แววตาของหลี่อันหรานหม่นลงโดยพลัน สมองนางทำการเชื่อมโยงเจียงเฉิงเข้ากับเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงอย่างรวดเร็ว ในเมื่อเขารู้จักกับพระสนมจากในวัง นี่หมายความว่าสถานะของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
นางััได้ั้แ่ก่อนหน้านี้แล้วว่าตัวตนของเขาลึกลับมาก ทว่าดูจากตอนนี้แล้วเหมือนจะยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการไว้เสียอีก
เจียงเฉิงถอนหายใจอีกครั้งเมื่อเห็นหลี่อันหรานมีสีหน้าเช่นนี้ “ข้ารู้ว่าเ้ากำลังคิดเื่ตัวตนของข้าอีกแล้ว”
หลี่อันหรานพยักหน้า “ท่านคงเป็ผู้มีตำแหน่งใหญ่โตจากเมืองหลวงสินะ บอกข้าไม่ได้หรือว่ามีฐานะอะไรกันแน่?”
แต่เจียงเฉิงกลับส่ายหน้า “แม้ข้าจะบอกไปก็ไม่เกิดประโยชน์อันใดกับเ้า ตรงกันข้าม เ้าไม่รู้จะดีเสียกว่า ข้าไม่อยากดึงเ้าเข้ามาพัวพันกับเื่วุ่นวายพวกนั้นของข้า”
หลี่อันหรานขมวดคิ้วถามกลับ “ท่านไม่อยากให้ข้าพัวพันกับเื่วุ่นวาย หรือมองว่าข้าไม่มีสิทธิ์ถามเื่ของท่านกันแน่?”
เจียงเฉิงเงยหน้าขึ้นทันที เขากำลังจะอ้าปากตอบแต่ถูกหลี่อันหรานตัดบท นางมีคำตอบในใจอยู่แล้ว นางมองว่าคนธรรมดาแบบตัวเองคงไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายเื่ของคนใหญ่คนโตเช่นเขา
หลี่อันหรานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “ท่านบอกว่าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง้าพบข้า แต่ข้าไม่เคยพบคนจากในวังมาก่อน ไม่รู้ว่ามีกฎระเบียบอย่างไรบ้าง ข้าไม่ไปได้หรือไม่ หาข้ออ้างมาปฏิเสธไป”
เจียงเฉิงส่ายหน้าเบาๆ “หากเหนียงเหนี่ยงเรียกพบเ้า เช่นนั้นก็ต้องพบ ส่วนเื่กฎระเบียบในวัง ข้าทูลเหนียงเหนี่ยงแล้วว่าให้เห็นแก่ที่เ้าเป็ชาวบ้านธรรมดา เชื่อว่าเหนียงเหนี่ยงน่าจะไม่เข้มงวดนัก สองวันนี้ข้าจะช่วยสอนในจุดที่ควรระวังให้เ้าเช่นกัน จากนั้นพวกเราค่อยเดินทางไปยังวัดเทียนหยวนในอีกสามวัน เ้าวางใจเถิด ข้าจะคอยปกป้องอยู่ข้างกายเ้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็มีข้าอยู่ เ้าไม่ต้องกังวลไป”
หลี่อันหรานฟังคำมั่นของเจียงเฉิงแล้วเบาใจลงเล็กน้อย ทว่านางยังคงไม่อยากไปอยู่ดี “ไม่ไปไม่ได้จริงๆ หรือ?”
“ไม่ได้ ความจริงตอนที่เหนียงเหนี่ยงตรัสว่า้าพบเ้า ข้าก็ช่วยปฏิเสธไปแล้ว แต่เหนียงเหนี่ยงยืนยันว่าจะพบเ้าให้ได้ ทั้งยังชมว่าฝีมือเ้าดีมากอีกด้วย”
หลี่อันหรานลังเลเล็กน้อย นางคิดไม่ถึงว่าน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของตัวเองจะเป็ที่ถูกอกถูกใจของพระสนมจากในวัง ขณะเดียวกันก็รู้สึกว่าหากไม่ยอมไปพบ เช่นนั้นก็อาจจะมีปัญหา สุดท้ายจึงจำยอมตกลงกับเจียงเฉิง “ได้ ในเมื่อเป็แบบนี้ เช่นนั้นข้าก็จะยอมไป แต่ท่านพูดแล้วนะว่าจะอยู่ข้างกายข้า ต่อให้เข้าพบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงก็ต้องไปด้วยกัน มิเช่นนั้นข้าจะไม่ไปเด็ดขาด”
เจียงเฉิงพยักหน้ายืนยัน “เ้าวางใจเถิด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็จะอยู่ข้างกายเสมอ ในเมื่อข้าเป็คนพาเ้าไป ข้าก็สมควรต้องพาเ้ากลับมาอย่างปลอดภัยอยู่แล้ว”
หลี่อันหรานฟังแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งอกก่อนจะพยักหน้า
จังหวะที่กำลังจะไปทำงานของตัวเองต่อ นางก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้อย่างฉับพลัน “ข้าต้องเตรียมของขวัญไปด้วยหรือไม่?”
เจียงเฉิงเผยยิ้มน้อยๆ “หากจะเตรียมอะไรจริงๆ เช่นนั้นก็เตรียมเป็น้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดเถิด เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงชอบรสชาติแบบนี้มาก เหนียงเหนี่ยงถึงขั้นตรัสว่าจะนำกลับวังไปให้ฮ่องเต้ลองเสวย”
หลี่อันหรานได้ยินว่าฮ่องเต้จะลิ้มลองน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดของตัวเองก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป ขณะเดียวกันก็ตระหนักได้ว่านี่เป็โอกาสทองทางธุรกิจ
หากวันใดราษฎรในใต้หล้ารู้ว่าฮ่องเต้เสวยน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดที่นางทำ มันต้องกระตุ้นให้คนจำนวนมากแห่แหนเข้ามาซื้อเป็แน่
เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ อารมณ์ซึ่งเดิมทีไม่ค่อยเต็มใจที่ต้องไปพบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงนักของหลี่อันหรานก็ดีขึ้นทันควัน นี่เป็โอกาสอันดีจาก์ฟากฟ้าโดยแท้ หากทุกอย่างเป็ไปโดยราบรื่น น้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ดของนางไม่เพียงแต่จะขายได้มากกว่านี้เป็เท่าตัว แต่จะถึงขั้นประสบความสำเร็จแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยซ้ำ
พร้อมกันนั้นยังทำให้นางบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
“วางใจเถิด ข้าจะลงมือทำน้ำพริกด้วยตัวเองแล้วนำไป”
สิ้นเสียง นางก็สาวเท้ากลับไปห้องทำงานทันที นางให้คนหาโถที่ประณีตเป็พิเศษมาใส่น้ำพริก นอกจากนี้ยังเขียนคำว่า ‘ผลิตภัณฑ์อาหารอวิ๋นเซวียน’ ตัวใหญ่ลงไปบนโถ
ตามด้วยลงมือทำน้ำพริกสองโถด้วยตัวเองทุกขั้นตอน
นางไม่บอกเื่นี้ให้แม้แต่เสิ่นอิ๋นหวนรู้ ทำเพียงหารือเื่นี้กับเจียงเฉิงอย่างลับๆ
สามวันต่อมา นางใช้ข้ออ้างว่าจะเข้าเมืองไปทำธุระ อาจจะกลับมาค่อนข้างค่ำ เสิ่นอิ๋นหวนรู้สึกเป็กังวลอยู่บ้าง แต่เคราะห์ดีที่มีเจียงเฉิงไปเป็เพื่อนจึงไม่ได้ว่าอะไร ทั้งสองคนนั่งรถม้าออกจากหมู่บ้านกันั้แ่เช้า
พวกเขาเดินทางมาถึงวัดเทียนหยวนในเวลาเที่ยง
หลี่อันหรานคอยถามตลอดทางว่าพบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงแล้วควรพูดอะไร นางรู้ว่าลำดับขั้นภายในวังมีความสำคัญมาก นอกจากนี้ยังมีกฎระเบียบมากมาย เป็สังคมแบบศักดินา
เดิมทีแล้วตัวนางซึ่งเป็ชาวบ้านธรรมดาไม่ได้ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบอะไรมากนัก ทว่าหากจะเข้าเฝ้าเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงก็เป็คนละเื่โดยสิ้นเชิง
เจียงเฉิงอธิบายสิ่งเ่าั้ให้นางฟังอย่างใจเย็น โชคดีที่หลี่อันหรานเป็คนฉลาดและความจำดี นางจดจำทุกอย่างได้ขึ้นใจ
ครั้นมาเมื่อมาถึงวัดเทียนหยวน เจียงเฉิงพานางตรงไปพบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงทันที มีคนไปกราบทูลล่วงหน้าไว้แล้ว
เจียงเฉิงกับนางคอยอยู่ด้านนอก จากนั้นมีคนแต่งกายเหมือนขันทีออกมา เขากล่าวว่า “เหนียงเหนี่ยงมีรับสั่งให้เข้าไปได้ ตามข้ามา”
พูดจบแล้วเดินกลับเข้าไป หลี่อันหรานรู้สึกประหม่าเล็กน้อย นางไม่รู้เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงผู้นี้เป็คนอย่างไรกันแน่ แต่ในเมื่อเป็ถึงพระสนม เช่นนั้นก็น่าจะเป็สตรีสะคราญโฉม อีกทั้งนิสัยก็น่าจะเอาแต่ใจ
เจียงเฉิงมองออกว่านางประหม่า เขาจึงเอ่ยปลอบว่า “ไม่ต้องกังวล ทำตามที่ข้าบอกก็พอ รับรองว่าไม่มีปัญหา”
เคราะห์ดีที่มีเจียงเฉิงอยู่ด้วย มันช่วยลดความคิดมากให้หลี่อันหรานได้หลายส่วน แม้จะประหม่าจนมือเปียกแต่ก็เก็บอาการได้ ครั้นเมื่อได้พบเสียนเฟยเหนียงเหนี่ยง นางก็ทำการคุกเข่าคำนับศีรษะตามที่เจียงเฉิงสอนมา
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงเป็ดังที่เจียงเฉิงว่าไว้จริงๆ เหนียงเหนี่ยงไม่ได้ทำให้หลี่อันหรานลำบากใจแต่อย่างใด อาจเพราะรู้ว่านางเป็ชาวบ้านธรรมดา ไม่ได้รู้กฎระเบียบในวัง ด้วยเหตุนี้จึงไม่ได้ถือสา
เหนียงเหนี่ยงถึงขั้นให้นางกำนัลยกเก้าอี้มาให้นางนั่ง จากนั้นถามเกี่ยวกับน้ำพริกและเต้าเจี้ยวเผ็ด
หลี่อันหรานไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามอง เอาแต่ก้มหน้าตอบอย่างเดียว
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงประเมินน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ดที่นางทำไว้สูงมาก พร้อมกันนั้นยังโปรดปรานมากเช่นกัน
หลี่อันหรานเอ่ย “เป็บุญของหม่อมฉันที่เหนียงเหนี่ยงโปรดน้ำพริกกับเต้าเจี้ยวเผ็ด วันนี้หม่อมฉันตั้งใจทำน้ำพริกสองแบบมามอบแด่เหนียงเหนี่ยง โถหนึ่งเป็รสเผ็ด ส่วนอีกโถจะรสชาติอ่อนลงมาเล็กน้อย เหนียงเหนี่ยงลองเสวยดูได้เพคะ หากโปรด หม่อมฉันจะทำการปรับรสชาติอีกครั้ง เช่นนี้จะได้ถูกพระทัยเหนียงเหนี่ยงยิ่งขึ้น”
เสียนเฟยเหนียงเหนี่ยงได้ยินดังนี้ก็แย้มสรวลโดยพลัน “จริงหรือ เ้าสามารถปรับเปลี่ยนรสชาติให้ถูกปากเปิ่นกงได้จริงหรือ?”
หลี่อันหรานมีความมั่นใจในด้านนี้เต็มเปี่ยม นางพยักหน้าว่า “เพคะ ขอเพียงเหนียงเหนี่ยงทรงอธิบายรสชาติและความรู้สึกที่ได้เสวยให้หม่อมฉันฟังเพคะ”
