เทวทิณณ์ เป็ลูกชายคนเดียวของตระกูลชลเทพ ที่ทำการค้า จนร่ำรวยติดอันดับของประเทศ ทว่าชาติกำเนิดของเขา หาได้ทำให้เทวทิณณ์ รู้สึกภูมิใจแม้แต่น้อย เขาเฝ้าถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าการได้เกิดมานั้น แท้จริงแล้วเป็เพราะความรักจากบิดา
หรือเพียงเพราะเกิดมาเพื่อเป็หุ่นเชิด คอยทำตามคำสั่งที่บิดา้า เทวทิณณ์เป็คนหัวดี เพราะถูกเข้มงวดมาแต่เด็กไม่เคยใช้ชีวิตตามความ้าของตัวเอง ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับบิดาเท่านั้น ไม่ว่าจะสั่งไปซ้ายก็ต้องซ้าย เลี้ยวขวาก็ต้องขวาห้ามขัดคำสั่งแม้แต่คำเดียว
ทว่าเมื่อถูกบังคับมากเท่าไหร่ เขายิ่งไม่อาจทนอยู่ในกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ได้อีกต่อไป หลังจากเรียนมหาวิทยาลัยปีสอง เขากับบิดาก็ทะเลาะกันอย่างหนัก จนเกือบถึงขึ้นตัดขาด ด้วยสาเหตุเดิม ๆ ที่ไม่อาจทนความกดดันจากบิดาได้อีกต่อไป เทวทิณณ์จำเป็ต้องย้ายตัวเองมาอยู่คอนโดฯ และยื่นคำขาดกับบิดาว่า ขอใช้เวลาสองปีที่เหลือในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อเป็ตัวของตัวเอง โดยไม่ต้องมีบิดามาบังคับ เมื่อใช้ชีวิตอิสระจนเรียนจบแล้ว สัญญาว่าจะกลับไปเป็ลูกที่ดีเหมือนอย่างเดิม
ในตอนแรกบิดาของเขาไม่ยอม เพราะกลัวว่าระยะเวลาสองปี จะทำให้ลูกชายคนเดียวนั้น ต้องเสียผู้เสียคน ทว่าเทวทิณณ์พยายามต่อรอง จนยื่นคำขาดว่า ถ้าพ่อไม่ยอม เขาจะหนีไปอยู่เมืองนอกกับมารดา แล้วจะไม่กลับมาเมืองไทยอีก และนั่นทำให้บิดาของเขายอมแพ้แต่โดยดี จวบจนถึงวันนี้เขายังคงใช้ชีวิตอิสระได้อย่างปกติ โดยที่บิดาไม่เข้ามาวุ่นวายตามข้อตกลงที่เคยให้ไว้
หลังจากชนกันต์ขับรถมาถึงหน้าบ้าน แสงไฟหน้ารถดับลง พร้อมความประหลาดใจ เมื่อทอดสายตาเข้าไปในบ้านแล้วพบว่า ไฟทุกดวงถูกปิดจนมืดสนิท คล้ายกับว่าทุกคนเข้านอนหมดแล้ว ทว่าเมื่อเลื่อนสายตาเพ่งมองดี ๆ กลับใเมื่อเห็นเงาตะคุ่มของบิดายืนอยู่ ชายหนุ่มรีบเปิดประตูรถลงมา แล้วเดินเข้าไปหาบิดาด้วยความรีบร้อน
“ทำไมมาอยู่กันตรงนี้กันล่ะครับ ทำไมไม่เข้าบ้าน แล้วปิดไฟทำไม” ชนกันต์เอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ พร้อมเลื่อนสายตามองหน้าบิดาและภรรยาใหม่ของพ่อ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปแล้วกระซิบบางอย่าง
“แกเงียบ ๆ ก่อน” ชัชพลพูดกับลูกชาย แล้วหันซ้ายหันขวากังวลว่าใครจะได้ยิน
“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ” กิริยาของบิดา ทำให้ชนกันต์แปลกใจมากขึ้นไปอีก
“ลองอ่านจดหมายของป้าแกดูสิ” ชัชพลพูดจบ จึงยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้ลูกชายด้วยมือสั่นเทา ทว่าสีหน้ายังปนอาการดีใจอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่มือของชนกันต์จะค่อย ๆ เอื้อมมารับไป
“พ่อเห็นมันแอบอยู่ในลิ้นชักที่บ้านเรา ถ้าให้พ่อเดาป้าของแกน่าจะแอบมาวางไว้ ตอนเอายัยพิมพ์มาฝากนั่นล่ะ” ชายหนุ่มฟังบิดาจบ จึงก้มหน้าลง แล้วบรรจงอ่านจดหมายนั้นช้า ๆ อย่างละเอียดด้วยความตั้งใจ
“ถ้าชัช ได้อ่านจดหมายฉบับนี้ ฉันกับคณาธิปคงไม่มีชีวิตอยู่แล้วล่ะ ขอโทษที่พวกเราต้องรบกวนน้องเขยอย่างนาย ซึ่งนายก็แต่งงานใหม่ไปแล้ว ฉันรู้ว่าการที่เอายัยพิมพ์ไปฝากไว้นั้น เป็สิ่งที่ไม่ควร แต่ฉันไม่มีญาติพี่น้องคนอื่นให้พึ่งพิงได้อีก ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันไม่เอาลูกไปฝากให้เป็ภาระของชัชอย่างเดียว แต่ฉันได้ทำประกันชีวิตไว้ สำหรับฉันกับคณาธิปมีมูลค่าสี่ล้านบาท พอที่จะส่งเสียให้พิมพ์มาดาเรียนจบ และมีเงินทุนใช้จ่ายเริ่มต้นชีวิตใหม่ โดยไม่ต้องรบกวนชัชเกินไปนัก จำไว้นะ อย่าให้ใครรู้เื่นี้เด็ดขาด หากผลสืบสวนออกมา พบว่าฉันกับสามีจงใจจบชีวิตเพื่อเอาเงินประกันล่ะก็ พิมพ์มาดาก็จะไม่ได้อะไรเลยแม้แต่บาทเดียว อย่าพึ่งต่อว่าฉันกับคณาธิป เพราะพวกเราคิดมาดีแล้ว และพบว่านี่คือทางออกสุดท้าย ที่พอจะทำให้ยัยพิมพ์ได้ ฝากลูกสาวฉันด้วยนะชัช ขอบคุณ จากนารี” ชนกันต์อ่านจดหมายจนจบ เขารู้สึกอึ้ง กับสิ่งที่ผู้เป็ป้าได้ฝากฝังไว้
“นี่คุณป้ากับคุณลุงคิดทำอะไรกันครับ” ชายหนุ่มเอ่ยถามผู้เป็บิดาด้วยความสับสน
“แกยังไม่เข้าใจอีกหรือไง จดหมายก็บอกชัดแล้วว่าป้าแกทำประกันไว้สี่ล้าน”
“แล้วยังไง” ชายหนุ่มยังคงไม่เข้าใจความหมาย
“อย่าให้พิมพ์มาดารู้เื่นี้เด็ดขาด ไม่งั้นพวกเราชวดเงินสี่ล้านนี้แน่ ๆ” ญาธิดาเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าชนกันต์ยังอยู่ในอาการสับสนไม่หาย ก่อนที่บิดาของเขาจะหันซ้ายและขวา แล้วกล่าวเสริมอีก
“ถ้าพิมพ์มาดารู้เื่เงินประกัน เงินทั้งหมดก็จะตกเป็ของยัยพิมพ์ และถ้าตำรวจหรือคนอื่นรู้ ว่าการตายของป้าแกเป็การจงใจเอาเงินประกัน เราทุกคนก็อดเงินประกัน เข้าใจหรือยังว่าทำไมฉันถึงต้องโทรเรียกแกมา และกำชับให้ทุกอย่างเป็ความลับที่สุด” เสียงเข้ม เน้นย้ำกำชับลูกชาย อย่างเอาจริง ทำให้ชนกันต์พอจะเข้าใจอะไรมากยิ่งขึ้น
ก่อนเสียงมือถือของชัชพลจะดังขึ้นขัดจังหวะ เขาทอดสายตาไปยังเบอร์แปลกที่โทรเข้ามา แล้วตัดสินใจกดรับทันทีพร้อมกับสายตาสั่นไหว ฟังคำรายงานจากเ้าหน้าที่กู้ภัย ด้วยหัวใจเต้นรัวไม่เป็จังหวะ พร้อมกับญาธิดาและชนกันต์ยืนลุ้นอยู่ไม่ห่าง
“ที่ไหนครับ ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เ้าหน้าที่รายงานจุดเสียชีวิตของทั้งสองโดยละเอียด ซึ่งรถเก๋งหรูเสียหลักขับชนตอม่อจนสภาพยับเยินส่งผลให้ทั้งสองเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ เมื่อจับใจความได้ชัชพลจึงวางสายไป แล้วหันมาหาลูกและภรรยาทันทีด้วยท่าทางรีบร้อน
