ก่อนที่หวังเยวี่ยจะกลับมาเยี่ยมบ้านเดิม หลิวซื่อได้บอกกับหลี่ชิงชิงแล้ว เื่ที่หวังเยวี่ยออกเรือนไปนานแล้วทว่ายังมิอาจตั้งครรภ์
เอ่ยมาถึงตรงนี้ก็มิอาจมิกล่าวถึงโจวทงได้
ปีนี้โจวทงอายุยี่สิบสี่ปี อายุมากกว่าหวังเยวี่ยถึงสองปี เขาเป็คนจากหมู่บ้านเฟิงที่อยู่ห่างจากตำบลชิงอวี๋ไปทางเหนือเกือบสิบลี้
บรรพบุรุษของตระกูลโจวเป็ช่างไม้ บุรุษในตระกูลโจวจึงล้วนมีความสามารถด้านงานไม้ ในบรรดาผู้าุโของตระกูลเคยมีหนึ่งคนที่ทำงานเป็ข้ารับใช้สร้างเครื่องเรือนให้กับขุนนางระดับสูงในเมืองเซียงโดยเฉพาะ
โจวทงเป็บุตรชายเพียงคนเดียว บิดาของเขาด่วนจากไปเร็วนัก แต่ก่อนเขาจึงอาศัยอยู่กับมารดาที่บ้านของท่านตาของเขา
โจวทงมีรูปลักษณ์องอาจอย่างวีรบุรุษ ติดเพียงว่ารูปร่างของเขาไม่สูงเท่าไรนัก ชายหนุ่มเตี้ยกว่าหวังเยวี่ยครึ่งศีรษะ ส่วนสูงอยู่ที่ประมาณหนึ่งหมี่ห้าสิบห้า นับว่าเป็บุรุษหนุ่มรูปงามขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก
เทศกาลโคมไฟของตำบลชิงอวี๋ ทุกๆ ปีจะมีการจัดกิจกรรมการแสดงดอกไม้ไฟต่างๆ และเพราะหน้าตาที่งดงามของโจวทงนี่เอง เขาจึงได้แต่งกายเป็เ้าแม่กวนอิม
ในปีนั้นที่หวังเยวี่ยยังเป็เพียงแม่นางน้อยวัยแรกรุ่น นางตกหลุมรักโจวทง บุรุษที่แต่งกายเป็เ้าแม่กวนอิมยามชมดอกไม้ไฟ และยืนกรานที่จะออกเรือนกับเขาให้ได้
หลิวซื่อสืบข่าวคราวก่อนจะพบว่า มารดาของโจวทงเป็หญิงหม้ายมานานหลายปี และมีนิสัยที่ไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เมื่อผนวกกับเื่รูปโฉมของโจวทงที่อาจดึงดูดเหล่าภมรมาดอมดม นางจึงไม่เห็นด้วย
ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากที่โจวทงรู้ว่าหวังเยวี่ยมีใจให้เขา ชายหนุ่มก็เป็ฝ่ายริเริ่มส่งแม่สื่อมาขอเจรจาเื่งานแต่ง อีกทั้งยังให้คำสัญญากับหลิวซื่อว่าชาตินี้เขาจะมีหวังเยวี่ยเป็ภรรยาเพียงผู้เดียว ไม่ขอเปลี่ยนใจอย่างแน่นอน
หลังจากที่หวังเยวี่ยได้รับสัญญาจากโจวทงแล้ว นางก็ยิ่งปรารถนาจะออกเรือนไปกับเขา หวังเยวี่ยนั้นมีนิสัยดื้อรั้นหัวแข็ง เมื่อหลิวซื่อไม่มีทางเลือกอื่น จึงทำได้เพียงเห็นด้วยเท่านั้น
หลังจากที่หวังเยวี่ยออกเรือนไปกับโจวทงแล้ว ปรากฏว่าเื่ราวกลับเป็ไปอย่างที่หลิวซื่อคาดเดา แม่สามีนามไห่ซื่อคิดว่าหวังเยวี่ยแย่งบุตรชายของนางไป จึงปฏิบัติต่อหวังเยวี่ยอย่างโหดร้าย กระทำการทารุณหวังเยวี่ยทั้งต่อหน้าและลับหลัง ครั้งหนึ่งหลิวซื่อเคยบุกไปปะทะกับไห่ซื่อ ร้ายแรงจนเกือบจะถึงขั้นลงไม้ลงมือ หลังจากนั้นไห่ซื่อถึงได้เก็บงำฤทธิ์ของตนกลับไปบ้าง
ต่อมาหวังเยวี่ยไม่ตั้งครรภ์เสียที ท่าทีของไห่ซื่อที่มีต่อหวังเยวี่ยจึงกลับไปเป็เหมือนเดิม และโจวทงที่เป็บุตรกตัญญูก็ไม่เคยพยายามห้ามปรามไห่ซื่อเลยสักครั้ง
นับั้แ่ต้นปีนี้มา ไห่ซื่อได้พยายามสั่งให้โจวทงหย่าขาดจากหวังเยวี่ยเสีย หรือหากไม่หย่าก็ให้รับอนุภรรยาเข้าเรือน แรกเริ่มเดิมทีโจวทงก็ยังคัดค้าน แต่พอนานวันเข้าเขาก็ค่อยๆ ยอมจำนน
ไห่ซื่อพาโจวทงเข้าเมืองไปหลายครั้ง สาเหตุเพราะคิดจะใช้เงินซื้ออนุภรรยาเข้าเรือนสักคน...
หลังจากที่หวังเยวี่ยทราบข่าว นางก็เ็ปเกินกว่าจะทานทน ทว่านางไม่มีหน้าไปพบมารดา เพราะรู้ว่าหากบอกให้หลิวซื่อรู้ ด้วยนิสัยของนาง นางจะต้องบุกมาทำร้ายครอบครัวสกุลโจวอย่างแน่นอน...
กล่าวโดยสรุป วันคืนหลังจากออกเรือนของหวังเยวี่ยหาได้ผ่านไปอย่างมีความสุข ทว่าเพราะหวังเยวี่ยเป็คนที่เลือกการแต่งงานครั้งนี้เอง ดังนั้นนางจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนความขมขื่นกลับลงไปในท้องของตน
“ท่านแม่เคยเล่าเื่ของท่านให้ข้าฟังนานแล้ว เป็ข้าที่ยุ่งมากจนลืมถามสถานการณ์ของท่านเองเ้าค่ะ” หลี่ชิงชิงตำหนิตัวเอง
หวังเยวี่ยรีบร้อนเอ่ยอย่างรวดเร็ว “น้องสาวอย่าได้เอ่ยเช่นนั้น หลายวันมานี้เื่ในบ้านยุ่งวุ่นวาย แม้แต่ท่านแม่เองก็ยังลืมเื่นี้ด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงเ้าเลย”
่ไม่กี่วันที่ผ่านมานี้หลี่ชิงชิงงานล้นมือตลอด ทั้งต้มบะหมี่ผัดผักทำอาหารในงานเลี้ยง ช่วยชีวิตคน ไปจนถึงวางแผนอนาคตของครอบครัวสกุลหวัง หวังเยวี่ยเห็นทุกอย่างในสายตามาตลอด แล้วจะกล้าให้หลี่ชิงชิงต้องรู้สึกผิดเพราะเื่ของตนได้อย่างไร
“พี่สาว ประจำเดือนครั้งสุดท้ายของท่านมาเมื่อไรหรือเ้าคะ เป็วันใด ยังจำได้หรือไม่?” หลี่ชิงชิงเอ่ยถามพร้อมจับชีพจรให้นางไปด้วย
ชีวิตก่อนหน้านี้ ยามที่หลี่ชิงชิงกำลังเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยแพทย์ อาจารย์ที่ปรึกษาของนางเป็แพทย์แผนตะวันตก ทว่าสามีของอาจารย์เป็แพทย์แผนจีนที่มีชื่อเสียงระดับโลก หลี่ชิงชิงอาศัยสิทธิ์ในฐานะนักเรียนของอาจารย์ที่ปรึกษา ศึกษาการจับชีพจรและการฝังเข็มกับแพทย์แผนจีนเป็เวลาสามปีเต็ม
หลังจากสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท หลี่ชิงชิงก็ได้รับมอบหมายให้ไปทำการรักษาในโรงพยาบาลทหารขนาดใหญ่ นางเพิ่งจะเริ่มหมุนเวียนหน้าที่ในแผนกก็ได้พบกับแพทย์แผนจีนาุโที่เกษียณแล้วในแผนกการแพทย์แผนจีน ตอนนั้นนางกราบเขาเป็อาจารย์ และเริ่มศึกษาหาความรู้ด้านการแพทย์แผนจีนและเภสัชศาสตร์กับเขาอีกสี่ปี
แม้ว่าต่อมานางจะลาออกจากโรงพยาบาลทหาร และกลายเป็แม่ค้าในท้องถิ่น ทว่านางก็มักจะใช้ยาจีนในการรักษาให้เพื่อนฝูงและญาติสนิทอยู่ดี
หากมิใช่เพราะว่าการทำการค้านั้นแสนจะยุ่งยากวุ่นวาย นางก็ตั้งใจที่จะตีพิมพ์หนังสือแนะนำการบูรณาการการแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนตะวันตกโดยเฉพาะ
หวังเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มาเมื่อสิบวันก่อน”
“ประจำเดือนมาเยอะทุกเดือน และมาตรงเวลาหรือไม่เ้าคะ?”
“ปริมาณไม่เยอะ บางครั้งก็ช้ากว่าปกติสองสามวัน บางครั้งก็มาเร็วกว่าปกติสองสามวัน”
“สีเป็อย่างไร?”
“แดงสด”
“มาทั้งหมดกี่วัน?”
ยามที่หวังเยวี่ยเผชิญหน้ากับหลี่ชิงชิง นางหาได้ประหม่าหรือเขินอายเหมือนเวลาที่นางเผชิญหน้ากับหมอในร้านขายยา นางตอบอย่างใจเย็นไม่สะทกสะท้าน “ห้าวัน วันแรกมาค่อนข้างน้อย วันที่สองและวันที่สามมาค่อนข้างมาก วันที่สี่มาไม่มาก วันที่ห้าก็มาเพียงนิดเดียวแล้ว”
“ดีเ้าค่ะ ยิ่งเอ่ยละเอียดมากเท่าไรก็ยิ่งดี ยามที่ประจำเดือนมามีอาการข้างเคียงใดๆ เช่น ปวดบริเวณท้อง หรือปวดหน่วง่ล่างหรือไม่เ้าคะ?”
“มีบางครั้งข้าดื่มน้ำเย็น่มีประจำเดือน หากทำงานหนักเกินไป ท้องก็จะปวด” หวังเยวี่ยเห็นหลี่ชิงชิงถามมากขนาดนี้ อีกทั้งยังจับชีพจรนานถึงเพียงนี้ จริงจังยิ่งกว่าหมอยาในตำบลเสียอีก ในใจของนางก็ยิ่งรู้สึกซาบซึ้ง
หลี่ชิงชิงถามคำถามอีกสองสามคำ และใช้เวลาในการจับชีพจรนานมากทีเดียว “มีตกขาวเยอะหรือไม่?”
หวังเยวี่ยถามด้วยความสับสน “ตกขาวคือสิ่งใด?”
“ร่างกายของสตรีนั้นอ่อนไหวและบอบบางยิ่ง หลังจากแต่งงาน สารคัดหลั่งสีขาวหรือสีเหลืองอ่อนจะไหลออกมาจากช่องคลอดได้ง่าย ดังนั้นสตรีทุกคนควรจะทำความสะอาดช่องคลอดทั้งก่อนและหลังร่วมรักกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อที่ถ่ายทอดจากคนสู่คน”
หวังเยวี่ยฟังแล้วก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย หลี่ชิงชิงจึงอธิบายให้นางฟังอย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่นางจะตอบอย่างใจเย็น “เช่นนั้นข้าก็ไม่มีตกขาว สะอาดสะอ้านยิ่ง”
ยามนั้นเองจู่ๆ ก็มีบางอย่างปรากฏวาบผ่านเข้ามาในใจของหลี่ชิงชิง หัวใจของนางเต้นระรัว สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว นางเงยหน้าขึ้นมองไปทางหวังเยวี่ย เอ่ยด้วยท่าทีจริงจัง “พี่สาว ท่านช่วยถอดกางเกงให้ข้าได้ตรวจสอบอย่างละเอียดได้หรือไม่ ข้า้าตรวจสอบสุขภาพของอวัยวะสืบพันธุ์ให้ท่าน”
“ได้อยู่แล้ว เหตุใดจะไม่ได้เล่า เ้าเป็สตรี อีกทั้งยังเป็ภรรยาของน้องชายข้าด้วย” หวังเยวี่ยเคยพบแพทย์ที่ร้านขายยา แต่ก็เป็เพียงการตรวจชีพจรเท่านั้น สาเหตุเพราะว่าหมอผู้นั้นเป็บุรุษจึงไม่สะดวก ทว่ายามที่ถูกหลี่ชิงชิงจดจ้องเช่นนี้ก็ทำให้ขนของนางลุกซู่ รู้สึกหวาดกลัวเล็กน้อย และเอ่ยถามเสียงหลงว่า “น้องสาว ร่างกายของข้ามีปัญหาจริงๆ ใช่หรือไม่?”
“พี่สาว ท่านอย่าเพิ่งร้อนรนไป ไม่ต้องกลัว รอให้ข้าตรวจดูก่อน”
หัวใจของหวังเยวี่ยกระเด้งกระดอน นางขึ้นไปนอนราบบนเตียงและถอดกางเกงออก
หลี่ชิงชิงเดินไปที่ตู้ ก่อนจะหยิบถุงมือผ้าฝ้ายที่นางทำเอาไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
ฝีมืองานถักของนางย่ำแย่เหลือล้น นางจึงขอให้จางซื่อช่วยทำ
ถุงมือผ้าฝ้ายถูกนำไปต้มในน้ำเดือดและฆ่าเชื้อเรียบร้อยแล้ว
นางรอกระทั่งหวังเยวี่ยถอดกางเกงออกเรียบร้อย ก็ขอให้หวังเยวี่ยอ้าขา จากนั้นก็ใช้มือขวาที่สวมถุงมือของนางตรวจสอบด้านนรีเวช อวัยวะที่เกี่ยวข้องกับระบบสืบพันธุ์ของหวังเยวี่ย...
เป็ที่ทราบกันดีว่าการตรวจทางนรีเวชนั้น ระหว่างสตรีที่ยังไม่ผ่านการแต่งงานและสตรีที่ผ่านการแต่งงานแล้ว มีวิธีการตรวจที่แตกต่างกันออกไป
หวังเยวี่ยเป็สตรีที่ผ่านการแต่งงานแล้ว ดังนั้นนางจึงต้องได้รับการตรวจเช่นเดียวกับสตรีที่แต่งงานแล้ว
ในใจของหลี่ชิงชิงคิดถึงความเป็ไปได้หลายประการ ทว่านางไม่กล้าเข้าไปมากกว่านี้ สุดท้ายจึงแหย่เข้าไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
หวังเยวี่ยทั้งขวยเขินทั้งประหม่า
หลี่ชิงชิงรับรู้ได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ นางเอ่ยเสียงเบา “พี่สาว ท่านไม่ต้องกลัว ข้าขอถามท่าน ยามที่พวกท่านร่วมรักกัน ท่านใช้ช่องทางนี้ใช่หรือไม่เ้าคะ?”
ใบหน้าของหวังเยวี่ยแปรเปลี่ยนเป็สีแดงก่ำ น้ำเสียงของนางแ่เบาราวกับยุง “ใช่”
เมื่อได้ยินคำตอบนี้ หลี่ชิงชิงก็ตัดความเป็ไปได้แรกออก ก่อนจะถามคำถามต่อไป
ความเป็ไปได้ประการแรกก็คือโจวทงไร้สามัญสำนึก และร่วมรักกับหวังเยวี่ยผิดช่องทาง
ในสมัยโบราณผู้คนนั้นล้าหลังยิ่ง หูตาของพวกเขายังคงคับแคบ เื่ร่วมเพศเป็เื่ในมุ้งไม่ควรนำออกมากล่าว ส่งผลให้มีคนจำนวนมากไม่เข้าใจในร่างกายของตนเองไปตลอดชีวิต
ไม่ใช่เื่แปลกที่บุรุษจะร่วมรักผิดช่องทาง เป็สาเหตุให้สตรีมิอาจตั้งครรภ์มาตลอดหลายปี เื่เช่นนี้ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
โจวทงสูญเสียบิดาไปั้แ่เด็ก ย่อมไร้ผู้าุโที่สามารถสอนเขาเกี่ยวกับเื่การออกเรือน... ดังนั้นความเป็ไปได้แรกที่หลี่ชิงชิงคิดจึงเป็สิ่งนี้
หวังเยวี่ยเอ่ยสิ่งใดไม่ออก นางอายจนแทบจะะเิตัวเองตายแล้ว
ในใจหลี่ชิงชิงเป็กังวล ทว่านางยังคงใช้น้ำเสียงอ่อนโยนกล่อมเกลา “พี่สาว เื่นี้เกี่ยวพันกับชีวิตในอนาคตของท่าน ท่านจะต้องเอ่ยออกมาให้ได้เ้าค่ะ”
หวังเยวี่ยไม่รู้จะตอบเช่นไรดี หลังจากผ่านไปครึ่งค่อนวันถึงได้เอ่ยตอบว่า “ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน”
หลี่ชิงชิงใช้มือป้องปาก ก่อนจะกระซิบคำสองสามคำข้างหูของหวังเยวี่ย
