ฮองเฮา เป็อะไรไป?
หานอวิ๋นซีหยุดซักไซ้และมองไปที่ฮองเฮา แต่ฮองเฮากลับหลบสายตานางทันที
หลงเทียนโม่พยุงฮองเฮาให้นั่งลงข้างๆ ด้วยความเป็ห่วงอย่างมาก “เสด็จแม่ ท่านไม่เป็ไรใช่หรือไม่? เป็เพราะเหนื่อยเกินไปหรือไม่?”
“ใครก็ได้ ไปตามหมอหลวงมา!” ไท่เฮาเองก็เอ่ยปากพูด
อย่างไรก็ตาม ฮองเฮากลับห้ามไว้ ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น “ข้าสบายดี ไม่ต้องเรียกมาหรอก...”
หานอวิ๋นซีรู้สึกงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆ และถามซวงหงอีกครั้งว่า “ซวงหง เ้าคิดให้ดีๆ ไม่ว่าสิ่งใดก็ห้ามพลาด”
ซวงหงจะไปรู้ได้อย่างไรว่าทำไมหานอวิ๋นซีถึงถามคำถามนี้ อันที่จริง ไม่จำเป็ต้องคิดเกี่ยวกับเื่นี้เลย ในตอนที่องค์หญิงฉางผิงให้นางออกเอาของ ก็ยังสั่งให้นางนำสิ่งหนึ่งไปด้วยในเวลาเดียวกัน มันเป็ของชิ้นเดียวและเป็สิ่งที่พิเศษมาก นางจำมันได้อย่างชัดเจน
ฮองเฮาที่นั่งอยู่ด้านข้างก็จ้องมองที่ซวงหงอย่างไม่วางตา ไม่รู้ว่าสายตาของนางร้อนแรงเกินไปหรือไม่ ซวงหงถึงได้สังเกตเห็นการจ้องมองของฮองเฮา
นางเหลือบมองมันอย่างสลด และจู่ๆ ก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาและรีบเบนสายตามองไปทางอื่นทันที
ในเวลานี้ ซวงหงเริ่มไม่สบายใจ เหตุใดฮองเฮาจึงมองนางเช่นนี้ หรือว่าเป็เพราะสิ่งของนั้น...
ในขณะที่นางกำลังลังเล หานอวิ๋นซีพูดอย่างเ็าว่า “ซวงหง เื่นี้สำคัญมาก เ้าควรคิดให้รอบคอบ! ถ้าเ้าโกหก เ้าก็รู้ดีว่า...”
นี่เป็การเตือน แต่ก็เป็คำเตือนด้วย หานอวิ๋นซีที่พูดยังไม่ทันจะจบประโยค
ซวงหงก็ก้มศีรษะลง หัวใจเต้นแรง นางแอบมองฮองเฮาอย่างลังเล
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ หลงเฟยเยี่ยที่เงียบมาตลอด ก็เอ่ยปากพูดอย่างเ็าว่า “เื่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน ต้องใช้เวลาคิดนานขนาดนั้นเลยหรือ?”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ซวงหงก็เงยหน้าขึ้นทันที และเผชิญกับสายตาที่เ็าของหลงเฟยเยี่ย นางเกือบจะิญญาหลุดออกจากร่างไป!
พระเ้า ฉินอ๋องกำลังมองมาที่นางและสอบสวนนางด้วยตัวเอง! มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ซวงหงไม่กล้าลังเลอีกต่อไปและรีบตอบว่า “หม่อมฉันนึกออกแล้วเพคะ! วันนั้นองค์หญิงฉางผิงขอให้หม่อมฉันนำพระพุทธรูปไม้ซึ่งเป็ของฮองเฮาออกไป หม่อมฉันนำไปวางไว้หน้าห้อง และยังไม่ได้ไปเอาคืนมา!”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมา ฮองเฮาก็ดูเหมือนจะถูกพรากิญญาออกไปในชั่วพริบตา นางทรุดลงทันที
ของของฮองเฮาอย่างนั้นหรือ?
หานอวิ๋นซีใ เมื่อมองไปที่ปฏิกิริยาของฮองเฮา ดูเหมือนนางจะนึกอะไรบางอย่างได้ ร่องรอยของความสับสนฉายชัดในแววตา นางพูดทันทีโดยไม่ลังเลว่า “ของอยู่ที่ไหน พาข้าไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
“มันอยู่ในห้องเล็กข้างประตูทางขวาเพคะ หม่อมฉันวางไว้และไม่ได้เคลื่อนย้ายไปไหนเลย” ซวงหงตอบตามความเป็จริง
หานอวิ๋นซีเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ หลงเฟยเยี่ยเป็คนที่สองที่เดินตามไป ไท่เฮาและหลงเทียนโม่ก็เริ่มสงสัยมากขึ้นเรื่อยๆ สรุปแล้วมันเกิดอะไรขึ้น? หานอวิ๋นซีไม่ส่งเสียงใดๆ นางกำลังตามหาอะไรกันแน่?
อย่างไรก็ตาม ในตอนที่สองคนกำลังงุนงง จู่ๆ ฮองเฮาที่นั่งนิ่งอยู่ข้างๆ ก็ลุกขึ้นและรีบวิ่งตามนางไป
“เสด็จแม่!” หลงเทียนโม่ะโ ในที่สุดก็ตระหนักว่ามีบางอย่างผิดปกติกับมารดาของตัวเอง
แม้ว่าอารมณ์ของนางจะไม่คงที่มาห้าหกวันแล้ว แต่วันนี้ค่อนข้างที่จะ...
“นางเป็อะไรไป?” ไท่เฮาเป็กังวลขึ้นมา
หลงเทียนโม่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง จึงช่วยพยุงไท่เฮาและตามไป แต่ในเวลานี้ หานอวิ๋นซีกลับไม่พบสิ่งใดในห้องที่ซวงหงบอก
“หม่อมฉันจำได้ว่าวางมันไว้ที่นี่ แล้วก็ไม่เคยเคลื่อนย้ายมันอีกเลย”
“หลังจากเหตุการณ์วันนั้น หม่อมฉันก็ล้มป่วยและไม่เคยมาที่นี่อีกเลย!”
“ไม่มีใครกล้าแตะข้าวของของฮองเฮา! มันคือพระพุทธรูปที่ฮองเฮาเพิ่งเชิญมาเมื่อไม่นานมานี้เพคะ!”
…
ซวงหงกระตือรือร้นอย่างมาก กลัวว่าปัญหาจะตกมาที่ตัวเอง
หานอวิ๋นซีและหลงเฟยเยี่ยออกมาจากห้อง ก็เห็นว่าฮองเฮายืนอยู่ที่หน้าประตู จ้องมองพวกเขาอย่างว่างเปล่า
“ฮองเฮา ท่านรู้หรือไม่ว่าพระพุทธรูปองค์นั้นอยู่ที่ใด?” หานอวิ๋นซีถามอย่างจริงจัง
“ข้าไม่รู้” ฮองเฮาตอบอย่างเร็วไว
“พูดเช่นนี้ มันหายไปแล้วหรือ?” หานอวิ๋นซีถามอีกครั้ง
“ของที่นี่ไม่มีทางสูญหาย นับประสาอะไรกับของของเสด็จแม่ ซวงหง เ้าคิดให้ดีๆ สิ!” หลงเทียนโม่เดินเข้ามา
ซวงหงคุกเข่าลงทันที “ไท่เฮา หม่อมฉันจำไม่ผิด วางไว้ในห้องนี้จริงๆ องค์หญิงฉางผิง้าจะแกะสลักพระพุทธรูปหินให้ไท่เฮาเป็ของขวัญวันปีใหม่ แต่เวลามีน้อย จนถึงวันงานเลี้ยงแล้วก็ยังแกะสลักไม่เสร็จ เช้าวันสิ้นปี องค์หญิงจึงให้หม่อมฉันไปขอยืมพระพุทธรูปไม้จากฮองเฮาเพื่อเอามาเลียนแบบ ต่อมาองค์หญิงก็สั่งให้หม่อมฉันไปเอาผงทองคำ พร้อมกับสั่งให้เอาพระพุทธรูปไม้ออกไป หม่อมฉันจึงเอาพระพุทธรูปไม้มาไว้ในห้องนี้เพคะ!”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ ซวงหงรีบพูดเสริมทันทีว่า “ใช่แล้ว! หม่อมฉันนึกออกแล้วเพคะ คืนนั้นหม่อมฉันบอกเสี่ยวเยวี่ยที่อยู่ตำหนักซีเซียง นางเองก็รู้ว่าสิ่งนี้อยู่ที่นี่!”
“ใครก็ได้ ไปตามเสี่ยวเยวี่ยมาที่นี่!” หลงเฟยเยี่ยสั่งทันที
เสวี่ยวเยวี่ย?
ใบหน้าของฮองเฮาซีดเซียวยิ่งกว่าเดิม และยังคงสงบนิ่งอยู่
อย่างไรก็ตาม เสี่ยวเยวี่ยไม่ได้มา แต่เป็เฉียนมามาที่มาแทน “ทูลนายท่าน นางกำนัลเสี่ยวเยวี่ยป่วยหนักเมื่อสองวันก่อน และเสียชีวิตไป...”
ก่อนที่นางจะพูดจบประโยค หานอวิ๋นซีก็หรี่ตาลงทันที หากนางไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับความบังเอิญเช่นนี้ นางคงจะมีชีวิตอยู่อย่างไร้ประโยชน์!
“ศพอยู่ที่ไหน?” หานอวิ๋นซีถามด้วยน้ำเสียงเ็า
เฉียนมามาเหลือบมองฮองเฮา และยังคงความนิ่งไว้ “ศพถูกเผาไปในวันนั้นแล้วเพคะ”
หานอวิ๋นซียิ้มอย่างเ็าและถามอย่างเฉียบขาดว่า “แล้วของสิ่งนั้นล่ะ เฉียนมามา เ้าเป็ผู้ดูแลตำหนักเซียงกงไม่ใช่หรือ พระพุทธรูปไม้ของฮองเฮาอยู่ที่ไหน? ลูกน้องของเ้าเป็คนอย่างไรถึงได้กล้าที่จะขโมยพระพุทธรูปของฮองเฮา รนหาที่ตายหรือไร?”
“เอ่อ...เอ่อ...หม่อมฉันไม่ทราบเพคะ” เฉียนมามาเองก็กลัวเหมือนกัน ไม่เข้าใจว่าฉินหวังเฟยรู้เื่ของสิ่งนั้นได้อย่างไร
“ไม่รู้ ไม่รู้แล้วเ้าดูแลเื่ต่างๆ อย่างไรกัน?” หานอวิ๋นซีกดดันนางทุกย่างก้าว
สีหน้าของเฉียนมามาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ไม่รู้จะตอบว่าอย่างไร
หานอวิ๋นซีมองไปที่ฮองเฮาที่เงียบอยู่ตลอดและถามอย่างเ็าว่า “ฮองเฮา ท่านทำของหาย ไม่คิดจะหาหน่อยหรือเพคะ?”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงของหานอวิ๋นซี หลงเทียนโม่ก็ถามกลับด้วยความไม่พอใจทันที “เสด็จแม่จะไปมีใจหาของได้อย่างไรกัน? เสด็จอาหญิงฉิน ท่านกำลังหาอะไรอยู่กันแน่?”
“หานอวิ๋นซี เ้ามาที่นี่ตรวจยาพิษ ของที่นี่หาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับเ้า?” ไท่เฮาเองก็ไม่พอใจเช่นกัน
แน่นอนว่าไท่เฮาและหลงเทียนโม่ก็มองออกว่าที่นี่มีบางอย่างผิดปกติ แต่พวกเขาไม่เข้าใจว่าทั้งสองเื่นี้เกี่ยวข้องกันอย่างไร
บางทีอาจไม่ใช่ว่าพวกเขาคิดไม่ออก แต่พวกเขากลัวว่าหากเจาะลึกลงไป พวกเขาจะพบเื่ที่น่ากลัว
ท้ายที่สุด ณ จุดนี้ ไม่ว่าจะมองอย่างไร มันก็มีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับฮองเฮา
หานอวิ๋นซีเพิกเฉยต่อพวกเขาและจ้องมองฮองเฮาอย่างเ็า ฮองเฮากัดฟันแน่น พยายามรักษาสติไว้จนถึงที่สุดและมองไปที่นาง
แต่ใครจะรู้ว่า หานอวิ๋นซีกลับประกาศโดยไม่มีการเตือนล่วงหน้าว่า “พระพุทธรูปไม้องค์นั้นเป็แหล่งที่มาของยาพิษ...”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้ออกมาก็เกิดความโกลาหลขึ้น แม้แต่หลงเฟยเยี่ยเองก็ใ เขารู้ว่าการค้นหาพระพุทธรูปที่หายไปของหานอวิ๋นซีจะต้องเกี่ยวข้องกับแหล่งที่มาของพิษ แต่เขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าพระพุทธรูปจะเป็แหล่งกำเนิดพิษจริงๆ!
“ไม่…ไม่…ไม่ใช่...”
ท่ามกลางความเงียบ ฮองเฮาพูดพึมพำกับตัวเองและเริ่มส่ายหัว
หานอวิ๋นซียังคงพูดต่อว่า “ฉางผิงมีาแที่มือ พิษในตัวนางเป็แหล่งพิษตามธรรมชาติ นางเสียชีวิตทันทีหลังจากััพิษโดยบังเอิญ แต่เื่บังเอิญไม่มีในโลก คนที่จงใจซ่อนพระพุทธรูปต้องรู้ความจริงนี้! พูดได้อีกอย่างหนึ่งว่า คนที่ซ่อนพระพุทธรูปไม้คือคนที่ฆ่าฉางผิง!”
คำพูดหลายประโยคนี้เหมือนการตบหน้าและตบศีรษะของฮองเฮาอย่างแรง ในที่สุด ฮองเฮาที่กำลังจะทรุดลงอยู่ตลอดก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป และคำรามออกมาว่า “ข้าไม่ใช่ฆาตกร! ข้าไม่ใช่!”
อะไรนะ?!
ทันใดนั้นทุกคนก็ใ ทำไม...ทำไมฮองเฮาถึงพูดอย่างนั้น?
ที่ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง[1]อย่างนั้นหรือ? เช่นนั้น พระพุทธรูปถูกซ่อนโดยฮองเฮา?
ก่อนที่ทุกคนจะได้สติกลับมา จู่ๆ ฮองเฮาก็พุ่งไปหาหานอวิ๋นซีและกรีดร้องเสียงดัง “ไม่ใช่! มันไม่ใช่อย่างนั้น! เ้าเป็ฆาตกร! เ้าเป็ฆาตกร! เ้าไม่ได้ช่วยฉางผิง เพราะเ้าเป็ฆาตกรอย่างไรล่ะ!”
ด้วยสายตาที่รวดเร็วและมือที่ว่องไว หลงเฟยเยี่ยคว้ามือของฮองเฮาและผลักนางอย่างแรงไปที่หลงเทียนโม่
ใครจะไปรู้ว่าฮองเฮาราวกับเป็บ้า พยายามที่จะคว้าตัวหานอวิ๋นซีและตวาดด้วยความโกรธว่า “ทำไมเ้าไม่ช่วยนางล่ะ! ทำไมล่ะ?”
“หานอวิ๋นซี เก่งกาจมากไม่ใช่หรือ? ทำไมเ้าไม่ช่วยนาง!”
“ทำไมเ้าไม่มาให้เร็วกว่านี้? ทำไมเ้าไม่ช่วยนาง! ถ้าเ้าไปช่วยนางเร็วกว่านี้ นางคงไม่ตาย ฮือฮือ...”
“หานอวิ๋นซี เ้าต้องจงใจไม่ช่วยฉางผิง เป็คนทำร้ายฉางผิง ไม่ใช่ข้า...ไม่ใช่ข้า...”
ปฏิกิริยาของฮองเฮานั้นเหนือความคาดหมาย ไม่มีใครคาดคิดว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น หลงเทียนโม่ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
เป็แบบนี้ไปได้อย่างไร!
คิดไม่ถึงว่าจะเป็ฮองเฮา!
“เป็ไปไม่ได้ เสือถึงร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง[2] ฮองเฮาจะไปทำเื่แบบนั้นได้อย่างไร!”
“หานอวิ๋นซี เ้าอย่าใส่ร้ายคนอื่นนะ!”
ไท่เฮาโกรธเกรี้ยว ใครจะเชื่อเื่นี้กัน?
แม้ว่าหานอวิ๋นซีจะสงสัยหลังจากถามเกี่ยวกับพระพุทธรูปไม้ แต่นางก็ยังใเมื่อเห็นปฏิกิริยาของฮองเฮา ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรไปชั่วขณะ
มีเพียงหลงเฟยเยี่ยเท่านั้นที่นิ่งสงบและเขาพูดด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวว่า “เฉียนมามา ของอยู่ไหน? ยังไม่เอามันออกมาอีก!”
เฉียนมามาไม่รู้ว่าของที่ตนเองฝังไปก่อนหน้านี้จะเกี่ยวข้องกับการตายของฉางผิง เมื่อเห็นปฏิกิริยาของฮองเฮา นางก็ใอย่างมากจนปากสั่น “ฝะ...ฝะ...ฝังไว้ที่สวนหลังเรือง! หม่อมฉันไม่รู้เื่อะไรเลยเพคะ ฮองเฮา...สั่งให้หม่อมฉันฝังไว้ที่สวนหลังบ้าน!”
คำพูดของเฉียนมามาประณามอาชญากรรมของฮองเฮาออกมาอย่างไม่ต้องสงสัย ไท่เฮาถอยไปหลายก้าวและกระแทกเข้ากับประตู นางมองฮองเฮาด้วยความไม่เชื่อ ทว่าฮองเฮากลับทรุดลงแทบเท้าของหลงเทียนโม่และร้องไห้เหมือนคนเสียสติไม่หยุด
หลงเฟยเยี่ยพาเฉียนมามาไปขุดพระพุทธรูปไม้ที่ฝังอยู่ในสวนหลังบ้านด้วยตัวเอง เขาไม่ได้ััมันโดยตรง และพระพุทธรูปไม้ก็ถูกห่อด้วยผ้าอย่างแ่า
ทันทีที่นางรับมัน ระบบล้างพิษของหานอวิ๋นซีก็แจ้งเตือนว่าสิ่งนี้มีพิษ!
หานอวิ๋นซีลงมือด้วยตัวเอง ค่อยๆ แกะผ้าออก ทันทีที่เห็นพระพุทธรูปไม้ จู่ๆ หานอวิ๋นซีก็รู้สึกราวกับว่าหมดเรี่ยวแรง!
พระเ้า!
นี่มันคือพิษจากต้นยางน่อง!
นี่คือพระพุทธรูปที่แกะสลักจากรากไม้ต้นยางน่อง รากและเปลือกของต้นไม้ชนิดนี้มีประโยชน์ แต่ต้องแช่นานหลายวันเพื่อให้พิษหมดไป
และพระพุทธรูปไม้ที่อยู่ตรงหน้านั้นยังไม่ได้ทำความสะอาด จึงมีเศษไม้ซ่อนอยู่ในรากไม้อีกเล็กน้อย หากดูดีๆ จะพบว่าด้านล่างขององค์พระยังเปียกอยู่เล็กน้อย
พิษชนิดนี้ต้องเข้าสู่กระแสเืจึงจะออกฤทธิ์ ดังนั้นไม่ใช่ทุกคนที่ััมันแล้วจะได้รับพิษ แต่การมีาแที่มือเช่นนี้ มันต้องติดเชื้ออย่างแน่นอน และตายอย่างไม่ต้องสงสัย!
แน่นอนว่าคนที่ไม่รู้จักต้นยางน่องนี้ยังคงไม่เชื่อ หลงเทียนโม่ที่ไม่สามารถควบคุมตนเองได้และถามด้วยความโกรธว่า “ทำไมเ้าถึงบอกว่านี่คือแหล่งที่มาของพิษ?”
หานอวิ๋นซีไม่ตอบ แต่สั่งให้คนไปจับไก่เป็ๆ มาหนึ่งตัว
ทันทีที่ไก่ตัวใหญ่ที่มีชีวิตถูกนำเข้ามา หานอวิ๋นซีก็จับมันไว้ด้วยตัวเอง เจาะรูเล็กๆ ให้เืออกที่อุ้งเท้าของไก่ จากนั้นก็เข้าไปใกล้ฐานของพระพุทธรูป แล้วปล่อยไก่ตัวนั้น
ทันใดนั้นทุกคนก็มองไป และเห็นว่าไก่ตัวใหญ่ล้มลงกับพื้นหลังจากเดินไปได้ไม่กี่ก้าว!
ตายแล้ว!
-----------------------------
[1] ที่ตรงนี้ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง เป็คำเปรียบเปรย หมายถึง อยากปกปิดซ่อนเร้น กลับกลายเป็เปิดเผยให้โลกรู้
[2] เสือถึงร้ายก็ไม่กินลูกตัวเอง หมายถึง คนเราไม่ว่าเหี้ยมโหดแค่ไหนก็ไม่ทำร้ายลูกของตนเอง
