ตอนที่ 1 กฎหมายตราสามดวงกับบ่วงิญญา
เสียงหวีดหวิวของลมพายุฝนดังสอดประสานกับเสียงตะคอกดุดันของชายคนหนึ่ง ภายในสำนักงานกฎหมายใจกลางกรุงเทพฯ ไป๋หลัน ทนายความสาวผู้รักความยุติธรรม และค่าธรรมเนียมที่ยุติธรรม กำลังยืนประจันหน้ากับ อาเหลียง ลูกความจอมกะล่อนที่เธอเพิ่งช่วยให้เขาชนะคดีฉ้อโกงที่ดินมาได้สดๆ ร้อนๆ
“ฉันทำหน้าที่ของฉันจบแล้วอาเหลียง จ่ายค่าทนายมา แล้วเราไม่ต้องเจอกันอีก!” ไป๋หลันยื่นคำขาด มือเรียวกระชับแฟ้มเอกสารแน่น
“จ่ายเหรอ? ทนายไป๋... คุณก็น่าจะรู้ว่าคนอย่างผมไม่ชอบเสียเงินให้ใครฟรีๆ ในเมื่อคดีจบแล้ว คุณก็ไม่มีประโยชน์กับผมอีก!”
อาเหลียง ลูกความหนุ่มจอมโกงของทนายสาวแสยะยิ้ม ั์ตาฉายแววอำมหิต เขาคว้าแจกันเซรามิกราคาแพงบนโต๊ะฟาดเข้าที่ศีรษะของเธออย่างแรง
ไป๋หลันถึงกับเซและหงายหลังบนพื้น รู้สึกถึงน้ำเหนียวข้นหยาดไหลออกมาบนใบหน้า ทุกอย่างราวหยุดอยู่กับที่ เวลาค่อย ๆ ไหลช้าลง โลกของไป๋หลันหมุนคว้าง ความเ็ปแล่นริ้วสลับกับความเย็นเยือกที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามา สิ่งสุดท้ายที่เธอเห็นคือใบหน้าสาแก่ใจของลูกความสารเลวคนนั้น
‘ไอ้ชาติชั่ว... ถ้าฉันรอดไปได้ ฉันจะฟ้องแกให้หมดตัว!’
แต่เธอก็ไม่ได้รอด... อย่างน้อยก็ในโลกใบนั้น
ราชวงศ์ชิง, รัชศกคังซี
ความรู้สึกแรกคือความหนาวที่บาดลึกถึงกระดูก ปอดของเธอเหมือนจะะเิเพราะสำลักน้ำ ไป๋หลันพยายามตะเกียกตะกาย สองมือไขว่คว้าหาอากาศจนกระทั่งมือัักับพื้นหญ้าแฉะๆ เธอไอโขลกอย่างรุนแรง พ่นน้ำเย็นจัดออกมาจากลำคอ
“แค่ก! แค่กๆ!”
เธอนอนหอบหายใจรินรินอยู่ริมสระบัวขนาดใหญ่ ทัศนียภาพรอบกายไม่ใช่สำนักงานกฎหมาย แต่เป็สวนโบราณที่ตกแต่งด้วยหินสลักและศาลาไม้ทรงจีนดูลึกลับสลัวลางใต้แสงจันทร์ ไป๋หลันมองมือตัวเอง... มันดูขาวซีดและเรียวเล็กกว่าเดิม เสื้อผ้าที่สวมอยู่ไม่ใช่ชุดสูททำงาน แต่เป็ชุดผ้าไหมปักลวดลายประณีตที่เปียกโชกและหนักอึ้ง
ขณะที่สติยังไม่เข้าที่ เสียงฝีเท้าเบาๆ ก็ดังมาจากทิศทางของเรือนไม้ที่ตั้งอยู่ไม่ไกล ไป๋หลันพยายามจะเรียกให้ช่วย แต่สัญชาตญาณทนายความที่ต้องคอยระแวดระวังภัยทำให้เธอนิ่งฟังเสียก่อน
“เร็วเข้าเถอะพี่ชุ่ยเอ๋อ! ถ้าพระชายาไม่ฟื้นขึ้นมาจริงๆ เราจะซวยกันหมดนะ” เสียงหญิงสาวอีกคนกระซิบกระซาบ
“โง่จริง! ก็เห็นอยู่ว่านางตกลงไปนานขนาดนั้น ป่านนี้ิญญาไปรายงานตัวกับยมบาลแล้ว” เสียงที่ชื่อ ชุ่ยเอ๋อ ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและโลภโมโทสัน “ในเมื่อจิ่งเหวินคนโง่นั่นตายไปแล้ว เครื่องประดับพวกนี้ทิ้งไว้ก็เสียเปล่า สู้เราเอาไปขายแล้วแบ่งเงินกันไม่ดีกว่าหรือ?”
ไป๋หลันหรี่ตาลง ความโกรธแค้นเริ่มสุมขอนในอก ‘นี่มันคดีลักทรัพย์ชัดๆ!’
เธอพยุงกายที่สั่นเทา หลบเข้าหลังพุ่มเข็มทอง มองลอดช่องไม้ใบเห็นนางกำนัลสองคนกำลังรื้อค้นหีบไม้ในห้องพักอย่างเอาเป็เอาตาย ชุ่ยเอ๋อ นางกำนัลหน้าตาจิ้มลิ้มแต่แววตาร้ายกาจกำลังชูสร้อยคอทับทิมน้ำงามขึ้นล้อแสงเทียน
“ดูสิ...สร้อยเส้นนี้ท่านแม่ทัพใหญ่ส่งมาให้ลูกสาวเป็ของขวัญแต่งงาน แต่น่าเสียดายที่ลูกสาวดันใจเสาะ ตกน้ำตายเพราะน้อยใจที่ท่านอ๋องไม่ยอมมาหาที่ห้อง” ชุ่ยเอ๋อหัวเราะเยาะ
“คนโง่แบบนี้ อยู่ไปก็หนักวังอ๋อง”
ไป๋หลันเม้มริมฝีปาก ความทรงจำบางอย่างที่พรั่งพรูเข้ามาเหมือนไฟล์ข้อมูลที่ถูกดาวน์โหลดลงสมองบอกเธอว่า ร่างนี้คือ จิ่งเหวิน ชายาเอกที่ถูกลืม บุตรสาวของแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่ต้องกลายเป็เบี้ยทางการเมือง แต่งงานกับ เฉิงชินอ๋อง ผู้เ็า และถูกพวกอนุภรรยาและคนรับใช้รุมโขกสับจนจบชีวิตลงในสระน้ำ
‘ได้...ในเมื่อพระเ้า หรือใครก็ตาม ให้โอกาสทนายอย่างฉันมาเกิดใหม่ในร่างชายาโง่ๆ คนนี้ ฉันจะเริ่มงานด้วยการ "ฟ้อง" พวกแกให้ยับ!’
ไป๋หลันรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ เดินตรงไปยังประตูห้องที่เปิดอ้าไว้
ปัง!
เสียงเท้ากระทบพื้นไม้ทำให้ชุ่ยเอ๋อร์และนางกำนัลอีกคนสะดุ้งสุดตัว สร้อยทับทิมร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง!
“พระ...พระชายา!” ชุ่ยเอ๋อร์หน้าซีดเผือดราวกับเห็นผี นางทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายสั่นระริก “ท่าน... ท่านยังไม่ตาย?”
ไป๋หลันในคราบจิ่งเหวินกอดอก ผมที่เปียกลู่แนบแก้มยิ่งส่งให้ดวงตาที่เคยซื่อบื้อดูคมกริบและทรงอำนาจอย่างที่ไม่มีใครเคยเห็น
“ผิดหวังล่ะสิที่ฉันยังไม่ตาย” เสียงของเธอราบเรียบแต่เย็นเฉียบ “ชุ่ยเอ๋อร์ ตามกฎมณเฑียรบาลและการปกครองวังหลัง การลักทรัพย์ของเ้านายมีโทษอย่างไร?”
ชุ่ยเอ๋อเบิกตากว้าง ปกติจิ่งเหวินจะพูดจาอ่อนแอและไม่เคยรู้กฎเกณฑ์อะไรเลย “ข้า... ข้าไม่ได้ลักนะเพคะ! ข้าแค่... ข้าแค่จะเอาออกมาทำความสะอาด!”
“ทำความสะอาดตอนเที่ยงคืน ในขณะที่เ้านายจมน้ำอยู่เนี่ยนะ?”
ไป๋หลันก้าวเข้าไปหาทีละก้าว ย่อตัวลงมองหน้าชุ่ยเอ๋อร์ที่สั่นเป็เ้าเข้า
“ในฐานะที่ฉันเป็ ‘โจทย์’ และเป็พยานปากเอกในเหตุการณ์นี้ ฉันขอแจ้งให้ทราบว่า ข้อแก้ตัวของเธอช่างฟังไม่ขึ้นและขาดน้ำหนักอย่างรุนแรง”
“พระชายา... ท่านพูดเื่อะไรเพคะ โจทย์? พยาน?”
“เอาเถอะ พูดศัพท์กฎหมายไปคนป่าอย่างเธอคงไม่เข้าใจ” ไป๋หลันหยิบสร้อยทับทิมขึ้นมา
“สรุปสั้นๆ คือ เธอขโมยของ พยายามปกปิดความผิด และิ่ประมาทเ้าหน้าที่ระดับสูงอย่างฉัน... โทษโบยจนตายคงยังน้อยไปสำหรับเธอ”
“ไม่นะเพคะ! พระชายาโปรดประทานอภัย!” ชุ่ยเอ๋อรีบเอาหัวโขกพื้น
“ข้าผิดไปแล้ว ข้าทำตามคำสั่งของ...เอ้อ...”
“คำสั่งของใคร?” ไป๋หลันจ้องนิ่ง “ถ้าเธอบอกชื่อ ผู้บงการ ฉันอาจจะพิจารณาลดโทษจากตาย เป็แค่โดนตัดนิ้วหรือเนรเทศออกไปเป็ทาสขุดเหมือง”
ในขณะที่ชุ่ยเอ๋อกำลังจะอ้าปากบอกชื่ออนุเม่ยเจิน เสียงทุ้มต่ำและทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“เกิดอะไรขึ้นที่นี่!”
ไป๋หลันหันไปมอง ชายหนุ่มในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลายัสี่เล็บเดินเข้ามาในห้อง ใบหน้าของเขาคมเข้มราวกับรูปสลัก ท่วงท่าสง่างามแต่แฝงไปด้วยความเ็าที่ทำให้อากาศในห้องลดอุณหภูมิลงทันที
เฉิงชินอ๋อง อิ้นเซวียน
เขามองดูชายาเอกที่เปียกโชกสลับกับกองเครื่องประดับบนพื้น คิ้วหนาขมวดเข้าหากัน “จิ่งเหวิน? เ้ายิ่งเลอะเลือนไปใหญ่แล้วหรือ ถึงมานั่งเล่นกับบ่าวรับใช้กลางดึกในสภาพนี้”
