เนี่ยเทียนมองออกว่าการลงมือของกะโหลกเืในครั้งนี้ถือว่าโชคไม่เลว
ทางฝ่ายของเดือนดับไม่มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเฝ้าอยู่มากเท่าใดนัก พลังในการสู้รบจึงธรรมดาอย่างมาก
เขาสังเกตการณ์อยู่ครู่หนึ่งก็พบว่าพวกต้น์ของเดือนดับที่อยู่ที่นี่ต่างก็มีแค่่ต้นและ่กลางเท่านั้น
ผู้ที่อยู่่กลางก็มีเพียงคนเดียว ส่วนผู้ที่มีขอบเขตต้น์่ต้นก็มีแค่สองคนเท่านั้น
ลำพังเพียงแค่กู๋อวี่ที่มีตบะต้น์่ท้ายคนเดียวก็มากพอจะต้านทานผู้ที่มีขอบเขตต้น์สามคนนั้นของเดือนดับได้อย่างสบายๆ ทั้งยังชนะขาดลอยด้วย!
ความแตกต่างทางขอบเขตที่เล็กน้อยก็สามารถสร้างหลุมลึกกว้างใหญ่ให้แก่พลังในการต่อสู้ ผู้ที่มีขอบเขตต้น์่ท้ายคนหนึ่งจึงสามารถสังหารผู้ที่อยู่่กลางซึ่งต่ำกว่าหนึ่งระดับได้อย่างน้อยสามคน
แค่กู๋อวี่คนเดียวก็ทำให้ทางฝ่ายของเดือนดับรับมือไม่ไหวแล้ว นี่ยังมามีสือชิงที่มีขอบเขตต้น์่กลางซึ่งมีพลังในการต่อสู้ที่แกร่งกร้าวอย่างถึงที่สุดอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วทางฝ่ายของกะโหลกเืยังมีคนที่อยู่ขอบเขตต้น์่ต้นอีกสองคน
หากไม่เป็เพราะเวลากระชั้นชิด อันที่จริงการลอบฆ่าเดือนดับมีแค่กู๋อวี่สี่คนก็มากพอจะสังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับทุกคนที่เฝ้าอยู่ ณ ที่แห่งนี้ได้แล้ว
สาเหตุที่ทำให้ศักยภาพของพวกเขาต่างกันมากขนาดนี้ก็เป็เพราะพวกหม่าจิ่วออกไปไล่ล่าเผยฉีฉีข้างนอกจนถึงกระทั่งตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา
หากตอนนี้พวกหม่าจิ่วอยู่ในหุบเขา เมื่อเดือนดับรวมพลังของสองกลุ่มเข้าด้วยกัน พวกกู๋อวี่แห่งกะโหลกเืก็ต้องเสียเปรียบอย่างหนักแน่นอน
โชคดีของพวกเขานั้นอยู่ที่พลังในการต่อสู้สองกลุ่มของเดือนดับในเทือกเขาฮ่วนคงต่างก็กระจายตัวกันอยู่
ทำให้พวกเขาสามารถแยกสังหารฝ่ายตรงข้ามได้
“ฮ่าๆ! โชคดีไม่น้อย!”
“ไม่มีผู้แข็งแกร่งเฝ้าปกป้อง พวกเราสามารถไล่ฆ่าพวกเขาไปทีละคน ทั้งยังทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติได้ด้วย!”
“จำต้องลองเสี่ยงถึงจะได้รับผลลัพธ์ที่เกินคาดคิดจริงๆ!”
สมาชิกของกะโหลกเืที่ไล่ล่าเดือนดับไปรอบด้านต่างก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งด้วยความโอหัง
พวกเขาเองก็มองออกเช่นกันว่านี่คือโอกาสอันดีที่หาได้ยากยิ่ง ขอแค่สามารถทำลายค่ายกลของเดือนดับสำเร็จ สังหารผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่อยู่ที่นี่ พวกเขายังสามารถรอคอยให้พวกหม่าจิ่วกลับมาได้อีกด้วย
และหากสังหารพวกหม่าจิ่วให้ตายอยู่ในเทือกเขาฮ่วนคงได้ กองกำลังที่เดือนดับจัดวางไว้ในเทือกเขาฮ่วนคงก็จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย!
หากการลงมือครั้งนี้ประสบผลสำเร็จ สมาชิกกะโหลกเืทุกคนที่เข้าร่วมก็จะถือว่าสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่
เมื่อได้เดินทางกลับฐานที่ตั้ง พวกเขาก็จะได้ใช้ค่าความดีมาแลกผลตอบแทนที่มหาศาลจากกะโหลกเื ไม่ว่าจะเป็หินวิเศษ ยา เกราะวิเศษหรืออาวุธวิเศษระดับสูงก็ล้วนเอามาได้
ตรงจุดที่กระท่อมไม้พังทลายลง
ฝีมือร้ายกาจของสือชิงบีบให้สมาชิกเดือนดับที่อยู่บริเวณรอบๆ ค่ายกลนำส่งแห่งมิติหนีกระเจิดกระเจิงกันไปคนละทาง
หลังจากที่เผยฉีฉีใช้กระบี่ไร้รอยสังหารสมาชิกเดือนดับไปสองคนก็ดึงเอากระบี่ไร้รอยกลับมา แล้วตั้งใจทำลายค่ายกลนำส่งแห่งมิติแห่งนั้นตามความเข้าใจเวทลับห้วงมิติของนาง
ห่างกันไกลเป็ร้อยเมตร เส้นสายตาของเนี่ยเทียนก็ยังค่อยๆ ตกไปอยู่บนร่างของเผยฉีฉี
เขาไม่สนใจการต่อสู้ในหุบเขาอีกแล้ว
เขามองออกนานแล้วว่าอันที่จริงกุญแจสำคัญที่จะตัดสินแพ้ชนะในการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ได้อยู่ที่ยอดฝีมือของกะโหลกเือย่างพวกกู๋อวี่
จะทำลายหรือรื้อถอนค่ายกลนำส่งแห่งมิติหลังนั้นให้สำเร็จ ขัดขวางไม่ให้ผู้แข็งแกร่งของเดือนดับตามเข้ามาทีหลังได้หรือไม่ต่างหากถึงจะเป็ปัจจัยสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของเทือกเขาฮ่วนคงแห่งนี้
“คุณหนูเผย การรื้อถอนค่ายกลนำส่งข้ามิอาจช่วยได้ แต่ข้ารับรองได้ว่าตอนที่เ้าลงมือ จะไม่มีคนใดของเดือนดับมารบกวนให้เ้าต้องเสียสมาธิเด็ดขาด” สือชิงเอ่ยรับปากอย่างหนักแน่น
ม่านแสงพลังิญญาสีเทาเหลือบเหลืองกระเพื่อมออกมาจากบนร่างของเขา พื้นดินรอบด้านสั่นไหวไม่หยุดจนมีเสียง “ครืนๆๆ” ดังลอยมา
แค่สมาชิกของเดือนดับเหยียบลงบนพื้นดิน ร่างของพวกเขาก็จะสั่นคลอนอย่างรุนแรง และถูกการสั่นไหวที่มาจากพื้นดินโจมตี
เมื่ออยู่ภายใต้แผ่นดินไหวเป็ระลอกเช่นนั้น ผู้ที่มีตบะกลาง์่ต้นและ่กลางจะต้องมีเืออกปากออกจมูก ทุกคนจึงได้แต่หนีตายด้วยความหวาดกลัว
มีเพียงผู้ที่มีตบะกลาง์่ท้ายเท่านั้นที่ถึงจะพอต้านทานได้ แต่ก็ยังมีสีหน้าน่าเกลียด ยืนหยัดได้ครู่เดียวก็ต้องเลี่ยงออกไป
กลับกลายเป็เผยฉีฉีที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างค่ายกลนำส่งเสียอีกที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ นางมุ่งมั่นใช้นิ้วเรียวยาวถูลงไปบนค่ายกลนำส่งคล้ายกำลังหาวิธีทำลาย
“ค่ายกลนำส่งถึงจะสำคัญที่สุด!”
“หากนางมารเผยรื้อค่ายกลนำส่งของพวกเราสำเร็จ พวกเราก็ยากที่จะเดินทางกลับไปพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้างได้โดยตรง และจะต้องถูกคนของกะโหลกเืไล่ฆ่าระหว่างทาง!”
“ต้องขัดขวางนางมารเผยให้ได้!”
ผู้แข็งแกร่งต้น์หลายคนของเดือนดับก็ค่อยๆ ตระหนักได้ถึงกุญแจสำคัญ จึงพากันพุ่งกระโจนเข้าหาเผยฉีฉีและสือชิงอย่างบ้าคลั่ง
น่าเสียดายที่กู๋อวี่ซึ่งเตรียมตัวตั้งรับมานานแล้วไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาทำตามใจหวัง
“พวกเ้าเดินทางไปก่อนเถอะ อีกไม่นานเท่าไหร่เ้าพวกหม่าจิ่วก็จะไปพบพวกเ้าในนรกแล้วล่ะ” กู๋อวี่หัวเราะบ้าคลั่งด้วยความกำเริบเสิบสาน ซึ่งเสียงหัวเราะนั้นสั่นะเืไปทั้งหุบเขา
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตต้น์อีกสองคนของกะโหลกเืก็มารวมตัวกันอยู่ข้างกายสือชิงอย่างรวดเร็ว มองคนเ่าั้ที่เข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มเสแสร้ง
“สถานการณ์ส่วนใหญ่อยู่ในการควบคุมแล้ว”
เนี่ยเทียนสังเกตการณ์มาพักใหญ่ พอเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็รู้ทันทีว่าหากไม่มีเื่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น กะโหลกเืก็จะเป็ฝ่ายคว้าชัยไปครอง
เขาไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ที่เอนเอียงไปข้างหนึ่งครั้งนี้ ไม่ได้คิดจะแย่งความดีความชอบของสมาชิกกะโหลกเื แค่ยืนดูอยู่ข้างๆ เท่านั้น
เขารู้ว่าสมาชิกของกะโหลกเืคนใดก็ตามที่สังหารคนของเดือนดับได้ก็จะสามารถเอาศีรษะและกำไลเก็บของของผู้ตายมาแลกเป็ค่าความดีในระดับที่ต่างกันออกไป
จำนวนของค่าความดีจะเป็ตัวตัดสินว่าพวกเขาจะแลกเอาทรัพย์สินไปจากกะโหลกเืได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งยังตัดสินการเลื่อนขั้นของฐานะและตำแหน่งของพวกเขาในภายภาคหน้าด้วย
เขาก็เป็แค่คนนอกที่เพิ่งได้รับป้ายขุนนางต่างถิ่นมา ในการต่อสู้ที่รู้อยู่แล้วว่าต้องชนะเช่นนี้ หากเขาสังหารคนของเดือนดับอีกก็จะตกเป็ผู้ต้องสงสัยว่าเป็แขกแต่คิดตำแหน่งเ้าบ้าน คิดฮุบเอาค่าความดีของพวกเขาไปครองเสียเอง
ดังนั้นเขาจึงทำเพียงมองเฉย
“พรวด!”
เืสดพุ่งโกรกออกมาจากคอของผู้ที่มีขอบเขตต้น์่ต้นคนหนึ่งราวกับน้ำพุ ศีรษะของคนผู้นั้นปลิวกระเด็นขึ้นสูง จากนั้นก็ถูกมือของกู๋อวี่คว้าเอาไว้
กู๋อวี่สะบัดศีรษะของคนผู้นั้นจนเืสดสาดกระเซ็นไปทั่วร่างของเขา แล้วหัวเราะร่าอย่างกระหายเื
การตายของคนผู้นั้นคล้ายเป็สัญญาณอย่างหนึ่งที่ทำให้สมาชิกคนอื่นๆ ของเดือนดับซึ่งพยายามจะพลิกฟื้นสถานการณ์จิตใจพังทลาย
“หนีกันเถอะ ไม่มีประโยชน์แล้ว หากพวกเราคิดจะสู้จนถึงที่สุดก็มีแต่พาตัวไปตายเปล่าๆ เท่านั้น”
“ไป! ไปหาพวกใต้เท้าหม่าจิ่วกัน ขอแค่ได้รวมตัวกับใต้เท้าหม่าจิ่ว อาศัยพลังของพวกเขา พวกเราถึงจะมีโอกาสพลิกฟื้นสถานการณ์!”
“ถอนกำลังออกจากที่นี่!”
ไม่นานผู้แข็งแกร่งของเดือนดับที่ยังคงต่อสู้กับสมาชิกของกะโหลกเืก็หมดสิ้นซึ่งปณิธานในการรบ แต่ละคนอยากแต่จะหนีให้พ้นไป
คนที่สวมอาภรณ์ของเดือนดับจึงหนีฮือออกไปนอกหุบเขา
ด้านหลัง กู๋อวี่ที่ร่างเปรอะไปด้วยเืไล่ตามไปสังหารผู้ที่มีขอบเขตต้น์อีกสองคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนไช่โยวก็พาสมาชิกของกะโหลกเืที่เหลือไล่ล่าผู้ที่มีขอบเขตกลาง์ของเดือนดับ
ในบรรดาสมาชิกของกะโหลกเื ไช่เยว่ที่แต่งกายเป็ชายโหวกเหวกโวยวายเสียงดังด้วยความฮึกเหิม แล้วก็ไล่ตามออกไปนอกหุบเขาด้วย
“คุณ คุณชายน้อย!”
พอสือชิงเห็นว่านางจะออกไปจากหุบเขา หน้าของเขาก็เปลี่ยนสีน้อยๆ แล้วตวาดเสียงดังทันที “เ้าห้ามออกไปจากหุบเขาเด็ดขาด! ก่อนจะมาที่นี่เ้ารับปากข้าแล้วว่าจะไม่เดินออกไปจากขอบเขตที่เส้นสายตาของข้ามองเห็น! หากเ้าไม่ทำตามสัญญา รอกลับไปเมืองโพ่เมี่ยเมื่อไหร่ ข้าจะบอกกับบิดาของเ้าด้วยตัวเอง ให้เขาห้ามไม่ให้เ้ามาที่เทือกเขาฮ่วนคงอีก!”
“น่าเบื่อจริงๆ รำคาญชะมัด!”
ไช่เยว่ถูกคำพูดประโยคนั้นของสือชิงกระตุ้นให้ขุ่นเคือง นางโบกกระบี่ในมือแทงสวบๆๆ ลงไปตรงหน้าอกของผู้แข็งแกร่งเดือนดับคนหนึ่งที่ตายไปนานแล้วไม่หยุด
เืร้อนของนางกำลังพลุ่งพล่านจึงอยากจะทำเหมือนไช่โยวพี่ชายของนางและสมาชิกคนอื่นๆ ของกะโหลกเืที่ไล่สังหารพวกคนที่หนีไป
การต่อสู้เช่นนี้ต่างหากถึงจะเป็สิ่งที่นาง้า เป็เป้าหมายที่นางมาเทือกเขาฮ่วนคง
การดำรงอยู่ของสือชิงก็เหมือนพันธนาการชิ้นหนึ่งที่กักกันร่างของนางเอาไว้ ทำให้การเคลื่อนไหวของนางถูกจำกัด ไม่สามารถทำทุกอย่างได้ตามใจชอบ แน่นอนว่านางย่อมไม่สบอารมณ์
แต่นางเองก็รู้ดีว่าหากนางไม่เชื่อฟังสือชิง คราวหน้าบิดาของนางย่อมไม่ปล่อยให้นางออกจากเมืองโพ่เมี่ยอีกแน่นอน
ดังนั้นนางจึงยังเลือกทำตามอย่างรู้ความ ได้แต่รอให้การต่อสู้ในหุบเขาสงบลงอย่างเบื่อหน่าย
“หึ! ข้าล่ะเกลียดคนอย่างเ้าที่สุดเลย แม้แต่ต่อสู้กับเดือนดับก็ยังไม่กล้า นี่น่ะหรือลูกผู้ชาย!”
นางเหลือบมองมาเห็นเนี่ยเทียนที่ยืนอยู่อย่างเบื่อหน่ายไม่ต่างกันก็ย่นจมูกใส่เขา บนใบหน้าเล็กๆ ที่งดงามเต็มไปด้วยความดูแคลน “เมื่อครู่ข้าสังเกตเห็นแล้ว ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้เ้าก็เอาแต่มองเฉยอย่างเดียว”
“คนอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรได้ป้ายขุนนางต่างถิ่นของกะโหลกเืเรา?”
“กะโหลกเืของพวกเราไม่้าขุนนางต่างถิ่นที่ไร้ประโยชน์ เ้ารีบคืนป้ายตัวตนนั้นมาเสียดีๆ อย่าได้สร้างความอับอายให้กับขุนนางต่างถิ่นคนอื่นๆ ของกะโหลกเื!”
สือชิงที่เฝ้าอยู่ข้างกายเผยฉีฉี รอให้นางรื้อถอนค่ายกลนำส่งแห่งมิตินั้นสำเร็จก็มองมาด้วยสายตาสงสัยเล็กน้อย
และเขาเองก็ค้นพบว่าเนี่ยเทียนไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
ด้วยนิสัยของไช่โยวย่อมไม่มีทางมอบป้ายขุนนางต่างถิ่นให้กับคนที่ไร้ความสามารถแน่นอน
มีเพียงคนที่แข็งแกร่งและได้รับการยอมรับจากไช่โยวอย่างแท้จริงเท่านั้นถึงจะได้รับมอบป้ายขุนนางต่างถิ่น ทว่าเนี่ยเทียนที่มีตบะเพียงกลาง์่ต้นกลับเป็คนที่มีขอบเขตอ่อนด้อยที่สุดในบรรดาขุนนางที่พวกเขาจ้างมา
สือชิงเองก็แอบแปลกใจ แปลกใจว่าพลังในการต่อสู้ของเนี่ยเทียนเป็เช่นไรกันแน่ และเดิมทีก็คิดจะทดสอบเขาด้วยการต่อสู้ครั้งนี้
การที่เนี่ยเทียนไม่ทำอะไรสักอย่างทำให้เขารู้สึกผิดหวัง ขณะเดียวกันก็มีความคลางแคลงใจเกิดขึ้นด้วย
ดังนั้นเขาจึงไม่เอ่ยตำหนิไช่เยว่
-----
