กลุ่มคนจากตำหนักไท่จี๋ต่างคาดไม่ถึงว่าเมื่อพวกเขาเดินทางมาด้วยความลำบากแล้วจะต้องเจอกับสัตว์ประหลาดใต้ซากปรักหักพังของโบราณสถานเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าพวกเขากำลังไล่ตามเย่เฟิงและเทพธิดาทะเลตะวันออก หรือสัตว์ประหลาดตัวนี้จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับสองคนนั้น?
ใจกลางโบราณสถานขนาดใหญ่ ราชันหั่วยวินเยาเหยียดตัวลุกขึ้น ส่วนสูงของเขามากกว่าส่วนสูงของสองคนรวมกันเสียอีก หัววัวขนาดใหญ่ดูดุดันและน่ากลัว ทั่วร่างปกคลุมด้วยเปลวเพลิง เมื่อเห็นคนของตำหนักไท่จี๋ เปลวเพลิงที่ปกคลุมอยู่ทั่วร่างก็แปรสภาพเป็เกราะเพลิงที่ดูทรงพลังไม่ธรรมดา เกิดคลื่นความร้อนแผ่ขยายไปทั่วบริเวณ ราชันหั่วยวินเยาสูดหายใจลึกก่อนกวาดตามองรอบๆ คนของตำหนักไท่จี๋จำต้องถอยไปตั้งหลัก จนท้ายที่สุดบางคนทนไม่ไหว กรีดร้องออกมาก่อนวิ่งหนีไป
“แม่เ้า นี่มันตัวอะไรกัน!”
หนุ่มน้อยหน้าใสคนหนึ่งแสดงความหวาดกลัวอย่างหนัก ถึงขั้นล้มลุกคลุกคลานกว่าจะตั้งหลักเตรียมหนีได้
“มอ!”
ราชันหั่วยวินเยาส่งเสียงคำราม พร้อมกับเปลวไฟพุ่งออกมาจากปากของเขา
ตูม!
หนุ่มน้อยดังกล่าวถูกเพลิงแผดเผาจนไม่เหลือซาก กระทั่งเสียงกรีดร้องยังไม่มีโอกาสเล็ดลอดออกมา ดูเหมือนว่าเปลวไฟจากราชันหั่วยวินเยาจะสร้างความทรมานให้เหยื่อมากกว่าลูกไฟของเย่เฟิงเสียอีก
“พวกแกกล้ารบกวนการพักผ่อนของเทพวัวอัคคีอย่างฉัน สมควรตาย!”
ราชันหั่วยวินเยาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทั่วร่างปกคลุมด้วยเกราะเพลิง ท่าทางราวกับเทพเ้าผู้ลงมาเยือนโลกมนุษย์ คำพูดของเขาทำให้คนของตำหนักไท่จี๋ใจนทำอะไรไม่ถูก
เ้าปีศาจนี่บอกว่าอะไรนะ? เทพวัวอัคคีอะไร? มันพูดไร้สาระอะไรกัน!
แน่นอนว่าคนของตำหนักไท่จี๋ไม่มีทางเชื่อ แต่มีความจริงข้อหนึ่งที่พวกเขาไม่อาจโต้แย้งได้คือ พวกเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของปีศาจวัวตนนี้อย่างแน่นอน เพียงรูปลักษณ์ของราชันหั่วยวินเยาก็ทำให้คนของตำหนักไท่จี๋หวาดกลัวจนปัสสาวะราด ไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้าน
กระทั่งผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน และผู้าุโจวี๋ ยังหน้าซีดไปถนัดตา พวกเขาไม่มีจิตหยั่งรู้ แน่นอนว่าไม่สามารถตรวจสอบความแข็งแกร่งของฝ่ายตรงข้ามได้!
ต้องต่อสู้กับราชันหั่วยวินเยางั้นหรือ?
ในใจของผู้าุโทั้งสามไม่คิดที่จะทำเช่นนั้นแน่ ด้วยระดับวรยุทธ์ของพวกเขาย่อมสามารถหลบหนีได้ แต่หากสู้กับปีศาจตนนี้ คงไม่มีใครทราบว่าผลลัพธ์จะออกมาเช่นไร พวกเขามีชีวิตมาอย่างยาวนาน ย่อมหวงแหนชีวิตตัวเองเป็ธรรมดา ทว่าศิษย์ของตำหนักไท่จี๋บางคนไม่ได้คิดเช่นนั้น
“จัดการมันเลยครับ! ทางเรามีผู้าุโถึงสามท่าน เราต้องชนะแน่!”
ศิษย์ชายคนหนึ่งที่มีความเป็ผู้นำะโลั่น พร้อมกับก้าวออกมาเป็ผู้นำกลุ่ม เผชิญหน้ากับราชันหั่วยวินเยาที่มีท่าทีราวกับพระเ้าเพียงลำพัง เมื่อเทียบกับราชันหั่วยวินเยาแล้ว ชายหนุ่มดูเหมือนเด็กคนหนึ่ง ทว่าเขากลับแสดงความกล้าหาญอย่างไม่นึกกลัวเกรง
การเห็นศิษย์ร่วมสำนักตายไปต่อหน้าระหว่างคิดหลบหนีเป็การจุดประกายจิตการต่อสู้ของเหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ที่เหลือให้ลุกโชน ต่อให้เป็ราชันหั่วยวินเยาก็ไม่มีทางรับมือผู้าุโทั้งสามของพวกเขาได้แน่!
ชายหนุ่มทั้งเก้ายืนอยู่เบื้องหน้าอย่างพร้อมเพรียง เฝ้ามองไปทางผู้าุโเหมย ผู้าุโหลาน และผู้าุโจวี๋อย่างมีความหวัง ชายชราสองกับหญิงชราหนึ่งล้วนตกตะลึง แย่แล้ว! เ้าเด็กพวกนี้รนหาที่ตายหรือไง? เ้าพวกเด็กไม่กลัวตาย จะรนหาที่ตายก็ทำไป แต่อย่าลากพวกเขาเข้าไปเกี่ยว!
ผู้าุโทั้งสามสบตากัน ผู้าุโเหมยพลันะโขึ้นมา “ใช่แล้ว ไอ้สัตว์ประหลาดตัวนี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตำหนักไท่จี๋เราหรอก พวกเรามาร่วมมือสังหารมันกัน!”
เมื่อสิ้นเสียงะโ เหล่าศิษย์ตำหนักไท่จี๋ก็ะโอย่างฮึกเหิม ทว่าฉับพลันนั้นเกิดเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้พวกเขาต้องหมดหวัง
หลังจากผู้าุโเหมยะโออกมา หญิงชราก็หลบหนีไปทันที พร้อมกับใช้เคล็ดวิชาม้าป่าพองขนออกมา แขนอวบสะบัดไปทางเหล่าศิษย์ของตำหนักไท่จี๋
เคล็ดวิชาม้าป่าพองขนเป็กระบวนท่าที่ส่งพลังภายในไปผลักคนรอบข้างให้ห่างออกไป ทันใดนั้นร่างของศิษย์ทั้งเก้าคนของสำนักก็ถูกผลักไปทางราชันหั่วยวินเยา
ผู้าุโเหมย้าสังหารพวกเขา ส่วนตัวเองคิดหลบหนี!
สีหน้าของพวกเขาทั้งโกรธและผิดหวัง ผู้าุโเหมยช่างไร้ยางอายเกินไปแล้ว!
ผู้าุโหลานและผู้าุโจวี๋ต่างรีบหลบหนีตามผู้าุโเหมยไปทันที
น่าเสียดายที่ราชันหั่วยวินเยามิได้โง่เขลา เขาฉลาดกว่าพวกมนุษย์เสียอีก เมื่อเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ก็อดแสยะยิ้มไม่ได้ ทันใดนั้นทั้งร่างก็ลุกโชนด้วยเปลวเพลิง เขาไม่สนใจศิษย์ทั้งเก้าของตำหนักไท่จี๋ แต่เพ่งความสนใจไปที่ผู้าุโทั้งสามซึ่งกำลังหลบหนี
ราชันหั่วยวินเยาเป็ผู้ฝึกวิถีมารจากโลกเทวะ อีกทั้งสามารถใช้จิตหยั่งรู้ได้ เขาย่อมรู้ดีถึงวรยุทธ์ของคนกลุ่มนี้ว่าแต่ละคนมีวรยุทธ์มากน้อยเพียงไร ตราบใดที่กำจัดผู้าุโทั้งสามคนนั้นได้ คนที่เหลือล้วนไม่เป็ภัยคุกคามต่อเขา
“คิดหนีงั้นเหรอ?”
ร่างเปลวเพลิงของราชันหั่วยวินเยาพุ่งไปปรากฏตรงหน้าของผู้าุโเหมยอย่างรวดเร็ว
ตูม!
ราชันหั่วยวินเยาพ่นไฟออกจากปาก เปลวเพลิงพุ่งไปห่อหุ้มร่างของผู้าุโเหมย อุณหภูมิที่สูงเกินไปทำให้เธอต้องใช้พลังภายในแทนโล่เพื่อต้านความร้อนซึ่งกำลังแผดเผา
ทั้งสองฝ่ายปะทะกันครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดเปลวเพลิงของราชันหั่วยวินเยาเหนือกว่า ผู้าุโเหมยจึงได้แต่กรีดร้องก่อนถูกแผดเผา
ฉากนี้ทำให้ผู้าุโหลานและผู้าุโจวี๋ที่กำลังหลบหนีเช่นกันตื่นตระหนก ผู้าุโเหมยยังคงต้านทานได้อยู่สักพัก ดูเหมือนว่าราชันหั่วยวินเยาจะไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก?
หากรู้เร็วกว่านี้พวกเขาสามคนคงร่วมมือกัน คงสามารถกำจัดเขาได้แน่!
ผู้าุโทั้งสองคนนึกเสียใจ พวกเขามองหน้ากันก่อนพยักหน้าส่งสัญญาณ ตอนนี้ร่วมมือกันก็ยังไม่สาย พวกเขาสะกิดปลายเท้าเพื่อพุ่งจู่โจมราชันหั่วยวินเยาจากสองทิศทาง
“จิ๊ๆ! พวกแกรู้ไหมว่าวิชาเซียนคืออะไร?”
ราชันหั่วยวินเยามีรูปลักษณ์ราวกับสัตว์ประหลาด รูปร่างเหมือนมนุษย์ หัวเป็สัตว์ ร่างกายสูงใหญ่เกือบสี่เมตร เวลาหัวเราะแขนทั้งสองข้างจะมีเปลวเพลิงลุกโชน
วิชาเซียน?
แน่นอนว่าผู้าุโหลานและผู้าุโจวี๋ไม่เข้าใจ แต่เมื่อถึงจุดนี้แล้ว พวกเขาไม่อาจถอยกลับได้อีก
“มาลองดูกันสักตั้ง กระบี่ไท่จี๋!”
“พลังไท่จี๋ หมัดปัดป้อง!”
ผู้าุโทั้งสองต่างะโก้อง โคจรพลังภายในไว้ที่ฝ่ามือแล้วโจมตีราชันหั่วยวินเยาด้วยพลังที่รุนแรงที่สุด
วิชาเซียน ัเพลิงถล่มโลกา!
แขนทั้งสองของราชันหั่วยวินเยาแปรสภาพเป็ัเพลิงสองตัว ด้วยความเร็วดุจสายฟ้า ัเพลิงทั้งสองคว้าร่างของสองคนที่อยู่ห่างออกไปเอาไว้ได้
“ตายซะ!”
รูปลักษณ์ของราชันหั่วยวินเยาดูดุร้ายโเี้ เปลวเพลิงถูกพลังชี่กระตุ้นจนลุกโชนมากกว่าเดิม
ตูม! ตูม!
ร่างของชายชราทั้งสองที่ถูกัเพลิงคว้าเอาไว้ถูกะเิออกเป็จุล ร่างกายกลายเป็เศษเนื้อและเืสดๆ ยอดฝีมือทั้งสามคนของตำหนักไท่จี๋ซึ่งเลื่องชื่อในยุทธจักร กลับถูกราชันหั่วยวินเยาบดขยี้จนเละ
ขณะนั้นเอง สายตาของศิษย์ตำหนักไท่จี๋ที่เหลืออยู่ล้วนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวในตัวราชันหั่วยวินเยา แต่ก็ยังนึกพอใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อผู้าุโทั้งสามคนต้องตกตายไปก่อนเพราะคิดทอดทิ้งพวกเขาเพื่อหลบหนี
หรือต่อไปจะเป็คิวของพวกเขาแล้ว? ชายหนุ่มที่ดูเป็ผู้นำไม่เต็มใจยอมรับ เขาขบกรามแน่น ตัดสินใจเสี่ยงเจรจากับราชันหั่วยวินเยาดูสักตั้ง แต่ขณะนั้นเอง เื่ทุกอย่างกลับพลิกจากหน้ามือเป็หลังมือ
หลังจากสังหารผู้าุโทั้งสาม ราชันหั่วยวินเยาไม่ทันได้พักหายใจก็ต้องเจอการโจมตีที่แข็งแกร่งมากกว่าเดิม ซึ่งก็คือซูเฟยหยิ่งและเย่เฟิงที่ซ่อนตัวอยู่ใกล้ๆ ลงมือพร้อมกัน!
