เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง ร่างนั้นได้มายืนอยู่ตรงหน้าเย่เฉินที่หัวและร่างกายบางส่วนยังคมจมลึกอยู่ภายในพื้น
[ชื่อ: เย่เฉิน]
[ระดับการบ่มเพาะ: ก่อตั้งิญญา ขั้นที่ 3]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างกายเพลิงใต้พิภพ (ระดับ์)]
[โชค: ทอง]
[ความชื่นชอบ: 0]
ชายชุดขาวยื่นมือออกไป นิ้วเรียวยาวแตะลงที่แหวนบนนิ้วของเย่เฉิน ก่อนจะดึงมันออกมาอย่างง่ายดาย
พลังิญญาไหลทะลักเข้าสู่แหวนในทันที
ครืน!
แสงสีดำพวยพุ่งขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ดวงิญญาหนึ่งจะถูกกระชากออกมาอย่างรุนแรง
“อ๊าาาาา!”
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังสะท้านไปทั่วบริเวณ
ดวงิญญานั้นค่อย ๆ ปรากฏร่าง เป็หญิงสาวผู้มีใบหน้างดงามราวเทพธิดา เส้นผมยาวสยาย ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธและความแค้น นางพยายามรวบรวมสติ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่น
“ข้าคือหวงหราน อดีตจักรพรรดินีแห่งราชวงศ์หวง… ถ้าเ้าปล่อยข้าไป ข้าจะตอบแทนเ้าอย่างงดงามในอนาคตเอง”
ชายชุดขาวหน้ากากดำเงียบก่อนที่ข้อมูลบางอย่างจะขึ้นมาในสายตาของเขา
[ชื่อ: หวงหราน]
[ระดับการบ่มเพาะ: นิพพาน ขั้นที่ 2 (ล่มสลาย) ]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างกายราชัน์ (ระดับศักดิ์สิทธิ์) (พังทลาย) ]
[โชค: ทอง]
[ความชื่นชอบ: -100]
คังห่าวที่กำลังจะเดินไปหาเสื้อผ้าใส่พลางเอียงศีรษะเล็กน้อย ก่อนที่จะพูดขึ้น
“โอ้ ใช่คนที่เพิ่งจะโดนโค่นอำนาจไปรึเปล่า…”
ยังไม่ทันจบประโยค เสียงกรีดร้องของหวงหรานก็ดังขึ้นอีกครั้ง
“อ๊าาาาาาาา!”
ดวงิญญาของนางสั่นกระตุกอย่างรุนแรง ใบหน้าที่งดงามบิดเบี้ยวด้วยความเ็ป เพราะในขณะนั้นเอง ชายชุดขาวได้แทรกพลังจิตเข้าไปในแก่นิญญาของนางโดยตรง
ความทรงจำถูกฉีกเปิดทีละชั้น ภาพอดีตไหลทะลักออกมาอย่างป่าเถื่อน เขาไม่สนว่านางเคยเป็จักรพรรดินี เป็ผู้สูงศักดิ์ หรือเป็ใครมาก่อน สิ่งเดียวที่เขา้า มีเพียงความรู้ทั้งหมดในหัวของิญญาดวงนี้
หวงหรานพยายามฝืนเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต นางกัดฟันแน่นก่อนจะะโออกมาทั้งน้ำตา
“แก… แก…”
เสียงสั่นเครือแทบไม่เป็คำ
“ถ้า… ถ้าข้าไม่สูญเสียร่างกายไปละก็ แค่มดเช่นเ้า…”
ยังไม่ทันที่คำดูิ่จะจบลง พลังจิตก็ทับถมลงมาอีกระลอก
“อ๊าาาาาาาาา!”
เสียงกรีดร้องดังสะท้อนก้องไปทั่วลาน ราวกับประกาศให้โลกรู้ว่า อดีตจักรพรรดินีผู้สูงส่ง บัดนี้ไม่เหลือสิ่งใด นอกจากิญญาที่กำลังจะพังทลายไป
คังห่าวเดินผ่านซากของจวนเ้าเมืองอย่างเงียบงัน พื้นหินแตกกระจายเป็แนวยาว คราบเืแห้งเกาะติดไปทั่ว กลิ่นคาวคละคลุ้งผสมกับกลิ่นพลังิญญาที่ยังหลงเหลือ ทำให้อากาศโดยรอบอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ระหว่างทางที่มุ่งหน้าไปหาเสื้อผ้ามาสวมใส่ สายตาของเขาเห็นซากศพของลูกน้องเก่ากระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
บางศพถูกฉีกแขนขาขาดออกจากกัน บางศพถูกพลังิญญาบดขยี้จนร่างบิดเบี้ยว บางศพถึงขั้นไม่เหลือรูปร่างมนุษย์อีกต่อไป
เขาย้อนนึกถึงเื่คาใจ ในตอนที่คังจินบุตรชายของภรรยาของเขาเสียชีวิตไป สิ่งที่เรียกว่าความผูกพันก็ราวกับถูกดึงหลุดออกจากหัวใจ พันธนาการบางอย่างที่เคยฉุดรั้งเขาไว้กับอดีตได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง
ในตอนแรกเขารู้สึกเศร้าใจต่อการจากไปของคังจิน ทว่าในตอนนี้ภายในใจกลับไม่หลงเหลือความเศร้าแม้แต่น้อย
คังห่าวยกมือขึ้นช้า ๆ ตอนนี้… เขาไม่มีสิ่งใดให้สูญเสียอีกแล้ว
ทันใดนั้นเอง ออร่าอันทรงพลังสี่สายก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า
แรงกดดันมหาศาลแผ่กระจายออกมาพร้อมกัน เมฆดำปั่นป่วน พลังิญญารอบเมืองสั่นะเื ออร่าของาานักบุญ สี่คน ปะทุขึ้นจากสนามหญ้า
แต่ยังไม่ทันที่คังห่าวจะได้ขยับตัว ออร่าทั้งสี่กลับดับวูบลงในเสี้ยววินาที ราวกับทั้ง 4 คนได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว
หัวใจของเขากระตุกวาบ
คังห่าวรีบคว้าเสื้อคลุมที่พบใกล้ตัวมาสวมอย่างลวก ๆ ก่อนจะพุ่งกลับไปยังสนามหญ้าด้วยความเร็วสูงสุด
เมื่อมาถึง ภาพตรงหน้าทำให้เขาต้องหยุดนิ่งทันที
ร่างของาานักบุญทั้งสี่นอนจมกองเือยู่กับพื้น ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้าเต็มไปด้วยความใในสภาพไม่อาจยอมรับความจริงได้ กลิ่นพลังชีวิตที่เคยกดทับผู้คนทั้งเมืองได้หายไปสิ้น เหลือเพียงซากศพที่เย็นเฉียบ
กลางสนามหญ้า ชายชุดขาวสวมหน้ากากดำยืนอยู่เงียบ ๆ มือข้างหนึ่งบีบคอหญิงสาวร่างบางให้ลอยขึ้นจากพื้น ปลายเท้าของนางดิ้นรนอย่างสิ้นหวัง
คังห่าวจำได้ทันที
นางคือบุตรสาวของตระกูลมู่ มู่หลิง
ใบหน้าของหญิงสาวแดงก่ำ ลมหายใจขาดห้วง แต่ดวงตายังคงเปล่งประกายแข็งกร้าว นางกัดฟันฝืนะโออกมาทั้งที่เสียงสั่นเครือ
“ไอ้สารเลว… ปล่อยน้องชายเย่เฉินไปซะ!”
เสียงของนางเต็มไปด้วยความเกลียดชัง
“ไม่งั้นเ้าจะต้องตายอย่างทรมาน!”
ในขณะนั้นเอง ภายในสายตาของชายชุดขาว ข้อมูลหนึ่งพลันปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
[ชื่อ: มู่หลิง]
[ระดับการบ่มเพาะ: การรวมร่าง ขั้นที่ 8]
[ร่างกายพิเศษ: ร่างกายดอกบัวเก้าสี (ระดับศักดิ์สิทธิ์) ]
[โชค: ทอง]
[ความชื่นชอบ: -100]
ชายชุดขาวมองกรอบข้อมูลนั้นเพียงครู่เดียว ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาที่ใบหน้าของนางอย่างไร้อารมณ์
คำขู่นั้นไม่อาจทำให้คลื่นใดก่อตัวขึ้นในจิตใจของเขาได้
นิ้วมือที่บีบคอของมู่หลิงค่อย ๆ ออกแรงเพิ่มขึ้น กระดูกลำคอส่งเสียงดังลั่น ลมหายใจของนางติดขัด ดวงตาเริ่มสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้
ทันใดนั้นเอง ท้องฟ้าเหนือจวนเ้าเมืองก็เปลี่ยนสี
เมฆดำมหึมาหมุนวนด้วยความเร็วสูง ลมพายุพัดกระหน่ำแรงขึ้นกว่าเดิม เสียงฟ้าร้องคำรามก้องกังวาน แรงกดดันของ์แผ่ลงมาจนพื้นดินแตกร้าวเป็เส้นยาว
ทัณฑ์์กำลังก่อตัว
สายฟ้าสีม่วงดำฉีกอากาศลงมาด้วยพลังทำลายล้างน่าสะพรึงกลัว มุ่งตรงใส่ร่างของชายชุดขาวโดยไม่ลังเล
ชายชุดขาวยืนนิ่งเฉยก่อนที่ในเสี้ยววินาที เขาดึงร่างของเย่เฉินที่หมดสติอยู่ภายในพื้นขึ้นมาก่อนจะโยนขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อให้ไปรับสายฟ้าแทนอย่างไร้ความปรานี
ทัณฑ์์ฟาดลงใส่ร่างนั้นโดยตรง
เปรี้ยง!
แสงสว่างฉีกฟ้าดิน เสียงะเิะเืทั่วบริเวณ
ทว่าร่างของเย่เฉินกลับไม่เกิดาแแม้แต่น้อย สายฟ้าราวกับสูญเสียเป้าหมาย พลังสลายหายไปกลางอากาศ พร้อมร่างกายของเย่เฉินที่กำลังถูกสายฟ้ารักษา
ทันใดนั้น สายฟ้าอีกเส้นก็ผ่าลงมาใส่ชายชุดขาวจากอีกทิศทางหนึ่ง
ชายชุดขาวหันหน้าไปมองอย่างใจเย็นก่อนที่จะใช้พลังดึงร่างของเย่เฉินกลับเข้ามาใกล้ตนเองในทันที
ร่างกายของเย่เฉินปะทะเข้ากับสายฟ้าอีกครั้งและในครั้งนี้มันก็สลายหายไปเช่นเดิม
เมฆดำปั่นป่วนรุนแรง ท้องฟ้าสั่นะเืราวกับ์กำลังสับสน และหยุดส่งสายฟ้าลงมา
คังห่าวยืนอยู่ห่างออกมา สายตาจับจ้องไปยังร่างของเย่เฉินที่ยังหมดสติอยู่ใกล้ชายชุดขาว ท้องฟ้าเหนือศีรษะยังคงมีสายฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย สายฟ้าที่ควรทำลายทุกสิ่งกลับไม่ทิ้งร่องรอยใดไว้บนร่างของชายหนุ่มผู้นั้นแม้แต่น้อย
ภาพนั้นทำให้คังห่าวขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
สายฟ้านั้นดูเหมือน… มันจะไม่ทำร้ายเย่เฉินแถมยังช่วยรักษาร่างกายของเขาอีกด้วย
คำถามหนึ่งผุดขึ้นในจิตใจทันที… ทำไม
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้คิดลึกไปกว่านั้น ร่างของชายชุดขาวก็ขยับ
เพียงสะบัดมือเบา ๆ ฟองน้ำโปร่งใสก็เริ่มก่อตัวขึ้นกลางอากาศ มันขยายตัวอย่างรวดเร็ว ก่อนจะห่อหุ้มร่างของนักบุญทั้งยี่สิบเอ็ดคนที่ยังนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น รวมถึงศพของาานักบุญอีกสี่ร่างที่จมกองเือยู่ไม่ไกล
ก่อนที่มันจะกลายเป็หยดน้ำขนาดใหญ่ 25 หยดที่ห่อหุ้มร่างของทั้งยี่สิบห้าเอาไว้ก่อนที่จะลอยขึ้นพร้อมกัน
ชายชุดขาวยกมือขึ้นอีกครั้ง
ม่านพลังมหาศาลแผ่ขยายออกไปในทุกทิศทาง ปิดผนึกพื้นที่ทั้งคฤหาสน์เ้าเมืองอย่างสมบูรณ์ เสียงฝนภายนอกถูกตัดขาด โลกทั้งใบภายในม่านพลังเงียบงันราวกับแยกออกจากความเป็จริง
จากนั้นเอง
ตูมมม!
หยดน้ำทั้งยี่สิบห้าหยดเริ่มหมุนวนพร้อมกันด้วยความเร็วสูง แรงดันน้ำภายในเพิ่มพูนขึ้นอย่างบ้าคลั่ง อากาศโดยรอบสั่นะเืจนบิดเบี้ยว
แรงกดดันมหาศาลเริ่มบีบอัดจากทุกทิศทาง ภายในฟองน้ำสีใส เสียงกระดูกแตกดังขึ้นถี่ยิบ เสียงิญญากรีดร้องแ่เบาถูกกลืนหายไปพร้อมแรงหมุน
เพียงไม่กี่ลมหายใจ
ปึง!
ร่างของทั้งยี่สิบห้าคนถูกบดขยี้จนแตกสลาย กลายเป็หมอกเืในพริบตา เื พลังชีวิต และิญญาถูกหลอมรวมอยู่ภายในหยดน้ำแต่ละหยดจนกลายเป็สีแดงเข้มราวโลหิตบริสุทธิ์
คังห่าวยืนมองภาพนั้นโดยไม่เอ่ยคำใด
แม้เขาจะผ่านการต่อสู้มานับไม่ถ้วน แต่การที่เขาเห็นาานักบุญและนักบุญเสียชีวิตแบบนี้ ก็ยังทำให้ลมหายใจของเขาหนักขึ้นโดยไม่รู้ตัว และความเคารพที่มาจากความหวาดกลัวต่อชายชุดขาวก็เพิ่มขึ้น
