โจวหลินหว่านและบ่าวผู้ซื่อสัตย์ทั้งสองคน ออกเดินทางด้วยรถม้าทำให้สะดวกสบายกว่านั่งเกวียนวัวหลายเท่า พวกเขาทั้งสามคนไม่รีบร้อนค่อยเป็ค่อยไปเรื่อย ๆ ถือว่าเป็การสำรวจตามเมืองต่าง ๆ ที่เป็ทางผ่าน รวมถึงแวะซื้อเสบียงอาหารเพิ่มเติมเป็ระยะ เพื่อป้องกันยามที่ต้องพักค้างแรมตามป่าเขาที่ไม่มีโรงเตี๊ยม ระหว่างนั่งรถม้าน่าซือได้เล่าถึงตระกูลของมารดา ที่ยามนี้ต่างแยกย้ายกระจัดการกระจายไปคนละทิศละทาง
ภายหลังท่านตาท่านยายเสียชีวิตก็มีการแบ่งสมบัติ โดยท่านแม่ได้มากกว่าพี่ชายและน้องสาวคนอื่น ๆ เนื่องจากท่านแม่ช่วยครอบครัวทำงานมากกว่าจึงได้สมบัติเยอะ ด้วยเหตุนี้มู่อวี่เฉินจึงพยายามตามเกี้ยวพามารดาของนาง จนได้แต่งงานและใช้เงินทองในการสอบขุนนางอยู่หลายครั้งกว่าจะผ่านได้ แต่ผลตอบแทนที่ได้กลับกลายเป็คนทรยศหักหลังไปเสียได้ โจวหลินหว่านไม่อยากให้บ่าวทั้งสองคิดถึงอดีตอีก จึงเปลี่ยนเื่คุยเพราะนางไม่ได้มีความทรงจำที่ดีกับคนเลวเช่นนั้น
“ท่านอาน่าซืออย่าได้ยึดติดกับเื่ในอดีตอีกเลยเ้าค่ะ ตอนนี้พวกเราจะพาท่านแม่ไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน ข้าจะหาซื้อที่ดินสวย ๆ อยู่ติดเชิงเขาจะแบ่งส่วนหนึ่งทำสุสานให้กับท่านแม่ และที่เหลือก็จะสร้างบ้านของตัวข้าเองหนึ่งหลัง ส่วนพวกท่านสองคนหลังแต่งงานกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกัน ต้องสร้างเพิ่มอีกหนึ่งหลังรวมถึงบ้านพักคนงานที่จะมีในอนาคตเ้าค่ะ”
“แล้วคุณหนูจะไปทำกิจการอันใดที่แคว้นหยางหรือเ้าคะ ถ้าต้องซื้อที่ดินสวย ๆ บรรยากาศดีติดเชิงเขา ก็คงต้องเป็หมู่บ้านนอกเมืองถึงจะมีที่ดินเช่นที่คุณหนู้า ราคาไม่ถูกและไม่แพงจนเกินไปพวกบ่าวสองคนพอจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง บ่าวยินดีมอบให้คุณหนูเพื่อนำไปซื้อที่ดินเ้าค่ะ” น่าซือและหยุนเหลียงขายเซาปิ่งมาหลายปี ก็พอจะมีเงินเก็บอยู่เล็กน้อยแต่พวกเขายินดีช่วยเหลือโจวหลินหว่านในสิ่งที่นางอยากทำ
“กิจการที่ข้าคิดเอาไว้อย่างแรกคือทำขนมของโปรดขายที่ตลาด กิจการที่สองอาจจะใช้เวลาในการสร้างหลายเดือน แต่เมื่อสร้างสำเร็จมันจะออกมางดงามรอต้อนรับลูกค้าร่ำรวยทันที ส่วนอีกหนึ่งกิจการต้องรอซื้อที่ดินเสียก่อนถึงจะลงมือทำได้เ้าค่ะ รับรองว่าท่านอาทั้งสองต้องใช้แรงช่วยข้าทำจนเหนื่อยทุกวันแน่ ๆ”
“เื่ใช้แรงงานคุณหนูไม่ต้องห่วงไปขอรับ ปล่อยเป็หน้าที่ของบ่าวจัดการให้ท่านเอง หรือคุณหนูจะหาซื้อทาสเพิ่มอีกสองสามคนก็ได้นะขอรับ จะได้มีคนคอยช่วยดูแลเรือนยามที่บ่าวไปช่วยคุณหนูขายขนม” หยุนเหลียงเสนอให้โจวหลินหว่านซื้อคนมาเพิ่ม สำหรับดูแลเรือนและทำงานในเรือนยามที่พวกเขาไม่อยู่
“ขอบคุณท่านอาหยุนเหลียงที่เสนอเื่นี้ขึ้นมา หากต้องซื้อคนมาช่วยงานเพิ่มเอาไว้รอให้ที่พักคนงานสร้างเสร็จ ตามแบบที่ข้า้าเสียก่อนแล้วค่อยไปเลือกพวกเขามาคิดว่าควรจะเป็บุรุษสี่คน และเป็สตรีหนึ่งคนเพราะเรือนของข้าไม่ได้สร้างใหญ่โตมากนัก อีกอย่างกำแพงบ้านจะให้นายช่างสร้างสูงกว่าผู้อื่นสักหน่อยเ้าค่ะ จะได้ปลอดภัยจากพวกโจรขโมยที่คิดจะปีนข้ามรั้วเข้ามา หากกิจการไปได้ดีอาจจะเพิ่มการจ้างงานกับคนในหมู่บ้าน เพื่อช่วยเหลือให้พวกเขามีรายได้เลี้ยงดูครอบครัวคนละเล็กละน้อยก็ยังดีเ้าค่ะ”
“คุณหนูของบ่าวคงได้เรียนรู้จากท่านเทพมามากมาย ถึงได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนเช่นนี้บ่าวคิดว่าสิ่งที่ท่านคิดไว้ จะประสบความสำเร็จอย่างงดงามแน่นอนเ้าค่ะ”
“คิ คิ คิ ขอบคุณสำหรับคำอวยพรเ้าค่ะท่านอาน่าซือ”
ทั้งสามคนเดินทางอย่างมีความสุขเหนื่อยที่ไหนก็แวะพัก มีเสียงพูดคุยถามไถ่กันมาตลอดการเดินทาง น่าซือและหยุนเหลียงเริ่มจะคุ้นชินกับความเป็กันเองของเ้านายผู้นี้ ที่ไม่ถือตัวพูดจาไพเราะให้เกียรติแม้แต่บ่าวเช่นพวกตน นั่นยิ่งทำให้ทั้งสองเคารพรักบุตรสาวของเ้านายอย่างโจวหลินหว่านเพิ่มขึ้นไปอีก
การเดินทางจากแคว้นเว่ยผ่านชายแดนเข้าไปยังแคว้นหยาง ทั้งสามคนใช้เวลาเกือบสองเดือนไม่เพียงแค่นั้น ระหว่างการเดินทางโจวหลินหว่านได้สอบถามหลาย ๆ คน ที่ได้พบเจอว่าเมืองไหนของแคว้นที่บรรยากาศดี และเป็เมืองที่น่าอยู่มากที่สุดจากชายแดนแคว้นหยาง เสียงส่วนมากแนะนำให้นางเดินทางไปเมืองหยางหลิน ที่มีแนวสันเขาเขียวขจีอากาศเย็นสดชื่นเป็เมืองที่น่าอยู่มากเมืองหนึ่ง เมื่อได้รับคำชี้แนะว่าเป็เมืองหยางหลินจึงเดินทางไปที่นั่นทันที
แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ทำให้โจวหลินหว่านผู้ไม่เคยหวั่นไหวกับใคร กลับหัวใจเต้นแรงผิดปกติกับบุรุษแปลกหน้าที่พบเจอโดยบังเอิญ ขณะที่แวะพักกลางทางก่อนจะเข้าเมืองหยางหลิน ข้างแม่น้ำสายหลักของเมืองมีร่างบุรุษนอนหมดสติใบหน้าซีดเซียว โจวหลินหว่านผู้มีจิตใจเมตตาหรืออยากรู้ก็ไม่อาจทราบได้ นางเดินเข้าไปพลิกร่างหนาที่ยังคงนอนนิ่งเพื่อตรวจสอบเบื้องต้น ว่าตายแล้วหรือยังมีลมหายใจอยู่กันแน่
“ฮ้า ค่อยยังชั่วหน่อยน้ำเย็น ๆ ช่วยให้สดชื่นได้เสมอ เ้าคิดเช่นเดียวกับข้าหรือไม่เสี่ยวลวี่ ว่าที่นี่สมกับคำชื่นชมที่ทุกคนแนะนำให้เดินทางมายังเมืองหยางหลินจริง ๆ”
“ข้าย่อมเห็นด้วยกับนายหญิงอยู่แล้วเ้าค่ะ ป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์เช่นนี้ย่อมมีอาหารการกิน ที่ช่วยให้ชาวบ้านมีอาชีพเสริมอย่างการล่าสัตว์ หรือขึ้นเขาหาผักป่าและสมุนไพรหายากมากมาย แต่อย่างไรเสียในป่าลึกก็ยังมีสัตว์ร้ายที่เป็อันตรายอยู่เช่นกันเ้าค่ะ”
“รีบกลับไปที่รถม้ากันเถิดอีกไม่ไกลก็จะถึงเมืองหยางหลินละ..เอ๊ะ! เสี่ยวลวี่เ้าช่วยข้าดูหน่อยสิว่าตรงนั้นใช่คนหรือไม่ ตายแล้วหรือยังหายใจอยู่กันแน่หวังว่าคงไม่ใช่พวกโจรป่าหรอกนะ”
“นายหญิงคนเ้าค่ะข้าได้กลิ่นคาวเืลอยมา ท่าทางจะยังไม่ตายนะเ้าคะนายหญิง”
“ห๊ะ! มีเืก็แสดงว่าอาจจะาเ็และพลัดตกแม่น้ำ จนลอยมาเกยตื้นอยู่ที่นี่น่ะสิเสี่ยวลวี่ ถ้าข้าเข้าไปช่วยแล้วถูกบุรุษผู้นั้นทำร้ายขึ้นมาจะทำเช่นไรเล่า”
“โธ่ นายหญิงท่านยังจะกลัวอีกหรือเ้าคะ ยามที่ท่านตบตีกับพวกสาวใช้ในจวนนั่นไม่เห็นจะกลัว เหตุใดเพิ่งจะนึกกลัวขึ้นมาในตอนนี้เสียได้เล่า”
“นั่นมันก็จริงอยู่หรอกแต่ข้าอยากถูกปกป้องบ้างนี่นา จะเป็สตรีที่แข็งแกร่งต่อหน้าบุรุษทุกคนไม่ได้สิเสี่ยวลวี่ เฮ้อ เช่นนั้นลองเข้าไปดูก่อนว่าาเ็มากหรือน้อยแล้วค่อยว่ากันทีหลัง”
โจวหลินหว่านที่เดินเข้าไปอย่างช้า ๆ และระวังตัวอยู่ตลอดเวลา เมื่อเข้าไปใกล้ในระยะที่มองเห็นได้ชัดจึงพบว่าบุรุษผู้นี้รูปร่างสูงโปร่ง คล้ายบัณฑิตหรือพ่อค้าวาณิชมากกว่าจะเป็ทหาร นางจึงพลิกตัวของเขาให้นอนหงายเพื่อให้หายใจได้สะดวก แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าที่หลับสนิทโจวหลินหว่านถึงกับตะลึง พร้อมอาการหัวใจเต้นตึกตักจนหาเสียงของตนเองไม่เจอ มิใช่ว่านางไม่เคยพบเจอคนหน้าตาหล่อเหลามาก่อน เพียงแต่คนที่นอนสลบอยู่ตรงหน้าของนางนั้นหล่อเหลาเกินมนุษย์ เสี่ยวลวี่เห็นว่าเ้านายหยุดนิ่งไม่ไหวติงจึงส่งเสียงเรียก เพราะคนเจ็บ้าการรักษาโดยเร็วส่วนโจวหลินหว่านยังคงหยุดคิดไม่ได้
‘ฮึบ โอ้ว! นี่์ประทานพรให้หรือส่งเนื้อคู่ลงมายามลำบากกันแน่นะ แต่เนื้อคู่หน้าตาหล่อเหลาเกินไปเช่นนี้ข้าคงสู้เหล่าสตรีมากมายของเขาไม่ไหวแน่ ขืนเอาตัวเข้าไปยุ่งเกี่ยวมีหวังพวกสตรีที่รู้เื่นี้ คงยกพวกมาหยุมหัวนางถึงบ้านเป็แน่ ช่วยคนทำความดีแทนก็แล้วกันนะโจวหลินหว่าน ไม่มีคู่อยู่เป็โสดก็มีความสุขได้เช่นกัน’
“นายหญิงเ้าค่ะ นายหญิ๊งงงงงงงง!!!”
“ห๊ะ! เรียกข้าทำไมเสี่ยวลวี่หรือว่ามีคนกำลังตามหาคนผู้นี้ เช่นนั้นพวกเราควรหาที่หลบก่อนดีหรือไม่ ถ้าเป็คนร้ายพวกเราจะติดร่างแหไปด้วยนะ”
“มิใช่เ้าค่ะไม่มีใครติดตามมาทั้งนั้นแต่ท่านทำท่าทางเหม่อลอย ข้าเรียกอยู่ตั้งนานก็ไม่ยอมตอบจึงต้องเพิ่มระดับให้ดังขึ้นเล็กน้อยเ้าค่ะ เพื่อจะบอกท่านว่ารีบช่วยคนก่อนเถิดไม่เช่นนั้นคงได้ตายจริง ๆ แน่นอนเ้าค่ะ”
“อะ อ้อ ใช่ ๆ ต้องรักษาแผลเบื้องต้นเสียก่อน แต่ด้วยเรี่ยวแรงแม้แต่ฆ่าไก่ยังไม่มีเช่นนี้คงแบกเขาไม่ไหว เอาเช่นนี้เสี่ยวลวี่เ้าเฝ้าเอาไว้ ข้าจะไปตามท่านอาหยุนเหลียงมาช่วยแบกเขาไปที่รถม้า จากนั้นค่อยพาไปส่งที่โรงหมอในเมืองหยางหลิน”
“ได้เ้าค่ะ”
โจวหลินหว่านรีบวิ่งไปตามหยุนเหลียงที่ดูแลม้าอยู่ตรงชายป่า พอนางเล่าเื่ที่เจอคนเจ็บบ่าวทั้งสองก็ตามมาทั้งคู่ เพื่อช่วยเหลือบุรุษที่าเ็มาขึ้นรถม้าโดยหยุนเหลียงช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกชื้นออก และใช้เสื้อผ้าของตนผลัดเปลี่ยนให้คนเจ็บไปก่อน โจวหลินหว่านไหว้วานเสี่ยวลวี่ให้ช่วยหยิบยาลดไข้และยาแก้อักเสบ ที่อยู่ในบ้านสวนออกมาให้ตนเองตอนที่อยู่ในรถม้าลำพังกับคนเจ็บ จากบริเวณที่พวกนางหยุดพักยังต้องใช้เวลาอีกครึ่งชั่วยาม กว่าจะถึงเมืองหยางหลินอย่างน้อยให้คนเจ็บได้กินยานี้ไป ยังพอช่วยให้ไข้ลดลงรวมถึงลดการอักเสบของแผลอีกเล็กน้อย
จนกระทั่งเข้าเมืองหยางหลินมาได้หยุนเหลียงก็รีบหาโรงหมอ ตามที่ทหารหน้าประตูเมืองได้บอกกับตนเองไว้ ว่าที่โรงหมอแห่งนี้รักษาคนป่วยได้ดีที่สุดแล้ว หยุนเหลียงรีบไปตามคนในโรงหมอมาช่วยแบกคนเจ็บเข้าไปด้านใน โดยมีโจวหลินหว่านตามไปดูและพูดคุยกับท่านหมอเล็กน้อย แต่ตอนที่จะกลับออกมาข้อมือบางกลับถูกจับไว้แน่น ด้วยมือที่ร้อนรุ่มไปด้วยพิษไข้ของคนที่นอนอยู่บนเตียง
“เป็อย่างไรบ้างเ้าคะท่านหมอคุณชายท่านนี้าเ็หนักหรือไม่ นอกจากแผลภายนอกพวกนี้แล้วมีสิ่งใดผิดปกติอีกบ้างเ้าคะ”
“เรียนคุณหนูคนรักของท่านมีอาการาเ็ภายใน และยังมีาแจากอาวุธตามร่างกายภายนอกหลายแห่ง นอกจากนี้ยังตัวเปียกชื้นจากการแช่น้ำเป็เวลานาน จึงทำให้มีไข้ขึ้นสูงอาจจะต้องนอนรักษาตัวที่นี่สักสองสามวัน หรือจนกว่าจะฟื้นคืนสติส่วนาแภายนอกทายาเป็ประจำไม่นานก็หาย แต่อาการาเ็ภายในนั้นต้องใช้เวลานับเดือนและดื่มยาอย่าได้ขาด ภายในหนึ่งเดือนต่อจากนี้ห้ามใช้กำลังภายในเด็ดขาด มิฉะนั้นที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่าไปโดยสิ้นเชิงขอรับ”
“อ้อ แต่ท่านหมอเ้าคะบุรุษผู้นี้มิใช่คนรักของข้าหรอกนะ แต่เป็ข้าที่ช่วยเขาที่นอนสลบอยู่ริมแม่น้ำมาส่งที่โรงหมอของท่านต่างหากเ้าค่ะ”
“ไอหยา มิเป็ไรหรอกน่าคุณหนูรับรองข้าไม่บอกใคร พวกท่านเหมาะสมกันมากจริง ๆ บุรุษก็หล่อเหลาปานเทพเซียน ส่วนท่านก็งดงามดั่งเทพธิดาถ้าแต่งงานมีบุตรชายบุตรสาว พวกเด็ก ๆ คงจะน่ารักน่าเอ็นดูทุกคนเลยนะขอรับ ท่านสบายใจได้ให้เขาพักอยู่ที่นี่ข้าจะดูแลเป็อย่างดี ไว้พรุ่งนี้เช้าท่านค่อยกลับมาเยี่ยมอีกครั้งก็แล้วกันนะ ข้าขอตัวออกไปเตรียมยาให้คนรักของท่านก่อน” ท่านหมอผู้ไม่ฟังหลินหว่านอธิบายรีบขอตัวไปทำหน้าที่ของตนทันที
“เอ๊ะ ท่านหมอ ๆ ก็ข้าบอกว่าเขาไม่ใช่คนรักของข้าอย่างไรเล่า เหตุใดถึงไม่ยอมฟังที่ข้าพูดเลยล่ะท่านหมอ เฮ้อ นี่ท่านน่ะนอนพักรักษาตัวที่นี่ก็แล้วกันหมดหน้าที่ของคนดีเช่นข้าแล้ว คนรักหน้าตาหล่อเหลาใครบ้างไม่อยากได้ แต่เพราะความหล่อเหลาอีกนั่นแหละไม่ว่ายุคไหนก็อันตรายทั้งนั้น”
“หมับ!! กึก”
“อ้าว แล้วท่านจะจับมือข้าไว้ทำไมกันละเนี่ยปล่อยเดี๋ยวนะ นี่คุณชายข้ายังมีธุระต้องไปจัดการอีกมากจะให้นั่งอยู่เป็เพื่อนท่านไม่ได้หรอกนะ ปล่อยได้แล้วท่านจับแน่นเกินไปแล้วท่านกำลังทำข้าเจ็บนะ ถ้าท่านยังไม่ยอมปล่อยมืออันบอบางของข้าพรุ่งนี้ก็ไม่ต้องเจอกันอีก”
“ตุบ..”
“เอ้า นึกอยากจะจับก็จับพอขู่เข้าก็ปล่อยง่าย ๆ เสียอย่างนั้น อูย เจ็บเหมือนกันนะเนี่ยขืนปล่อยไว้นานกว่านี้มีหวังช้ำแน่ ๆ เป็คนเจ็บประสาอะไรแรงเยอะเป็บ้า ชิ นอนให้ท่านหมอรักษาไปก่อนเถิดอาการดีขึ้นเมื่อไหร่ท่านก็กลับบ้านได้แล้ว ข้ายังมีเื่ต้องไปจัดการเอาเป็ว่าพรุ่งนี้จะมาเยี่ยมท่านก่อนยามอู่ ส่วนเสื้อผ้าของท่านจะให้ท่านอาน่าซือซักและเก็บเอาไว้ให้ก็แล้วกัน ขอให้ท่านจำเอาไว้ให้ขึ้นใจเถิดคนอย่างโจวหลินหว่านพูดคำไหนคำนั้น รอท่านฟื้นขึ้นมาค่อยถามไถ่หาก้ากลับบ้านแต่ว่าไม่มีเงินติดตัว ข้ายินดีจะออกค่าเดินทางให้ในเมื่อช่วยเหลือท่านมาแล้วก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุดล่ะนะ” โจวหลินหว่านพูดจบก็เดินกุมข้อมือออกไปจากห้อง
คนป่วยที่มีสติเพียงน้อยนิดกลับจดจำน้ำเสียงที่ดื้อรั้น รวมถึงข้อมือบอบบางที่ตัวเขาเผลอจับเอาไว้เสียแรง เพราะไม่้าให้นางจากไปในตอนนี้ แต่เมื่อได้ยินคำพูดข่มขู่ว่าจะไม่มาเจอเขาอีก ถึงได้รีบปล่อยให้นางได้เป็อิสระทั้งยังเสียงที่บ่นอุบก่อนจะกลับออกไปนั่นอีก มันช่างทำให้คนไร้หัวใจอย่างหวังซินหยางรู้สึกคันยุบยิบที่หน้าอกด้านซ้ายอย่างไรพิกล เมื่อยาที่ได้รับจากท่านหมอออกฤทธิ์จึงทำให้คนป่วยหลับไปอย่างง่ายดาย
ส่วนโจวหลินหว่านที่กลับออกมาจากโรงหมอ พาบ่าวทั้งสองคนไปหาโรงเตี๊ยมใกล้ ๆ เพื่อพักผ่อน หลังจากเดินทางกันมานานเื่อื่น ๆ ค่อยจัดการในวันพรุ่งนี้ก็ยังทันถมเถ เพราะเมืองหยางหลินคือสถานที่ที่นางจะลงหลักปักฐานแล้ว รวมถึงกิจการเล็ก ๆ ที่จะเปิดยังต้องหาร้านทำอุปกรณ์ให้กับนางด้วยเช่นกัน
