หลี่ชิงเฟิงดมกลิ่นแล้ววิ่งไปยืนข้างหลี่ชิงหลิง "ท่านพี่ หอมมาก จะกินได้เมื่อไร" เขากลืนน้ำลายและจ้องตรงโดยไม่กะพริบตา
"หอม หอม..." หลิวจือโหรวหยุดเก็บผัก รีบวิ่งไปกอดขาหลี่ชิงหลิง พูดไม่หยุดว่าหอมมาก
หลี่ชิงหลิงมองแมวน้อยจะกละสองตัว หัวเราะและบอกให้คอยอยู่ข้างๆ อย่าเข้าใกล้เกินไป กลัวว่าน้ำมันจะกระเด็นใส่
หลี่ชิงเฟิงดึงหลิวจือโหรวถอยหลังหนึ่งก้าว ไม่กล้าเข้าใกล้เกินไป แต่ดวงตายังคงจับจ้องที่แป้งทอดไข่
สายตาที่โหยหานั้น เหมือนอยากจะกินแป้งทอดไข่เสียเดี๋ยวนี้
หลี่ชิงหลิงส่ายหัวพร้อมรอยยิ้ม หยิบใบผักมาโรยบนไข่ จากนั้นลงแป้ง้าอีกชั้น
เมื่อด้านหนึ่งพร้อม นางค่อยๆ พลิกแป้งทอดไข่และทอดทั้งสองด้านจนเหลืองทอง จากนั้นจึงตักออกมาวางบนตะกร้า
“ตอนนี้ร้อนเกินไป รอให้เย็นก่อนค่อยกิน” นางบอกแมวน้อยจะกละทั้งสอง แล้วหันกลับไปทอดแป้งทอดไข่ชิ้นอื่นต่อ
หลี่ชิงเฟิงและหลิวจือโหรวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง เ้าตัวเล็กทั้งสองยืนอยู่หน้าตะกร้า เป่าแป้งทอดไข่เบาๆ หวังให้เย็นจะได้รีบลิ้มรส
หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วหัวเราะอีกครั้ง นี่เป็ครั้งแรกที่นางทำแป้งทอดไข่ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก นางมั่นใจว่าสิ่งนี้จะขายได้แน่
หลิวจือโม่ซึ่งหั่นผักหมดแล้ว ใส่ใบผักลงในกะละมัง ใส่น้ำมันและเกลือลงไปแล้วคนให้เข้ากัน
หลังจากทำงานเหล่านี้เสร็จ เขาก็ยืนอยู่ข้างๆ เฝ้าดูหลี่ชิงหลิง ถ้าเขาทำเป็ เด็กสาวจะได้ไม่ต้องลำบากนัก
เขาดูขั้นตอนทั้งหมดและคิดว่ามันไม่ใช่เื่ยาก ดังนั้นจึงขอให้หลี่ชิงหลิงให้เขาลองทำ
หลี่ชิงหลิงชำเลืองมองเขา พยักหน้า ขยับออกมายืนสอนข้างๆ
ถ้ามีคนช่วยแบ่งเบาภาระเพิ่มสักคน นางจะได้ไม่ต้องเหนื่อยนัก
“มันเรียกว่าอะไร?” หลิวจือโม่พลิกแป้งทอดไข่เบาๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองหลี่ชิงหลิง “คิดชื่อหรือยัง”
"แป้งทอดไข่" ที่บ้านนางเรียกแบบนี้ นางไม่อยากเปลี่ยนชื่อ
หลิวจือโม่พยักหน้า ชื่อนี้ค่อนข้างเหมาะสม มีไข่อยู่ข้างใน เรียกว่าแป้งทอดไข่ก็รื่นหูดี
"พี่ กิน..." หลิวจือโหรวยื่นนิ้วก้อยออกมาแตะ รู้สึกว่าไม่ร้อนเท่าเดิมแล้วจึงหันหน้าไปดึงเสื้อหลี่ชิงหลิงเพื่อขอกิน
หลี่ชิงหลิงยิ้ม ใช้มีดทำครัวที่ล้างแล้วตัดตรงกลางแล้วหยิบขึ้นมาครึ่งหนึ่ง นางลองชิมและพบว่ารสชาติไม่เลว แต่ไส้ไม่พอ ถ้ามีมากกว่านี้จะอร่อยกว่านี้
หลิวจือโหรวเห็นแล้วกลืนน้ำลาย ร้องเรียกจะกิน
หลี่ชิงหลิงหยิบอีกครึ่งหนึ่งขึ้นมา เป่ามันและยื่นไปใกล้ปากหลิวจือโหรว "มันยังร้อนอยู่นิดหน่อย ค่อยๆ กิน"
หลิวจือโหรวอ้าปากกว้างกัดคำเล็ก ทันทีที่นางกลืนเข้าไปก็รีบพยักหน้าบอกว่าอร่อย สองมือเล็กๆ รีบยื่นออกมาหยิบไปจากมือของหลี่ชิงหลิง ก่อนจะค่อยๆ ละเลียดเอง
"เอาล่ะ คนละครึ่ง" หลี่ชิงหลิงแบ่งชิ้นสุดท้ายแล้วส่งให้หลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยนตามลำดับ
ในที่สุดพวกเขาทั้งสองก็ได้กิน ทั้งสองแทบรอไม่ไหว
กินไปพยักหน้าไป อร่อยจริงๆ
หลังจากที่เด็กทั้งสามกินแป้งทอดไข่เสร็จ หลี่ชิงหลิงก็ถามความคิดเห็นว่า แป้งทอดไข่อร่อยไหม ถ้าขายจะขายได้ไหม?
“อร่อย” หลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยนตอบพร้อมกัน พวกเขากินไปครึ่งหนึ่งก็ยังอยากกินอีก
“ข้าว่าขายได้แน่ ทั้งหอมและอร่อย” หลิวจื่อเยี่ยนพูดอีกครั้ง
เขาชื่นชมหลี่ชิงหลิงที่ทำแป้งทอดไข่ได้อร่อยขนาดนี้มากกว่าเดิม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ หลี่ชิงหลิงรู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น
“ข้าทำเอง พี่ไปชิมดูก่อน ชิมแล้วลองออกความเห็น” หลี่ชิงหลิงหยิบแป้งทอดไข่ที่เสร็จแล้วออกมาวางในตะกร้า ขอให้หลิวจือโม่ชิม
หลิวจือโม่ตอบรับ ใช้ตะเกียบคีบแป้งทอดไข่ เป่าเบาๆ อ้าปากแล้วกัด หลังจากกัดไปหนึ่งคำ เขาก็แทบรอไม่ไหวที่จะกินคำที่สอง
หลังจากที่เขากินแป้งทอดไข่เสร็จก็พยักหน้า "ไม่เลวเลย คิดจะขายชิ้นละเท่าไร?”
แป้งทอดไข่แบบนี้น่าจะขายดี
อย่างแรกคือแปลกใหม่ และอย่างที่สองคืออร่อยจริงๆ กรอบนอกนุ่มใน ไข่นุ่มๆ บวกกับผักทำให้คนกินไม่รู้สึกเลี่ยน
“ข้าว่าจะขายชิ้นละห้าเหวิน” หลี่ชิงหลิงพูดโดยไม่เงยหน้าขึ้น
สิ้นเสียงหลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยนก็สูดหายใจเฮือก แพงขนาดนี้เลย? เกี๊ยวชามใหญ่ราคาเพียงสองเหวิน ซาลาเปาเนื้อราคาเพียงสองเหวิน ตั้งห้าเหวิน แพงไปหน่อยไหม?
ถ้าแพงแล้วไม่มีคนซื้อล่ะ?
“พี่ก็คิดว่าแพงเหรอ” หลี่ชิงหลิงหันไปมองหลิวจือโม่ ถามพลางหัวเราะ “ไข่ แป้ง และผักของเราต้องใช้เงินทั้งนั้น บวกค่าแรงอีก ห้าเหวิน ไม่แพงเลย”
ตราบใดที่รสชาติดี นางก็ไม่ต้องกังวลว่าจะขายไม่ออก
ตอนแรกหลิวจือโม่ก็คิดว่าแพง แต่หลังจากฟังการวิเคราะห์ของนางแล้วก็รู้สึกว่าห้าเหวินนั้นไม่มากจริงๆ "งั้นเรามาตั้งราคาไว้ที่ห้าเหวินก่อนแล้วกัน ถ้าขายไม่ดีก็ค่อยลด คิดว่ายังไง?”
ลองดูก่อนก็ได้ บางทีแป้งทอดไข่ราคาห้าเหวินอาจจะขายดีก็ได้?
"ได้!" หลี่ชิงหลิงพยักหน้า "แค่ไม่รู้ว่าจะใช้อะไรห่อแป้งทอดไข่นี่สิ"
กระดาษกันไขมันมีราคาแพงเกินไป นางซื้อไม่ลง จะให้ลูกค้ากินด้วยมือตรงๆ ก็ไม่ได้
สิ่งนี้ทำให้นางลำบากใจเล็กน้อย
"พวกเ้าสองคน ลองคิดดูซิว่าข้าควรใช้อะไรห่อ" หลี่ชิงหลิงหันไปมองหลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยน ขอให้พวกเขาคิดหาวิธี บางทีพวกเขาสองคนอาจหาทางออกได้
หลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยนพยักหน้าตอบรับ จากนั้นก็ครุ่นคิดอย่างหนัก
นี่เป็ธุรกิจครอบครัว แน่นอนว่าพวกเขาต้องมีส่วนร่วม
"สานกกเป็ตะกร้าเล็กๆ ดีไหม" หลิวจือโม่นึกถึงกก
ตะกร้าเล็ก?
ดวงตาของหลี่ชิงหลิงเป็ประกาย นางพยักหน้าและถามหลิวจือโม่ว่ารู้วิธีสานตะกร้าใบเล็กหรือไม่ เพราะนางไม่รู้
“รู้ ข้าจะไปตัดต้นอ้อมาเลย” หลิวจือโม่หัวเราะ “พวกเ้าสองคนก็มาด้วย” เขาพาหลี่ชิงเฟิงและหลิวจื่อเยี่ยนออกไป
ทั้งสามคนวิ่งไปตัดไม้อ้อและกลับมา หลิวจือโม่รอแทบไม่ไหวที่จะสาน ไม่นานนัก ตะกร้าใบเล็กบอบบางก็ปรากฏขึ้น
หลี่ชิงหลิงยกนิ้วให้เขา ไม่คิดว่าเขาจะสานอะไรแบบนี้เป็ด้วย
นางหยิบแป้งทอดไข่และใส่ลงในตะกร้าใบเล็กอย่างระมัดระวัง ไม่คาดคิดเลยว่าพอดิบพอดีมาก
ตะกร้าใบเล็กๆ ใช้ใส่แพนเค้กไข้ ดูสง่างามไม่เบาเลยทีเดียว
นางรู้สึกว่ามันอาจจะดึงดูดบรรดาเด็กสาวได้
"เยี่ยมมาก งั้นก็ตามนี้ พรุ่งนี้ไปตั้งร้านกัน" หลี่ชิงหลิงโบกมือและยิ้มกว้าง ในที่สุดก็คลายความกังวล "พี่จือโม่สอนข้าวิธีสานตะกร้าหน่อย! วันนี้สานส่วนหนึ่ง พรุ่งนี้จะได้เอาไปพร้อมกัน”
สานหนึ่งคนช้าเกินไป เพิ่มอีกคนจะเร็วกว่า
“ข้าก็อยากเรียนเหมือนกัน” หลิวจื่อเยี่ยนกล่าว
หลี่ชิงเฟิงพยักหน้าตาม บอกตนก็้าเรียนด้วย
ทั้งคู่อยากทำเพื่อครอบครัว แบ่งเบาภาระพี่ๆ
“ก็ดี พวกเ้าก็เรียน พอดีเลย อยู่บ้านสานตะกร้า ข้ากับพี่โม่ไปตั้งแผง ทำงานร่วมกัน”
หลี่ชิงหลิงคิดว่าเป็ความคิดที่ดี ทั้งสองคนไม่เพียงดูแลน้องสาวสองคนที่บ้าน แต่ยังสานตะกร้าใบเล็กได้อีก ยิงนกสองตัวด้วยหินก้อนเดียว
“ดีเลย...” ทั้งสองพยักหน้า ขอแค่ช่วยพี่ๆ ได้ก็พอ
หลิวจือโม่คิดว่าเป็ความคิดที่ดี ดังนั้นเขาจึงโบกมือ ให้ทั้งสองเข้ามาดูว่าเขาสานตะกร้าใบเล็กอย่างไร
ทั้งสองคนเป็เด็กฉลาด ดูสองรอบ ทำอีกสองรอบก็ทำเป็แล้ว เสียแต่ที่สานออกมาไม่ได้ดูดีเท่ากับของหลิวจือโม่
"ข้าทำพวกของแบบนี้ไม่ได้จริงๆ" หลี่ชิงหลิงสานหลายครั้ง แต่ตะกร้าแทบดูไม่ได้ เด็กสาวถอนหายใจ นางไม่เหมาะกับงานประเภทนี้จริงๆ
หลิวจือโม่เม้มริมฝีปากและยิ้ม บอกนางว่าไม่ต้องทำแล้ว ปล่อยให้น้องชายสองคนทำ ส่วนนางไปทำแป้งทอดไข่ก็พอ
"ถูกต้อง พี่ปล่อยให้เป็หน้าที่ของเรา!" หลี่ชิงเฟิงปลอบโยน ไม่คิดเลยว่าพี่สาวที่ทำได้ทุกสิ่งจะสานตะกร้าไม่เป็
หลี่ชิงหลิงพยักหน้าและนั่งด้านข้าง ดูพวกเขาสาน แต่นางไม่ได้ทำอีก
พวกเขาทั้งสามคนสานตะกร้าได้เกือบร้อยใบในหนึ่งวัน หลี่ชิงหลิงเห็นแล้วใ เร็วเกินไปแล้ว
ก่อนรุ่งสาง หลี่ชิงหลิงลุกขึ้นแต่งตัวและไปที่บ้านของหลิวจือโม่
ทันทีที่เด็กสาวไปที่บ้านของหลิวจือโม่ เห็นแสงสว่างในครัวของเขาก็รับรู้ได้ว่าหลิวจือโม่ตื่นขึ้นแล้ว
นางะโเบาๆ และหลังจากนั้นไม่นาน ประตูลานบ้านก็เปิดออก
"มาแล้ว…"
“พี่ตื่นเช้าจัง ทำไมไม่นอนต่ออีกหน่อย” หลี่ชิงหลิงถามหลิวจือโม่ขณะที่เดินเข้าไป
หลิวจือโม่หัวเราะ "ข้านอนไม่หลับเลยลุกขึ้นมา" ที่จริงแล้วเขาอยากจะลุกขึ้นมาทำงานอีกหน่อย
หลี่ชิงหลิงตอบรับ เดินเข้าไปในครัวและเห็นว่าเขาเตรียมของไว้ ขอแค่เข้าเมืองก็จะใช้ทำขนมได้เลย ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มาก
