บทที่ 19
คุณกำลังจะตาย
พ่อบ้านหลิวโบกมือน้อยๆ “คุณผู้หญิงครับ ่เวลาค่ำคืนในห้องหอนั้นมีค่าดั่งทองคำ คุณผู้หญิงรีบไป ‘นอน’ กับคุณชายใหญ่เถอะครับ” เขาจงใจเน้นเสียงหนักที่คำว่า “นอน” สองพยางค์สุดท้าย
ปัง! หลินซีปิดหน้าต่างใส่ทันที ยอมรับเลยว่าพ่อบ้านหลิวคือกำแพงที่ฉันมได้ยากจริงๆ!
พ่อบ้านหลิวตบเนคไทเบาๆ รอยยิ้มยังคงประดับบนใบหน้า
คติประจำใจพ่อบ้านข้อที่ 5: ตาสับปะรด หูทิพย์ ต้องคาดการณ์สิ่งที่คนอื่นคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าให้ได้
เขาลูบผมที่เหลืออยู่เพียงกระจุกน้อยแล้วถอนหายใจยาว “คืนนี้ก็คงเป็คืนที่ไม่ได้นอนอีกสินะ”
เขาให้กำลังใจตัวเอง เพื่อคุณชายใหญ่ เพื่อคุณผู้หญิง เพื่อเหลนน้อยที่กำลังจะเกิดในอนาคต สู้โว้ย!
ภายในห้อง หลินซีหันไปมองฟู่จิงเหยา ทั้งคู่ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง มันอึดอัดเกินไปจนหลินซีต้องแสร้งหาวออกมา
“ฉันนอนครึ่งคืนแรก คุณนอนครึ่งคืนหลัง พอถึงเวลาแล้วปลุกฉันด้วยนะ”
“ตกลง”
ฟู่จิงเหยาปิดไฟ เขาทำทีเป็เช็กมือถือ แต่ความจริงใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว สายตาคอยแต่จะถูกดึงดูดไปที่คนบนเตียง ในใจวูบหนึ่งมีความคิดโผล่มาว่า... การใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับหลินซี ดูเหมือนจะเป็เื่ที่น่าสนุกไม่น้อย ทำไมเขาถึงคิดแบบนั้นนะ? ฟู่จิงเหยานั่งเหม่อ
หลินซีดึงผ้าห่มคลุมโป่งแล้วหลับยาวจนถึงเช้า ในความงัวเงียเธอถามติดตลกว่า “เสี่ยวจินกี่โมงแล้ว?”
“เจ็ดโมงครึ่ง นอนต่อได้อีกสิบนาที”
“หืม?”
หลินซีรู้สึกผิดปกติทันที เสียงเสี่ยวจินทำไมเปลี่ยนไป? เธอเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ความทรงจำเมื่อคืนไหลย้อนกลับมา เธอหันไปมองชายหนุ่มที่อยู่มุมห้อง
“ฟู่จิงเหยา ทำไมคุณไม่ปลุกฉัน?”
น้ำเสียงฟู่จิงเหยาเรียบเฉย “เมื่อคืนบริษัทมีเื่ด่วนต้องจัดการ เห็นคุณหลับลึกเลยไม่อยากกวน” เขายังคงยืนตัวตรงแหน่ว มองไปข้างหน้าอย่างมีระเบียบ
หลินซีอุทานด้วยความใ “นี่คุณ... ยืนแบบนี้ทั้งคืนเลยเหรอ?”
ฟู่จิงเหยาตอบรับเบาๆ “อืม... หลินซี ผมลงไปข้างล่างก่อนนะ” เขาเดินไปที่ประตู ผลักเบาๆ ก็เปิดออก หลินซีนั่งอยู่บนเตียง หัวใจเต้นแรงขึ้นมาหนึ่งจังหวะอย่างบอกไม่ถูก
อา... แย่จริง! เธอไม่ควรปล่อยให้เขาอดนอนทั้งคืนเลย! ปกติหลินซีเป็คนตื่นง่ายมาก ถ้ามีคนหรือผีบุกรุก สมองจะบังคับให้เปิดเครื่องทันทีและเข้าสู่โหมดป้องกันตัว แต่อัศจรรย์มากที่เมื่อคืนเธอหลับลึกสุดๆ ตื่นมาแล้วรู้สึกสดชื่นเหมือนรูขุมขนทุกส่วนได้ขยายรับพลัง
หลินซีลุกขึ้นจัดการตัวเองแล้วลงไปชั้นล่าง จางเหวินซิ่วกวักมือเรียก “หลินซี มากินมื้อเช้าลูก”
“ขอบคุณค่ะคุณย่า” หลินซีรับชามโจ๊กมาแล้วก้มหน้าก้มตากิน
จางเหวินซิ่วมองฟู่จิงเหยาสลับกับหลินซี สีหน้าเริ่มกลายเป็ประหลาด... เกิดอะไรขึ้น? ผ่านไปคืนเดียว หลินซียังดูสดชื่นมีชีวิตชีวา แต่ฟู่จิงเหยากลับเหมือนมะเขือเหี่ยวโดนน้ำค้างแข็ง ขอบตาคล้ำโบ๋ออกมาเลย จางเหวินซิ่วใสุดขีด... หลานชายฉัน ‘น้ำยา’ ไม่ดีเหรอเนี่ย!
เธอยิ้มเจื่อนๆ “เอ่อ... พวกหนูกินกันไปก่อนนะ” เธอรีบลากฟู่เจี้ยนหัวออกจากห้องอาหาร
“ตาแก่ ไปหาซื้อยาบำรุงมาให้จิงเหยาเยอะๆ เลยนะ ดูสิ เด็กมันจะหมดสภาพอยู่แล้ว” ฟู่เจี้ยนหัวสบตาภรรยา สีหน้าซับซ้อนสุดๆ
“ผมจะสั่งพ่อบ้านหลิวเดี๋ยวนี้”
ไม่ไกลนักพ่อบ้านหลิวทำมือส่งสัญญาณ “OK” ทุกอย่างเรียบร้อย
สองตายายถอนหายใจโล่งอก หวังว่ายาจะได้ผล และหวังว่าหลินซีจะไม่รังเกียจหลานชายของพวกเขา
หลังกินเสร็จ สองผู้เฒ่ามองหลินซีด้วยสายตาเอ็นดูรักใคร่ยิ่งกว่าเดิมจนเธอสับสนว่าเกิดอะไรขึ้นใน่ไม่กี่นาทีนี้
ฟู่จิงเหยารอเธออยู่ที่รถ “ไปกันเถอะ”
“อ้อ... ไปค่ะ”
หลินซีขึ้นรถรัดเข็มขัด “เราจะไปไหนกันคะ?”
ฟู่จิงเหยาตอบเนิบๆ “ไป ‘บ้าน’ ของเรา”
รถไมบัคเคลื่อนออกจากซานสุ่ยเปี๋ยจวี่ มุ่งหน้าไปยังหมู่บ้าน ตี้จิ่งหยวน ซึ่งเป็โซนวิลล่าระดับท็อป สไตล์ตะวันตกหรูหราที่ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลก เมื่อจอดรถเขานึกถึงสิ่งที่ย่าสั่งไว้ จึงเปิดกระโปรงหลังรถ... กลิ่นยาสมุนไพรจีนโชยเตะจมูกทันที
ฟู่จิงเหยางุนงง “คุณย่าเอาสมุนไพรพวกนี้มาไว้ทำไมเยอะแยะ?”
“ฉันเคยเรียนหมอยาจีนมา เดี๋ยวฉันดูให้ค่ะ” หลินซีเพ่งมอง
“เก๋ากี้, โสม, โซ่วหยาง, ร่วนฉงหรง, เขากวางอ่อน...”
“เอ่อ...” เธอรายงานตามตรง “พวกนี้ล้วนเป็ยาบำรุง ‘ไต’ (เสริมสมรรถภาพทางเพศ) ทั้งนั้นเลยค่ะ แล้วก็ยังมี...”
“ผม-ไม่-ได้-ป่วย!” ฟู่จิงเหยาหน้าเขียวปั๊ด ปิดฝากระโปรงรถดังปังแล้วเดินดุ่มๆ เข้าบ้านไป
หลินซีลูบจมูกแก้เขิน เดินตามเข้าไป บ้านหลังนี้ไม่ใหญ่เท่าซานสุ่ยเปี๋ยจวี่ แต่ใกล้ใจกลางเมืองมากกว่า มีพื้นที่ว่างหน้าบ้านหลังบ้าน เหมาะแก่การปลูกผักสุดๆ
ฟู่จิงเหยาบอกว่า “ผมรักความสงบ ที่นี่มีคนมาทำความสะอาดตามเวลา ป้าอู๋จะมาทำกับข้าวให้วันละสองมื้อ ถ้าคุณ้า ผมจะให้ป้าอู๋มาอยู่เฝ้าดูแลคุณที่นี่เลย”
“ไม่ต้องค่ะ ฉันก็รักความสงบเหมือนกัน”
“ตกลง” ฟู่จิงเหยาพาเดินชมบ้าน
“หลินซี คุณนอนห้องนี้”
“ได้ค่ะ คุณไปพักผ่อนเถอะ ไม่ต้องนำทางแล้ว” ฟู่จิงเหยาชะงักไปสองวินาที
“หลินซี ถ้าคุณ้า...” หลินซีผลักประตูห้องเข้าไปแล้วหันมาถาม
“้าอะไรคะ?”
“ไม่มีอะไร...” ฟู่จิงเหยาหมุนตัวเข้าห้องข้างๆ ทันที
เพิ่งแต่งงานกับคนไม่สนิท การจะให้นอนเตียงเดียวกันคงอึดอัดกันทั้งคู่ แยกกันอยู่แบบนี้น่ะดีแล้ว
หลินซีสำรวจห้องตัวเอง... โทนสีขาวชมพู รสนิยมแบบผู้ชายเลือกให้ชัดๆ แต่ข้างในมีครบทุกอย่าง ห้องน้ำใหญ่กว่าห้องเช่ารูหนูเดิมของเธอถึงสองเท่า
พอเปิดตู้เสื้อผ้าเธอก็ต้องอุทาน “เชี้ย!”
ชุดกระโปรงเต็มตู้ มีทุกแบบแต่เน้นแค่สีขาวกับชมพู เธอรื้อตู้ต่อไปเรื่อยๆ พบทั้งเครื่องสำอาง, หมวก, รองเท้า, กระเป๋า, ชุดชั้นใน, ผ้าอนามัย... ยันกระดาษเหลือง, ชาด, เหรียญห้าจักรพรรดิ และดาบไม้ท้อ!
หลินซีรู้สึกซับซ้อนในใจ... ทุกอย่างที่เธอพอจะนึกออก ฟู่จิงเหยาเตรียมไว้ให้หมดแล้ว เธอตัดสินใจว่าต้องสะสมแต้มบุญเยอะๆ ไว้ พอฟู่จิงเหยาตายไป เธอจะแบ่งแสงบุญให้เขาหน่อย เขาจะได้ไปเกิดในภพภูมิที่ดีในชาติหน้า ต่อจากนี้ต้องขยันจับผีดูดวงให้มากขึ้น!
หลินซีปรับอารมณ์เตรียมจะไปตั้งแผง พอเปิดประตูออกมาเจอตัวฟู่จิงเหยายืนอยู่หน้าลิฟต์ “หลินซี บ่ายนี้ผมต้องไปดูงานที่ประเทศ D ประมาณหนึ่งสัปดาห์นะ”
หลินซีขมวดคิ้ว... เจ็ดวันเหรอ? ถ้านานขนาดนั้นไอม่วงบนตัวเธอคงหมดเกลี้ยงแน่ เธอเงยหน้ามองเขา
“เอ่อ... คุณช่วยให้ฉันกัดอีกสักคำได้ไหม? คราวนี้สัญญาว่าจะกัดเบาๆ ไม่ให้เจ็บเลย”
ฟู่จิงเหยาตั้งใจจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตาคาดหวังของเธอ เขาก็เผลอใจอ่อน “แค่ครั้งเดียวนะ”
หลินซีได้ยินดังนั้นก็พุ่งเข้าไปกอดคอชายหนุ่ม เขย่งเท้าขึ้นเล็กน้อย กลิ่นไม้จันทน์หอมจางๆ ลอยมาแตะจมูก พอเธอจะอ้าปาก ชายหนุ่มก็ใช้มือบีบคางเธอไว้ เสียงทุ้มต่ำ
“ห้ามกัดที่คอ”
“อ้อ...” หลินซีปล่อยมือ ยืนตัวตรงอย่างว่าง่าย
ฟู่จิงเหยาปลดกระดุมข้อมือ เผยให้เห็นท่อนแขนขาว หลินซีไม่เกี่ยงที่อยู่แล้ว เธอคว้าแขนเขามางับเบาๆ หนึ่งที ไอม่วงที่คุ้นเคยไหลเข้าสู่ร่างกาย เธอฉีกยิ้มพอใจ
“ขอบคุณนะ ฟู่จิงเหยา”
ฟู่จิงเหยาดึงแขนกลับ จัดเสื้อผ้าแล้วรีบเดินหนีไปทันที โดยที่หูแดงก่ำไปหมดแล้ว
“ฟู่จิงเหยา เดี๋ยวก่อน!” หลินซีะโไล่หลัง
“ฉันมียาทาแก้รอยฟันนะ...” ชายหนุ่มไม่ได้สนใจฟัง ตอบรับส่งๆ
“ผมไปล่ะ” เขาเดินจากไปอย่างรีบร้อน หลินซีไม่ได้ตามไป เธอมีงานต้องทำเหมือนกัน
ถนนของเก่า... หลินซีประกาศก้อง
“วันนี้ดู 20 ดวง!”
บรรดาคุณตาคุณยายปรบมือเกรียวกราว
“อาจารย์เจ๋งมาก!”
“อาจารย์เทพมากๆ!”
“อาจารย์คือที่สุด!”
หลินซีนั่งลงเริ่มงานทันที คุณยายจางลากหญิงสาวคนหนึ่งฝ่าฝูงชนเข้ามา
“อาจารย์จ๊ะ ช่วยดูหลานสาวฉันที ่นี้เธอฝันร้ายตลอด กลางวันก็ซึมเซาไม่มีกะจิตกะใจทำอะไร ฉันสงสัยว่าเธอจะโดนผีเข้า” คุณยายผลัก จางหวั่นหวั่น ออกมา
“หวั่นหวั่น รีบทักทายอาจารย์หลินเร็ว”
จางหวั่นหวั่นที่มีขอบตาดำคล้ำขนาดใหญ่ หาวหวอดๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง
“สวัสดีค่ะอาจารย์หลิน...”
หลินซีกวาดตามองเธอเพียงแวบเดียว คิ้วก็ขมวดมุ่นทันที
“หน้าผากหมองคล้ำ ร่องปากเขียวปั๊ด ไอแห่งความตายเข้าแทรก... คุณกำลังจะตายแล้วค่ะ”
