ภายในซากวังหลวงชิงจิง!
จูหงอีใช้ตรวนแดงดึงหางัทอง จื่อปู้ฝานนำศิษย์ลัทธิมารทั้งหมดคุมตัวัทอง
“กรร~~~~~~~!”
ัทองคำราม แต่ไม่อาจดิ้นหลุด
“เจอบัลลังก์ัรึยัง?” จื่อปู้ฝานะโไปทางซากปรักหักพัง
“ยังเลยขอรับ!” ศิษย์ลัทธิมารที่อยู่ไกลๆ ะโตอบกลับมาอย่างกระวนกระวาย
“เพราะตั้งอยู่บนตำแหน่งของเศียรัมานานปีจึงได้รับการหล่อเลี้ยงจากปราณั ทำให้ัทองรู้สึกเป็สุข สามารถใช้เพื่อผนึกัทองได้! หากหาไม่เจอแล้วจะผนึกมันยังไง? ไปช่วยกันหาให้มากกว่านี้อีก!” จูหงอีสั่งเสียงเย็น
“ทราบ!” ศิษย์อีกกลุ่มรุดหน้าไปทางซากปรักหักพัง
จื่อปูฝานจูหงอีต่างไม่กล้าสะกดเศียรั กังวลว่าัทองอาจะเิตัวเองลากทุกคนไปตายเพราะความสิ้นหวังเข้าตาจน
ัทองเมื่อถูกยื้อยุดไว้ก็ไม่อาจหนีได้อีก ัทองแตกตื่นร้อนใจ แต่จู่ๆ ราวกับว่าััถึงอะไรบางอย่างก็เลยเอาหัวพุ่งชนพื้นอย่างแรง
“ตูม!” “ตูม!” “ตูม!”
ัเอาหัวพุ่งชนพื้นครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้พวกจูหงอีและจื่อปู้ฝานต้องตะลึงไป
“จูหงอี ัทองทำอะไรของมัน? คิดทำลายตัวเอง?” จื่อปู้ฝานสีหน้างุนงง
จูหงอีเองก็ทำหน้าพิลึก “ขะ ข้าเองก็ไม่แน่ใจ! หรือว่ามันคิดจะหนีลงดิน?”
หนีลงไปด้านล่าง?
ล้อกันเล่น ตนสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงมาขนาดไหนกว่าจะเอาเดรัจฉานอย่างเ้านี่ออกมาได้ แต่นี่ยังดึงดันจะกลับลงไปใหม่?
“ไป รีบไปหาบัลลังก์ัให้เจอ!” จื่อปู้ฝานคำราม
ขณะเดียวกันจื่อปู้ฝานและจูหงอีก็ฉุดดึงหางกับตัวของัทองเอาไว้สุดแรงเกิด ไม่ให้อีกฝ่ายขยับตัวได้
เป็เพราะว่าถูกยื้อยุดไว้ครึ่งตัว ัทองที่ขยับได้แต่ส่วนหัวจึงไม่อาจสร้างแรงปะทะได้มากพอ นี่เองก็เป็เหตุให้หวังเค่อที่อยู่ในที่หลบภัยใต้ดินได้ยินเสียงสั่นะเืดังมาจาก้าอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นก็ยื้อยุดกันอยู่อย่างนี้ไปอีกนาน
“เจอแล้ว!” ศิษย์ลัทธิมารคนหนึ่งอุทานอย่างดีใจ
“ตูม!”
แต่แล้วัทองก็เจาะรูขนาดใหญ่ได้สำเร็จ จากนั้นเศียรของมันก็พยายามมุดลงไปในหลุม
แต่จูหงอี จื่อปู้ฝานกลับมองมาทางลูกสมุนที่หาบัลลังก์ัเจอ
ที่เห็นคือพนักเท้าแขนของบัลลังก์ั เป็แค่พนักเท้าแขน แล้วตัวเกี้ยวหายไปไหน?
ศิทย์ลัทธิมารกลุ่มข้างๆ รื้อค้นกันให้วุ่น ไม่นานก็เจอส่วนขา จากนั้นก็เจอที่นั่งประจำเกี้ยว
บัลลังก์ัขนาดใหญ่ถูกความเสียหายก่อนหน้านี้แยกออกเป็ชิ้นๆ
จื่อปู้ฝานกับจูหงอีหน้าแข็งทื่อไปในบัดดล
“เ้าตำหนัก บัลลังก์ันี้ยังใช้ได้หรือไม่?” ศิษย์ที่หาพนักเท้าแขนของเกี้ยวเจอเป็คนแรกอยากได้ความชอบ
“ใช้ได้ปู่เ้าสิ!” จูหงอีตวาดเสียงเย็น
“จบ จบแล้ว บัลลังก์ัพังยับเยิน? งั้นก็ไม่อาจผนึกัทองได้แล้วสิ?” จื่อปู้ฝานหดหู่เหลือแสน
“ลองหาวัตถุที่ผ่านการหล่อเลี้ยงจากปราณัชิ้นอื่นดูก่อน!” จูหงอีทอดถอนใจ
บัลลังก์ัพังแล้ว? งั้นหลายปีมานี้ยังมีวัตถุอื่นใดที่อยู่ในละแวกเดียวกับบัลลังก์ับ้าง? ทุกคนช่วยกันขบคิด
แต่แล้วพวกมันก็ััถึงแรงสั่นะเือันเกรี้ยวกราดจากัทอง?
จูหงอี จื่อปู้ฝานหันหน้ามาดู
แต่ที่เห็นคือเศียรของัทองได้มุดหายลงไปใต้ดินเป็ที่เรียบร้อย!
“ยังจะคิดหนีลงไปด้านล่างอีก?” จื่อปู้ฝานหดหู่
“ดึงเศียรัออกมาจากใต้ดิน? ฮึ่ม คิดมุดดินหนีรึ? ฝันไปเถอะ!” จูหงอีตวาด
ทันใดนั้นทุกคนก็ร่วมด้วยช่วยกันพยายามดึงัทองกลับออกมาให้ได้
ท่ามกลางเสียงครืนครน ท้ายที่สุดเศียรของัทองก็ถูกกระชากออกมาจากหลุมั์
“กรร~~~~~~~~!”
ัทองที่ถูกกระชากออกมา บางทีอาจเป็เพราะแรงเหวี่ยงก็เลยหลุดจากพันธนาการ เพียงพริบตาก็สลัดหลุุดจากการจองจำ
“เร็ว ัทองกำลังจะหนีแล้ว ทุกคนช่วยข้ายื้อตัวเดรัจฉานนี้่เร็ว!” จูหงอีคำรามลั่น
“ครืนนนน!”
นอกวังหลวงจึงเกิดเสียงปะทะเดือดพล่านกันขึ้นมาอีกครั้ง
“ไม่ถูกต้อง ในปากัทองคล้ายมีคนอยู่ด้วย?” จื่อปู้ฝานอุทาน
“จูเยี่ยน?” จูหงอีผงะไป
จูเยี่ยนโผล่มาจากไหน? ไฉนถึงไปลงเอยอยู่ในปากของัทองได้? ไม่ใช่ข้ากำชับไว้แล้วรึไงว่าให้หนีไปให้ห่างๆ น่ะ?
“เ้าตำหนัก
ผู้น้อยเหมือนเห็นัทองลากจูเยี่ยนออกมาจากใต้ดินเลยขอรับ!”
ศิษย์ลัทธิมารคนหนึ่งอธิบาย
“ผายลม! จะบอกว่าจูเยี่ยนถูกฝังทั้งเป็รึไง? ลากออกมาจากดินบ้านเ้าสิ เ้าตาบอดรึ?” จูหงอีตวาดใส่สมุนคนนั้น
“เป็ความจริงขอรับ ข้าเห็นเองกับตา! เ้าตำหนัก! จูเยี่ยนถูกัทองงาบออกมาจากหลุมนั่นจริงๆ!” ศิษย์ลัทธิมารคนนั้นเอ่ยอย่างลนลาน
จูหงอี “…!”
“จูหงอี ัทองตัวนี้ตั้งใจจะทำอะไร? ทำไมมันเอาแต่คาบจูเยี่ยนไว้ในปากอยู่นั่น?” จื่อปู้ฝานถามอย่างใ
จูหงอีเพิ่งหันความสนใจมาทางจูเยี่ยนที่ยังคงอยู่ในปากของัทอง
จูเยี่ยนยังคงสลบไสล ัทองเองก็ไม่ได้ฆ่ามัน และก็ไม่ได้กินมัน แต่กลับคาบไว้ในปากไม่ยอมปล่อยไป ต่อให้ถูกตนซัดเปรี้ยงสองเปรี้ยงก็ยังไม่ยอมปล่อยอยู่ดี?
“หรือว่า...!” จูหงอีหน้าหม่นลง
“ปราณั? ข้ารู้แล้ว เป็ปราณันี่เอง! ตลอดหลายสิบปีมานี้ นอกจากบัลลังก์ัที่ได้รับปราณัหล่อเลี้ยง จูเยี่ยนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์มาตลอดเองก็ได้รับการหล่อเลี้ยงจากปราณัเป็สิบๆ ปีด้วยเช่นกัน ัทอง้าปราณัก็เลยหมายตาจูเยี่ยน! ใช่หรือเปล่า?” จื่อปู้ฝานมองจูหงอีอย่างตื่นเต้น
กล้ามเนื้อบนใบหน้าของจูหงอีกระตุก คล้ายยอมรับในความเป็จริงข้อนี้
“ในเมื่อมีสิ่งที่จุปราณัไว้แล้ว ไม่สิ คนที่จุปราณัต่างหาก งั้นเราก็สามารถผนึกมันได้สักที! จูหงอี รีบผนึกชีพจรัทองเร็วเข้าสิ!” จื่อปู้ฝานเร่ง
จูหงอีสีหน้าไม่น่าดู จะให้ผนึกมันทั้งที่จูเยี่ยนยังอยู่ด้านในน่ะรึ?
“เร่งมือหน่อย!” จื่อปู้ฝานเร่งมาอีก
ภายในหลุมใหญ่ที่เศียรัทองเพิ่งถูกกระชากออกไป
หวังเค่อมองดูบอลแดงในมือที่เพิ่งหลุดออกมาจากปากของัทองอย่างชั่งใจ ััรับรู้ถึงขุมพลังมหาศาลได้จากภายในนั้น หวังเค่อสีหน้าพิศวงงงงวย มองดูเพดาน้าด้วยสีหน้าพิกล
“ัทองตัวนี้ตั้งใจมาส่งมอบความอบอุ่นให้ข้าหรอกหรือนี่?” หวังเค่อกอดบอลแดงไว้ในอ้อมอกด้วยสีหน้าแปลกประหลาด
จากนั้นลดหน้ามองคนปิดหน้าสองคนที่จมอยู่ใต้ซากปรักหักพังอยู่ครึ่งตัว หวังเค่อยังคงทำหน้าแปลกพิกลอยู่
“ผีอับโชคทั้งสองนี้มาทำอะไรกันแน่?” หวังเค่อเอ่ยอย่างพิศวง
ด้านนอกยังมีเสียงตูมตามไม่หยุด สัญชาตญาณของหวังเค่อััถึงอันตราย ขณะตั้งใจจะออกไปก็ไม่วายกลับมาเลิกหมวกดึงโม่งของบุคคลปริศนาทั้งสองออกก่อน
พอเห็นโฉมหน้าของคนทั้งสองชัดๆ หวังเค่อก็ต้องอ้าปากหวอ
“จางหลี่เอ๋อร์? ถงอันอัน? ทำไมถึงเป็พวกเ้าสองคนไปได้?” หวังเค่ออุทาน
ขณะตะลึงก็ชั่งใจอยู่สักพัก แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจดึงคนทั้งสองออกมาจากใต้เศษซาก ก่อนจะรีบหนีเข้าอุโมงค์อีกทางที่พวกศิษย์พรรคอีกาทองคำหนีไปก่อนหน้านี้ ตรงไปยังจวนแม่ทัพใหญ่ที่อยู่นอกหวังหลวง
ขณะกำลังหนีหวังเค่อก็จมสู่ภวังค์ความคิด
“ถงอันอัน? เพราะอะไรกันเนี่ย!? ไม่ใช่ว่าครั้งก่อนข้ายกถงอันอันให้โม่ซันซันไปแล้วรึ? แล้วทำไมถงอันอันถึงโผล่มาอีกแล้ว? หรือจะเป็ฝาแฝดร่วมอุทรของมัน? ไม่น่าจะใช่นะ! ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินเลยว่าถงอันอันมีฝาแฝดร่วมอุทร! งั้นก็เหลือความเป็ไปได้เดียว โม่ซันซันปล่อยมันไป!” หวังเค่อหน้าเคร่ง
โม่ซันซันปล่อยถงอันอันไป? หวังเค่อหน้าเปลี่ยนสี
“สวะเฒ่าโม่ซันซันผู้นี้มีปัญหา แม่งเอ๊ย แล้วมาบอกว่าเผลอทำถงอันอันหลุดรอดไปอันใด? ครั้งก่อนตอนอยู่ในพรรคก็ทีหนึ่ง มาตอนนี้ก็ทำถงอันอันหลุดมืออีก? โม่ซันซันต้องตั้งใจแน่ๆ! สวะเฒ่า ดีนะที่ข้าเป็คนฉลาดรอบคอบ ถุย! ข้าเห็นธาตุแท้ของเ้าแล้ว โม่ซันซันไอ้ลูกตัวบัดซบ มันจะต้องมีเอี่ยวกับลัทธิมารแน่!” หวังเค่อยังอกสั่นขวัญแขวนไม่หาย
โม่ซันซันมีปัญหา? งั้นถงอันอันมาโผล่อยู่ที่นี่ได้อย่างไร?
“ถงอันอันมาครั้งนี้เพื่อที่จะเอาชีวิตข้าแน่นอน แล้วก็้าชิงแส้เทพอสนีกลับไปด้วยสินะ? ฮึ่ม ฝันไปเถอะ ของที่มาอยู่ในกระเป๋าข้าแล้ว ใครก็อย่าหวังว่าจะทวงกลับไปได้!” หวังเค่อแค่นเสียงหยาม
“แต่ว่าจางหลี่เอ๋อร์มาทำอะไร? แถมยังปิดหน้าปิดตาซะด้วย? ไม่ใช่ว่านางหนีไปกับพวกศิษย์พรรคอีกาทองคำก่อนแล้วรึ?” หวังเค่องุนงงพิศวง
หลังนิ่งคิดอยู่สักพัก สีหน้าของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไป
“ข้ารู้แล้ว ข้าเข้าใจทั้งหมดแล้ว! แม้จะคลี่คลายความบาดหมางโดยการช่วยชีวิตพวกมันไว้ก่อนหน้านี้ แต่เป็เพราะจางหลี่เอ๋อร์ยึดติดงมงายเกินไปก็เลยยังตามพัวพันข้าอย่างบ้าคลั่งไม่เลิกรา ไม่ต่างจากเวลาที่ข้าต้องพกกระดาษชำระเข้าห้องส้วม สุดท้ายมาเจอถงอันอันที่พยายามจะฆ่าข้า ทั้งสองก็เลยปะทะกัน? เป็เพราะเหตุนี้เอง? เฮ้อ! เ้าจะยึดติดไปขนาดนั้นเพื่ออะไรกัน? ระหว่างเราไม่มีทางเป็ไปได้เลย!” หวังเค่ออับจนปัญญา
ไม่นานหวังเค่อก็หนีออกจากอุโมงค์ใต้ดินมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่
“ท่านประมุข?” พี่ใหญ่ที่อยู่ตรงปากทางเข้าออกของจวนแม่ทัพใหญ่เรียกอย่างสงสัยใคร่รู้
ท่านประมุขรีบร้อนมา แต่ทำไมถึงแบกหามคนมาด้วยสองคน?
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำล่ะ? เร็ว รีบไปเรียกพวกมันมาพาจางหลี่เอ๋อร์ไปที!” หวังเค่อสั่ง
“ศิษย์พรรคอีกาทองคำ? พวกมันไปกันหมดแล้ว!” พี่ใหญ่ชี้แจง
หวังเค่อ “…!”
แม่งเอ๊ย รอหน่อยไม่ได้เลยรึไง? ไปกันหมดแล้ว? ไม่คิดจะสนใจจางหลี่เอ๋อร์เลยสักนิด?
“พวกมันบอกว่าจางเสินซวีต้องรีบกลับไปรักษาตัวโดยด่วน พวกมันเองก็เจ็บหนักกันหมด ไม่อาจรั้งอยู่ที่ชิงจิงอีกต่อไปจึงต้องไปกันก่อน บอกว่าต้องไปหากระเรียนที่กำลังนอนเจ็บอยู่ที่ไหนสักแห่ง! ก่อนกลับยังฝากคำพูดมาถึงท่านประมุขด้วย!” พี่ใหญ่ว่า
“ฝากให้ข้า?” หวังเค่อชะงักไป
“ขอรับ ศิษย์หญิงพรรคอีกาทองคำบอกเอาไว้แบบนี้ ‘ข้ามองออกว่าศิษย์พี่หญิงใหญ่ไปหาเ้า หวังเค่อ ศิษย์พี่หญิงใหญ่แม้พลัดพรากจากท่านแต่ก็ยังมิอาจตัดใจ ดังนั้นพวกเราจึงไม่รอศิษย์พี่หญิงใหญ่ หวังเค่อ ข้าขอบอกเ้าอย่าง แม้ปกติศิษย์พี่หญิงใหญ่จะอารมณ์ฉุนเฉียวไปบ้าง แต่นั่นก็แค่ฉากหน้า ศิษย์พี่หญิงใหญ่ภายนอกเ็าภายในอบอุ่น เป็พวกปากร้ายใจดี นางพูดอะไรเ้าก็อย่าเก็บมาใส่ใจ! พวกเรากลับกันก่อน คอยดูแลศิษย์พี่หญิงใหญ่ให้ดี! ศิษย์พี่หญิงใหญ่เป็หัวแก้วหัวแหวนของพรรคอีกาทองคำ แม้แต่ท่านประมุขก็ยังตามใจนาง หากเ้ากล้าทำให้ศิษย์พี่หญิงใหญ่ต้องช้ำรัก ทำให้นางเ็ปใจ ข้ารับรองว่าไล่ั้แ่ประมุขพรรคอีกาทองคำลงมาจนถึงเหล่าสานุศิษย์จะต้องระดมกำลังกันฆ่าเ้าแน่! ฮึ่ม!’ ” พี่ใหญ่ทวนตามที่ได้ยินมา
หวังเค่อเปลี่ยนสีหน้า “นะ นี่มันอะไร?”
ให้ข้าดูแลจางหลี่เอ๋อร์ ส่วนพวกเ้าสะบัดก้นหนีไปกันหมด? ข้าไม่เกี่ยวอะไรกับนางเลยสักกระผีกริ้น! อ้อ ไม่สิ เป็นางต่างหากที่ตามตื๊อข้าไม่เลิก ไม่เกี่ยวกับข้าเลย!
ข้าทำให้นางช้ำรัก? ผายลม! ช้ำกับลมผายเ้าสิ ข้าพูดชัดเจนมาั้แ่แรกแล้วเถอะ! หากนางต้องปวดใจ ไล่ั้แ่ประมุขพรรคอีกาทองคำลงมาจนถึงเหล่าสานุศิษย์จะมาไล่เอาชีวิตข้า? อาศัยอะไร!?
หวังเค่อหดหู่เหลือแสน แม่งเอ๊ย นี่มันเื่อะไรกันแน่!?
“ท่านประมุข จางหลี่เอ๋อร์นี้คือ...?” พี่ใหญ่ถามอย่างสงสัย
หวังเค่อมองจางหลี่เอ๋อร์ด้วยสีหน้าซับซ้อน หญิงงามหยาดเยิ้มปานนี้ หากตนไม่ได้พบรักกับองค์หญิงโยวเยว่บางทีอาจพอกล้ำกลืนฝืนใจยอมรับไว้ แต่ตอนนี้จะทำยังไง? นี่มันเนื้องอกอยู่ในมือชัดๆ?
“เอาละ นี่ไม่เกี่ยวกับเ้า ไปตามพี่หญิงเล็กมา ให้นางมาช่วยดูจางหลี่เอ๋อร์!” หวังเค่อสั่งอย่างหดหู่ใจ
“ทราบ!” พี่ใหญ่ผละไปทันที ไม่นานก็เรียกพี่หญิงเล็กมา
“ท่านประมุข?” พี่หญิงเล็กออกปากทักทายด้วยความเคารพ
“อืม เ้ารับหน้าที่ดูแลจางหลี่เอ๋อร์ จำไว้ว่านางอาจตื่นขึ้นมาได้ตลอดเวลา เกิดนางถามว่าข้าอยู่ไหนให้บอกไปว่าไม่รู้ พวกเ้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น! พอนางหาข้าไม่เจอ ประเดี๋ยวก็คงจะกลับพรรคอีกาทองคำไปเอง!” หวังเค่อเอ่ยเสียงขรึม
“ทราบ!” พี่หญิงเล็กพาจางหลี่เอ๋อร์ไปอย่างนอบน้อม
จากนั้นหวังเค่อก็หันหน้ามาทางถงอันอัน
มองดูถงอันอัน หวังเค่อรู้สึกปวดหัวจี๊ด
“ท่านประมุข ท่านเคยเอาภาพเหมือนให้พวกเราดู นี่คือถงอันอันไม่ใช่หรือ? ดวงธาตุทองคำ? ไม่อันตรายไปหน่อยหรือขอรับ?” พี่ใหญ่มองถงอันอันด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“อันตราย? ไม่เลย มันไม่อันตรายเลยสักนิด!” หวังเค่อส่ายหน้า
“ไม่อันตรายเลย? แต่มันเป็ถึงยอดฝีมือชั้นดวงธาตุทองคำเลยนะ! แถมยังเป็ดวงธาตุทองคำระดับสูงอีกต่างหาก!” พี่ใหญ่อุทาน
“มันยังมีชื่อเล่นอยู่อย่าง เรียกว่า ‘ไม่ต้องเปลืองแรง’!” หวังเค่อส่ายหน้า
“ไม่ต้องเปลืองแรง?” พี่ใหญ่ทำหน้าไม่เข้าใจ
“อืม มันถูกข้าขุดหลุมดักมาแล้วห้าหกรอบ ข้าจับมันมาได้สี่รอบ! จับมันได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงเลยสักนิด เพราะงั้นมันก็เลยเรียกว่าไม่ต้องเปลืองแรง!” หวังเค่ออธิบาย
“อ๋า? จับมันได้โดยไม่ต้องเปลืองแรง?” พี่ใหญ่ตะลึงไป
“ใช่แล้ว มันไม่มีภัยคุกคามอันใดทั้งนั้น! ข้ากำลังคิดว่าควรจัดการยังไงดี?” หวังเค่อขมวดคิ้วนิ่วหน้า
“ฆ่ามัน! ไม่ใช่มันเป็มารหรอกหรือ? ฆ่ามันแล้วยังได้กุศล!” พี่ใหญ่ถามอย่างใคร่รู้
“ฆ่า? แต่ทำแบบนั้นไม่อาจดึงคุณค่าออกมาได้คุ้มที่สุด!” หวังเค่อนิ่วหน้าขบคิด
“อ๋า?”
“หากเป็มารทั่วไปนั้นช่างเถิด แต่มันนับว่ามีอิทธิพลในลัทธิมาร แถมมารอริยะยัง้าตัวมันอีก ข้ากำลังคิดว่าต้องทำยังไงจึงจะดึงเอาคุณค่าออกมาได้มากที่สุด!” หวังเค่อนิ่วหน้า
“มารอริยะ้าตัว? งั้นก็ส่งให้มารอริยะไปเลยสิ?” พี่ใหญ่สงสัยใคร่รู้
หวังเค่อตาลุกวาว “จริงด้วย ทำไมข้าถึงคิดไม่ถึงนะ? ฮ่าฮ่าฮ่า!”
“ท่านประมุข นี่ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนนะ?” พี่ใหญ่สงสัย
“เปล่า ข้าไม่ได้หมายถึงเื่นี้ ข้าหมายความว่าจะทำยังไงให้ธุรกิจประกันของบริษัทเสินหวังเจริญเติบโตทางฝั่งลัทธิมารได้ หากข้าสามารถเชิญมารอริยะมาตัดริบบิ้นได้ละก็! ข้าก็สามารถเริ่มธุรกิจได้เลยไม่ใช่หรือ? ถงอันอันผู้นี้ก็คือข้ออ้างที่ใช้เพื่อเชิญมารอริยะมาตัดริบบิ้นให้ข้า ฮ่าฮ่า!” หวังเค่อสุขีเปรมปรีดิ์
พี่ใหญ่ผงะไป “เราขายประกันให้ลัทธิมารก็ได้ด้วย?”
“ใช่! แต่เ้าไม่ต้องคิดมากขนาดนั้น ก่อนอื่นเ้าก็จัดการเื่ทางฝั่งราชวงศ์ต้าชิงให้เรียบร้อย ข้าช่วยเ้าปูรากฐานไว้เรียบร้อยแล้ว แถมยังเกณฑ์แม่ทัพเซียนเทียนจากเมืองเซียนใหญ่หลายๆ แห่งมาด้วย หากใช้งานพวกมันให้ดีไม่นานก็คงจัดการเื่ราชวงศ์ต้าชิงได้ อย่ามัวแต่ฝันหวาน!” หวังเค่อเอ่ยเสียงต่ำ
“ทราบ!” พี่ใหญ่รับคำอย่างนอบน้อม
หวังเค่ออธิบายให้ฟังอีกรอบ จากนั้นก็หิ้วถงอันอันที่ยังสลบอยู่ไปทางวังหลวง ชายหนุ่มตั้งตาคอยว่าจะใช้ถงอันอันเกลี้ยกล่อมมารอริยะอย่างไรดี
ในวังหลวง ศึกใหญ่ดำเนินมาถึงจุดตัดสิน
“ชีพจรโลหิตมนตรา อัญเชิญพลรบมาจุติ ชีพจรเืบรรพชน ผนึก!” จื่อปู้ฝานตวาด
“กรร~~~~~~~~~~~~~!”
เสียงักู่ร้อง ชีพจรัทอง ัทองที่เป็ร่างิญญาถึงกับมุดหายเข้าไปในท้องของจูเยี่ยนอย่างน่าพิศวง
จื่อปู้ฝานและจูหงอีทุ่มเทกำลังทั้งหมดลงพันธนาการไว้บนท้องของจูเยี่ยน
จูเยี่ยนยังไม่ได้สติ แต่สามารถเห็นลวดลายัทองปรากฏอยู่บนท้องตรงเสื้อที่ขาดออกจากกันได้ ให้ความรู้สึกดุร้ายอหังการเป็พิเศษ
“เอาละ ผนึกชีพจรัไว้ได้แล้ว!” จูหงอีพ่นลมออกมายาวเหยียด
