เมื่อมาถึงรถม้า กู้เหยียนฉีก็ก้าวเดินฉับๆขึ้นรถม้าไปโดยไม่มองหน้านาง อีกทั้งใบหน้าก็มึนตึงยิ่งนัก จินฝูถึงกับยกมือเกาศีรษะตนเองคราหนึ่ง พลางคิดในใจว่าอาการไบโพล่าของกู้เหยียนฉีกำเริบอีกแล้วสินะ
หญิงสาวรีบเดินตามเขาขึ้นไปนั่งในรถม้าอย่างรวดเร็ว ไม่นานนักรถม้าก็เดินทางออกจากวัดซือหม่ามุ่งหน้ากลับจวนอ๋อง นางลอบชำเลืองมองสีหน้าของกู้เหยียนฉีเป็พักๆ ก็ดูออกว่าอารมณ์เขาเขาไม่ใคร่จะดีเท่าใดนัก
จินฝูไม่อยากจะยั่วโทสะคนบ้า นางจึงนั่งอยู่เงียบๆ พลางมองดูอันใดไปเรื่อยเปื่อย กู้เหยียนฉีที่เห็นว่าสตรีตรงหน้าตนเอาแต่นั่งเงียบไม่สนใจอันใดทั้งสิ้นในใจก็ เกิดโทสะขึ้นมาทันที
"จินฝู ยามเ้าอยู่กับข้าช่างปากคอเราะร้ายนัก ปากก็ไม่มีหูรด เถียงข้าคำไม่ตกฟาก แล้วเหตุใดเมื่อครู่เ้าไม่ด่ากู้ม่อหลีบ้างเล่า!”
"ห๊ะ?"
จินฝูถึงกับมึนตึบ ที่เขาหน้าบึ้งเหมือนตูดปลาหมึกก็เพราะโมโหที่นางไม่ด่ากู้ม่อหลีอย่างนั้นหรือ ให้ตายเถอะ บ้าหรือไรกัน
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วจึงเอ่ยตอบ
"ท่านอ๋อง ทรงลืมไปแล้วหรือเพคะ ว่าหม่อมฉันเป็เพียงนางกำนัล ส่วนฝ่ายนั้นเป็องค์ชาย หม่อมฉันด่าได้หรือเพคะ แล้วอีกอย่าง ท่านอ๋องกับเขาไม่เหมือนกัน ท่านอ๋องภายนอกดูเป็พวกประสาทกลับ แต่แท้จริงพระองค์เป็คนดีมาก อีกทั้งยังห่วงใยบ่าวไพร่ หม่อมฉันจึงกล้าสนทนากับพระองค์อย่างสนิทสนม"
“เ้าด่าหรือชมข้ากันแน่?”
“ชมสิเพคะ ท่านอ๋องหล่อเหลาถึงเพียงนี้”
กู้เหยียนฉีส่งเสียงเหอะคราหนึ่ง แต่ในใจรู้สึกรื่นรมย์อย่างบอกไม่ถูก เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าเหตุใดจะต้องโมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยงถึงเพียงนี้
ส่วนจินฝูที่เห็นว่ากู้เหยียนฉีคลายโทสะลงแล้ว นางจึงเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
"ขอบคุณท่านอ๋องมากที่ทรงช่วยเหลือเพคะ"
กู้เหยียนฉีไม่ตอบอันใดเพียงแกล้งมองไปทางอื่น จินฝูเองก็ไม่ถือสา นางกลับนึกเื่หนึ่งขึ้นมาได้ จึงขยับเข้าไปใกล้เขาแล้วเอ่ยกับเขาด้วยน้ำเสียงที่สดใส
"ท่านอ๋อง แฮปปี้เบิรด์เดย์ สุขสันต์วันเกิดเพคะ"
กู้เหยียนฉีหันมามองนางพลางย่นหัวคิ้ว
"ภาษาประหลาดอันใดกัน นับวันข้าเริ่มจะไม่เข้าใจเ้า"
กู้เหยียนฉีพยายามจับใจความในคำพูดของนาง จนกระทั่งเขานึกบางอย่างขึ้นมาได้
“ผู้ใดบอกเ้าว่าวันนี้เป็วันเกิดของข้า?"
จินฝูยิ้มกว้าง และบอกว่าพ่อบ้านตู้เป็คนบอก กู้เหยียนฉีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ลอบด่าตาแก่ปากมากนั่นในใจ
จินฝูไม่ทันสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาของกู้เหยียนฉี นางเปิดผ้าม่านรถม้าเพื่อชมบรรยากาศโดยรอบอย่างมีความสุข อีกทั้งตั้งใจว่ากลับถึงจวนอ๋องเมื่อใดนางจะทำบะหมี่อายุยืนให้เขากินสักชาม
รถม้าเคลื่อนไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบไม่ร้อน จนกระทั่งผ่านป่าไผ่ที่รกครึ้มแห่งหนึ่งๆ อยู่ๆคนขับรถม้าก็หยุดรถม้ากระทันหัน และส่งเสียงร้องเตือนว่ามีนักฆ่า!
เสียงนางกำนัลกรีดร้องด้วยความเ็ป จินฝูรีบหันขวับไปมองและพบว่าเหล่านางกำนัลน้อยที่เดินตามหลังรถม้ามาได้ถูกนักฆ่าสังหารไปหมดแล้ว
“ท่านอ๋อง นางกำนัลของเราถูกสังหารหมดเลยพ่ะย่ะค่ะ!”
พ่อบ้านตู้รีบเข้ามาในรถม้า สภาพของเขาดูไม่ได้เลย โชคดีที่มีไป๋หลางคอยคุ้มกันจึงรอดมาได้ จินฝูตื่นตระหนกมาก นางเคยเจอแต่นักแสดงแสตนอินเล่นบทนักฆ่า แต่วันนี้ได้เจอนักฆ่าตัวจริงนางถึงได้เข้าใจว่ามันน่ากลัวกว่าที่นางคิดมากนัก บรรยากาศก็กดดันเป็เท่าตัว
"ข้าจะออกไปรับมือกับพวกมัน เ้าสองคนรออยู่ในนี้ห้ามออกไปข้างนอกส่งเดชเข้าใจหรือไม่!"
จินฝูและพ่อบ้านตู้พยักหน้ารับ พ่อบ้านตู้อายุมากแล้วอีกทั้งไม่มีวรยุทธ์จึงรีบนอนหมอบไปกับพื้นด้วยความหวาดกลัว จินฝูเองก็ใจเต้นระส่ำระสาย นางพยายามตั้งสติ ก่อนจะคิดถึงหน้าไม้ที่ตนเองทำขึ้นมาได้ นางนำมันติดตัวเอาไว้ตลอด เพราะคิดว่าจะเอามายิงนก แต่เมื่อเห็นว่าเขาพานางมาวัดนางจึงไม่ได้ใช้มัน
จินฝูรีบเปิดห่อผ้าที่วางอยู่ข้างกายตนออก ด้านในนอกจากจะมีขนมและของกินแล้วยังมีหน้าไม้ของนางด้วย หน้าไม้นี้เหมาะมือมาก ไม่ได้ใหญ่จนเกินไปพกพาได้สะดวก นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆแล้วค่อยๆแง้มผ้าม่านออกดูสถาณการณ์โดยรอบ
ตอนนี้กู้เหยียนฉีกำลังรับมือกับนักฆ่าหลายสิบคน โดยมีองค์รักษ์ลับคอยช่วยจัดการอีกแรงหนึ่ง
ในขณะที่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ผ้าม่านที่บังประตูรถม้าก็ถูกเปิดออก นักฆ่าชุดดำหน้าตาดุดันผู้หนึ่งกำลังจ้องมองพวกนางด้วยแววตาวาวโรจน์ ในมือของมันกำดาบยาวที่ชุ่มไปด้วยโลหิตเอาไว้ในมือ พ่อบ้านตู้หวาดกลัวจนปากสั่นรีบขยับเข้ามาหานางทันที จินฝูแม้จะกลัวมากแต่ก็พยายามตั้งสติให้ได้มากที่สุด ทุกอย่างสำคัญที่สติ หากคนเราขาดสติทุกอย่างย่อมจบเห่เป็แน่
ดวงตาคู่งามของนางจ้องตอบนักฆ่าอย่างไม่ลดละ แล้วจึงค่อยๆเลื่อนมือไปหยิบขวดเล็กๆใบหนึ่งที่ใส่ผงฮวาเจียวมาถือเอาไว้ ตอนนี้นางไม่มีของป้องกันตัวอันใดมากนัก ย่อมต้องใช้มันแก้สถาณการณ์ไปก่อน!
นักฆ่าจ้องพวกนางเขม็ง พลางเดินเข้ามาช้าๆหมายจะสังหารพวกนางให้ตายในดาบเดียว จินฝูไม่รอช้านางสาดผงฮวาเจียวใส่ใบหน้าของมันทันที นักฆ่าไม่ทันระวังทำให้ผงฮวาเจียวเข้าตาไปเต็มๆมันลืมตาไม่ขึ้นและสูญเสียการทรงตัวไปชั่วขณะ จินฝูอาศัยโอกาศเหมาะรีบลุกขึ้นและยกเท้าถีบนักฆ่าเต็มแรง จนมันกระเด็นออกมาจากรถม้าทันที กู้เหยียนฉีที่เห็นว่ามีนักฆ่าบุกเข้าไปรถม้าและถูกถีบออกมาจนาเ็จึงเข้าไปสังหารมันให้ตายในดาบเดียว ก่อนจะหันไปเอ่ยกับองค์รักษ์ลับที่เหลืออยู่ของตน
"แบ่งกำลังส่วนหนึ่งมาคุ้มครองรถม้า!"
เอ่ยจบชายหนุ่มก็ไปรับมือกับนักฆ่าต่อ ด้านพ่อบ้านตู้ก็มองนางด้วยแววตานับถือ
"นางกำนัลจิน เ้าเก่งดีนี่"
เก่งบ้าอันใด ข้าฉี่จะราดอยู่แล้ว!
จินฝูแม้ภายนอกจะยิ้มแย้มแต่กลับลอบปรารถในใจ นางเปิดผ้าม่านหน้าต่างออกดูอีกครั้ง พบว่าตอนนี้รอบๆรถม้าของนางมีองค์รักษ์ของกู้เหยียนฉีคอยคุ้มกันอยู่ทำให้นักฆ่าเข้ามาใกล้พวกนางไม่ได้อีก จินฝูมองไปเบื้องหน้าก่อนจะต้องขมวดคิ้วมุ่น
ยามนี้กู้เหยียนฉีกำลังรับมือกับนักฆ่าถึงห้าคน พวกมันล้อมหน้าล้อมหลังเขาเหมือนสุนัขล้อมกินเนื้อ แต่กู้เหยียนฉีกลับไม่หวาดหวั่น เขาต่อสู้กับพวกมันได้สบายมาก
จินฝูจ้องเขาไม่ละสายตา ก่อนจะพบว่าตอนนี้มีนักฆ่าผู้หนึ่งที่อยู่ด้านหลังเขากำลังจะใช้ดาบแทงเข้ามาที่ด้านหลังของชายหนุ่ม เหล่าองค์รักษ์ก็รับมือกับนักฆ่าคนอื่นๆอยู่จึงไม่อาจปลีกตัวมาช่วยเขาได้ นางคิดจะะโบอกให้เขาระวังตัว แต่เมื่อคิดดูอีกหนนางกลับส่ายหน้าไปมา บางคราการที่นางะโเสียงดังโวยวายนอกจากจะทำให้เขาเสียสมาธิแล้วอาจทำให้นักฆ่าพุ่งเป้ามาที่พวกนางมากขึ้น และกู้เหยียนฉีจะต้องมาห่วงหน้าพะวงหลังอีก
นางเม้มริมฝีปาก ก่อนจะคว้าหยิบหน้าไม้ของตนขึ้นมา มันก็เป็เพียงหน้าไม้ธรรมดาไม่ได้ดีเลิศแต่อย่างไร แต่ยามนี้เห็นทีก็มีเพียงหน้าไม้สัปปะรังเคนี่แล้วที่จะสามารถช่วยชีวิตเขาได้ นางตัดสินใจแน่วแน่พร้อมกับเล็งหน้าไม้ไปที่นักฆ่าผู้นั้น นางสูดลมหายใจเข้าลึก และใช้สมาธิทั้งหมดไปกับการสังหารนักฆ่า นางไม่เคยฆ่าคน แต่เมื่อสถาณการณ์คับขันเช่นนี้จะมัวลังเลไม่ได้
จินฝูยิงหน้าไม้ออกไปอย่างรวดเร็วลูกธนูจากหน้าไม้ก็แทงเข้าไปที่หว่างขาของมันทันที คนถูกแทงร้องโหยหวน กู้เหยียนฉีที่จัดการนักฆ่าคนอื่นหมดแล้วจึงหันกลับไปสังหารนักฆ่าที่ถูกจินฝูยิงเป้าทันที ก่อนจะมองมันด้วยแววตาที่สมเพชคราหนึ่ง
เมื่อสังหารคนเสร็จแล้วเขาก็หันกลับมามองรถม้า พบว่าตอนนี้จินฝูกำลังถือหน้าไม้เอาไว้แน่น ดวงตาของนางสั่นระริก หน้าตายังตื่นตระหนกไม่คลาย
นางเป็คนช่วยเขาหรือ!
ด้านจินฝูนั้นก็ยกมือขึ้นตีหน้าผากตนเองคราหนึ่ง มือนางสั่นจึงไม่อาจยิงโดนจุดตาย แต่อย่างน้อยก็ยิงโดนจุดสูญพันธ์นับว่าก้าวหน้าไปขั้นหนึ่ง!
เมื่อเห็นว่าสถาณการณ์ตรงหน้าสามารถควบคุมได้แล้ว นางก็หมดเรี่ยวแรงทันที พ่อบ้านบ้านตู้ที่เห็นเช่นนั้นก็ลนลานรีบคว้าของบางอย่างมาให้นางดม
"เ้าดมยาหอมสมุนไพรขวดนี้ก่อน จะได้หายใจสะดวกขึ้น สูดเข้าไปลึกๆ!"
จินฝูหลับตาอยู่จึงไม่เห็นของสิ่งนั้นนางสูดเข้าไปเต็มปอดก่อนจะไอออกมาอย่างรุนแรง แล้วจึงหันมาถลึงตาใส่พ่อบ้านตู้
"มันใช่ยาหอมสมุนไพรที่ใดกัน นี่มันฮวาเจียว!"
พ่อบ้านตู้สะดุ้งโหยง ก่อนจะมองขวดที่ตนเองถือในมืออีกครา แล้วจึงยิ้มแห้ง
“ขออภัย ข้าคิดว่ามันเป็ยาหอมสมุนไพร”
“ยาหอมสมุนไพรกับผีน่ะสิ ตาดำข้าไหลมารวมกันแล้วเนี่ย!”
