จางเหวินลอยค้างอยู่กลางอากาศ ความคิดหลายสายปะทะกันในหัวอย่างสับสน เขาขมวดคิ้วก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ
“ระบบ…เราต้องคุยกันหน่อย”
แทบจะในทันที เสียงตอบกลับก็ดังขึ้นราวกับรออยู่แล้ว
[ทำการแก้ไขผลตอบแทน]
[ได้รับ: จดหมายการหมั้นพิเศษ จำนวน 1 ฉบับ]
จางเหวินชะงักไปครู่หนึ่งพร้อมกับดวงตาที่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยก่อนจะสบถออกมาโดยไม่กลั้นเสียง
“ไม่ใช่แบบนั้นสิ เ้าโง่ ข้ามอบอิสระให้นาง เ้าก็ควรมอบอิสระคืนให้ข้าไม่ใช่หรือไง แบบพวกไอเท็มที่ช่วยให้หนีออกจากสถานการณ์นี้ได้ไง”
เสียงของเขาเต็มไปด้วยความตลกขบขัน ระบบเงียบไปครู่หนึ่ง ราวกับกำลังประมวลผลบางอย่าง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเสียดสีอย่างไม่ปิดบัง
[โฮ้ ๆ …จินตนาการช่างเลิศล้ำเหลือเกิน… แม่งเอามาเชื่อมโยงกันได้ยังไงวะ…]
จางเหวินหัวเราะออกมาอย่างขบขันปนประชด
“ไอ้ระบบเวร แล้วเ้าคิดว่าข้าคาดหวังอะไรล่ะในสถานการณ์อย่างงี้”
แต่ยังไม่ทันที่การถกเถียงจะดำเนินต่อไป คลื่นพลังแห่งความตายก็พุ่งเข้ามาอย่างฉับพลัน ลมอัดกระแทกอากาศแตกเป็เส้นเสียงแหลม ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาด้วยความเร็วสูงเกินกว่าผู้ฝึกตนระดับเดียวกันจะทำได้ จางเหวินหันกลับมาแทบจะในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้น
ข้อมูลปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาทันที
[ชื่อ: กู่อี้เซิง]
[ระดับการบ่มเพาะ: ก่อตั้งจิติญญา ขั้นที่ 8]
[ร่างกายพิเศษ: หัวใจแห่งปีศาจ์ (???) ]
[โชค: ไม่มี]
[ความชื่นชอบ: -15]
[หัวใจแห่งปีศาจ์ (ร่างกายศักดิ์สิทธิ์) : หัวใจพิเศษที่เชื่อมต่อโดยตรงกับพลังปีศาจระดับ์ ทำให้ผู้สามารถดูดกลืนอารมณ์ด้านลบ ความกลัว ความโกรธ ความสิ้นหวัง มาแปรเปลี่ยนเป็พลังการต่อสู้ได้โดยตรง พลังจะยิ่งแข็งแกร่งเมื่อเผชิญกับสถานการณ์คับขัน ยิ่งอยู่ใกล้ความตาย ยิ่งแข็งแกร่ง แต่หากใช้ต่อเนื่อง หัวใจจะกัดกินสติสัมปชัญญะ ผู้ใช้มีโอกาสถูกพลังปีศาจครอบงำ สูญเสียการควบคุม หรือหัวใจแตกสลายจากการรับภาระเกินขีดจำกัด ทำให้ตายทันที]
แรงปะทะปะทุขึ้นกลางอากาศั้แ่วินาทีแรกที่กู่อี้เซิงพุ่งเข้ามา พลังปีศาจจากหัวใจแห่งปีศาจ์ะเิออกมาเป็คลื่นสีดำม่วง บิดอากาศรอบตัวจนสั่นะเื ราวกับทั้งฟ้าดินกำลังถูกบีบอัดเข้าหากัน หมัดของเขาชกลงมาด้วยแรงที่มากพอจะฉีกขาดูเา ทว่าจางเหวินกลับไม่ถอยหนีอย่างตื่นตระหนก ดวงตาของเขานิ่งสงบ และอ่านการเคลื่อนไหวอย่างใจเย็นก่อนที่หมัดนั้นจะมาถึงตัวเขา
ร่างของจางเหวินเอนเพียงเล็กน้อย มุมไหล่บิดไปในองศาที่พอดี ร่างกายครึ่งหนึ่งแปรเปลี่ยนเป็น้ำ หมัดของกู่อี้เซิงทะลุผ่านไปเหมือนชกใส่อากาศ แต่แรงกระแทกยังคงฉีกคลื่นลมด้านหลังจนเกิดเสียงะเิดังสนั่น จางเหวินไม่รอให้จังหวะนั้นผ่านไป เขาก้าวเท้าเข้าใกล้ในระยะประชิด ฝ่ามือขวากดลงบนข้อมือของคู่ต่อสู้ ใช้แรงเพียงเล็กน้อยบิดทิศทางพลังทั้งหมดให้ไหลผ่านตัวเองไปด้านข้าง ราวกับสายน้ำที่เบี่ยงหลบโขดหิน
กู่อี้เซิงเบิกตากว้าง ความรู้สึกเสียสมดุลแล่นขึ้นในทันที ก่อนที่เขาจะตั้งตัวได้ เข่าของจางเหวินก็พุ่งขึ้นกระแทกเข้าที่ชายโครงอย่างแม่นยำ เสียงกระดูกแตกร้าวดังชัด กู่อี้เซิงกระเด็นถอยหลังไปหลายเมตร ออร่าปีศาจปะทุแรงขึ้นจากความเ็ป หัวใจแห่งปีศาจ์เต้นระรัว พลังของเขาพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ตายซะ!” กู่อี้เซิงคำราม มือทั้งสองกางออก พลังปีศาจรวมตัวกลายเป็กรงเล็บสีดำ ฟาดใส่จางเหวินราวกับพายุคลั่ง
แต่จางเหวินเคลื่อนไหวสวนไป ไม่ถอย ไม่หลบ เพียงแปรเปลี่ยนร่างกายให้เป็ของเหลวในเสี้ยววินาที กรงเล็บฉีกผ่านลำตัวของเขาไปโดยไม่อาจสร้างาแจริงได้เลย ในจังหวะเดียวกันนั้น ฝ่ามือของจางเหวินก็แทงเข้าไปใต้ซี่โครงของกู่อี้เซิงอย่างแม่นยำ มวลน้ำอัดแน่นพุ่งเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย แทรกซึมตามเส้นลมปราณอย่างโเี้
“อ๊าาาาาาาา!”
กู่อี้เซิงกรีดร้องออกมาพร้อมพลังปีศาจในร่างที่ปั่นป่วนทันที จางเหวินหมุนตัวหนึ่งรอบ ฝ่ามือฟาดลงบนกลางอกของกู่อี้เซิง พลังน้ำะเิออกจากภายใน เสียงดังอู้อี้เหมือนอากาศถูกอัดแตก ร่างของกู่อี้เซิงกระเด็นร่วงลงไปกระแทกกับพื้นดินจนพื้นดินแตกกระจาย ออร่าปีศาจของเขาค่อยๆ สลายหายไปเป็่ ๆ เืไหลออกจากปาก ตา หูอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
เขาพยายามจะลุกขึ้น หัวใจแห่งปีศาจ์เต้นแรงขึ้นอีกครั้ง พลังของมันรุนแรงยิ่งกว่าเดิมและแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้มันไม่อาจตอบสนองได้ดังเดิม เส้นลมปราณที่ถูกน้ำแทรกซึมถูกปิดตายไปหลายจุด พลังที่ควรไหลเวียนกลับติดขัด
จางเหวินยืนมองจากเบื้องบน สีหน้าเรียบเฉยไร้ซึ่งความยินดีหรือโกรธแค้น เขาพุ่งลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเหยียบลงบนข้อมือของกู่อี้เซิง เสียงกระดูกแตกดังขึ้นอีกครั้ง
“พลังของเ้าค่อนข้างดี” จางเหวินเอ่ยเสียงเรียบ “แต่ก็เท่านั้น”
คำพูดนั้นหนักยิ่งกว่าการโจมตีใด ๆ กู่อี้เซิงมองขึ้นมา ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ในขณะที่หัวใจแห่งปีศาจ์ยังคงเพิ่มพลังอยู่ แต่เ้าของมันกลับพ่ายแพ้อย่างหมดรูป
จางเหวินกระชากหัวของกู่อี้เซิงเอาไว้ ร่างของชายหนุ่มผู้เคยสูงศักดิ์ถูกยกขึ้นจากพื้น ปลายเท้าลอยพ้นอากาศ เสียงหายใจติดขัดดังแ่อยู่ในลำคอ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วเกินไป รวดเร็วจนแม้แต่หลินชิงถงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ยังชะงัก นางรับรู้ได้ชัดว่าระดับการบ่มเพาะของทั้งสองฝ่ายไม่ได้ห่างกันถึงขั้นฟ้ากับดิน แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้ากลับเป็ภาพของการบดขยี้ฝ่ายเดียวอย่างสิ้นเชิง เป็ชัยชนะที่ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งคำถามใด ๆ เลยแม้แต่น้อย
อากาศโดยรอบเงียบงันราวกับถูกดูดกลืน เสียงลม เสียงเรือบิน เสียงการหายใจของผู้คน ทุกอย่างเหมือนถูกหยุดไว้พร้อมกันในจังหวะเดียว สายตาของทุกคน ณ ที่นั้นล้วนจับจ้องไปยังมือของจางเหวิน มือที่บีบหัวของนายน้อยตระกูลจักรพรรดิกู่เอาไว้ราวกับบีบสิ่งของไร้ค่า ก่อนที่เขาจะค่อยๆ ลอยขึ้นมายืนบนท้องฟ้าพร้อมร่างของกู่อี้เซิงที่อยู่ในกำมือ
จางหลิงเยว่และคนจากตระกูลกู่ที่ในตอนแรกไม่ได้เคลื่อนไหวเนื่องจากพวกเขาเห็นว่าหลินชิงถงกำลังจ้องมองมาที่พวกเขาแล้วถือดาบเตรียมเรียกอาจารย์ของนางมาเลยทำให้พวกเขาไม่ได้เข้าไปยุ่งกับการต่อสู้ระหว่างทั้งสองคนในตอนแรก แต่เหตุผลจริงๆ คือพวกเขาเชื่อมั่นว่ากู่อี้เซิงจะไม่พ่ายให้แก่จางเหวิน ซึ่งตัวของจางหลิงเยว่ที่รู้จักตัวของจางเหวินดีในระดับหนึ่งก็มั่นใจว่าลูกชายที่แท้จริงของนางจะชนะได้
แต่เมื่อสถานการณ์มันผิดแปลก จางหลิงเยว่พุ่งตัวออกจากเรือบินในทันที นางเคลื่อนไหวเร็วราวกับสายฟ้า ความตื่นตระหนกที่ไม่เคยปรากฏบนใบหน้ามาก่อนฉายชัดเป็ครั้งแรกในชีวิต เมื่อเห็นว่าลูกชายแท้ ๆ ของตนกำลังจะพ่ายแพ้และอาจถูกสังหารต่อหน้าต่อตา แต่ก่อนที่นางจะได้เข้าไปถึงตัวเขา จางเหวินก็หยุดอยู่ในตำแหน่งที่พร้อมจะจบทุกอย่างแล้ว เพียงแรงบีบอีกนิดเดียว ชีวิตของกู่อี้เซิงก็พร้อมจะดับสูญ ทำให้นางต้องหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างจำใจ
่เวลานั้นยาวนานราวนิรันดร์ ไม่มีใครเคยคาดคิดว่าการต่อสู้มันจะออกมาแพ้ขาดขนาดนี้
จางเหวินยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มที่ไม่หลงเหลือความผูกพันหรือความลังเลแม้แต่น้อย ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสงบ แต่กลับกรีดลึกยิ่งกว่าคมมีด
“นี่คือลูกชายจริง ๆ ของเ้างั้นหรือ”
คำพูดนั้นเหมือนการตบหน้าอย่างรุนแรง จางหลิงเยว่ฝืนยิ้มออกมาอย่างใจเย็น นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนลงอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
“พูดอะไรนะเ้าลูกชายตัวแสบ รีบปล่อยเขาไปเถอะ เขาคือนายน้อยของตระกูลจักรพรรดิกู่นะ”
ในขณะเดียวกัน กู่อี้เซิงที่ถูกบีบหัวอยู่กลับหัวเราะออกมาอย่างยากลำบาก เสียงหัวเราะขาดห้วง ฟังดูทั้งเยาะเย้ยและสิ้นหวัง
“ฮ่า…ฮ่า… ฟังแม่ของเ้าสิ เด็กดี…”
คำพูดนั้นยังไม่ทันจบดี จางหลิงเยว่ก็รีบพูดต่อ
“ถ้าเขาเป็อะไรไปมากกว่านี้ ตระกูลจางของเราได้หายไปจาก…….”
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นในพริบตาเดียว แต่เสียงนั้นกลับไม่ใช่เสียงที่ทำให้ผู้คนแตกตื่น หากเป็เสียงที่ทำให้ทั้งโลกเงียบงันลงในทันที เศษเืและเนื้อกระเด็นกระจายไปทั่วท้องฟ้า ร่วงหล่นลงมาราวกับฝนสีแดง
ไม่มีใครขยับ ไม่มีใครเปล่งเสียง ไม่มีใครแม้แต่จะกล้าหายใจแรง
ในขณะที่หยดเืสีแดงสดลอยกระเด็นมาเปื้อนบนขอบเรือบินของหลินชิงถง แต่นางกลับไม่ได้สนใจมันแม้แต่น้อย ดวงตาของนางจับจ้องไปยังภาพตรงหน้าอย่างไม่กะพริบ มันคือภาพของจางเหวินลอยอยู่ตรงหน้า มือของเขายังยกค้างเอาไว้พร้อมกับเศษซากศีรษะของกู่อี้เซิงที่ถูกบีบจนแหลกละเอียดพร้อมเืไหลหยดลงจากง่ามนิ้วอย่างช้า ๆ
กู่หลานเยว่ที่ยืนอยู่บนเรือถึงกับอยู่ในอาการตกตะลึง สมองของนางว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง ในหัวของนางไม่มีภาพใดๆ ว่าจางเหวินจะกล้าลงมือสังหารกู่อี้เซิงจริง ๆ นี้ไม่ใช่ผู้ฝึกตนทั่วไป นี้คือลูกชายของจักรพรรดินักบุญ ก่อนที่สีหน้าของนางจะกลับมาเยือกเย็นอีกครั้ง
