บทที่ 147 เบญจพฤกษาเทพ์และโลก
“ศิษย์พี่เดินทางมาไกล สู้ไปพักผ่อนก่อนดีกว่า ข้าเตรียมงานเลี้ยงไว้แล้วในตอนเย็น ค่อยดื่มกินกับศิษย์พี่ให้เมา!” เสิ่นตานเจวี๋ยรู้ว่าหวันต่านเยวี่ยใช้เวลาและพลังไม่น้อยในการเดินทาง อีกทั้งยังได้รับอันตรายหลายครั้งด้วย จึงได้แสดงความคิดเห็นไปเช่นนั้น
“เื่นี้ไม่ต้องรีบร้อน ไม่ง่ายกว่าที่ข้าจะมาที่นี่ได้สักครั้ง จะไม่มีของขวัญอะไรเลยมาให้เ้าเลยได้อย่างไร ฮ่าๆ ของสิ่งนี้ศิษย์น้องเ้าต้องชอบมันแน่ๆ!” หวันต่านเยวี่ยยืนอยู่บนยอดตรงผาเจียเทียน ก่อนจะมองไปรอบๆ และหันกลับมาพูดกับเสิ่นตานเจวี๋ย
“เอ๊ะ? ของล้ำค่าอะไร รีบเอามาให้ศิษย์น้องได้เปิดหูเปิดตาเถิด ท่านอย่ามาทำเป็เล่นลูกไม้อยู่เลย!” ใบหน้าของเสิ่นตานเจวี๋ยมีฉายแววแปลกใจ
หวันต่านเยวี่ยก็ไม่ได้พูดขึ้นมาลอยๆ เพียงนั้น จากนั้นก็มีแสงแวบขึ้นมาในมือของเขา เผยให้เห็นกล่องไม้สีเข้มอย่างเด่นชัดใบหนึ่ง
“กล่องไม้ที่ทำจากไม้ศักดิ์สิทธิ์โม่ซัง? มีสมบัติอะไรอยู่ในนั้นหรือ? ถึงกับใช้ไม้ศักดิ์สิทธิ์ล้ำค่าเช่นนี้มาทำกล่องบรรจุ?” เสิ่นตานเจวี๋ยร้องอุทานออกมา เดิมทีคิดเพียงว่า ต่อให้ศิษย์พี่นำของขวัญมาให้ตัวเอง แต่คิดว่ามันคงเป็เพียงยาอายุวัฒนะล้ำค่าหรือสิ่งของจำพวกสูตรยาที่มีชื่อเสียงบางอย่างเท่านั้น ตอนนี้ดูเหมือนว่าของที่ศิษย์พี่นำมาในครั้งนี้มันอยู่เหนือความคาดหมายของตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว
เมื่อเห็นปฏิกิริยาของเสิ่นตานเจวี๋ย หวันต่านเยวี่ยถึงกับยิ้มอย่างพึงพอใจและกล่าวเสริมว่า “ของสิ่งนี้คือต้นกล้าของ ‘ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น’ ซึ่งเป็หนึ่งในต้นเบญจพฤกษาเทพ์และโลก เ้าก็รู้ว่าศิษย์พี่อยู่ที่หมานโตวมาหลายร้อยปีแล้ว ที่นั่นอะไรก็ไม่มี แต่สมบัติล้ำค่า ดอกไม้ และต้นไม้แปลกๆ มีเยอะจนนับไม่ถ้วน ก่อนหน้านี้บังเอิญได้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมาสามต้น หนึ่งในนั้นให้ศิษย์พี่ใหญ่ไปต้นหนึ่ง ข้าเหลือเก็บไว้เองต้นหนึ่ง ส่วนที่เหลืออยู่ต้นหนึ่งนี้ก็นำมาให้เ้า ท่านอาจารย์ ฝึกบำเพ็ญเพียรอยู่ในสถานที่ลับตลอด ไม่มีสมบัติที่ล้ำค่าหายากอะไรในนั้น จึงไม่ได้ใช้ของพวกนี้”
ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น?
ทันทีที่ชื่อนี้ผุดขึ้นมาในหัวของเสิ่นตานเจวี๋ย ก็ทำให้นึกถึงต้นกำเนิดของต้นไม้ต้นนี้ และรู้สึกเวียนหัวขึ้นมาเวลานี้ทันที หากเขาจำไม่ผิด ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นต้นนี้เป็ต้นไม้ที่มีมูลค่ามากในต้นเบญจพฤกษาเทพ์และโลก แม้ว่าตอนนี้จะเป็เพียงต้นกล้า แต่มันก็มีค่านัก มันเป็ต้นไม้ที่เขาไม่กล้าที่จะจินตนาการถึงเลยด้วยซ้ำ
“ศิษย์พี่ ต้นไม้นี้ล้ำค่าเกินไป ศิษย์น้องจะยอมรับมันไว้ได้อย่างไร?” เสิ่นตานเจวี๋ย ตกอยู่อาการลังเลและตื่นเต้น
หวันต่านเยวี่ยหัวเราะเบาๆ เขาก้มมองกล่องไม้ในมือแล้วยัดมันใส่มือของศิษย์น้องแล้วพูดขึ้นว่า “พวกเรามีกันเพียงพี่น้องเพียงสามคนในเส้นสายนี้ หากอาจารย์ไม่้าสิ่งนี้ เช่นนั้นพวกเราก็แบ่งกันคนละต้น! สิ่งนี้มีใช้เพียงพอก็ดี หากมีมากไปก็ไร้ประโยชน์ มันดึงดูดความโลภของผู้ที่จ้องที่อยากได้ไป ดังนั้นเ้าก็คิดเสียว่าช่วยแบ่งปันความกดดันแทนให้ศิษย์พี่เช่นข้าละกัน!”
เสิ่นตานเจวี๋ยยังไม่รู้ว่าคำพูดนี้ของศิษย์พี่เป็เพียงเพียงข้ออ้างเท่านั้น เมื่อนึกถึงศิษย์พี่น้องทั้งสามอยู่ด้วยกันน้อยมากกว่าที่จะได้อยู่ด้วยกันมาหลายปีนี้ แต่ศิษย์พี่ยังคงเก็บเขาไว้ในใจ จึงรู้สึกปลาบปลื้มอย่างยิ่ง เขาไม่ลังเลอีกต่อไป เอื้อมมือไปหยิบกล่องไม้ศักดิ์สิทธิ์โม่ซังนั้นมาและพูดอย่างจริงใจ “บุญคุณของศิษย์พี่ ศิษย์น้องจะไม่มีวันลืม!”
“เอาละ เกรงใจกันเช่นนี้ยังจะนับเป็ศิษย์พี่ศิษย์น้องอะไรกันอีก? ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นข้าก็ได้มานานแล้ว หากไม่มีกล่องไม้ศักดิ์สิทธิ์โม่ซังเก็บรักษาไว้ ต้นกล้าในนั้นคงตายไปนานแล้ว ตอนนี้ควรรีบนำไปปลูกให้เร็วที่สุดถึงจะถูก!” หวันต่านเยวี่ยพูดและยิ้มไปด้วย
แรกเริ่มเดิมที เขาได้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นมาสามต้น ต้นหนึ่งที่มีอายุไฟสามพันปี เขาเก็บมันไว้ใช้เอง โดยการปลูกไว้ในถ้ำของตัวเอง ต้นที่สองมีอายุไฟหนึ่งพันห้าร้อยกว่าปีมอบให้ศิษย์พี่ใหญ่ลัวตันอวิ๋น ส่วนต้นกล้าต้นนี้ที่เหลือมีอายุไฟเพียงสามร้อยปีต้นนี้นำมามอบให้กับศิษย์น้องเสิ่นตานเจวี๋ยก็ถือว่าเหมาะสมที่สุด เพราะต้นไม้นี้ยิ่งมีอายุมากเท่าไร ก็จะยิ่งมีสรรพคุณดีขึ้นเท่านั้น เขามีต้นที่มีอายุสามพันปีก็พอใจแล้ว จึงไม่ได้เก็บเอาต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นที่มีอายุเพียงสามร้อยปีมาใส่ใจ
เสิ่นตานเจวี๋ยเองก็รู้สึกตื่นเต้นมากจนแทบจะอดใจะโเสียงดังออกมาไม่ได้ เจ็ดตระกูลใหญ่ในเทียนตูต่างก็มีเบญจพฤกษาเทพ์และโลกเป็ของตัวเอง แม้ว่าจะเก็บกันไว้เป็ความลับ แต่กลับมีข่าวลือแพร่สะพัด ลมพายุจะเกิดขึ้นได้ ย่อมต้องมีต้นสายปลายเหตุแน่นอน เบญจพฤกษาเทพ์และโลกคือศูนย์รวมของรากฐานของพลัง นับว่าเป็กุญแจสำคัญในการสืบทอดพลังอีกด้วย ตอนนี้เขาหนิงชุยเฟิงก็มีแล้วต้นหนึ่งเช่นกัน แม้ว่าจะเป็เพียงต้นกล้า แต่ใช้งานได้เหมือนกัน จะมาดูแคลนกันไม่ได้
ลูกศิษย์หลายร้อยคนของเขาหนิงชุยเฟิงเห็นฉากนี้มาด้วยตาของตัวเอง หลายคนไม่รู้ว่าต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นคืออะไร แต่เมื่อได้ยินอาจารย์ลุงว่ามันคือเบญจพฤกษาเทพ์และโลก ต่างก็คิดว่ามันต้องเป็ต้นไม้ที่หายากแน่นอน จึงรู้สึกดีใจไปตามๆ กัน แต่ไม่รู้ว่าของสิ่งนี้มีไว้ทำอะไรกันแน่
มีลูกศิษย์คนหนึ่งที่สืบสานต่อเจตนารมณ์ของตระกูลมาอย่างยาวนาน รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินเกี่ยวกับเบญจพฤกษาเทพ์และโลก
“ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ท่านเป็อะไร เบญจพฤกษาเทพ์และโลกน่าจะต้องเป็สิ่งที่หายากมาก เขาหนิงชุยเฟิงเราได้ของนี้มาเหตุใดท่านไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลย? หรือว่าของสิ่งนี้ไม่ได้ดีอย่างที่อาจารย์ลุงได้กล่าวมา?” หลังจากที่ลูกศิษย์คนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในสำนักเห็นศิษย์พี่ที่อยู่ข้างกายไม่พูดอะไรเลยสักคำ เพียงมองดูกล่องไม้สีดำในมือของอาจารย์ ก็อดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัย
“เ้าจะรู้อะไร? เบญจพฤกษาเทพ์และโลกไม่ได้เป็เพียงเพียงของหายาก? แต่มันเป็เพียงสมบัติที่พบเจอได้ยากที่มากในพันๆ หมื่นๆ ปี มันคือเบญจพฤกษาเทพเฉพาะของตระกูลและสำนักชั้นนำ หากมีของสิ่งนี้ไว้ต่อให้เขาหนิงชุยเฟิงของเราจะได้รับการกดขี่จากตระกูลลู่ แต่ก็เพียงพอที่จะสืบทอดต่อไปได้โดยไม่ต้องกังวลสิ่งใด”
ศิษย์น้องผู้นั้นดูจะมีสีหน้าใเมื่อได้ยินเช่นนี้ เขาพูดด้วยเสียงที่เบาหวิวว่า “สุดยอดขนาดนั้นเลยหรือ? ต้นไม้ต้นนี้มีประโยชน์อะไร? ข้ารู้แล้ว ใบไม้ของต้นไม้นี้ต้องกินได้แน่นอน หรือว่านำไปใช้ปรุงยาอายุวัฒนะได้!”
เมื่อศิษย์พี่ผู้นั้นได้ยินเช่นนี้ก็ทำหน้าบึ้งทันที เขาละสายตากลับมา ทั้งโกรธและกลั้นขำไว้ไม่อยู่ พร้อมกับตำหนิไปว่า “ใบไม้อะไรกินได้ ของล้ำค่าเช่นนี้จะกินตามอำเภอใจได้อย่างไร? เพียงปลูกต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น มันสามารถรวบรวมเอาพลังปราณที่อยู่ภายในรัศมีขั้นต่ำสิบไมล์หรือสูงสุดหนึ่งหมื่นลี้มาได้ตามอายุขัยของต้นไม้ หากเทียบกับเส้นลมปราณที่สุดยอดพวกนั้นแล้วก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย มิเช่นนั้นจะเป็เบญจพฤกษาเทพ์และโลกที่สืบทอดต่อประตูวิถีแห่งธรรมได้อย่างไร?”
ลูกศิษย์ที่อยู่ใกล้เคียงหลายคนต่างร้องอุทานออกมาหลังจากได้ฟัง ต้นไม้ที่อายุน้อยที่สุดยังสามารถรวบรวมเอาพลังปราณที่อยู่ภายในสิบลี้นี้ได้ หากเช่นนั้นต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอายุสามร้อยปีในมือของอาจารย์จะสามารถรวบรวมเอาพลังปราณได้ไกลเพียงไหนกัน?
ศิษย์พี่คนนั้นยิ้มอย่างภาคภูมิใจเล็กน้อย เพราะรู้ว่าคนพวกนี้กำลังคิดอะไรกันอยู่ อีกทั้งทำเป็พูดโอ้อวดเล็กน้อยว่า “หากข้าเดาไม่ผิด ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นในมือของอาจารย์เราน่าจะสามารถรวบรวมพลังปราณได้ไกลหนึ่งร้อยห้าสิบลี้! เขาหนิงชุยเฟิงของเรามีพื้นที่ครอบคลุมเพียงร้อยลี้เท่านั้น แต่หากไกลออกไปถึงหนึ่งร้อยห้าสิบลี้ก็เหมือนจะครอบคลุมทั่วทั้งเขาหนิงชุยเฟิงเลย แต่คิดว่าหากมีโอกาสได้ฝึกตนอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น ขั้นพลังยุทธ์คงจะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวะโแน่ๆ!”
เมื่อลูกศิษย์หลายคนได้ยินเช่นนี้ ต่างก็พากันตื่นเต้นดีอกดีใจ แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่ถึงทีของพวกเขา แต่หากพวกเขาฝึกฝนอย่างหนักและฝึกฝนการปรุงยาอายุวัฒนะ อนาคตก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสได้ไปฝึกฝนอยู่ใต้ต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเสียหน่อย
เสิ่นตานเจวี๋ยได้ยินการสนทนาของเหล่าลูกศิษย์ด้านล่าง ก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้มออกมา การรวบรวมพลังปราณมันก็เป็เพียงเพียงความสามารถที่ไม่โดดเด่นที่สุดของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น ในจุดที่ล้ำค่ากว่านั้นลูกศิษย์ที่มีความรู้เพียงน้อยนิดพวกนี้จะสามารถรับรู้ได้อย่างไร
แต่ต่อให้เขาจะรู้ข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋น แต่ก็ไม่ค่อยจะแน่ใจ ทว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้นไม้ต้นนี้ไปปลูกก่อน ส่วนเื่อื่นนั้นไว้พูดกันอีกทีภายหลังย่อมได้
หวันต่านเยวี่ยเองก็ไม่้าให้มีอะไรผิดพลาดเกิดขึ้นกับต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นเหมือนกัน ดังนั้นจึงรีบชี้แนะว่า “ต้นไม้ต้นนี้ไม่ได้้าสภาพแวดล้อมที่รุนแรงนัก แต่ควรปลูกไว้ตรงที่มีพลังปราณมากจะเป็การดีที่สุด ดินควรมีความร่วนซุยเท่าที่จะเป็ไปได้ และยิ่งพื้นดินสูงเท่าไรก็ยิ่งดีเท่านั้น”
เมื่อเสิ่นตานเจวี๋ยได้ยินเช่นนี้ พื้นดินทั้งหมดของเขาหนิงชุยเฟิงก็ปรากฏขึ้นในหัว และระบุสถานที่หลายแห่งในทันที หลังจากเลือกได้แล้วในที่สุด ก็กลับพบว่าหน้าเจียเทียนคือสถานที่ที่ดีที่สุด
ก่อนจะส่ายหัวเล็กน้อยและยิ้มเยาะ เมื่อเสิ่นตานเจวี๋ยหันสายตาแล้วเลือกสถานที่หนึ่ง ซึ่งอยู่ตรงขอบหน้าผาทางด้านเหนือของหน้าผาเจียเทียน ที่ตรงนั้นมีพลังลมปราณที่ชุ่มฉ่ำดันขึ้นมาหล่อเลี้ยงจากใต้หน้าผาทุกวัน แม้แต่หินที่อยู่ตามขอบก็ยังมีแนวโน้มที่กลายเป็หินที่มีพลังจิติญญา แต่นี่ยังไม่มากพอ เพราะต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นยัง้าดินวิเศษที่ร่วนซุยที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้ในการหยั่งรากและแตกหน่อ ดังนั้นเสิ่นตานเจวี๋ยจึงหยิบกล่องหยกออกมาอีกกล่อง และเปิดมันออกท่ามกลางสายตาที่ลุกเป็ไฟของลูกศิษย์หลายคน เขาโปรยมันลงตรงขอบหน้าผา ทันใดนั้นชั้นดินสีดำที่หนาสามฉื่อก็ปกคลุมไปเป็ร้อยฉื่อทันที ดินสีดำมีกลิ่นหอมแปลกๆ เห็นได้ชัดว่ามีที่มาที่ไม่ธรรมดา
หวันต่านเยวี่ยเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ พร้อมกับหัวเราะเบาๆ และกล่าวว่า “ดินวิเศษนี้ดีนัก คุณค่าของมันน่าจะไม่ใช่ยาอายุวัฒนะขั้นสี่แล้ว คิดว่าศิษย์น้องคงจะใส่ใจและใช้ความพยายามอย่างมากในการเลี้ยงดินวิเศษนี้!”
ในขณะที่เสิ่นตานเจวี๋ยกำลังปูดินแห่งจิติญญา ในขณะที่เปิดกล่องไม้ศักดิ์สิทธิ์โม่ซังอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้น ลมหายใจที่สดชื่นและสบายก็ฟุ้งกระจายเต็มอากาศ คนที่อยู่ใกล้เพียงััได้ถึงลมหายใจนี้ ก็รู้สึกสบายตัว ต่างก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
ภายในกล่องไม้มีต้นไม้เล็กๆ ที่หดตัวเล็กด้วยฤทธิ์พลังเวท ซึ่งมีความยาวไม่เกินสามฉื่อ รูปร่างเหมือนหยกดำ บนกิ่งหลายสิบก้าน มีใบเหมือนหยกแตกยอดผลุบโผล่ออกมา ประณีตพิถีพิถันยิ่งนัก
“ดินวิเศษนี้เป็เพียงของเล่นบางอย่างที่ศิษย์น้องผสมเล่นในเวลาว่าง เผื่อไว้ใช้ในกรณีฉุกเฉินเท่านั้น หากให้เทียบกับต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นของศิษย์พี่!” เสิ่นตานเจวี๋ยหยิบต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นออกมาอย่างระมัดระวัง และสั่นไหวลอยขึ้นไปในอากาศ พร้อมด้วยพลังเวทที่ปล่อยออกมา ผนวกร่วมกัน จากนั้นต้นไม้เล็กๆ ที่มีความยาวไม่เกินสามฉื่อก็กลายเป็ต้นไม้ใหญ่ที่สูงเกินกว่าหนึ่งฉื่อ และร่อนตัวลงมาในหลุมที่เสิ่นตานเจวี๋ยเคยขุดไว้ก่อนหน้านี้
เซินหยวนชิงจ้องมองมันอยู่เป็เวลานานแล้ว เวลานี้ก็รีบวิ่งเข้าไปข้างหน้าทันที พร้อมกับใช้มือฝังรากของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอย่างระมัดระวังด้วยดินวิเศษ
เสิ่นตานเจวี๋ยพยักหน้าและมองมาด้วยแววตาที่เห็นด้วย แม้ว่าจะไม่ได้ให้รับรางวัลอะไร แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เซินหยวนชิงดีใจเงียบๆ ่นี้เขาหนิงชุยเฟิงกำลังเตรียมรับความกดดัน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างเขากับนายน้อยตระกูลลู่ เขาเองก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างมากเช่นเดียวกัน เพราะกลัวว่าจะเสียความโปรดปรานที่อาจารย์มีต่อเขา ตอนนี้เมื่อมีโอกาสก็ต้องทำตัวดีๆ ต่อหน้าอาจารย์เสียหน่อย จะได้ทำให้อาจารย์ประทับใจ ซึ่งมันก็ควรจะทำอย่างยิ่ง!
ซุนหยวนหลี่และคนอื่นๆ รอจนกระทั่งเซินหยวนชิงออกมาก่อนแล้วถึงรู้ตัว ต่างก็รู้สึกเสียใจไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกันก็แอบชื่นชมเขาเช่นกัน ไม่เสียแรงที่เป็ศิษย์พี่ สายตาและความเด็ดขาดนี้พวกเขาสู้ไม่ได้เลยจริงๆ
เสิ่นตานเจวี๋ยไม่มีเวลาสนใจสายตาของลูกศิษย์หลายคนนี้ เมื่อเห็นว่าต้นไม้ถูกปลูกแล้วกลับไม่กล้าชะล่าใจ พร้อมกันนั้นก็หยิบเอาของเหลววิเศษที่เป็ความลับของสำนักของตัวเองออกมา แล้วเทรดลงไปสองขวดโดยไม่ลังเลใจ จากนั้นถึงได้ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
“เรียบร้อยแล้ว หลังจากนี้ก็วางข่ายอาคมบางอย่างไว้รอบๆ ต้นไม้อีกครั้ง ไม่น่าจะเป็อะไรแล้ว!” หวันต่านเยวี่ยเดินเข้ามามองดูต้นกล้าของต้นหอมหมื่นลี้เทียนหลัวอวิ๋นอย่างละเอียดก่อนจะพูดและพยักหน้าไปด้วย
