ณ ห้องโถงบ้านสกุลกู้
หยวนเหล่าเอ้อร์และจ้าวซื่อวางถ้วยน้ำชาที่กู่ซื่อรินให้ลงบนโต๊ะ เอนหลังพิงกับพนักเก้าอี้แล้วเอ่ยถามว่า “ฉินเจียกง ฉินเจียมู่ ระหว่างทางภรรยาข้าเล่าให้ฟังหมดแล้ว บุตรชายของพวกท่านไม่เห็นด้วยกับการแต่งงานในครั้งนี้ ท่านดูถูกเ้าหกของพวกเราใช่หรือไม่ พวกท่านคิดจะข้ามแม่น้ำเสร็จก็รื้อสะพานทิ้ง[1] เช่นนั้นหรือ!” โทสะในน้ำเสียงของหยวนเหล่าเอ้อร์ไม่ใช่น้อยเลย
“ไม่ใช่ พวกเราไม่ได้คิดเช่นนั้น พวกเราชื่นชอบเ้าหกอย่างมาก” กู่ซื่อรีบโบกมือปฏิเสธเป็พัลวัน
“เช่นนั้นท่านหมายความว่าอย่างไร” หยวนเหล่าเอ้อร์จ้องมองสองสามีภรรยาสกุลกู้ด้วยสีหน้าขึงขัง ท่าทางและกลิ่นอายเหมือนกำลังหาเื่คนอื่นไม่มีผิด
หยวนเหล่าเอ้อร์มีชื่อเสียงไม่ดีในหมู่บ้าน คนในหมู่บ้านล้วนไม่มีใครอยากยุ่งกับเขา ฉายานักเลงอันดับหนึ่งมิได้มาเพราะอาศัยฝีปากในการโม้ หากแต่ได้มาเพราะอาศัยฝีมือล้วนๆ
“ฉินเจียกง ท่านอย่าเพิ่งร้อนใจไป ฟังข้าพูดก่อน” กู้ซิ่วไฉเหลือบมองภรรยาผาดหนึ่ง กระแอมสองสามทีถึงค่อยเอ่ยว่า “ที่บุตรชายข้าพูดมาใช่ว่าไม่มีเหตุผล แม้เขาจะฟื้นแล้วแต่ทว่าขาทั้งสองข้างยังคงพิการ ถึงแม้ท่านหมอจะบอกว่าไปหาหมอที่มีชื่อเสียงในหัวเมืองอาจช่วยรักษาจนหายดีได้ แต่เขาได้ปรึกษากับแม่ของเขาแล้ว ยังรู้สึกว่าหากให้เ้าหกแต่งงานกับเขาต่อย่อมเป็การทำให้เ้าหกเสียเวลา”
“นั่นก็แปลว่าพวกท่านคิดจะขับไล่เ้าหกของเราออกจากบ้านมิใช่หรือ บัณฑิตอย่างท่าน ยามพูด พูดเสียดูดี หากยามปฏิบัติกลับปฏิบัติอย่างไร้คุณธรรม!” เพิ่งจะสิ้นประโยคของกู้ซิ่วไฉ จ้าวซื่อโต้กลับออกมาทันควัน
“พวกเรามิได้จะขับไล่เ้าหกออกจากบ้านแต่้ารับเ้าหกเป็บุตรบุญธรรมต่างหาก ต่อไปหากขาของอวี้เอ๋อร์หายดี สามารถสอบเข้ารับราชการได้ ถึงยามนั้นถ้าเ้าหกยังคงยินดีที่จะแต่ง พวกเราก็จะเตรียมสามสื่อหกพิธีการ[2] รับเ้าหกเป็ภรรยาของอวี้เอ๋อร์
“แต่ถ้าหากขาของอวี้เอ๋อร์ไม่หายดี ขณะที่เ้าหกเติบใหญ่ถึงวัยสมควรออกเรือน พวกเราก็จะหาบัณฑิตที่เก่งกว่าอวี้เอ๋อร์ให้แต่งกับเ้าหก ส่วนสินเดิมก็จะเตรียมไว้ให้เช่นกัน” กู่ซื่อรีบกล่าวอย่างร้อนรน
“แล้วพวกท่านคิดจะเตรียมสินเดิมให้เท่าใด” จ้าวซื่อเอ่ยถามออกไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของสองสามีภรรยากู้มิค่อยแข็งแรง ในเมื่อบอกว่าจะเตรียมสินเดิมให้ เช่นนั้นก็ต้องบอกกล่าวมาให้ชัดเจน
กู่ซื่อหันไปมองหน้าสามี ครั้นเห็นสามีผงกศีรษะถึงค่อยเอ่ยว่า “พวกเราในเวลานี้มิได้มีเงินทองมากมาย ฉะนั้นคงต้องเอาจากสินเดิมของข้ามาให้ ซึ่งข้าจะให้พวกท่านเก็บเอาไว้” กล่าวจบก็หยิบกล่องไม้กล่องหนึ่งออกมาเปิดแล้วยื่นออกไป
นั่นมันสร้อยคอทองคำมิใช่หรือ!
ไม่เพียงแค่นี้ ข้างใต้สร้อยคอทองคำยังมีกำไลเงินกำไลทองอย่างละสองวง ปิ่นปักผมทองสองอัน ปิ่นปักผมเงินหกอัน นอกจากนี้ยังมีต่างหูอีกหลายคู่
จ้าวซื่อลอบกลืนน้ำลาย ขณะที่ในใจคิดว่าเครื่องประดับในกล่องนี้หากรวมดูแล้วจะมีราคาเท่าใดกันนะ แต่ด้วยสติปัญญาของนางจึงไม่อาจคำนวณออกมาได้ ได้แต่หันไปมองผู้เป็สามี
หยวนเหล่าเอ้อร์ไม่อาจละสายตาจากเครื่องประดับที่อยู่ในกล่องได้เช่นกัน เขาใช้เวลาอยู่นานกว่าจะละสายตาไปทางอื่น ก่อนเอ่ยถามออกไปว่า “เวลานี้เ้าหกอยู่ที่ใด บอกตามตรงข้าไม่อยากพานางกลับบ้าน พวกท่านน่าจะทราบดีว่ายามที่เ้าหกอยู่ที่บ้านสกุลหยวนมิได้มีชีวิตที่สุขสบายนัก ด้วยเพราะบ้านใหญ่ประคบประหงมแต่เ้าใหญ่ เมื่ออยู่ที่นั่นเ้าหกจึงเป็ดังคนรับใช้ของนางก็ไม่ปาน
“เช่นนั้นแล้วข้ามิขอปิดบัง เหตุผลที่ยินยอมให้เ้าหกแต่งงานเพื่อขจัดอัปมงคล ประการแรกคือก่อนหน้านี้บุตรชายท่านได้ช่วยชีวิตเสียวเป่าของสกุลหยวนเอาไว้ บ้านใหญ่ไม่มีมโนธรรมในใจ แต่ข้าจะเป็อย่างพวกเขาไม่ได้เลยอยากให้เ้าหกอยู่ที่นี่ นางจะได้มีชีวิตที่สุขสบาย ใครใช้ให้นางมีพ่อกับแม่ที่ไม่ได้เื่อย่างพวกข้าเล่า คนที่ไม่เป็โล้เป็พาย รู้จักแต่หาเื่ผู้อื่นไปวันๆ”
การที่หยวนเหล่าเอ้อร์พูดเช่นนี้ทำให้สองสามีภรรยารู้สึกแปลกใจไม่น้อย นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะกล้าพูดข้อเสียของตนเองให้พวกเขาฟัง ขณะเดียวกันก็กลับทำให้รู้สึกนับถือ ใต้หล้านี้จะมีกี่คนที่ยอมรับข้อเสียของตนออกมาตามตรงกับผู้อื่น ที่สำคัญคือพวกเขารู้สึกซาบซึ้งในความรักที่ทั้งคู่มีต่อเ้าหกอย่างมาก ลำพังแค่เื่นี้สองสามีภรรยาสกุลหยวนก็สามารถเอาชนะคนในหมู่บ้านได้แล้ว
สำหรับคนในหมู่บ้านหยวนเหล่าเอ้อร์อาจจะเป็นักเลงอันดับหนึ่ง ทว่าในสายตาพวกเขายามนี้หยวนเหล่าเอ้อร์กับจ้าวซื่อคือบิดามารดาซึ่งมีความรักต่อบุตรที่ใหญ่ยิ่ง
“พวกเราเองก็้าให้เ้าหกอยู่ที่นี่เช่นกันหากพวกท่านยินยอม ต่อไปภายภาคหน้าเมื่อถึงเวลาที่เ้าหกต้องแต่งงานออกเรือนก็ให้ใช้ที่นี่เป็บ้านเดิม หากพวกเราอยู่ไม่ถึงวันนั้น ข้าก็จะสั่งให้อวี้เอ๋อร์เป็คนจัดงานแต่งที่มีหน้ามีตาให้แก่นางแทนพวกเราเอง” กู่ซื่อยิ้มปีติยินดี นางเองก็ตัดใจให้เ้าหกกลับไปสกุลหยวนไม่ลงเช่นกัน นางมีแต่บุตรชายที่ผ่านมาจึงอยากได้บุตรสาวน่ารักสักคนมาโดยตลอด
“เช่นนั้นก็ตกลงตามนี้” คู่สามีภรรยาทั้งสองสกุลได้ร่วมพูดคุยเื่พิธีแต่งงานของเ้าหกในอนาคต ครั้นคุยเสร็จหยวนเหล่าเอ้อร์กอดกล่องเครื่องประดับพร้อมกับเอ่ยถามหาบุตรสาวกับเ้าของบ้าน เพื่อจะได้เอากล่องเครื่องประดับนี้ไปให้นางเก็บเอาไว้ หากให้เขานำกลับไปสกุลหยวนด้วยได้ถูกบ้านใหญ่มาแย่งเอาไปแน่ แต่เื่นี้เขามิได้พูดออกไป
สองสามีภรรยากู้ในยามนี้ให้รู้สึกว่าหยวนเหล่าเอ้อร์หาใช่นักเลงอันดับหนึ่งของหมู่บ้านไม่ แต่คือบุคคลที่น่าคบหาที่สุดในหมู่บ้านต่างหาก แม้ภายนอกจะดูเลวร้าย ทว่าภายในกลับใจดีมีเมตตาเป็คนที่ดีมากคนหนึ่ง
หยวนเหล่าเอ้อร์ที่กลายเป็คนดีในสายตาของสองสามีภรรยากู้ไปแล้วในเวลานี้ยิ้มกว้างอย่างปรีดาอยู่ในใจ บุตรสาวกลายเป็บุตรบุญธรรมของสกุลกู้ สามีในอนาคตต้องเป็คนมีฐานะอย่างแน่นอน ทีนี้เขาที่เป็บิดาก็จะพลอยสบายไปด้วย การค้าครั้งนี้นับว่าคุ้มค่า จะน่าเสียดายก็แต่เขาไม่ได้ทรัพย์สินของสกุลกู้มาเท่านั้น
ทันทีที่หยวนเหล่าเอ้อร์เดินเข้ามาในบริเวณส่วนของห้องพักก็ะโเรียกบุตรสาวเสียงดัง
ภายในห้องทิศตะวันตก เ้าหกนอนทับอยู่บนตัวกู้อวี้อย่างมีความสุข ผิดกับตัวคนที่ถูกทับซึ่งในเวลานี้มีสีหน้าเ็าดุจน้ำแข็ง เขาพยายามจะผลักเด็กหญิงบนตัวออก แต่จนใจที่ร่างกายมีเรี่ยวแรงไม่เพียงพอ แรงผลักอันน้อยนิดนี้จึงทำได้แค่ทำให้เ้าหกรู้สึกคันๆ เท่านั้น
“พ่อของเ้ากำลังเรียกหาเ้าอยู่” กู้อวี้กัดฟันเอ่ยอย่างอดทนอดกลั้น
“เช่นนั้นเดี๋ยวข้าค่อยมาหาท่านใหม่ ระหว่างที่ข้าไม่อยู่พี่ชายต้องคิดถึงข้าด้วยนะ” เ้าหกหอมแก้มชายหนุ่มเป็การประทับตรา ก่อนจะปีนลงจากเตียงแล้ววิ่งออกจากห้องไป
พี่ชายที่หน้าตาหล่อเหลาเช่นนี้ย่อมต้องได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีถึงจะถูก ผ้าห่มที่ใช้อยู่เนื้อผ้าหยาบกระด้างยิ่ง นางคงต้องคิดหาวิธีหาเงินเพื่อมาซื้อผ้าไหมคุณภาพดีเยี่ยมที่สุดมาทำผ้าห่มให้พี่ชายเสียแล้ว และต้องซื้อแก้วซึ่งทำจากหยกมาไว้ให้พี่ชายดื่มน้ำ ซื้อตะเกียบเงินสำหรับกินข้าว ซื้อช้อนทองไว้สำหรับดื่มน้ำแกง แล้วก็ต้องซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่ให้พี่ชายด้วย ต้องซื้อใหม่หมด ท่านพ่อท่านแม่บอกว่าสกุลกู้ฐานะร่ำรวยมิใช่หรือ ไฉนถึงให้พี่ชายใช้ชีวิตอย่างน้อยเนื้อต่ำใจเช่นนี้ ดูท่าแล้วสกุลกู้น่าจะมีฐานะกว่าสกุลหยวนของนางแค่เล็กน้อยเท่านั้น แต่ถึงกระนั้นก็ยังนับว่าฐานะยากจนอยู่ดี
นางเป็สตรีจะใช้ของไม่ดีหรือฐานะไม่ดีหน่อยก็ไม่เป็ไร แต่กับพี่ชายนั้นจะเป็เช่นนี้ไม่ได้ ไม่เป็ไร เวลานี้พี่ชายมีนางอยู่ทั้งคนเช่นนั้นจะคอยเลี้ยงดูพี่ชายเอง เ้าหกคิดด้วยใบหน้ากระตือรือร้น
หลังจากประตูปิดลง กู้อวี้หลับตาพร้อมกับลอบผ่อนลมหายใจออกมา จากนั้นยกมือเช็ดเหงื่อที่ผุดซึมออกมาตามหน้าผาก สีหน้าดูอึมครึมประหนึ่งท้องฟ้ายามที่ฝนใกล้จะตก เ้าหกเพิ่งจะออกจากห้องไปได้ไม่นาน สามพี่น้องสกุลกู้ก็เปิดประตูเข้ามาในห้อง
กู้เอ้อร์หลาง “ท่านพี่ มีข่าวดีกับข่าวร้ายท่านอยากฟังข่าวใดก่อน”
กู้อวี้ใช้สายตาเย็นเยียบจ้องมองไปยังน้องชายคนรองซึ่งมีรูปร่างอวบอ้วน ทำให้เ้าตัวไม่กล้าชักช้าอีกต่อไป กล่าวว่า “ข่าวดีคือท่านพ่อท่านแม่กับบิดามารดาของเ้าหกตกลงกันแล้วว่าจะไม่ให้เ้าหกแต่งกับท่าน แต่จะรับนางเป็บุตรสาวบุญธรรมแทน!”
“ส่วนข่าวร้ายคือ นางจะยังคงอยู่ที่บ้านของเรา ท่านแม่ยังยกสินเดิมส่วนหนึ่งของตัวเองให้แก่นาง สกุลหยวนช่างหน้าไม่อายเหลือเกิน!” กู้ซานหลางกล่าวเสริม
กู้ซื่อหลางหงึกๆ พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “ใช่ หน้าไม่อาย!”
กู้อวี้ฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น ไฉนท่านพ่อท่านแม่ถึงทำเื่ไม่เหมาะสมเช่นนี้ได้ ในเมื่อไม่ได้แต่งงานกัน อีกทั้งเ้าหกก็มีบิดามารดา แล้วเหตุใดยังให้นางอาศัยอยู่ที่นี่ต่อไปอีก?
[1] ข้ามแม่น้ำเสร็จรื้อสะพานทิ้ง อุปมาถึงเมื่อบรรลุเป้าหมายแล้วก็เขี่ยคนที่ช่วยเหลือตนทิ้ง
[2] สามสื่อหกพิธีการ เป็พิธีการแต่งงานแบบจีนโบราณ สามสื่อหมายถึงเทียบสามแบบ อันได้แก่ เทียบหมั้น เทียบสินสอด และเทียบเชิญเ้าสาว ส่วนหกพิธีการหมายถึงพิธีทั้งหก ได้แก่ ทาบทาม ถามชื่อ ดูความสมพงศ์ หมั้น ดูฤกษ์ และรับตัวเ้าสาว
