บทที่ 145 เจตจำนงกระบี่แผลงฤทธิ์
บุรุษที่ก้าวมาสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยามนี้มู่หยวนหลิงออกหน้าปกป้องฉินชู หากตนบอกกล่าวฐานะของตัวเองไป เช่นนั้นฝ่ายที่ตัวเองสังกัดอาจไม่ได้รับการสนับสนุนด้านโอสถจากหุบเขาโอสถทิพย์อีก
“เ้าไม่กล้าสู้หรือ? กลัวแล้วรึ หรือว่าพวกคนที่ทำร้ายมู่เซวียนจะเป็พรรคพวกของเ้าจริง” โจวเหมยไม่ต่อปากต่อคำมู่หยวนหลิง นางยังคงเพ่งเล็งฉินชู
“ดูตัวเ้าสิ เหตุใดเ้าถึงไม่กล้าตะคอกใส่เ้าหุบเขามู่เล่า? เพราะเ้าไม่กล้าใช่ไหม ถึงได้แต่ข่มเหงรังแกข้า” ฉินชูเผยรอยยิ้ม ควรจะเรียกว่ายิ้มขมขื่นเสียมากกว่า เขาอยากหลีกเลี่ยงเื่ยุ่งยาก แต่บัดนี้เห็นได้ชัดว่าเลี่ยงไม่ได้แล้ว ทว่าในใจเขาก็มีความมั่นใจระดับหนึ่ง นั่นคือมู่หยวนหลิงเข้าข้างเขา แม้จะเล่นงานเขาในเื่เล็ก แต่ในยามคับขัน จะต้องยืนอยู่ข้างเขาเป็แน่
“หากเ้ามีความกล้า ก็ออกมาต่อสู้เสีย เช่นนั้นถึงจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าที่เ้าช่วยคนไว้เป็ความจริง” บุรุษที่ออกมาจากด้านหลังโจวเหมยกล่าว
ฉินชูนวดคลึงหน้าผากทีหนึ่ง “ความจริงข้าจะปฏิเสธการต่อสู้ แล้วโยนเื่นี้ให้ท่านเ้าตำหนักจัดการก็ได้ เพราะไม่ว่าใครลงมือกับข้า นั่นก็ถือว่าตำหนักจันทราเงินลืมบุญคุณไร้คุณธรรม แต่ก็รู้สึกว่าการไม่สู้เยี่ยงคนขลาดกลัว จะผิดต่อตัวเองเกินไป”
ฉินชูมองบุรุษที่ท้าทายจะสู้กับตัวเอง มวลพลังและกระแสพลังบนกายเขาพลันเปลี่ยนไปในชั่วพริบตา ตอนนี้เขาคิดจะสู้แล้ว
สายตาของทุกคนที่มองไปทางฉินชูล้วนเปลี่ยนไป ก่อนหน้านี้ฉินชูมีท่าทางเหมือนคนเสเพล แต่บัดนี้เปลี่ยนไปแล้ว เพียงเขายืนอยู่ตรงนั้นก็เหมือนกระบี่อันคมกริบ ความจริงฉินชูก็คือกระบี่เล่มหนึ่ง เขาฝึกฝนกายกระบี่ถึงขั้นสี่ระดับสามแล้ว
“ดี!” ผู้เฒ่าเสว่เคาะไม้เท้าลงบนพื้นทีหนึ่ง
“ผู้เฒ่าเสว่ หากข้าน้อยชนะ เช่นนั้นจะขอพบผู้เฒ่าเสว่เป็การส่วนตัวได้หรือไม่?” ฉินชูมองผู้เฒ่าเสว่
“ได้!” ผู้เฒ่าเสว่ลังเลเพียงชั่วขณะก่อนพยักหน้า นางไม่รู้ว่าเ้าหนุ่มอายุน้อยผู้นี้้าพบตนเองเพื่อการใด แต่ก็ตอบตกลงแล้ว
เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าเสว่พยักหน้าตอบตกลง ฉินชูจึงหันขวับเดินออกจากโถงใหญ่ เขาต้องคอยสะกดตัวเองอยู่ตลอด อยากสู้แต่ไม่กล้าสู้ ทรมานยิ่งนัก ดังนั้นจึงตัดสินใจจะสู้ ยิ่งไปกว่านั้น เ้าตำหนักจันทราเงินและมู่หยวนหลิงน่าจะไม่ปล่อยให้ผู้อื่นเล่นลูกไม้กับเขา
“ข้าโจวไห่ชิงแห่งตำหนักจันทราเงิน!” บุรุษที่จะต่อสู้กับฉินชูเอ่ยนามของตัวเอง
“ข้าคนไร้ชื่อเสียงฉินชู!” ฉินชูเองก็เอ่ยนามของตัวเองเช่นเดียวกัน
“อาวุธไร้ตา ตอนนี้ยอมรับว่าตัวเองช่วยเหลือมู่เซวียนเพราะมีใจคิดคดก็ยังทัน” โจวไห่ชิงมองฉินชูพร้อมกล่าว เขากำลังข่มขู่ให้ฉินชูเปลี่ยนคำพูด เพื่อกู้หน้าแทนโจวเหมยและจวงหาน
ฉินชูมองโจวไห่ชิง “อาวุธไร้ตา... เ้าคิดจะสังหารข้า?”
“เมื่อไม่ยอมรับ เ้าก็ไปตายเสีย!” ขณะที่ฉินชูกำลังกล่าวอยู่ โจวไห่ชิงก็ฟันกระบี่ออกไป หากฉินชูไม่ยอมรับว่าตัวเองมีใจคิดคด เช่นนั้นเขาต้องฆ่าฉินชู นี่คือภารกิจที่โจวเหมยมอบให้เขา
เมื่อเห็นว่าปราณกระบี่ของโจวไห่ชิงฟันมาทางตัวเอง ฉินชูจึงเอื้อมมือขวาไปชักกระบี่จากด้านหลัง เสียงใสกังวานดังขึ้น ฉินชูชักกระบี่เทพบูรพาออกจากฝัก
สะบัดแขนทีหนึ่ง ฉินชูใช้เคล็ดกระบี่พันคลื่น ปราณกระบี่ที่เหมือนคลื่นน้ำสามสายรวมตัวกัน พุ่งเข้าหาปราณกระบี่ของโจวไห่ชิง เนื่องจากพลังตบะของโจวไห่ชิงสูงกว่าเขาไม่น้อย เขาจึงใช้เจตจำนงกระบี่ระดับหนึ่งเสริมพลังปราณกระบี่
เสียงปราณกระบี่ปะทะกันดังขึ้น ปราณกระบี่ของโจวไห่ชิงถูกทำลาย
หลังจากทำลายปราณกระบี่ของโจวไห่ชิง ฉินชูจึงใช้กระบวนท่าก้าวไร้เงา พุ่งเข้าหาโจวไห่ชิง ฟันกระบี่เทพบูรพาหมายจะสังหารโจวไห่ชิง
เ้าตำหนักจันทราเงินและผู้เฒ่าเสว่หันสบตากัน แววตาทั้งคู่เต็มไปด้วยประกายผิดคาด
ดั่งคำกล่าวที่ว่าเพียงผู้ชำนาญลงมือ ก็เห็นผลทันที ก่อนหน้านี้ฉินชูเปิดเผยเพียงพลังตบะขั้นเจินหยวนระดับเก้า แต่ภายหลังลงมือพลังตบะของเขากลับเปลี่ยนไป กลายเป็ขั้นสี่หลิงหยวนระดับสาม อีกทั้งเจตจำนงกระบี่ที่ปรากฏก็ทำให้เ้าตำหนักจันทราเงินและผู้เฒ่าเสว่รู้สึกตกตะลึง สาเหตุหลักเพราะฉินชูอ่อนเยาว์เกินไป
หลังจากสีหน้าของโจวไห่ชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาจึงแทงกระบี่ยาวในมือพุ่งเข้าไปทางกระบี่ของฉินชู
ในจังหวะที่ฉินชูสะบัดข้อมือ กระบี่เทพบูรพาพลันเปลี่ยนกระบวนท่าปัดกระบี่ของโจวไห่ชิงออก แล้วกระบี่เทพบูรพาก็แทงไปทางแผ่นอกของโจวไห่ชิง
กระบวนท่ากระบี่ถูกทลาย โจวไห่ชิงกระทุ้งเท้าทีหนึ่ง ร่างกายถอยหลังไป ระหว่างที่ถอยหลังบนกายก็เต็มไปด้วยเงาเลือน
“กายยุทธ์เงาจันทรา เยี่ยม!” โจวเหมยชื่นชมด้วยความพึงพอใจ เพราะกายยุทธ์เงาจันทราเป็หนึ่งในกายยุทธ์ขั้นสูงของตำหนักจันทราเงิน
โจวไห่ชิงที่ใช้กายยุทธ์เงาจันทรามีความเร็วสูงขึ้น เริ่มวนเวียนรอบตัวฉินชูพร้อมเปิดฉากโจมตี
ความเร็วของฉินชูเทียบโจวไห่ชิงไม่ได้ เขาทำได้เพียงตั้งรับ พลังตบะของโจวไห่ชิงสูงกว่าเขากว่าสี่ระดับ ทั้งมีกายยุทธ์เงาจันทราคอยเสริม ความเร็วของฉินชูเทียบเขาไม่ได้อย่างแท้จริง
การต่อสู้หน้าโถงใหญ่ กลายเป็ฝ่ายหนึ่งโจมตี อีกฝ่ายตั้งรับ การโจมตีของโจวไห่ชิงเฉียบคมเป็อย่างยิ่ง คมแสงกระบี่ฟันไปทางตัวฉินชูครั้งแล้วครั้งเล่า
ฉินชูใช้เคล็ดวิชากระบี่กายสิทธิ์เสริมพลังแก่เพลงกระบี่พื้นฐาน ทลายการโจมตีจากโจวไห่ชิงทั้งหมด หลังจากทลายก็จะเปลี่ยนกระบวนท่าโจมตีโต้ตอบทันที จากตั้งรับเป็โต้ตอบ เขาแปรเปลี่ยนได้อย่างลื่นไหล ราวกับเป็กระบวนท่าเดียวอย่างไรอย่างนั้น
“ฝึกฝนเพลงกระบี่พื้นฐานถึงขั้นสมบูรณ์... ไม่ถูก ต่อให้เพลงกระบี่พื้นฐานขั้นสมบูรณ์ ก็ไม่มีความเร็วเช่นนี้ เขามีเคล็ดกระบี่พิเศษคอยสนับสนุนด้วย!” แววตาของเ้าตำหนักจันทราเงินเต็มไปด้วยความตะลึงงัน
ผู้เฒ่าเสว่หรี่ตามองดูอยู่ตลอด
“เ้าตายเสียเถอะ!” โจวไห่ชิงแผดเสียงตะคอก กระบวนท่าเปลี่ยนไป เขาแทงกระบี่ที่แหลมคมอย่างมิอาจหาใดเทียมไปทางอกของฉินชูหมายจะสังหาร นั่นคือท่าประกายรัศมี หนึ่งในท่าพิฆาตของเพลงกระบี่ตำหนักจันทราเงิน
เมื่อััได้ถึงอันตราย ฉินชูจึงเผยเจตจำนงกระบี่ระดับสอง
เจตจำนงกระบี่ระดับสองปรากฏ กระบวนท่ากระบี่ของโจวไห่ชิงพลันหยุดชะงัก ในยามนี้กระบี่เทพบูรพาของฉินชูจึงฟาดไปที่มือเพื่อปัดกระบี่ของโจวไห่ชิงออก แล้วจึงแทงเป็มุมทแยงทะลุเกราะไหล่ขวาของโจวไห่ชิง ก่อนจะเตะใส่ใบหน้า และเตะโจวไห่ชิงจนลอยกระเด็นออกไป
เมื่อเอาชนะโจวไห่ชิงได้ ฉินชูจึงสะบัดกระบี่เทพบูรพาทีหนึ่ง เพื่อเอาคราบเืบนกระบี่ออก ก่อนจะโยนไปด้านหลัง เสียงฉึกดังกังวาน กระบี่เทพบูรพากลับเข้าสู่ฝัก
“เ้าควรรู้สึกโชคดี ที่วันนี้อยู่ในตำหนักจันทราเงิน นี่ถ้าข้าไม่อยากสร้างปัญหา มิเช่นนั้นเ้าคงตายไปแล้ว!” ฉินชูมองโจวไห่ชิงที่ล้มกองอยู่บนพื้น พร้อมกล่าววาจาเ็าออกมา เขาอยากสังหารโจวไห่ชิงนัก แต่เขายังอยากสอบถามเื่ราวบางอย่างจากผู้เฒ่าเสว่ ดังนั้นจึงไม่อาจทำรุนแรงเกินไปได้
โจวเหมยเดินขึ้นหน้ามาประคองโจวไห่ชิงให้ลุกขึ้น “เ้าทำลายแขนขวาของเขา เ้าสมควรตาย!”
“คนที่สมควรตายคือเขา ไม่ใช่ข้า!” ฉินชูมองโจวเหมยที่อยู่ในอารมณ์เดือดดาลพร้อมส่ายหน้า ความจริงเห็นอยู่ตรงหน้า เขาเชื่อว่าทุกคนเห็นได้อย่างชัดเจน
โจวเหมยชักกระบี่ออกมา มองฉินชูด้วยสายตาอาฆาตแค้น “ชักกระบี่!”
“พลังตบะขั้นใด?” ฉินชูหันมองมู่หยวนหลิง
“ขั้นห้า แม้จะเพิ่งเข้าสู่ขั้นห้า แต่ก็เป็ขั้นห้าเทียนหยวนอย่างแท้จริง” มู่หยวนหลิงกล่าวกับฉินชู
“ฮ่าฮ่า! การต่อสู้ครั้งนี้ข้าชนะแล้ว นี่เป็ข้อพิสูจน์ว่าข้าสังหารคนชั่วร้ายได้ ยืนยันได้ว่าข้าไม่ได้มีแผนการร้าย ข้าไม่มีความจำเป็ต้องสู้อีก” ฉินชูหัวเราะก่อนกล่าว เขายังไม่อยากสู้กับขั้นห้าเทียนหยวน
แต่ในจังหวะนี้โจวเหมยลงมือแล้ว นางแทงกระบี่มาทางฉินชู ปราณกระบี่แหลมคมยิ่งนัก ถึงอย่างไรนางก็มีพลังตบะขั้นห้าเทียนหยวน
ฉินชูไหวตัวทีหนึ่ง หลบการโจมตีจากโจวเหมย
“เ้ายังมียางอายอยู่หรือไม่!” มู่หยวนเหลิงกำลังจะเคลื่อนตัวเข้าขัดขวาง กลับถูกเ้าตำหนักจันทราเงินกดไหล่ไว้
ในเวลานี้โจวเหมยกวัดแกว่งกระบี่ยาว เปิดฉากโจมตีฉินชูโดยหมายจะสังหาร และผู้เฒ่าเสว่ก็ไม่มีทีท่าจะห้ามปราม
