“แค่กๆๆ!”เจียงเส้าข่ายแทบจะสำลัก “ผมชอบผู้หญิง”
“เอ๋?” โจวฉี่หลันยิ้มตาหยี “ผู้หญิงคนไหนเหรอคะ?”
เจียงเส้าข่ายไม่ตอบก่อนจะถามว่า“ปีนี้คุณอายุเท่าไร?”
“ฉันอ่อนกว่าคุณปีหนึ่งฉันอายุ 24”
เจียงเส้าข่ายนั่งลงเหมือนกับเธอด้วยท่าทีสบายๆเขายกกาแฟขึ้นดื่มและหันมามองเธอ
“น้องสาวคิดจะหลอกถามพี่งั้นเหรอ?”
โจวฉี่หลันหัวเราะ“สมแล้วที่เป็แพทย์นิติเวช ว่าแต่ทำไมเป็คุณชายตระกูลใหญ่ดีๆไม่ชอบ ดันหนีไปทำงานยากๆแบบนั้นล่ะคะ”
“มันเป็ความฝันของผมั้แ่เด็กแล้ว”
สมัยประถมคุณครูเคยสั่งให้นักเรียนในห้องทุกคนเขียนเรียงความหัวข้อเื่‘อาชีพในอุดมคติ’ เด็กนักเรียนแต่ละคน บ้างก็เขียนว่าอยากเป็นักวิทยาศาสตร์ไม่ก็นักบิน มีเพียงเขาเท่านั้นที่เขียนไปว่าอยากเป็แพทย์นิติเวชทำเอาคุณครูถึงกับใ
โจวฉี่หลันคิดตามก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า“ฉันนับถือคุณจริงๆ”
คนที่มีพื้นเพทางบ้านแบบเธอกับเขาดูเผินๆแล้วเหมือนจะมีอิสระแต่ความจริงมีหลายเื่ที่ไม่สามารถทำได้ตามใจหวัง อย่างเช่นการที่ต้องละทิ้งในสิ่งที่ชอบเพื่อสืบทอดธุรกิจของตระกูล
การที่ลูกชายคนเดียวของตระกูลอย่างเจียงเส้าข่ายสามารถยืนหยัดในความคิดของตนจนได้เป็แพทย์นิติเวชอย่างที่ฝันถือเป็เื่น่าอัศจรรย์
“ฉันชอบวาดภาพสีน้ำมันั้แ่เด็กเลยอยากเรียนด้านศิลปะ”โจวฉี่หลันยักไหล่ “แต่สุดท้าย ฉันก็ถูกพ่อกับแม่จับเข้าคณะบริหาร พวกเขาถึงขนาดไม่ยอมให้ฉันแตะพู่กันด้วยซ้ำตอนนี้ฉันกำลังช่วยพ่อกับพี่ชายบริหารบริษัทก็เลยมีอิสระมากขึ้น แต่ฉันกลับลืมไปหมดแล้วว่าจะวาดภาพต้องทำยังไงบางครั้งฉันก็ฝันเห็นภาพตัวเองกลายเป็ศิลปินชื่อดัง”
รอยยิ้มของโจวฉี่หลันค่อยๆจางหายขณะเล่าเื่เธอยกกาแฟซดจนหมดแก้ว ก่อนจะโยนแก้วเปล่าทิ้งลงในถังขยะพอดีเป๊ะ
เจียงเส้าข่ายเลียนแบบเธอแต่ฝีมือการโยนของเขายังสู้เธอไม่ได้ สุดท้ายแก้วกระดาษจึงชนกับฝาถังขยะและตกลงบนพื้นเขาจึงต้องเดินไปเก็บมันขึ้นมา
โจวฉี่หลันนั่งยิ้มอยู่บนราวกั้น“ไม่เป็ไรนะคะ ฝึกบ่อยๆเดี๋ยวก็แม่นเอง ฉันใช้เวลาฝึกร่วมครึ่งเดือนแหนะ”
เธอทอดสายตามองไกลออกไปแล้วก็พบกับภาพตึกอาคารเรียงรายที่มีไฟส่องสว่างตึกใหญ่ใจกลางเศรษฐกิจที่อยู่ด้านหลังของเธอสะท้อนทอดเงาระยิบระยับลงบนผืนน้ำ
“แล้วพวกเราจะทำอะไรกันต่อดีคะ?”โจวฉี่หลันถาม “หรือว่าแค่นี้ก็ถือว่าจบการดูตัวแล้ว?”
“ก็ไม่เชิงนะครับ”เจียงเส้าข่ายมองเวลา นี่ก็ยังไม่ดึกมาก เขาจึงเอ่ยถาม “ไปกินข้าวกันไหมล่ะครับ?”
นี่เป็ครั้งแรกที่เขาชวนคู่ดูตัวไปกินข้าวด้วยตัวเอง
“ฉัน...”โจวฉี่หลันยิ้มอย่างเกรงใจ “ฉันกินข้าวมาก่อนแล้วล่ะค่ะ ไว้คราวหน้านะคะฉันรู้จักร้านอาหารญี่ปุ่นรสชาติเยี่ยมอยู่ร้านหนึ่ง ไว้คราวหน้าฉันเลี้ยงเอง!”
เจียงเส้าข่ายไม่ติดใจอะไร“งั้นเดี๋ยวผมไปส่ง”
“ขอบคุณค่ะ”โจวฉี่หลันยังไม่ได้ใบขับขี่ในประเทศ ตอนมาเธอจึงนั่งแท็กซี่มา ในเมื่อมีคนขอไปส่งแบบนี้เธอก็ยินดี
เธอพักอยู่คนเดียวที่อพาร์ทเมนท์ใกล้ย่านธุรกิจเจียงเส้าข่ายขับรถตามความเร็วปกติ ไม่ถึงสิบห้านาทีก็มาถึงจุดหมาย
“ขอบคุณนะคะไว้เจอกันค่ะ”
พูดจบเธอตั้งท่าจะลงจากรถเจียงเส้าข่ายจึงเรียกเธอไว้
“รอเดี๋ยวครับพวกเรามาแลกเบอร์กันเถอะ”
โจวฉี่หลันนิ่งไปแต่ก็ปลดล็อคมือถือยื่นให้เขา
เจียงเส้าข่ายใช้มือถือของเธอโทรเข้าเบอร์ของเขาจากนั้นจึงส่งคืนกลับไปพลางอธิบาย
“แบบนี้ผมจะได้มีอะไรกลับไปรายงานที่บ้าน”
โจวฉี่หลันคิดไม่ถึงในสิ่งที่เขาพูดเธอจึงอดยิ้มออกมาไม่ได้ก่อนจะลงโบกมือลาและลงจากรถ
เจียงเส้าข่ายมองตามแผ่นหลังของหญิงสาวไปจนลับสายตาแล้วจึงมองเบอร์มือถือของเธอตรงหน้าก่อนจะกดบันทึกเอาไว้ในสมุดรายชื่อ
ถ้านับกันจริงๆเขาเคยดูตัวมาแล้วหลายครั้งแต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาเก็บเบอร์ของอีกฝ่ายไว้ และเป็ครั้งแรกที่สามารถพูดได้เต็มปากว่าผู้หญิงที่เขาเจอในวันนี้ค่อนข้าง‘พิเศษ’
เจียงเส้าข่ายขับรถกลับบ้านยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าประตูเสียงของแม่ก็ดังขึ้นเสียก่อน
“ว่าไงลูกหลันหลันเป็ยังไงบ้าง?”
“ก็ดีครับ”เจียงเส้าข่ายตอบพลางถอดรองเท้า
“ก็ดีงั้นลูกก็จีบเลยสิ!” นี่เป็ครั้งแรกที่ลูกชายดูจะพอใจกับการดูตัวคุณนายเจียงจึงอดดีใจไม่ได้
“ภายในสามเดือนลูกจีบเธอให้ติดอีกครึ่งปีก็แต่งงาน สามปีให้หลังก็มีลูกสักสองคน!”
“แม่คิดไกลไปแล้วครับ”เจียงเส้าข่ายเดินตรงไปที่ห้องอาหาร “ผมหมายความว่า เธอก็ดีถ้าจะคบเป็เพื่อน”
คณนายเจียงไม่เข้าใจด้วยนิสัยของโจวฉี่หลันลูกชายของเธอต้องถูกใจแน่ๆ ว่าแล้วจึงเดินตามก่อนพูดว่า
“ลูกไม่ได้ตั้งใจกับการดูตัวใช่ไหมแค่ทำความรู้จักผ่านๆใช่หรือเปล่า?”
เจียงเส้าข่ายหยิบมือถือออกมาก่อนจะเปิดเบอร์โทรของโจวฉี่หลันให้แม่ดู
คุณนายเจียงเห็นดังนั้นก็เชื่อแล้วว่าลูกชายคงไม่ได้คิดอะไรกับโจวฉี่หลันจริงๆว่าแล้วจึงถอนหายใจยาว
“ลูกชอบเธอคนนั้นจริงๆใช่ไหม6-7 ปีที่ผ่านมาลูกมีโอกาสตั้งมากมายแล้วทำไมไม่สารภาพออกไปล่ะทำไมไม่คว้าโอกาสนั้นมา?”
“แม่ผมทำแบบนั้นไม่ได้” เจียงเส้าข่ายยิ้มพลางอธิบาย “ถ้าผมสารภาพออกไป ไม่แน่แค่เพื่อนพวกเราก็ยังเป็ไม่ได้แต่ตอนนี้เราทำงานที่เดียวกัน ได้เจอหน้าพูดคุยกันทุกวันเวลาเธอมีเื่อะไรก็มาปรึกษาผมได้อย่างสบายใจ ผมว่าเป็แบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว”
“คนอื่นชอบพูดกันว่าเป็ตัวสำรองมันน่าสงสารแต่ลูกไม่ใช่แม้แต่ตัวสำรองด้วยซ้ำ โถ ลูกแม่”
คุณนายเจียงพูดพลางส่ายหน้าก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารไป
เจียงเส้าข่ายมองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะหน้าตาของพวกมันดูน่ากิน รสชาติคงอร่อย แต่ทำไมเมื่อเอาเข้าปาก เขากลับไม่รับรู้รสชาติใดๆทั้งสิ้น...
สมัยเรียนมหาวิทยาลัยคนที่คิดจะจีบูเี่อันไม่ได้มีแค่เขา ผู้ชายมากหน้าหลายตาที่คุณสมบัติดีกว่าเขาต่างพากันขับรถสปอร์ตส่งดอกไม้มาให้เธอทุกวัน
แตู่เี่อันไม่เคยแสดงท่าทีใดๆแถมยังดูกลัวต่อการถูกตามจีบด้วยซ้ำ
ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีอันชาญฉลาดด้วยการเป็เพื่อนกับเธอไม่ทำตัวให้น่าสงสัยว่าเขาคิดอะไรเกินเลยไม่นานหลังจากนั้นเขาก็เริ่มจับสังเกตได้ว่าเธอมักจะนั่งเหม่อลอยเวลาอ่านข่าวเศรษฐกิจจึงพอเดาได้ว่าเธอมีคนที่ชอบอยู่แล้ว แถมคนๆนั้นยังเป็คนใหญ่คนโตในแวดวงสังคม
แล้วก็เป็ไปตามคาดูเี่อันยอมรับกับลั่วเสี่ยวซีว่าเธอมีคนที่แอบชอบมานานหลายปีเพียงแต่ระหว่างเธอกับเขาคนนั้นคงไม่มีทางเป็จริงได้
ตอนแรกเขารู้สึกผิดหวังอยู่บ้างแต่เมื่อคิดดูอีกที ก็ใช่ว่าตัวเองจะไม่มีโอกาส
ในเมื่อูเี่อันกับผู้ชายคนนั้นไม่มีทางเป็ไปได้งั้นเขากับเธอก็ยังพอมีหวังใช่หรือเปล่า?
เขายังคงอยู่เคียงข้างเธอในฐานะเพื่อนแต่จู่ๆูเี่อันก็บอกว่าเธอกำลังจะแต่งงาน และเ้าบ่าวของเธอก็ดันเป็คนเดียวกับที่เธอแอบชอบมานานหลายปี
วันทีู่เี่อันกับลู่เป๋าเหยียนจะจดทะเบียนสมรสกันเขาจึงรีบไปหาเธอ ในใจคิดอยากจะลองเดิมพันดูสักตั้ง ถ้าูเี่อันยอมมากับเขาเขาก็พร้อมจะสารภาพความในใจ
ทว่าูเี่อันเองก็พร้อมที่จะวางเดิมพันเช่นกันแถมยังเป็เดิมพันที่กล้าหาญกว่าเขา สุดท้ายเธอจึงเป็ฝ่ายชนะ
เขาอดทนรอมานานหลายปีแต่สุดท้ายมันก็สูญเปล่า
แม่เคยปลอบใจเขาว่าไม่แน่อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ูเี่อันอาจจะหย่าก็ได้ แล้วตอนนั้นโอกาสของเขาก็จะมาถึง
แต่ณ ตอนนี้ลู่เป๋าเหยียนคงไม่มีทางยอมหย่ากับเธอแน่ๆและตัวเขาเองก็ไม่อยากให้เธอต้องเจอกับเื่แบบนั้น
ั้แ่เธอแต่งงานกับลู่เป๋าเหยียนถึงเธอจะต้องเ็ปหรือเกิดเื่ไม่คาดฝันบ้าง แต่โดยรวมแล้วเธอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขมากกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
เขาอยากให้เธอมีความสุขแบบนี้ตลอดไปส่วนเขา... ก็แค่รักษาความลับเอาไว้ให้มันตายไปพร้อมกับเขา
โรงพยาบาล
วันนี้เป็วันศุกร์ก็จริงแต่ลู่เป๋าเหยียนต้องทำงานล่วงเวลาจนกระทั่งสามทุ่มกว่าจึงจะกลับมาเมื่อเขาเข้ามาในห้องก็สังเกตเห็นดอกไลซิแอนทัสที่อยู่ในแจกัน
“มีใครมางั้นเหรอ?”เขาถาม
“เจียงเส้าข่ายน่ะสิ”ูเี่อันนั่งดูละครจาก iPad จึงตอบออกไปอย่างไม่คิดอะไรมาก“เขามาเมื่อเช้าน่ะ”
ลู่เป๋าเหยียนพับแขนเสื้อก่อนจะหยิบดอกไม้ในแจกันขึ้นมา
ูเี่อันหันไปมองอย่างงงๆ“นายจะทำอะไร”
“เธอไม่รู้สึกว่าดอกไม้ชนิดนี้มันไม่สวยบ้างหรือไง”ลู่เป๋าเหยียนทำสีหน้ารังเกียจ “ฉันจะเอาไปทิ้ง แล้วจะเปลี่ยนเป็ดอกไม้ที่สวยกว่าเดิมให้”
ูเี่อันยังทันไม่ได้พูดอะไรลู่เป๋าเหยียนก็ทิ้งดอกไม้ในมือลงถังขยะไปเรียบร้อย
“นาย...”เธอพูดไม่ออก “ไลซิแอนทัสมันไม่สวยตรงไหน?”
ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้ว“เธอชอบงั้นเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ!”ูเี่อันเริ่มโมโห
“อ้อ”ลู่เป๋าเหยียนเอ่ยเสียงเนิบ “งั้นเดี๋ยวฉันให้คนเอาช่อใหม่มาให้”
ลู่เป๋าเหยียนหยิบถุงขยะขึ้นมาก่อนจะเดินเอามันออกไปทิ้ง
ูเี่อันรู้สึกว่ามีอะไรแปลกๆคนแบบลู่เป๋าเหยียนต่อให้รู้สึกไม่ชอบจริงๆ ก็ควรจะเรียกคนมาจัดการทำไมเขาถึงต้องลงมือเอง แถมยังเอาถุงขยะออกไปทิ้งด้วยเนี่ยนะ?
“ลู่เป๋าเหยียน”เธอเริ่มเข้าใจเื่ราวทุกอย่างจึงยิ้มตาหยีพลางเอ่ยถาม “นายหึงใช่หรือเปล่าฉันบอกแล้วไงว่าฉันกับเจียงเส้าข่ายก็แค่เพื่อนกัน อย่าทำให้เป็เื่ใหญ่เลย”
ลู่เป๋าเหยียนหาได้สะทกสะท้านกับคำพูดของเธอเขาเดินตรงดิ่งไปทิ้งขยะในมือ
ผู้ชายด้วยกันมองกันออกว่าเจียงเส้าข่ายคิดกับูเี่อันแค่เพื่อนจริงๆหรือเปล่า
คงมีแตู่เี่อันเท่านั้นที่ยังคงเชื่อเื่มิตรภาพบ้าๆนี่
ด้วยเหตุนีู้เี่อันจึงพูดไม่ออกกับการกระทำเยี่ยงเด็กน้อยของลู่เป๋าเหยียน
นอกจากการเดินที่ไม่ยังไม่ค่อยคล่องตัวนักาแตามร่างกายที่เหลือของูเี่อันได้หายเป็ปกติแล้ว เธอไม่ต้องพึ่งลู่เป๋าเหยียนให้อุ้มไปไหนมาไหนอีกต่อไปเธอเดินเข้าไปอาบน้ำเสร็จแล้วจึงเตรียมเข้านอนขณะที่เอนนอนลงบนเตียงเธอก็รู้สึกรอคอยการมาถึงของวันพรุ่งนี้อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
พรุ่งนี้ก็จะได้กลับบ้านแล้วกลับไปยังบ้านของเธอกับเขา
ครึ่งเดือนก่อนเธอลากกระเป๋าจากบ้านมา ในใจคิดว่าชาตินี้คงไม่ได้กลับไปที่นั่นอีก เธอกับลู่เป๋าเหยียนคงต้องจบกันแค่นั้น
นึกไม่ถึงเลยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะเป็จุดเริ่มต้นใหม่ของชีวิต
เมื่อลู่เป๋าเหยียนอาบน้ำเสร็จเขาก็เห็นสีหน้าของูเี่อัน จึงเดินไปหาและล้มตัวลงนอนข้างกายเธอ
“กำลังคิดอะไรอยู่?”
“กำลังคิดว่าในที่สุดฉันก็จะได้กลับไปนอนบนเตียงใหญ่ๆที่บ้านคนเดียวสักที ไม่ต้องทนเบียดกับนายอีกแล้ว!”ูเี่อันไม่ปกปิดความดีใจเลยสักนิด
ลู่เป๋าเหยียนหรี่ตาลงก่อนใช้ขาของตนทับขาของเธอเอาไว้
“ตอนนี้เธอดีใจแค่ไหน?”
“ดีใจม๊ากมาก”ูเี่อันจงใจยั่วโมโหเขา
พูดจบเธอก็สบเข้ากับสายตาอันตรายของลู่เป๋าเหยียนอย่างจังจึงอดใจหายไม่ได้และเริ่มดิ้น
“เอาขาออกไปนะหนักจะตายอยู่แล้ว”
ที่เกินความคาดหมายก็คือลู่เป๋าเหยียนไม่ได้แกล้งเธอต่อและเอาขาออกอย่างว่าง่าย
ูเี่อันรู้สึกไม่ชินกับลู่เป๋าเหยียนที่ดูเชื่อฟังเป็พิเศษเธอกะพริบตาปริบๆพลางมองเขาอย่างสงสัย แล้วจึงเห็นรอยยิ้มติดเ้าเล่ห์ที่มุมปากของเขา
“เจี่ยนอัน”จู่ๆเขาก็พูดแบบแฝงความนัย “จำความรู้สึกตอนนี้ให้ดีๆ”
“......ทำไมล่ะ?”ูเี่อันดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดคอ เธอรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี
ทว่าลู่เป๋าเหยียนกลับไม่ตอบเขาแค่แย้มยิ้มบาง
“พรุ่งนี้เธอก็จะรู้เอง”
วันนี้เธอดีใจมากเท่าไรพรุ่งนี้เขาจะทำให้เธอต้องผิดหวังมากเท่านั้น
ูเี่อันรู้สึกได้ถึงลางร้ายบางอย่าง...
แต่ช่างเถอะเธอไม่อยากคิดให้มากความ เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยหาทางรับมืออีกทีแล้วกัน
เธอไม่เชื่อหรอกว่าเธอจะสู้เขาไม่ได้!
