ชายคนดังกล่าวยืนโงนเงนพลางมองมายังหลงเหยียนด้วยแววตาแค้นเคือง “บูชาโลหิตหรือ เ้าหนุ่ม เ้ากำลังรนหาที่ตายอยู่หรือไร”
หลงเหยียนไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงอย่างไรก็ดูออกว่าใบหน้าของชายคนนี้มีความแค้นเคืองแฝงอยู่ หลงเหยียนเกรงว่าหากอีกฝ่ายโมโหขึ้นมาจริงๆ อาจจะกลายเป็เื่จนดึงดูดความสนใจของศิษย์คนอื่นๆ ในสำนักมารได้ จึงรีบถอยห่างจากคนผู้นี้
ตอนนี้หลงเหยียนไม่มีที่พัก จึงได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในมุมที่ลับตาหรือค่อนข้างทึบเท่านั้น ตำหนักจอมมารมีผนังเป็ดินทั้งหมด เพียงแค่ที่สองข้างทางมีคบเพลิงปักอยู่เท่านั้น
ไฟสีแดงย้อมใหู้เาทั้งลูกเปลี่ยนสี บรรยากาศแลดูพิลึกและน่าพิศวงอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว ผู้นำแห่งสำนักมารต้องอยู่ในจุดที่ซับซ้อนและลึกลับกว่านี้กระมัง พรุ่งนี้ก็เป็พิธีบูชาโลหิตแล้ว เกรงว่าในเวลานี้ คงจะเป็เวลาที่ผู้นำแห่งสำนักมารตื่นเต้นมากที่สุดแล้ว
“พื้นที่ภายในูเาแห่งนี้กว้างใหญ่นัก ต้องมีห้องลับซ่อนอยู่แน่ และนั่นก็คงจะเป็ที่ซ่อนของผู้นำแห่งสำนักมาร”
หลงเหยียนไม่กล้ากระจายพลังจิตออกไป ด้วยเกรงว่าจะถูกจับได้ ทว่าเ้าสิงโตน้อยสามารถทำได้ เพราะพลังจิตของมันแตกต่างไปจากพลังจิตของมนุษย์ทั่วไป
ไม่นานเ้าสิงโตน้อยที่หลบอยู่ในมุมลับตาคนก็บอกกับหลงเหยียน “พี่เหยียน ข้าััได้แล้ว อยู่ที่ทางซ้ายมือของพี่ ตรงนั้นมีห้องลับซ่อนอยู่ ข้าััได้ว่าในห้องนั้นมีกลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งมากกว่าทุกที่ คาดว่าคงเป็ที่อยู่ของบุคคลสำคัญในสำนักมาร”
หลงเหยียนพยักหน้า “ไม่แน่ ในนั้นอาจจะเป็ผู้พิทักษ์อีกห้าคนที่เหลือก็ได้ เอาเถิด ตอนนี้พวกเราลองแอบเข้าไปดูกันก่อนก็แล้วกัน”
หลงเหยียนเดินไปตามคำนำทางของเ้าสิงโตน้อย เพิ่งเดินไปไม่ถึงห้าสิบเมตรก็พบกับอุโมงค์ขนาดเล็กที่ทอดยาวลงไปด้านล่างเสียแล้ว หลงเหยียนเห็นดังนั้นก็รีบเดินไปตามอุโมงค์อย่างระมัดระวัง
ที่นี่มีกลิ่นคาวเืรุนแรงกว่าที่อื่น หากเป็คนอื่น คงถูกกลิ่นคาวเหล่านี้เล่นงานจนอาเจียนไปแล้ว ทว่าหลงเหยียนเองก็ฝึกพลังด้วยโลหิตเช่นกัน จึงเคยชินกับมันเสียแล้ว
เมื่อเดินไปเรื่อยๆ หลงเหยียนพบว่าอุโมงค์แห่งนี้ถูกแยกออกไปถึงสามหรือสี่ทางด้วยกัน ซึ่งแต่ละเส้นทางล้วนมีคบเพลิงปักให้แสงสว่างอยู่ที่สองข้างทาง หากไม่ใช่เพราะได้เ้าสิงโตน้อยคอยนำทาง หลงเหยียนคงมาถึงด้านในนี้ไม่ได้ด้วยซ้ำ
ที่นี่มีถ้ำนับร้อยแห่ง ทั้งยังมีเส้นทางสลับซับซ้อนเป็อย่างมาก ต่อให้จะเป็ยอดฝีมือระดับสูง ก็ยากที่จะตามหาที่ซ่อนของผู้นำแห่งสำนักมารจนเจอ นอกจากนี้ เส้นทางเหล่านี้ยังอำนวยความสะดวกให้ผู้นำแห่งสำนักมาร ทำให้อีกฝ่ายหลบหนีได้ง่ายยิ่งขึ้นอีกด้วย
โชคยังดีที่ด้านในนี้ไม่มีคน หลงเหยียนเดินผ่านอุโมงค์ไปหลายสาย จนในที่สุดเขาก็พบว่าด้านหน้ามีรั้วเหล็กกั้นอยู่ ภายในรั้วมีไฟส่องสว่าง ยังมีกลิ่นคาวเืคลุ้งยิ่งกว่าเดิม
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งของยอดฝีมือแฝงอยู่อีกต่างหาก หลงเหยียนกลืนยาซ่อนิญญาเข้าไปเป็ที่เรียบร้อยแล้ว มันเป็ของจากตระกูลอู่ตี้ ย่อมมีประสิทธิภาพกว่ายาที่หลงเหยียนเคยกินทุกครั้งอยู่แล้ว
“ทำอย่างไรดีเ้าสิงโตน้อย ตอนนี้ข้ารับรู้ได้ถึงกลิ่นอายแห่งพลังที่แข็งแกร่งนั้นแล้ว เ้าของกลิ่นอายนั้นต้องเป็ผู้นำแห่งสำนักมารแน่ๆ ข้ามั่นใจว่าเขาต้องอยู่ในนั้น ไม่แน่ อาจยังมีผู้พิทักษ์หรือยอดฝีมือคนอื่นๆ อยู่อีกหลายคน เกรงว่าข้าต้องไม่ใช่คู่ต่อสู้ของพวกมันแน่”
“หากหนีออกมาอย่างปลอดภัยไม่ได้ แล้วถูกพวกมันจับได้ขึ้นมา หลี่เมิ่งเหยากับคนอื่นๆ ต้องได้รับผลกระทบไปด้วยแน่”
หลงเหยียนครุ่นคิดอยู่นาน ในเมื่อตอนนี้เขาตามหาที่ซ่อนของพวกมันจนเจอแล้ว ก็ไม่จำเป็ต้องรีบร้อนจนเกินไป หลงเหยียนตัดสินใจเข้าไปซ่อนตัวอยู่ในถ้ำจอมมารอีกแห่งแทน
ในนั้นมียอดฝีมือระดับชีพธรณีและยอดฝีมือระดับชีพมนุษย์ขั้นสูงอยู่หลายคน หลงเหยียนส่ายหน้าเบาๆ การที่ตนมาที่นี่เพียงลำพังถือเป็การวู่วามไม่น้อย อย่างไรเสีย หากตนสามารถเลื่อนพลังขึ้นไปได้ในเวลาเช่นนี้ก็คงจะดี หากเป็เช่นนั้น เขาก็ไม่จำเป็ต้องกลัวคนพวกนั้นอีกแล้ว
ไม่นานหลงเหยียนก็รับรู้ได้ว่ายอดฝีมือที่อยู่อีกฝั่งของราวกั้นจากไปแล้ว ภายใต้การชี้นำของเ้าสิงโตน้อย ในที่สุดหลงเหยียนก็ตัดสินใจเดินตามพวกเขาไปอย่างเงียบๆ
ทว่าเขายังคงรักษาระยะห่างเอาไว้ในจุดที่ปลอดภัย หลงเหยียนหัวใจเต้นแรง หากบอกว่าไม่ตื่นตระหนกเลยก็คงจะถือเป็การโกหก เพราะคนพวกนี้เป็ถึงปีศาจร้ายที่ฆ่าคนราวกับผักปลาเชียวนะ
“เ้าสิงโตน้อย เ้าว่าพวกเขาจะขึ้นไปบนยอดเขาหรือไม่?” ไม่นานนัก หลงเหยียนก็เปลี่ยนความคิด เพราะดูจากท่าทางแล้ว ดูเหมือนคนเหล่านี้ไม่ได้มุ่งหน้าไปที่ยอดเขาแต่อย่างใด
พวกเขามุ่งหน้าไปที่ด้านหลังของอุโมงค์ หรือก็คือบริเวณหลังเขาของเขามิวายชนม์นั่นเอง
ไม่นานหลงเหยียนก็รับรู้ได้ว่าด้านหน้ามีสายลมพัดเข้ามารำไร เป็อย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิด
หลงเหยียนเข้าไปหาสายลมและแอบตามหลังคนกลุ่มนั้นเช่นเคย อีกด้านหนึ่ง คนกลุ่มนั้นเดินออกไปจากอุโมงค์เป็ที่เรียบร้อยแล้ว หลงเหยียนกลั้นหายใจ และรออยู่ที่อุโมงค์นี้นานร่วมหนึ่งก้านธูปเลยทีเดียว
สุดท้าย หลงเหยียนเลือกที่จะหมอบลงบนพื้น ค่อยๆ คลานออกมาจากปากอุโมงค์ ภาพตรงหน้าเป็ลานกว้างแห่งหนึ่ง ซึ่งได้รับการจัดแต่งอย่างเป็ระเบียบ ที่นี่ก็คือพื้นที่ด้านหลังเขาของเขามิวายชนม์นั่นเอง เกรงว่าที่นี่คงจะเป็พื้นที่ต้องห้ามของสำนักมาร
หลงเหยียนคิดไม่ถึงเลยว่าคนกลุ่มนี้จะมาที่นี่ อยู่ๆ เขาก็พบว่าที่เบื้องหน้า ห่างออกไปประมาณห้าสิบเมตร มีคนยืนอยู่ห้าคน
หนึ่งในนั้นมีเส้นผมสีขาวโพลน ชุดที่สวมก็เป็ชุดสีขาวสะอาดเช่นกัน เขาเป็ชายที่น่าจะมีอายุอย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งร้อยปี ส่วนคนที่ยืนอยู่ข้างกายเขาก็คือราชันทั้งสี่
คนทั้งสี่น่าจะมีอายุประมาณเจ็ดสิบกว่าๆ เห็นจะได้ สำหรับหลงเหยียนแล้ว คนเหล่านี้ให้ความรู้สึกลึกลับและน่าประหลาดเป็อย่างมาก ส่วนคนชราที่มีอายุมากที่สุดกลับแลดูสง่างามปานเทพเซียนระดับสูง
หลงเหยียนมองไปยังตำแหน่งที่พวกเขายืนอยู่ ตรงนั้นมีธงสีดำปักอยู่หลายอัน โดยที่ตรงกลางของธงมีรูปโครงกระดูกสีขาววาดเด่นอยู่ เกรงว่านี่คงจะเป็ธงสัญลักษณ์ของสำนักมารนั่นเอง
ถัดจากนั้นไม่ไกลก็มีโครงกระดูกสีขาวจำนวนมากกองพะเนินอยู่ คล้ายเป็ูเาแห่งโครงกระดูกอย่างไรอย่างนั้น กระดูกที่ดูน่าหวาดผวาพวกนั้นทำให้หลงเหยียนใไม่น้อย
การที่จะกองจนกลายเป็เนินสูงเช่นนั้นได้ โครงกระดูกพวกนั้นต้องมีมากกว่าพันชิ้นอย่างแน่นอน เมื่อเห็นเช่นนั้น หัวใจที่ร้อนระอุของหลงเหยียนก็เต้นแรงคล้ายกำลังจะตกออกมาเต้นด้านนอก
โครงกระดูกพวกนี้คงจะเป็โครงกระดูกของคนวัยเยาว์ที่พวกเขาสังหารไปในอดีต หรือไม่ก็ในพิธีบูชาโลหิตเมื่อเจ็ดปีก่อนนั่นเอง สิ่งที่เห็นทำให้หลงเหยียนแทบจะะเิโทสะออกมาทันที หากไม่ใช่เพราะเ้าสิงโตน้อยคอยห้ามเอาไว้ หลงเหยียนคงพุ่งเข้าไปหาคนกลุ่มนั้นแล้ว
ในตำแหน่งที่คนทั้งห้ายืนอยู่มีไหสุราขนาดใหญ่นับร้อยใบวางเรียงรายอยู่ ไหสุรานั้นมีขนาดใหญ่จนสามารถยัดคนเข้าไปได้สบายๆ
ราชันทั้งสี่เป็คนเก่าคนแก่ที่มีอำนาจในสำนักมารเป็อย่างมาก ส่วนผู้กล้าทั้งแปดก็เป็คนที่มีอายุน้อยลงมาหน่อย ซึ่งบัดนี้ก็ตายไปถึงสามคนแล้ว ในเวลานี้ คนที่เหลือคงกำลังลาดตระเวนอยู่ด้านนอกกระมัง ไม่เช่นนั้นหลงเหยียนคงเห็นพวกเขาระหว่างการสำรวจเมื่อครู่แล้ว
หลงเหยียนกลั้นลมหายใจพลางเบิกตามองราชันทั้งสี่ด้วยความตกตะลึง ชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าต้องเป็ผู้นำของสำนักมารอย่างแน่นอน ดวงตาของเขาซูบลึกลงไป ใบหน้าก็มีริ้วรอยและตีนกาประดับจนทั่ว
ภาพตรงหน้าดูน่าหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก ไม่นานเขาก็เปิดไหสุรานับร้อยเบื้องหน้าออกจนหมด เมื่อไม่มีฝาคอยปิด ศีรษะมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ด้านในจึงลอยสูงขึ้นมาที่ปากไห ดูเหมือนเ้าของศีรษะเ่าั้ยังมีอายุน้อยอยู่เลย
หลงเหยียนโกรธเกรี้ยวจนแทบจะะเิอยู่แล้ว เพราะใบหน้าของคนเ่าั้แลดูเ็ปและทรมาน ต่างก็กัดฟันแน่นอย่างอดทน ยังเป็แค่วัยเยาว์แท้ๆ
ที่นี่มีไหสุรานับร้อยไหทีเดียว มาตอนนี้ ในที่สุดหลงเหยียนก็พบกับสิ่งที่น่าประหลาดใจว่าใบหน้าของคนวัยเยาว์ที่โผล่ออกมาจากไหสุรา ไม่ใช่ใบหน้าของมนุษย์แต่อย่างใด ทว่ามันเป็แค่ดวงิญญาเท่านั้น
มนุษย์เรามีสามิญญาเจ็ดจิต ยามนี้ิญญาทั้งสามของคนเ่าั้ไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงร่างกายผุกร่อนเท่านั้นที่ถูกจองจำเอาไว้ ณ ที่แห่งนี้ ในตอนนั้นเอง ชายชราที่เป็ผู้นำของสำนักมารคายลูกแก้วออกมาจากปาก ก่อนลูกแก้วนั้นจะดูดซับพลังิญญาภายในไหทั้งหลายอย่างไร้ซึ่งความเมตตา
ทว่าในขณะที่เขาคายลูกแก้วออกมา จิตัในร่างของหลงเหยียนก็คล้ายจะตื่นเต้นเป็อย่างมาก เหมือนได้พบกับพวกพ้องที่ไม่ได้เจอกันนานเช่นนั้น ถึงอย่างไรหลงเหยียนไม่มีเวลามาคิดเื่เหล่านี้อีกแล้ว
----------------------
