าอย่าหนีได้หรือไม่? เช่นนั้นพวกเราคงชี้แจงกับอาจารย์ได้ยากยิ่งนัก” ถังหว่านเอ๋อร์มองฉินชู กล่าวด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย เพราะสิ่งที่เ้าตำหนักจันทราเงิน้าคือให้นางและมู่เซวียนเฝ้าฉินชูไว้
“ข้าเข้าใจ ค่อยรับมือตามสถานการณ์ก็แล้วกัน” ฉินชูกล่าว
“ศิษย์พี่หญิง เหตุใดถึงเป็เช่นนี้ไปได้? ฉินชูช่วยข้าไว้ แผนการใดๆ ก็ใช่ว่าจะมี เดิมทีเขาก็จะไปอยู่แล้ว” มู่เซวียนกล่าวด้วยสีหน้าฉงนสงสัย
“เสี่ยวชี เ้าอย่าเพิ่งร้อนใจ ข้าเชื่อว่าอาจารย์และผู้เฒ่าเสว่ต่างรู้ถึงเื่นี้ ที่รั้งฉินชูไว้เพื่ออะไร ศิษย์พี่พอจะคาดเดาได้บ้าง ฉินชู เ้าไม่เพียงแต่มีเจตจำนงกระบี่ระดับสอง แต่ยังมีสภาวะจิตกระบี่ด้วยใช่หรือไม่? เ้าทำให้เป็เื่ใหญ่เกินไปแล้ว!” ถังหว่านเอ๋อร์กล่าว
“ข้าเองก็ไม่อยากให้กลายเป็เื่ใหญ่ แต่สถานการณ์เมื่อครู่นี้ หากข้ายังเก็บซ่อนความสามารถก็จะถูกโจวเหมยสังหาร ข้ายังมีวิธีใดอีก?” ฉินชูรู้สึกกล่าวอะไรไม่ออก เขาไม่อยากทำตัวเอิกเกริก แต่สถานการณ์ในตอนนั้นเขาไม่อาจเก็บซ่อนต่อไปได้
ภายในหอคอยแห่งหนึ่งด้านหลังโถงใหญ่ของตำหนักจันทราเงิน เ้าตำหนักจันทราเงินและผู้เฒ่าเสว่นั่งหันหน้าเข้าหากัน
“สภาวะจิตกระบี่ เจตจำนงกระบี่ เ้าหนูนี่หาใช่คนธรรมดาทั่วไป เขาไม่ยอมบอกชาติกำเนิดและความเป็มาของตัวเอง เพราะมีความระแวงอยู่ในใจ” เ้าตำหนักจันทราเงินกล่าว
“ท่านเ้าตำหนัก ก่อนหน้านี้เขาบอกว่า้าพบข้า น่าจะมีธุระบางอย่าง เราตรวจสอบจากเื่นี้ได้” ผู้เฒ่าเสว่กล่าว
